Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

ประกาศสวนสันติธรรม : เรื่องบัญชีเงินฝากของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช


ประกาศสวนสันติธรรม
เรื่องบัญชีเงินฝากของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
และอุบาสิกาอรนุช สันตยากร
วันที่ 15 ตุลาคม 2553

ตามที่มีสื่อมวลชนบางสำนักเสนอข่าวว่า เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษได้ตรวจพบบัญชีเงินฝากของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช และอุบาสิกาอรนุช สันตยากร เพิ่มเติมอีก 15 บัญชีซึ่งเป็นบัญชีที่มีการปกปิดไว้และไม่ได้มีการชี้แจงก่อนหน้านั้น
สวนสันติธรรมขอให้ข้อเท็จจริงดังนี้

1.  การร้องเรียนต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษมีขึ้น 2 ครั้ง โดยครั้งแรกเป็นเรื่องบัญชีของสวนสันติธรรมและการถือครองที่ดิน (ไม่มีการร้องเรียนเรื่องบัญชีส่วนตัว) สวนสันติธรรมได้ส่งมอบบัญชีของสวนสันติธรรมทั้งหมดต่อเจ้าพนักงาน และการที่ทนายความซึ่งเป็นผู้แทนของสวนสันติธรรมได้ยืนยันว่า ได้แสดงบัญชีเงินฝากทั้งหมดของสวนสันติธรรมต่อส่วนราชการที่เกี่ยวข้องแล้ว เป็นการกล่าวที่ตรงต่อข้อเท็จจริง เพราะได้แสดงบัญชีทั้งหมดของสวนสันติธรรมแล้วจริง ต่อมาภายหลังจึงมีการร้องเรียนเพิ่มเติมในเรื่องบัญชีส่วนตัว ซึ่งเป็นเรื่องต่างกรรมต่างวาระกัน และสวนสันติธรรมก็ให้ความร่วมมือในการส่งมอบข้อมูลให้กับเจ้าพนักงานด้วยความยินดี เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2553 และไม่ใช่เรื่องที่กรมสอบสวนคดีพิเศษมาตรวจพบบัญชีที่ปกปิดอยู่แต่อย่างใด

2.  สวนสันติธรรมไม่เคยปกปิดเรื่องที่มีบัญชีเงินฝากของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช และอุบาสิกาอรนุช สันตยากร และได้แสดงความพร้อมที่จะเปิดเผยให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องตรวจสอบได้เสมอ ตามประกาศสวนสันติธรรม เรื่องการกล่าวหาว่าหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ยักยอกปัจจัยบูชาธรรมจากบัญชีของสวนสันติธรรม ลงวันที่ 1 ตุลาคม 2553 และก่อนหน้านั้นหลวงพ่อปราโมทย์ก็เคยกล่าวต่ออดีตกรรมการสวนสันติธรรมและสาธุชนที่เข้าไปฟังธรรมอยู่เสมอว่า หลวงพ่อมีปัจจัยที่ญาติโยมถวายเป็นการส่วนตัวอยู่จำนวนหนึ่ง ซึ่งอาจนำไปสร้างสถานที่ปฏิบัติธรรมในอนาคต หรือเพื่อใช้สร้างเจดีย์และพิพิธภัณฑ์ในสวนสันติธรรม (ในขณะนั้นยังไม่มีแนวความคิดที่จะตั้งสวนสันติธรรมให้เป็นวัด) และเพื่อสร้างอุโบสถและเจดีย์ (เมื่อมีแนวความคิดที่จะตั้งวัดแล้วตั้งแต่มกราคม 2553) เรื่องที่หลวงพ่อปราโมทย์มีปัจจัยส่วนตัวเก็บไว้นี้ กระทั่งอดีตกรรมการที่ลาออกไปก็ทราบเรื่อง (ต่อมามีการบิดเบือนประเด็นเป็นเรื่องที่ว่า หลวงพ่อปราโมทย์เก็บปัจจัยไว้เพื่อจะลาสิกขาออกไปครองเรือนในอนาคต)

3.  การออกข่าวว่าหลวงพ่อปราโมทย์มีบัญชีลับถึง 15 บัญชีนั้น เป็นการนำเสนอข่าวที่ไม่ตรงตามความเป็นจริง และกลายเป็นประเด็นที่ถูกนำมาใช้กล่าวหาทำลายชื่อเสียงของหลวงพ่อปราโมทย์ เช่นเดียวกับการกล่าวหาในกรณีอื่นๆ นั่นเอง แท้จริงบัญชีปัจจัยของหลวงพ่อปราโมทย์ มีเพียง 4 บัญชี (เป็นชื่อของอุบาสิกาอรนุช 3 บัญชี และชื่อของหลวงพ่อปราโมทย์ 1 บัญชี) คือ
3.1 บัญชีออมทรัพย์ธนาคารกสิกรไทย สาขาศรีราชา หมายเลขบัญชี 172-2-15196-6 จำนวนเงินประมาณ 4 แสนบาท บัญชีนี้เป็นบัญชีที่ใช้เก็บปัจจัยเพื่อใช้เป็นเงินรายจ่ายฉุกเฉินของหลวงพ่อปราโมทย์ หรือของสวนสันติธรรม (หากจะมีขึ้น) แต่หากยังไม่มีการใช้จ่ายในช่วงนั้น ก็จะมีการตัดเงินฝากจากบัญชีนี้เข้าบัญชีเงินฝากประจำต่อไป
3.2 บัญชีออมทรัพย์ธนาคารกสิกรไทย สาขาศรีราชา หมายเลขบัญชี 172-2-28565-2 ในชื่อของหลวงพ่อปราโมทย์เอง จำนวนเงินประมาณ 3.6 แสนบาท ทั้งนี้จำเป็นต้องใช้ชื่อหลวงพ่อปราโมทย์ เพื่อรับเงินบริจาคในรูปของเช็คขีดคร่อม ซึ่งสั่งจ่ายในนามของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโชโดยตรง
3.3  บัญชีฝากประจำ 3 เดือน ธนาคารกสิกรไทย สาขาศรีราชา มีบัญชีเดียวแต่มียอดฝาก 2 ครั้ง จึงมี 2 หมายเลข ได้แก่ 172-3-008866-2/12 และ 172-3-008866-2/14 จำนวนเงินรวมกันประมาณ 5.5 ล้านบาท
3.4  บัญชีฝากประจำ 12 เดือน ธนาคารออมสิน สาขาศรีราชา หมายเลขบัญชี 03-2102-34-006947-4 จำนวนเงินประมาณ 2 แสนบาท

4.  นอกเหนือจากบัญชีเงินฝากเหล่านี้แล้ว ยังมีสลากออมสินจำนวน 9 ล้านบาท และพันธบัตรรัฐบาลจำนวน 17 ล้านบาท เหตุที่มีการซื้อสลากออมสินและพันธบัตรรัฐบาล ก็เพื่อกระจายความเสี่ยงของเงินฝาก ซึ่งหลวงพ่อปราโมทย์ถือว่าเป็นเงินที่ต้องดูแลรักษา เพื่อใช้ทำประโยชน์ของพระศาสนาในอนาคตให้สมค่าที่สาธุชนทั้งหลายได้ถวายมา ปัจจัยเหล่านี้หลวงพ่อปราโมทย์จะนำไปใช้ส่วนตัวก็ได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วท่านนำไปใช้น้อยมาก เพราะหลวงพ่อปราโมทย์ท่านดำรงชีวิตด้วยความเรียบง่ายมาโดยตลอด

5. ปัจจัยทั้งของสวนสันติธรรมและของหลวงพ่อปราโมทย์มีที่มา และแยกกันชัดเจนระหว่างเงินบริจาคของสวนสันติธรรมและของหลวงพ่อปราโมทย์ ทั้งนี้เงินบริจาคทั้งหมดที่อยู่ในบัญชีเงินฝาก สลากออมสิน และพันธบัตรรัฐบาลนั้น เป็นเงินบริจาคที่มีการถวายหลวงพ่อปราโมทย์โดยตรง ซึ่งมีที่มา 3 ช่องทางดังนี้
5.1 จากตู้รับบริจาค ถวายหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ซึ่งตู้แยกกันชัดเจนจากตู้รับบริจาคของสวนสันติธรรม
5.2 จากปัจจัยถวายกัณฑ์เทศน์หลวงพ่อปราโมทย์ เมื่อไปแสดงธรรมในสถานที่ต่าง ๆ
5.3 จากผู้มีจิตศรัทธาที่ถวายหลวงพ่อปราโมทย์โดยตรง
(กรณีนี้ก็มีความพยายามบิดเบือนข้อเท็จจริง ว่าเงินดังกล่าวเป็นของวัด ไม่ใช่ของพระภิกษุ เพื่อหาเรื่องกล่าวร้ายต่อหลวงพ่อปราโมทย์อีกเช่นกัน)

6. ยอดเงินของสวนสันติธรรมและของหลวงพ่อปราโมทย์ แม้จะดูว่ามีมากในความรู้สึกของบุคคลทั่วไป แต่ในความเป็นจริงแล้วยังจัดว่าไม่มาก เมื่อพิจารณาในประเด็นต่อไปนี้
6.1 โครงการใช้จ่ายที่มีอยู่ เช่น การขยายพื้นที่ การเพิ่มเสนาสนะ การสร้างอุโบสถ การสร้างเจดีย์ และพิพิธภัณฑ์ นอกจากนี้ในระยะยาว หลวงพ่อปราโมทย์ยังมีโครงการที่จะปลูกป่ารอบๆ สวนสันติธรรม และการช่วยเหลือโรงพยาบาลของรัฐบางแห่ง แต่เรื่องเหล่านี้ยังไม่สามารถประกาศออกมาได้ เพราะมีทุนจำกัดอย่างยิ่ง เนื่องจากหลวงพ่อปราโมทย์ไม่เคยเรี่ยไร หรือเรียกรับเงินที่มีผู้ปวารณาจะให้แล้วก็ตาม ประกอบกับสานุศิษย์ส่วนใหญ่เป็นคนชั้นกลางหรือมนุษย์เงินเดือน ซึ่งหลวงพ่อปราโมทย์มีความเห็นอกเห็นใจในการครองชีพ ไม่ต้องการให้ต้องรับภาระโครงการต่างๆ ของสวนสันติธรรมและของหลวงพ่อปราโมทย์ ท่านจึงพยายามอดออมและเก็บปัจจัยไว้เพื่อการทำงานในอนาคต
6.2 หากเทียบกับวัดทั่วไปที่มีกิจกรรมทางสังคมมากๆ แล้ว ปัจจัยที่สวนสันติธรรมและหลวงพ่อปราโมทย์มีอยู่ ยังจัดว่ามีจำนวนน้อยกว่ามาก แต่สวนสันติธรรมและหลวงพ่อปราโมทย์ ก็ไม่ได้ดิ้นรนที่จะแสวงหาปัจจัยเพิ่มเติม นอกเหนือจากที่ได้โดยชอบธรรมเท่านั้น

7. นอกเหนือจากปัจจัยของหลวงพ่อปราโมทย์แล้ว อุบาสิกาอรนุชยังมีเงินเก็บส่วนตัวอีกจำนวนหนึ่ง เพราะในสมัยที่ยังเป็นฆราวาส ทั้งนายปราโมทย์และนางอรนุช สันตยากร ต่างก็เป็นเจ้าหน้าที่ระดับบริหารขององค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย เฉพาะนายปราโมทย์เองก็มีรายได้ในระดับอธิบดีของกระทรวงทบวงกรมต่างๆ ไม่ได้อดอยากยากแค้นดังที่มีผู้พยายามกล่าวหาแต่อย่างใด แม้แต่ญาติธรรมที่เข้าไปศึกษาธรรมะด้วย ยังได้รับการเลี้ยงอาหารด้วยเสมอๆ และการออกบวชก็กระทำด้วยความศรัทธา ไม่ใช่ออกบวชเพื่อหาเงินเลี้ยงชีพดังที่ถูกกล่าวหา อนึ่งนอกจากเงินส่วนตัวเดิมแล้ว ยังได้ขายที่ดินและทรัพย์สินที่มีอยู่ (บางส่วนก็ยกให้ญาติมิตร) อุบาสิกาอรนุชจึงมีเงินพอที่จะดำรงชีวิตอยู่ได้ นอกจากนี้ในแต่ละวันยังได้รับเงินและสิ่งของบริจาคจากญาติโยมทั้งหลายเนืองๆ ซึ่งส่วนหนึ่งก็นำไปทำบุญต่อไปอีก ทั้งนี้ข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีของอุบาสิกาอรนุช ก็ได้ส่งให้เจ้าหน้าที่ของกรมสอบสวนคดีพิเศษแล้วเช่นกัน

8. สวนสันติธรรมขอแจ้งให้ทราบเพิ่มเติมอีก 2 เรื่องคือ
8.1 ทรัพย์สินทั้งหมดของสวนสันติธรรมยังมีที่ดินอีกแปลงหนึ่งหน้าสวนสันติธรรม เนื้อที่ 20 ไร่เศษ และได้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่ของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จังหวัดชลบุรีไว้แล้วว่า เมื่อใดที่ได้รับอนุมัติให้ตั้งวัด อุบาสิกาอรนุชจะโอนที่ดินดังกล่าวให้วัดด้วย
ส่วนเหตุผลที่ไม่ได้ทำสัญญายกที่ดินแปลงนี้กับนายอำเภอศรีราชา เช่นเดียวกับที่ดินแปลงหลักของสวนสันติธรรม ก็เพราะเป็นที่ดินที่มีชื่อร่วมของหลายเจ้าของ หนึ่งในจำนวนนั้นคือคุณฐิตินาถ และยังไม่สามารถแบ่งแยกเอกสารสิทธิ์ได้
8.2 กรณีที่มีผู้หยิบยกประเด็นที่นายปราโมทย์ไม่ได้จดทะเบียนหย่ากับนางอรนุช สันตยากรก่อนบวชมาโจมตีนั้น ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่เป็นการกล่าวร้ายอย่างเลื่อนลอย เพราะในความเป็นจริงทั้งด้านพระธรรมวินัยและกฎหมาย ไม่ได้กำหนดว่าฝ่ายชายจะต้องหย่าขาดจากภรรยาก่อนบวช และพระภิกษุจำนวนมากที่มีครอบครัวก่อนอุปสมบท ก็ไม่ได้หย่าขาดตามกฏหมายจากภรรยาเช่นกัน แต่เป็นการหย่าขาดจากกันตามจารีตประเพณี อย่างไรก็ตามเพื่อลดความกังขาตลอดจนการนำประเด็นดังกล่าวไปบิดเบือนในอนาคต และเพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย หลวงพ่อปราโมทย์จะดำเนินการจดทะเบียนหย่ากับอุบาสิกาอรนุชต่อไป

9. ตลอดเวลาที่ผ่านมากว่า 2 ปี หลวงพ่อปราโมทย์ถูกใส่ร้ายโจมตีอยู่ตลอดเวลา ด้วยเรื่องที่ขาดเหตุผลทั้งด้านข้อเท็จจริง พระธรรมวินัย และกฎหมาย และเรื่องใดที่ข้อเท็จจริงปรากฏออกมาแล้ว ก็จะพบว่าล้วนแต่เป็นการสร้างเรื่องใส่ร้ายทั้งสิ้น อย่างไรก็ตามยังมีอีกหลายเรื่องที่ยังขาดความชัดเจน ทำให้สื่อมวลชนและสาธารณชนคลางแคลงในหลวงพ่อปราโมทย์ เช่น เรื่องเหตุผลที่คุณฐิตินาถไม่พอใจหลวงพ่อปราโมทย์เป็นการส่วนตัว เรื่องที่กรรมการสวนสันติธรรม 5 คนลาออกพร้อมกันแล้วหันมาโจมตีหลวงพ่อปราโมทย์ เรื่องบุคคลและเบื้องหลังของขบวนการโจมตีหลวงพ่อปราโมทย์ และเรื่องความถูกผิดเกี่ยวกับคำสอนของหลวงพ่อปราโมทย์ เป็นต้น

การที่หลวงพ่อปราโมทย์สงบนิ่ง (ทั้งที่นักกฎหมายแนะนำว่าสามารถดำเนินคดีตามกฎหมายได้) และทนรับการดูหมิ่นเหยียดหยามจากสังคมมาโดยตลอดหลายปีนั้น ไม่ใช่เพราะไม่สามารถอธิบายความจริงได้ เพราะทุกเรื่องสามารถอธิบายปัญหาและที่มาได้ทั้งสิ้น แต่เป็นเพราะหลวงพ่อปราโมทย์ไม่ต้องการสร้างความร้าวฉานในวงการของชาวพุทธ และไม่ต้องการเปิดเผยเรื่องที่อาจสร้างความเสียหายให้ผู้อื่น แม้ผู้นั้นจะเป็นผู้ที่เคลื่อนไหวโจมตีหลวงพ่อปราโมทย์อย่างรุนแรงเพียงใดก็ตาม สิ่งที่หลวงพ่อปราโมทย์กระทำให้กับบุคคลเหล่านี้ ก็คือการให้อโหสิกรรมกับทุกคนเท่านั้น

อ้างอิงประกาศสวนสันติธรรมวันที่ 1 ตุลาคม 2553 http://wimutti.net/forum/index.php?topic=3888.0

อ้างอิง : http://wimutti.net/forum/index.php?topic=3959.0

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

(Visited 204 times, 3 visits today)

Comments are closed.