mp3 (for download) : การปฎิบัติธรรมคือการเรียนรู้ตัวเอง
Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.
หลวงพ่อปราโมทย์: อย่าไปนึกว่ายากนะ การปฏิบัติจริงๆ ไม่ใช่เรื่องยากหรอก มันคือการเรียนรู้ตัวเอง ศาสนาพุทธนี่สอนให้เราเรียนรู้สิ่งที่เรียกว่า ตัวเรา สิ่งที่ประกอบเป็น ‘ตัวเรา’ ก็คือ ‘กายกับใจ’ นี่เอง เราคอยมาดูซิ ความทุกข์ในกาย ความทุกข์ในใจ มันมาได้อย่างไร เราคอยสังเกตไปเรื่อยๆ
ความทุกข์ทางร่างกายมันห้ามไม่ได้หรอก อย่างเรานั่งนานๆ มันก็เมื่อยนะ อดข้าวนานๆ มันก็หิดวนะ เดี๋ยวหิว เดี๋ยวหนาว เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวกระหาย เดี๋ยวปวดท้อง เดี๋ยวเป็นอย่างโน้น เดี๋ยวเป็นอย่างนี้ นี่ร่างกาย ธรรมดาร่างกายเป็นอย่างนี้ ร่างกายไม่ใช่ของดีของวิเศษอะไร ร่างกายนี้ถูกความทุกข์บีบคั้นอยู่ตลอดเวลา นี่เราเรียนเพื่อให้เห็นตรงนี้ เราจะคลายความยึดถือในร่างกายนี้ออกไป แต่เดิมรักที่สุดเลย หวงแหนที่สุดเลย นึกว่าเป็นของดีของวิเศษ แต่พอเรามาตามรู้กายมากๆ เราเห็นเลยว่า กายนี้มันเป็นก้อนทุกข์นะ มีความทุกข์บีบคั้นทั้งวันทั้งคืน นั่งอยู่ก็ทุกข์ เดินอยู่ก็ทุกข์ เดินไปเดี๋ยวหนึ่งก็เมื่อยนะ ทุกข์ นอนอยู่ยังทุกข์เลย ต้องนอนพลิกไปพลิกมา มีแต่ความทุกข์บีบคั้น พอเราเห็นอย่างนี้ เราจะคลายความหวงแหน ต่อไปร่างกายเราแก่ เราเจ็บ เราตายนะ จิตใจไม่ทุรนทุรายแล้ว รู้สึกเป็นเรื่องธรรมดา
ทีนี้มาดูที่ใจเราบ้าง แต่ละคนอยากได้ความสุข แสวงหาความสุขกันตลอดชีวิตเลย แต่ถ้าเรามามีสติรู้อยู่ที่ใจ เราจะเห็นเลย กระทั่งความสุขก็ของชั่วคราว แต่ละคนหนีความทุกข์ เกลียดความทุกข์ ถ้าเรามาคอยดูอยู่ที่ใจ เราก็เห็นว่า ความทุกข์ก็ของชั่วคราว ความโลภ ความโกรธ ความหลง อะไรต่างๆ นานา ซึ่งเป็นศัตรูของความสงบสุขในชีวิตเราก็เป็นของชั่วคราวทั้งหมดเลย นี่ ดูลงไปอย่างนี้นะ ในที่สุดจะเห็นเลย ทุกอย่างมันชั่วคราว จิตใจเราก็เปลี่ยนแปลงไปทั้งวันทั้งคืน จิตใจเราทำงานหนักนะ ไม่คงที่เลย บังคับไม่ได้ด้วย นี่ดูไป มันจะึคลายความยึดถือในจิตใจ อย่างเราเห็นว่าสุขกับทุกข์ก็ชั่วคราว มันก็คลายความยึดถือในความสุขความทุกข์ ความสุขมาก็ไม่หลงระเริง ความทุกข์มาก็ไม่กลุ้มใจ นี่มันคลายออกไป ถ้ามาดูจิตใจเรา จิตใจเราแกว่งทั้งวันเลย ทำงานทั้งวันทั้งคืนนะ บังคับก็ไม่ได้ ดูไปนานๆ มันก็คลายความยึดถือในจิตใจของตัวเอง
ถ้าเมื่อไรเราคลายความยึดถือในกายในใจ ภาระของเราจะลดลง ตลอดชีวิตเรานี่ เราอยากจะหาแต่ความสุขมาให้กายให้ใจนี่ เราอยากพากายพาใจนี่หนีความทุกข์ มันเป็นภาระทั้งวันทั้งคืน แต่ถ้าเราดูกายดูใจไปเรื่อยๆ จะเห็นเลย กายกับใจนี้มันเป็นทุกข์นะ ทุกข์ด้วยตัวของมันเอง เราบังคับไม่ได้ด้วย ควบคุมไม่ได้ ถูกความทุกข์บีบคั้นทั้งวันทั้งคืนเลย พอเห็นอย่างนี้ ใจจะค่อยคลายความรักความหวงแหนออกไป เมื่อไรไม่ยึดถือกายไม่ยึดถือใจนะ ชีวิตจะมีความสุขที่สุดเลย สุขแบบไม่มีอะไรเหมือนเลยนะ ความสุขในโลกๆ นี้ ที่ว่ายิ่งใหญ่เหลือเกิน เทียบกับความสุขจากการที่เราวางกายวางใจได้ เทียบกันไม่ติดเลย มันเป็นความสุขที่หมดภาระ เป็นความสุขที่ไม่ต้องพึ่งพาอะไร
อย่างความสุขของเราทุกวันนี้ต้องพึ่งพาสิ่งอื่น พึ่งพาคนอื่น รู้สึกไหม ถ้าเราได้อยู่กับคนนี้ เราถึงจะมีความสุข ถ้าไม่ได้อยู่กับคนนี้ ไม่มีความสุข ถ้าเห็นคนนี้มาจะมีความทุกข์ ถ้าไม่เห็นแล้วถึงจะมีความสุข นี่กลับข้างกัน หรือถ้าได้อันนี้มา อยากได้เสื้อใหม่ ได้มาแล้วจะมีความสุข สุขเดี๋ยวเดียวนะ อยากอย่างอื่นอีกแล้ว ชีวิตนี้ไม่เคยเต็ม ไม่เคยอิ่มเลย แต่ถ้าเมื่อไรใจเราเข้าถึงธรรมแท้ๆ นะ ใจเราวางลงไปแล้ว มันมีความสุขอยู่ในตัวเอง ทั้งวันทั้งคืนมีแต่ความสุข บอกไม่ถูกนะว่ามันสุขอย่างไร เพราะพวกเราไม่เคยเห็น ภาวนานี่ ให้รู้ลงมาในกาย รู้ลงมาในใจ เรียนรู้ทุกข์ จนเห็นกายนี้เห็นใจนี้มันเป็นตัวทุกข์จริงๆ เลย ถ้าเห็นอย่างนี้แล้วก็คลายความยึดถือกาย ยึดถือใจได้ แล้วจะมีความความสุข
CD สวนสันติธรรม 19
500223B
นาทีที่ 1.46 – 6.06
เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓
ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่
สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่
ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่
คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่