Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

จุดประสงค์ของการตรวจการบ้าน


mp3 for download: จุดประสงค์ของการตรวจการบ้าน

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

การบ้าน

การบ้าน

หลวงพ่อปราโมทย์: เอ้า ต่อไป ตรวจการบ้าน เวลาตรวจการบ้านเนี่ยนะ เป็นการทดสอบเรา ว่าเราเข้าใจหลักของการปฎิบัติแม่นหรือเปล่า หรือคลาดเคลื่อน สิ่งที่คลาดเคลื่อนนะ ถ้าไม่เผลอไปก็เพ่งเอาไว้ ส่วนใหญ่ก็มีแค่นั้น ไม่ก็ไปเกยตื้น ไปติดอยู่ในภาวะอันใดอันหนึ่ง ซึ่งเป็นผลจากการเพ่ง เช่นไปติดในความว่าง เพราะฉะนั้นมันเป็นแค่การทดสอบว่าเรายังเดินอยู่ในทางสายกลางมั้ย สุดโต่งไปข้างบังคับตัวเอง หรือสุดโต่งไปในข้างหลงตามกิเลสมั้ย นี้อันหนึ่ง

อีกอันหนึ่งก็คือ สภาวะที่เรารู้เราเห็นเนี่ย ถูกต้องมั้ย เพราะฉะนั้นอย่ามาถามหลวงพ่อนะว่า จิตหนูเป็นยังไง ถ้าถามว่าจิตหนูเป็นยังไง ตัวเองไม่ได้บอกเลยว่า ตัวเห็นสภาวะยังไง ไม่มีประโยชน์อะไรเลย คำถามชนิดนี้เหลวไหลที่สุดเลย คำถามที่ไม่มีความรับผิดชอบนะ อย่าถามนะ “หนูเป็นยังไง” อะไรอย่างนี้ เฉิ่มมากเลย ส่วนมากผู้หญิง เพราะเห็นมั้ยว่าใช้คำว่าหนู บางคนงั่กเลยนะยัง “หนู” เลย หนูอย่างนั้น หนูอย่างนี้ อ้าว เดือดร้อน เดือดเนื้อร้อนใจ

ถ้าเรารู้ เราเห็น สภาวะอะไร บอกมา สภาวะที่เห็นอยู่นี้ ตอนนี้เป็นอย่างนี้ๆ นะ ถูกต้องหรือไม่ อย่างนี้เป็นการทดสอบว่าเราน่ะเห็นสภาวะมั้ย นี่อันหนึ่งนะ อีกอันหนึ่ง พอรู้สภาวะแล้ว รู้ถูกต้องมั้ย เผลอไปมั้ย เพ่งไปมั้ย ก็เดินอย่างนี้นะ เพราะฉะนั้นคำถาม ควรเป็นคำถามที่เกิดประโยชน์ คำถามที่ไม่มีประโยชน์ไม่ต้องถาม

คำถามที่ไม่มีประโยชน์อีกอันหนึ่งนะ หนูมีจริตอย่างไร หรือผมมีจริตอย่างไร อันนี้เริ่มมีผู้ชายถามบ้าง จริตยังไง สอนหลักให้แล้วนะ เป็นพวกโลภมาก รักสุข รักสบาย รักสวย รักงาม ก็ให้ดูกายไป เพราะกายจะสอนว่า ไม่สุข ไม่สบาย ไม่สวย ไม่งาม

พวกคิดมาก วันหนึ่งก็คิดทั้งวันเลย วิเคราะห์ วิจัย วิจารณ์ วิพากษ์ จนสุดท้ายวิกลจริต สารพัดวิ วิ วิ วิ พวกนี้ให้ดูจิต พวกดูจิตนี้เป็นพวกช่างคิด ถึงได้เกิดเรื่องมากมาย ใช่มั้ย พวกที่ทำสมาธิไม่ค่อยมีเรื่องหรอก วันหนึ่งๆไปยุ่งกับใครเขาล่ะ อยู่อย่างนี้ ไม่มีเรื่อง ไม่เดือดร้อนครูบาอาจารย์ ก็นั่งอยู่อย่างนั้น ส่วนพวกทิฎฐิจริต พวกคิดมากเนี่ย มาเรียนที่นี่ มาเรียนที่นี่เยอะมาก พวกนี้แหละเจ้าความคิดเจ้าความเห็น เที่ยวไปวุ่นวายที่อื่น ไม่ดูตัวเอง นี่แหละจุดอ่อนของพวกที่ปัญญามาก พวกปัญญามากนะ ฟุ้งซ่าน จำไว้นะ ฟุ้งซ่าน เพราะฉะนั้นเราจะต้องพยายามควบคุมตัวเองให้ได้ ไม่ใช่ฟุ้งไปเรื่อยๆ อยากคุยก็คุยไปเรื่อยๆ พยายามทำความสงบเข้ามาบ้าง แต่ไม่ใช่สงบจนกระทั่งซึมกระทือ สงบพอมีเรี่ยวมีแรง มาเดินปัญญาต่อ มารู้กาย มารู้ใจ มาแยกธาตุแยกขันธ์ไปเรื่อย อย่างนั้นถึงจะเรียกว่า”เดินปัญญา”

ส่วนพวกศรัทธามากก็จะงมงาย พวกสมาธิมากก็ช้านะ ซึมๆอยู่อย่างนั้น ติดในความสุขความสบายไป พวกความเพียรมากก็เคร่งเครียด พวกปัญญามากก็ฟุ้งซ่านนะ เนี่ย มันมีจุดอ่อนทั้งนั้นแหละ แต่ละคน เพราะฉะนั้นมีสติบ่อยๆนะ รู้ไป

CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๒๕
File: 510427B.mp3
ลำดับที่ ๔
แสดงธรรมเมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๒๗ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๑ หลังฉันเช้า
ระหว่างนาทีที่ ๖ วินาทีที่ ๕๔ ถึง นาทีที่ ๑๐ วินาทีที่ ๘

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

(Visited 91 times, 1 visits today)

Comments are closed.