Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

โครงการหัวใจบริสุทธิ์ : ความในใจของแม่บ้านจบ ป.4


ความในใจของแม่บ้านจบ ป.4

เคยคิดอยู่บ่อย ๆ ว่าอยากเขียนบรรยายความรู้สึกขอบคุณ  ที่ได้เรียนกับหลวงพ่อปราโมทย์   แต่ไม่มีโอกาส  และ บางอย่างที่จะเขียนก็ยังไม่สามารถที่จะเปิดเผยได้   ต้องขอขอบคุณที่ำมีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น  ทำให้เราได้มีโอกาสกล่าวคำขอบพระคุณหลวงพ่อจากใจจริงของลูกศิษย์จน ๆ คนหนึ่ง  เราได้ซาบซึ้งถึงคำว่า  ศรัทธาในบุคคล กับศรัทธาในคำสอนนั้นแตกต่างกันอย่างไร

เราเคยศรัทธาและชื่นชมบุคคลหลาย ๆ คน ในกลุ่มผู้ที่ได้ออกมาร้องเรียนต่อหลวงพ่อ  เคยชอบใจและชื่นชมในผลงานการเขียน  ชื่นชมในการเป็นคนรวยแล้วแบ่งปันโอกาสให้คนอื่น  เราได้แต่คิดว่า  เขาทำได้อย่างไร  เราจึงตั้งใจเป็นคนดีตามเขา  ยิ่งได้รู้ว่าเขาเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อ ทำให้เราศรัทธามากยิ่งขึ้น  เคยติดตามผลงานและขอลายเซ็น   ยิ่งมีโอกาสได้ช่วยงานเ็ล็ก ๆ น้อย ๆ  ได้พูดคุย  ก็ยิ่งประทับใจที่เขาเปิดโอกาสให้เรา

ความประทับใจนี้ทำให้เราดีใจมาก เมื่อรู้ว่าจะได้มีโอกาสได้ไปทำบุญที่สวนสันติธรรมในวันที่เปิดวัดวันแรก  เรารีบไป  ขอให้ได้มีโอกาสทำบุญ  บุญที่เราทำไม่ได้ใช้เงิน  แต่ได้ใช้แรงเข้าช่วย  ตื่นเต้นตกใจ  ทำไมคนมากขนาดนี้  ตอนนั้นยังไม่รู้จักหลวงพ่อ  คิดว่าเป็นการเปิดวัดธรรมดา  แค่ไปทำบุญแล้วก็กลับ  ไปด้วยแรงศรัทธาในตัวผู้อื่นจริง ๆ

ครั้งที่สอง  ไปปลูกต้นโพธิ์  ได้ฟังเทศน์เต็มที่เป็นครั้งแรก   แต่ไม่เข้าใจ  (ครั้งแรกไม่ได้ตั้งใจฟัง  เพราะมัวแต่ตื่นเต้นคนเยอะ)  เพราะตั้งใจไปทำแต่บุญ  เกิดมาจน  คิดว่าทำบุญมาก ๆ แล้วจะรวย  ครั้งที่สาม  ขอตามเพื่อนที่ไปกราบหลวงพ่อด้วย  เจตนาคิดว่าไปทำบุญ  แต่พอเข้าไปนั่งฟัง  กลับแปลกใจว่าหลวงพ่อสอนอะไร  ทำไมคนตั้งใจฟัง  ไม่พูดไม่คุยกันเหมือนที่อื่น   และมีการส่งการบ้านด้วย  อ้าว…ทำสมาธิภาวนา  เขาทำกันอย่างนี้เหรอ  งั้นเราก็ทำได้น่ะสิ  ไม่ต้องไปอยู่ที่อื่นก็ทำได้  กลับมาบ้านก็พุทโธตลอด  ล้างจาน กวาดบ้าน ถูบ้าน   อ้าว…ทำไมพุทโธหายไป  หายอยู่เรื่อย ๆ  บังคับอย่างไรก็ไม่อยู่ เผลอเป็นคิด  มันเริ่มทำให้ได้คิด เริ่มเข้าใจคำสอนมากขึ้น  ตั้งใจที่จะเรียนรู้มากขึ้น  ปกติทำสมาธิไม่ได้  แต่อยู่ ๆ ก็เกิดเหตุการณ์ที่นึกไม่ถึง  ตอนนั่งฟังธรรมอยู่  อยู่ ๆ จิตก็รวมกลางศาลา  รอบ ๆ ตัวหายไปหมด    ทำให้เริ่มเชื่อมั่นและศรัทธาในคำสอนมากขึ้นเรื่อย ๆ

จากคนที่นั่งสมาธิได้ไม่ถึง 5 นาที  ค่อย ๆ ทำจนได้ถึง 30-40 นาที  โดยไม่รวมเวลาที่สวดมนต์  เดินจงกรมได้ครั้งละ 1 ชั่วโมง หรือมากกว่านั้น  จากที่สวดมนต์บ้าง  ไม่สวดมนต์บ้าง  กลับมาสวดได้เช้าเย็นทุกวัน  ขอยืนยันว่า  มันค่อยเป็นค่อยไปจริง ๆ เพราะหลวงพ่อท่านจะให้รักษาวินัย  ค่อย ๆ ให้การบ้านทีละคน  ไม่ได้ให้เหมือนกันหมด โดยส่วนตัว หลวงพ่อจะเตือนเรื่องหน้าที่และการไม่เอาจริงเรื่องปฏิบัติ  ทำให้เราได้หันมาสำรวจตัวเองว่าเราย่อหย่อนตรงไหน  โดยทางโลก เรื่องหน้าที่  ท่านย้ำกับเรา  แรก ๆ ก็งง  แต่พอเจอปัญหาในชีวิต  ทำให้เราเข้าใจหน้าที่ของความเป็นแม่  ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น  เราต้องทำหน้าที่ของเราให้ดีี่ที่สุด

คำสอนทางธรรมที่หลวงพ่อสอน   ทำให้เรานำมาใช้ในทางโลกได้อย่างไม่มีติดขัด  การมีสติ  การได้รู้ตามความเป็นจริง  ทำให้เรายอมรับความจริงกับสิ่งที่เกิดขึ้น  มีสติในการแก้ปัญหาให้่ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี  มีจิตใจที่เข้มแข็ง  ในแง่การปฏิบัติ   ท่านเตือนเรื่องการไม่เอาจริง ทำให้เราคอยสำรวจตัวเองอยู่เรื่อย ๆ ได้เห็นว่าเรายังไม่เอาจริง   จริง ๆ   ทั้งที่ทำเหตุเพิ่มอยู่เรื่อย ๆ  จากการที่สังเกตละเอียดขึ้นไป  จะมองเห็นว่า  ถ้าเราเผลอ เราจะตามใจกิเลสทันที  เวลามันครอบงำขึ้นมา  เราจะหน้ามืดตามัว  กลับไปทำนิสัยเดิม ๆ แต่ถ้าเราสังเกตคอยตามรู้ตามดูและมีวินัยในการทำรูปแบบ  เราจะทัน และค่อย ๆ ละกิเลสแรง ๆ ไปได้เรือย ๆ โดยที่เราจะรู้ได้ด้วยตัวเราเอง

คำสอนที่ได้ผลกับตัวเอง  ทำให้เราไม่หวั่นไหว  ไม่คลอนแคลนในคำหลวงพอ  ส่วนการศรัทธาตัวบุคคล  เราเริ่มงง    เพราะเท่าที่เราเคยรู้ การปฏิบัติตามแนวทางของพระพุทธเจ้า  ต้องมีให้อภัย  เสียสละ  ละออก  ยอมรับความจริง  นิ่ง ไม่โต้ตอบ  แต่สิ่งที่หลายคนกำลังทำ  ทำให้เราค่อย ๆ เสื่อมศรัทธาลงเรื่อย ๆ แต่แปลกที่เราไม่เสื่อมศรัทธาในศาสนา  ยิ่งทำใ้ห้เราเห็นโทษในการเกิดไม่รู้จบ   ลึก ๆ ลงไป  เราเห็นความภูมิใจในการเป็นคนจน  ที่มีกิเลสอยากทำแต่ความดี  เพื่อเกิดใหม่จะได้ไม่ลำบาก  แต่ตอนนี้รู้แล้วว่ามันน่ากลัวทั้งนั้น

เกิดเหตุการณ์ครั้งนี้  ได้เห็นความจริงขึ้นมาอีกอย่างหนึ่งคือ  ทุกครั้งที่โต้เุีถียงกับคนอื่นหรือคนใกล้ตัว  หรืออธิบายให้คนอื่นเข้าใจว่าเราถูก  ก็ล้วนเป็นการรักตัวเอง  ไม่อยากให้ใครว่าเราไม่ดี  เสียหน้าถ้าเขาเข้าใจผิด  แต่หลวงพ่อสอนให้เราเห็น  มันทำให้เราหนักแน่น มั่นคง  ไม่หวั่นไหว ใจตั้งมั่น ภูมิใจที่ได้เกิดในศาสนาพุทธ  มีโอกาสได้เป็นลูกศิษย์หลวงพ่อปราโมทย์  ที่สอนให้เรารู้จักการละวาง

ยังมีอีกคนที่เราขอกราบขอบพระคุณ  นั่นคือคุณแม่ชีอรนุช  ที่ท่านคอยให้กำลังใจทุกครั้งที่มีปัญหา ไม่ว่าทางโลกหรือทางธรรม  ความอบอุ่นร่มเย็นของแม่  ทำให้เรามีกำลังใจที่จะต่อสู้ต่อไป  ไม่ว่าทางโลกหรือทางธรรม  จะขอปฏิบัติบูชาจนกว่าจะไม่ต้องเกิดอีกต่อไปในสังสารวัฏนี้

เรื่องของแม่บุญมา

ขอเล่าเรื่องของแม่บุญมา  พงษ์จินดา  อายุ 75 ปี  ป่วยเป็นโรคเบาหวาน  เส้นเลือดสมองตีบ  เป็นอัมพฤกษ์ที่โคนลิ้น  พูดไม่ชัด  แขนยกไม่ขึ้นไปหนึ่งข้าง  แม่นั่งรถมาจากชุมพร  เพื่อมาแสดงพลังบริสุทธิ์ต่อองค์หลวงพ่อถึงศรีราชา  มาเองโดยไม่ต้องให้ไปรับที่สายใต้  แม่เข้มแข็งมาก  พอทราบข่าว  แม่ก็รีบบอกว่าอยากมา  ปกติแม่จะไม่ค่อยได้ดูข่าว  เราบอกน้อง ๆ ไปว่า  ไม่ต้องเล่าให้แม่รู้  แต่แม่ก็รู้จนได้  แม่ร้องไ้ห้  โทรมาบอกว่าสงสารหลวงพ่อ  เราก็บอกไปว่า  ไม่ต้องสงสารหรอก  หลวงพ่อปกติดี  ลูกยังไปกราบหลวงพ่อเหมือนเดิม  แม่เลยบอกว่าอยากมาที่สวนฯ   เราก็ไม่ค่อยมีเงิน  สามีของเพื่อน  ที่เป็นลูกศิษย์หลวงพ่อด้วยกัน  ตัวเองก็กำลังป่วยอยู่  ขอออกค่ารถใ้ห้แม่มากราบหลวงพ่อ  ต้องขอโมทนาด้วย

สาเหตุที่แม่ดั้นด้นมาด้วยตัวเอง  ด้วยวัยชราและป่วยอยู่  โดยที่เราไม่ได้ไปรับ  เป็นเพราะแม่เคยมาฟังธรรมหลวงพ่อและนำไปปฏิบัติได้ผล  แม่ป่วยมาเกือบ 4 ปีแล้ว  ตอนแม่ป่วยใหม่ ๆ แม่อยากตาย  เคยคิดจะเดินให้รถชนตายด้วยซ้ำ  เพราะแม่พูดกับคนอื่นไม่รู้เรื่อง  พอเราทราบ  ก็พยายามดึงแม่มาฟังธรรม  มาได้ปีละ 1 ครั้ง  ครั้งละแค่ 1 เดือน  แล้วก็เอาซีดีกลับไปฟังที่บ้าน  ปีแรกแม่หงุดหงิดมาก  ฟังไม่เข้าใจ  แต่ขอนั่งแถวหน้า ๆ เพราะบอกว่าได้ยินเสียงหลวงพ่อแล้วสบายใจ  ปีที่สอง  แม่เริ่มสนใจมากขึ้น  เริ่มถามว่า กิเลสเป็นยังไง  ทำไมหลวงพ่อตอบได้หมดทุกเรื่อง  เราก็ได้อธิบายเท่าที่เราพอรู้ให้แม่ฟัง  แล้วบอกให้พี่สาวที่มากับแม่กลับไปทำบ้าง  แม่บอกว่าหลวงพ่อสั่งไม่ให้ทำอะไร  ให้รู้เฉย ๆ   เอ๊ะ… แม่เราทำได้แล้วนี่นา

ทุกวันนี้  แม่สวดมนต์ไหว้พระด้วยการฟังซีดีเสียงสวด (เพราะแม่สวดเองไม่คล่อง)  และทำสมาธิทุกวัน  ขอยืนยัน  แม่ไม่ได้อ่อนแออย่างที่มีคนกล่าวหาว่าลูกศิษย์หลวงพ่อ  แม่ไม่ได้ต้องมาหาหลวงพ่อด้วยตัวเอง  แม่แค่มีรูปหลวงพ่อไว้เคารพบนหัวเตียง  แต่ก็ปฏิบัติตามสิ่งที่หลวงพ่อสอนจนอาการที่ป่วยดีขึ้นมาก  แขนที่ชายกไม่ขึ้น  ก็ค่อย ๆ หายไป  พูดได้ชัดและยาวขึ้น   ทางด้านจิตใจก็แจ่มใสเบิกบานขึ้น  หงุดหงิดน้อยลง  มีศีล 5 มั่นคง  กลัวบาปมากขึ้น  และยังใส่บาตรทุกวัน  มีศรัทธาในศาสนามากขึ้น

จริง ๆ แม่แ่ค่อยากทำดี  เพื่อได้ไปสวรรค์  แต่สิ่งที่แม่ทำตอนนี้  ทำให้เราเชื่อว่า  แม่ได้ไปไกลกว่าสวรรค์อีก   ถ้าแม่ตามรู้กายรู้ใจไปได้แบบนี้  เป็นความภูมิใจของเราที่สามารถดึงแม่มาเรียนธรรมได้  ภูมิใจว่าได้ทดแทนพระคุณของท่านได้อย่างดีที่สุดแล้ว

โดยคุณมณี  (แม่บ้านจบ ป.4)

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

(Visited 106 times, 1 visits today)

Comments are closed.