Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

โครงการหัวใจบริสุทธิ์ : เด็ก ม.4 เขียนถึงหลวงพ่อผู้มีแต่ให้


สวัสดีครับ กระผมชื่อ นายสมนึก  ……. อายุ 16 ปีครับ

นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4

.

กระผมเป็นบุคคลหนึ่งครับ ที่มีความศรัทธาอย่างสูงต่อหลวงพ่อปราโมทย์   ปาโมชโช  และ

ขอถือวิสาสะปวรณาตนเป็นศิษย์ของหลวงพ่ออีกคนหนึ่ง  หลวงพ่อเป็นผู้ที่ทำให้ผมรู้สึกโชคดีที่สุด

ที่ได้เกิดมาบนแผ่นดินของพระพุทธศาสนา  ศาสนาแห่งการที่จะดำเนินสู่ความพ้นทุกข์แห่งภัยของ

สังสารวัฎนี้    ซึ่งเมื่อก่อนนี้กระผมไม่ได้รู้สึกเช่นนี้เลยครับ ก่อนที่กระผมจะได้มาศึกษาปฎิบัติกับ

หลวงพ่อ ผมเห็นศาสนาพุทธ และธรรมะเป็นเรื่องที่น่าเบื่อ จะปฎิบัติไปทำไม ให้มันได้อะไร เพื่อ

อะไร  เพราะเมื่อก่อนผมก็ไม่ค่อยเชื่อเรื่องกฎแห่งกรรม ชาตินี้ ชาติหน้า ผลบุญ สักเท่าไร(เป็นความ

คิดส่วนตัวครับ ) กระผมเป็นคนที่จะเชื่อเรื่องอะไรมันจะต้องพิสูจน์ได้ และสามารถอธิบายได้ด้วย

หลักของเหตุและผล ไม่จมอยู่กับความงมงาย  จะต้องสามารถพิสูจน์ได้ตามหลักของวิทยาศาสตร์

ซึ่งผมคิดว่าเพื่อนๆ รุ่นเดียวอีกหลายๆคน ก็คงจะคิดเช่นเดียวกับผม ซึ่งแน่นอนที่เมื่อก่อนนี้ผมย่อม

เห็นว่าธรรมะ และพุทธศาสนารวมถึงศาสนาอื่นๆย่อมเป็นเรื่องที่ผมไม่ได้ศรัทธาสักเท่าไรนัก

เพราะมันไม่สามารถพิสูจน์ได้ หรือเห็นผลได้ แม้แต่การทำบุญ ก็ไม่แน่ใจว่าจะได้บุญจริงหรือปล่าว

และที่สำคัญภาพของพระพุทธศ่าสนาในหัวของผมมันก็เรื่องของไสยศสาสตร์ดีดีนี่เอง เพราะในวิถี

ชีวิตที่จะพบเห็นการปลุกเสกเครื่องรางของขลัง  พิธีกรรมต่อดวง สะเดาะเคราะห์ แทบทุกวัน และ

ยิ่งทุกวันนี้กระแสจาตุคามรามเทพมาแรงยิ่งทำให้เห็นภาพที่พระสงฆ์กระทำการที่ผมนั้นหมด

ศรัทธาอยู่เนืองๆ ทั้งการปลุกเสกเครื่องรางของขลัง การเข้าทรง การแสดงพฤติกรรมแปลกๆซึ่งไม่

ได้มอบปัญญาให้กับพุทธศาสนิกชนเลย  แต่การเปลี่ยนแปลงทางความคิดเละจิตใจครั้งยิ่ง

ใหญ่ที่สุดในชีวิตของผมก็เกิดขึ้น เมื่อผมได้รู้จักกับแนวทางการสอนของหลวงพ่อ(ตอนนั้นเมื่อ

ประมาณต้นปีที่แล้ว ผมอายุ 15 ปีครับ) หลวงพ่อได้เมตตานำหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าที่

แสนจะเรียบง่ายและธรรมดาแต่ให้ผลอันยิ่งใหญ่  ซึ่งเมื่อผมนำมาปฎิบัติแล้วทำให้เกิดการ

เปลี่ยนแปลงในชีวิตและสิ่งที่อัศจรรย์ คำว่าอัศจรรย์ไม่ได้หมายความว่าในเรื่องของการมีอิทธิฤทธิ์

ปาฎิหารย์อะไร มันคนละเรื่องกันอย่างสิ้นเชิงเลย แต่ที่ว่าอัศจรรย์คือการได้พบกับความจริงของชีวิต

และสัจธรรม ความเป็นไปของจิตใจและร่างกาย เมื่อได้เรียนรู้และศึกษาปฎิบัติก็ได้พบว่า ธรรมะเป็น

เรื่องที่ไม่น่าเบื่อ เป็นเรื่องที่สูงสุดแล้วในชีวิต เป็นเรื่องที่มากกว่าการทำบุญเป็นเรื่องที่หาคำใดใดมา

เปรียบไม่ได้ เพราะธรรมะเป็นสิ่งเดียวที่จะนำไปสู่หนทางแห่งการพ้นทุกข์ โดยไม่ต้องยึดติดกับ

ความงมงาย หรือยึดติดกับการบริจาคทานเพียงเพื่อหวังบุญซึ่งทำไปด้วยโลภะอันแรงกล้า ที่ผู้กระทำ

ส่วนใหญ่ไม่เคยรู้ตัวเลย หลวงพ่อปราโมทย์ได้เมตตาสั่งสอนในสิ่งที่เรียกว่าธรรมะแท้ ๆ ธรรมะที่

บริสุทธิ์ ธรรมะที่ไม่ได้เจือปนไปด้วยความเชื่ออย่างขาดปัญญา ธรรมะที่ไม่ได้เจือไปด้วยไสยศาสตร์

ธรรมะที่พร้อมต่อการพิสูจน์หากแม้นผู้นั้นนำไปปฎิบัติ เป็นหลักคำสอนของพระพุทธะเจ้าที่นำไปสู่

การมีชีวิตที่พ้นทุกข์

.

หลังจากที่ผมได้ศึกษาปฎิบัติตามวิธีการสอนของหลวงพ่อปราโมทย์แล้ว ทำให้ผมได้รู้ว่า

ธรรมะเป็นเรื่องเหตุผลอันลึกซึ้ง เป็นเรื่องที่ทนต่อการพิสูจน์ทุกกาลทุกสมัย สามารถพิสูจน์ได้ด้วย

หลักการทางวิทยาศาสตร์ หรือกระบวนการใดใดก็ตาม เพราะธรรมะเมื่อปฎิบัติแล้วก็ย่อมเห็นผลใน

ขณะนั้น และพบกับการปลี่ยนแปลง ณ ขณะนั้น คือการเจริญสติสัมปชัญญะ รู้สึกตัว เห็นอาการ

เคลื่อนไหวของร่างกายและการเปลี่ยนแปลงของจิตใจ มองลงไปในแง่ที่ว่ามันเป็นอนิจจัง ทุกขัง

และอนัตตา แล้วจะพบกับความจริงของกายและใจ คนอื่นอาจจะบอกว่าหลวงพ่อสอนผิดบ้าง หรือ

สอนไม่ถูกต้องบ้าง ในความคิดของผม เชื่อว่าหากเราลองปฎิบัติด้วยใจที่วางทิฎฐิลงได้ โดยไม่มัวมา

ถกเถียงกัน ก็จะพบว่าคำสอนนั้นถูกต้องแล้วเพราะหากเรามัวแต่ถกเถียงแต่ไม่เคยได้ฝึกปฎิบัติสัก

ครั้งเลย หรือฝึกแล้วเกิดความย่อท้อ ไม่สามารถฝึกปฎิบัติต่อได้ ทำแล้วไม่เกิดการพัฒนาก็หาข้ออ้าง

ว่า วิธีนี้เป็นวิธีที่ผิดบ้าง ไม่ถูกต้องบ้าง ซึ่งจะเป็นการปิดกั้นเส้นทางแห่งการพ้นทุกข์ของตัวเองเสีย

ปล่าวๆ(ในความคิดส่วนตัวของกระผมนะครับ) กระผมไม่ค่อยได้สนใจข่าวสักเท่าไรนัก หรือไปถก

เถียงกับใคร เพราะหากเราภาวนาแล้วก็จะมีสติอยู่เนืองๆ ไม่ค่อยไหวติงกับข่าวพวกนี้ ด้วยเป้าหมาย

ของพวกเราเมื่อเปรียบเทียบกับข่าวพวกนี้แล้วมันเป็นเรื่องเล็กน้อยมาก ผมหมั่นภาวนาดูกาย ดูใจ

อยู่เนืองๆจนถึงวันนี้ผมสัมผัสได้ถึงความสุขของชีวิต เนื่องจากการที่มีจิตที่เข้มแข็ง ไม่หมกมุ่นหรือ

เผลอไปยึดติดอยู่กับความทุกข์ และชีวิตจิตใจได้เปลี่ยนเป็นคนละคนแล้วครับ

.

สุดท้ายนี้กระผมขอกราบขอบพระคุณอย่างใจที่เคารพอย่างสูงในความเมตตาของหลวงพ่อ

ปราโมทย์ ปาโมชโชที่ทำให้ผมได้รู้จักและรักในพระพุทธศาสนา ที่ทำให้ผมได้มีวันนี้ หลวงพ่อทำให้

ผมก้มลงกราบคุณของพระพุทธเจ้าด้วยใจที่เคารพอย่างสูงโดยไม่มีข้อกังกาใดใด ในคำสอนของ

พุทธะองค์  หลวงพ่อทำให้ผมมองธรรมะว่าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเพราะมันคือเรื่องของกายและใจ

ของเรานั่นเอง ทุกวันนี้ชีวิตผมมีความสุขขึ้นและอยู่ร่วมกับความทุกข์ได้ด้วยใจที่ทุกข์น้อยลงและ

เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากก็เพราะหลวงพ่อ กระผมขอกราบขอบพระคุณมากครับ

.

สุปฎิปันโน  ภควโต  สาวกสังโฆ  สังฆังนะมามิ

พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า ปฎิบัติดีแล้ว ข้าพเจ้าขอนอบน้อมแด่พระสงฆ์ผู้นั้น

ปล.ข้อความดังกล่าวทั้งหมดเป็นข้อความที่เกิดจากความคิดเห็นและความรู้สึกส่วนตัวรวมถึงข้อ

เท็จจริงที่เกิดขึ้นกับตัวกระผมเองครับ ไม่เกี่ยวข้องกับผู้ใด หรือใครสั่งให้เขียนทั้งนั้น แต่มันเกิดจาก

จิตที่ศรัทธาในหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชโช ที่ทำให้ผมค้นพบกับสิ่งล้ำค่าที่สุดในชีวิตของผมครับ

นายสมนึก

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

(Visited 99 times, 1 visits today)

Comments are closed.