Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

ปัญญาคืออะไร ?


mp3: ปัญญาคือ?

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : ปัญญาคืออะไร? ปัญญาคือความเข้าใจ ปัญญาคือตัวความเข้าใจนะ ความเข้าใจความเป็นจริงของกายของใจ ไม่ใช่ความเข้าใจผิด เป็นความเข้าใจความเป็นจริง ต้องของกายของใจด้วย ถ้าเข้าใจเรื่องอื่นไม่จัดว่าเป็นวิปัสสนาปัญญา ถ้าปัญญาแท้ๆเลยที่จะเอาตัวเราให้พ้นทุกข์ได้นะ ต้องเข้าใจความเป็นจริงของกายของใจ

ทำอย่างไรจะเข้าใจความจริงของเขา ต้องดูเขาบ่อยๆ ดูเขาจนเข้าใจเขา เหมือนอย่างเราจะศึกษาพฤติกรรมของใครสักคนหนึ่งนะ เราต้องตามดูเขาบ่อยๆแล้ววันหนึ่งเราจะเข้าใจเขา ว่าความจริงเขาเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้นเราก็คอยตามรู้กายตามรู้ใจบ่อยๆ ดูอย่างที่มันเป็น อย่าไปดัดแปลงให้มันผิดจากที่มันเป็น

ยกตัวอย่างบางคนนะจะดูจิต ก็ไปจ้องไว้ไม่ให้คลาดสายตา อย่างนี้ใช้ไม่ได้ จิตจะนิ่งผิดความจริง เด็กนั้นเหมือนเด็กนะ ถ้าเราไปถือไม้เรียว เราเฝ้าจ้อง มึงขยับกูจะตี เด็กเครียดก็กดเอาไว้เฉยๆ จิตนี้เหมือนกัน ถ้าเราจ้องเอาไว้ตลอดเวลานะมันจะเครียด แล้วมันจะอยู่เฉยๆ ไม่ยอมกระดุกกระดิก ไม่มีไตรลักษณ์ให้ดู

เราอยากดูตัวจริงของเด็กนะ ปล่อยให้มันซนแล้วแอบดู ปล่อยให้มันซนไปแล้ว แล้วเราก็แอบชำเลืองๆไป ยกเว้นว่ามันจะไปตกน้ำตกท่า จะถูกรถทับตายอะไรอย่างนี้ ก็ค่อยไปดูแลมัน

จิตนี้ก็เหมือนกันนะ ถ้ามันยังไม่ได้มีปัญหาร้ายแรงเราก็ปล่อยให้มันทำงานไป เดี๋ยวมันก็โลภ เดี๋ยวมันก็โกรธ เดี๋ยวมันก็หลง อะไรอย่างนี้ ไม่เป็นไร ตามรู้ไปเรื่อยๆ แต่ถ้ากิเลสมันรุนแรงแล้วนะ มันจะไปตีเขา จะไปฆ่าเขา จะผิดศีล อันนี้ต้องไปห้ามมันแล้ว ไปจัดการไปห้ามมัน เหมือนเด็กจะไปตกน้ำตาย เราก็ต้องไปช่วยมันหน่อย ถ้ามันไม่ได้มีอันตรายร้ายแรงนะ ไม่ได้ไปผิดศีลร้ายแรง เราก็ปล่อยให้จิตนี้มันทำงานไป ปล่อยเด็กคนนี้ให้มันซนไป

เคยมีนายพลคนหนึ่งนะ นายพล พลเอกเสียด้วย มาหาหลวงพ่อ แล้วก็บอกว่า ทหารของผมทุกคนเรียบร้อย เวลาผมเดินเข้าไปเนี่ยนะ เรียบร้อยหมดเลย หลวงพ่อก็บอกว่า ท่านอยากเห็นทหารของท่านเรียบร้อยหรือเปล่า ท่านต้องแอบดูนะ ถ้าท่านนายพลเดินเข้าไปนะ ทหารมันเห็นมันเรียบร้อยหมดเลย ต้องแอบดู ต้องแอบชำเลืองๆ อย่าไปจ้องอย่างนี้ จ้องอย่างนี้มันก็ตัวแข็งหมด

จิตนี้ก็เหมือนกันนะ อยากดูตัวจริงว่าเรียบร้อยหรือไม่เรียบร้อยนะ ต้องแอบดูมัน ชำเลืองๆ ทำไม่รู้ไม่ชี้ แล้วก็นานๆชำเลืองทีหนึ่ง ไม่ใช่อย่างนี้นะ อย่างนี้มันไม่กล้ากระดุกกระดิก

เพราะฉะนั้นอย่าไปบังคับมัน ถ้าเราไปจ้องตลอดเวลา นั่นคือการเพ่งที่หลวงพ่อห้าม ไปจ้องไว้แล้วมันก็เพ่งมันก็นิ่ง ใช้ไม่ได้นะ ไม่มีปัญญาหรอก ชำเลืองดูมันเป็นระยะๆ ไม่ใช่ดูตลอดเวลา รู้บ้างเผลอบ้าง ไม่ใช่ไม่ให้เผลอเลย ถ้าไม่ให้เผลอเลยจะเป็นการเพ่ง ต้องรู้บ้างเผลอบ้างนะ อย่างคุณเสื้อสีฟ้าเนี่ย เผลอ เห็นมั้ย รู้บ้างเผลอบ้างไม่ว่ามันหรอก ต้องเห็นอย่างนี้ ในที่สุดจะเกิดปัญญา เออ..จิตมันจะเผลอ ห้ามมันไม่ได้ จิตมันจะรู้ตัว สั่งรู้ตัวไม่ได้ รู้ตัวแล้วรักษาไว้ก็ไม่ได้ มันเผลออีกแล้ว

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

*หมายเหตุ*

คลิปธรรมะคือเสียงเทศน์บางช่วงของลพ.ปราโมทย์ จัดเป็นหมวดหมู่และตอบคำถามเฉพาะเรื่อง จึงไม่ใช่ข้อสรุปของการสอนธรรมะของท่าน

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

(Visited 152 times, 1 visits today)

Comments are closed.