Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

เรามีสติขึ้นมา เพื่อจะได้ตัดตอนชีวิตให้ขาดเป็นท่อนๆ


เรามีสติขึ้นมา เพื่อจะได้ตัดตอนชีวิตให้ขาดเป็นท่อนๆ

เรามีสติขึ้นมา เพื่อจะได้ตัดตอนชีวิตให้ขาดเป็นท่อนๆ

mp 3 (for download) : เรามีสติขึ้นมา เพื่อจะได้ตัดตอนชีวิตให้ขาดเป็นท่อนๆ

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์: เืบื้องต้นน่ะมันต้องตามรู้กาย ตามรู้ใจ  “ตามรู้” นะ

เพื่ออะไร? เพื่อให้เกิดสติ ตามรู้เพื่อให้จิตจำสภาวะได้ แล้วเกิดสติ

ฉะนั้นในสติปัฏฐาน ท่านถึงใช้คำเหมือนกันหมดเลย กายนุปัสสนา-การตามเห็นกาย  จิตตานุปัสสนา-การตามเห็นจิต  เป็นคนละส่วนกับขั้นที่ทำให้เิกิดปัญญา คนละส่วนกัน    ในสติปัฏฐานมีสองส่วน  ส่วนที่ทำให้เกิดสติ ตามเห็นกาย ตามเห็นเวทนา ตามเห็นจิต ตามเห็นมากๆแล้ว จิตจำสภาวะของรูปนามได้แม่น  พอรูปนามเคลื่อนไหวขึ้นมา สติเกิดเอง  เมื่อสติเกิดเองแล้ว คราวนี้มันไม่มีแล้ว สายกาย สายจิต เพราะสติเป็นอนัตตา บางทีสติระลึกรู้กาย บางทีก็ระลึกรู้ใจ ไ่ม่มีสายแล้ว   ฉะนั้นตอนสุดท้ายก็จะเหลือแต่ว่า ขณะนี้มีสติ หรือว่า ขณะนี้ขาดสติ

ทีนี้ มีสติขึ้นมาก็ไม่ใช่เพื่อว่าจะมีสติต่อเนื่อง สติเกิดขึ้นมาแล้วก็ดับไป แค่นั้นพอแล้ว  เรามีสติขึ้นมาเพื่ออะไร? เพื่อจะตัดตอนชีวิตของเราให้ขาดเป็นท่อนๆ แต่เดิมชีวิตของเรานี้เป็นอันเดียวรวดเลย คือหลงตลอดชาติเลย เราจะไม่รู้สึกตัวว่าหลง เราจะรู้สึกว่า เรามีอยู่จริงๆ  รู้สึกว่าจิตนี้เที่ยง จิตนี้คือตัวเรา เพราะว่าจิตมันหลง ไม่เคยขาดตอนลงไปให้เห็นเลย   เราฝึกจนสติเกิดนะ มันจะขาดตอนอัตโนมัติเลย  จิตที่หลงเกิดขึ้นแล้วดับไป จิตที่รู้สึกตัวเกิดแล้วดับไป  ฝึกอย่างนี้ ในที่สุดเห็นเลย จิตทั้งที่เผลอไป ที่ทั้งรู้สึกตัว ที่มีสติ ที่ไม่มีสติ ล้วนแต่เกิดแล้วดับ

เวลาเข้าใจแจ่มแจ้งในธรรมนี้ เข้าใจทั้งคู่เลย ไม่ใช่เอาอันหนึ่ง เกลียดอันหนึ่ง  ไม่ใช่เอาจิตที่มีีสติ เกลียดจิตที่ขาดสติ  เพียงแต่จิตที่มีสติเป็นแค่เครื่องอาศัยเท่านั้นเอง เพื่อจะได้เห็นไตรลักษณ์นั่นเอง  ท่านถึงบอกว่า ธรรมะเหมือนเรือ เป็นเครื่องอาศัย

ฉะนั้นเรามีสติขึ้นมา แว๊บ  เห็นเลย ชีวิตที่ขาดสติดับไปแล้ว มีสติอยู่ชั่วขณะ สติก็ดับอีก  ถัดไป จิตอาจจะมีสติหรืออาจจะขาดสติก็ได้ เราเลือกไม่ได้ โวฎฐัพพนจิตมันเลือก มีตัวหนึ่งเลือกแทนเรา เราเลือกไม่ได้  ฉะนั้นจิตจะมีสติ จิตจะขาดสติ ก็เลือกไม่ได้    ถ้าจิตมีสติขึ้นมาอีก มันก็จะระลึกได้ว่า เมื่อกี้มีสติอยู่ เมื่อกี้รู้สึกตัวแล้ว  ถ้าจิตดวงถัดมาไม่มีสติ มันก็เผลอไปอีก  แล้วเดี๋ยวมีจิตที่มีสติมาระลึกใหม่ อ้อเมื่อกี้เผลอไป  เมื่อกี้เผลอไป รู้สึกตัวแว๊บ เกิดโลภะแทรก กลัวเผลอ ไม่อยากเผลอ อยากจะรู้ตัว เพ่ง  เกิดการทำงานทางใจ ให้รู้ทันว่าทำงานทางใจแล้ว

ฉะนั้นรู้ลงปัจจุบันไปเรื่อยๆ เขาจะดัดแปลง เขาจะพลิกแพลงอย่างไร ตามรู้ไป  ตามรู้ไม่ใช่เพื่อเอาอันใดอันหนึ่ง หรือเพื่อปฏิเสธสิ่งใดสิ่งหนึ่ง  ไม่ได้เอาจิตที่มีสติ ไม่ได้ปฏิเสธจิตที่ขาดสติ  เพราะจิตที่มีสติและจิตที่ขาดสติสอนธรรมะเราอย่างเท่าเทียมกัน  เพียงแต่ต้องมีสติขึ้นมาเพื่อจะได้ตัดตอนชีวิตให้ขาดเป็นท่อนๆ อยู่ในช่องเล็กๆของปัจจุบัน ช่องเล็กๆ มันจะเห็นแต่ว่ามีความเกิดดับเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา  ถึงจุดที่แ่จ่มแจ้งก็จะรู้เลย ทุกสิ่งเกิดแล้วดับทั้งสิ้น ปัญญามันอยู่ตรงนี้ ไม่ใช่ว่าฝึกจนไม่มีความขาดสตินะ สติเป็นอนัตตา สั่งไม่ได้หรอก เกิดได้ก็ดับได้


สวนสันติธรรม
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๑๖
Track: ๑๑
File: 491123A.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๑๖ วินาทีที่ ๑๕ ถึง นาทีที่ ๑๙ วินาทีที่ ๔๗

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

(Visited 127 times, 1 visits today)

Comments are closed.