Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

คิดถึงสภาวธรรมก็แค่สัญญา ไม่มีสภาวธรรมรองรับ ไม่มีวันเกิดมรรคผล


mp3 for download: คิดถึงสภาวธรรมก็แค่สัญญา ไม่มีสภาวธรรมรองรับ ไม่มีวันเกิดมรรคผล

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

คิดถึงสภาวธรรมก็แค่สัญญา

คิดถึงสภาวธรรมก็แค่สัญญา

หลวงพ่อปราโมทย์: การภาวนามันไม่ใช่เรื่องนั่งคิดเอา ไม่ใช่ปรัชญา มันเป็นศาสตร์ที่ต้องเข้าไปสัมผัสจริงๆ เข้าไปรู้ไปเห็นสภาวธรรมจริงๆ ถ้าไม่เห็นสภาวธรรมนะ ไปหลงอยู่ในโลกของความคิดเพราะคิดถึงสภาวธรรม

คิดถึงสภาวธรรมก็แค่สัญญา ไปหมายๆ เอา ไม่มีสภาวธรรมรองรับ ไม่มีวันเกิดมรรคผลอะไร พอใจเข้าไปหมาย ใจก็เข้าไปเกาะ ไปยึด ไปติดอยู่นะ เหมือนๆจะดีนะ เหมือนๆจะมีความสุข ใจจะทื่อๆ แข็งๆทื่อๆ ไม่สดชื่น มานะอัตตามันก็เพิ่มขึ้น กิเลสแรงนะ แต่ไม่เห็นหรอก

เนี่ยการภาวนานะ เราจะทิ้งสภาวธรรมไม่ได้ ต้องรู้จักสภาวะ สิ่งทีเรียกว่าสภาวธรรม บางทีก็เรียกว่าปรมัตถธรรม สิ่งที่เรียกว่าปรมัตถธรรมมีสองส่วน ส่วนที่เป็น ‘โลกียะ’ กับส่วนที่เป็น ‘โลกุตตระ’

“ปรมัตถธรรม” หรือ “สภาวธรรม” ๔ อย่าง มีจิต มีเจตสิก มีรูป มีนิพพาน ‘จิต’ คือธรรมชาติรู้อารมณ์ ‘เจตสิก’ คือธรรมชาติที่ประกอบจิต ‘รูป’ เป็นธรรมชาติที่มันแตกสลายได้ ด้วยความร้อนความเย็นอะไรพวกนี้ ‘นิพพาน’ เป็นสภาวะที่พ้นจากความทุกข์ พ้นจากความปรุงแต่ง นี่เป็นของจริง

เวลาเรียน ทำวิปัสสนาเนี่ย เราต้องรู้จักสภาวะ ๓ อย่าง จิต เจตสิก รูป สภาวะฝ่ายโลกียะนี้แหละ นิพพานไม่ต้องหรอก ถ้าเข้าใจสภาวะถ่องแท้นะ เมื่อไรไม่ยึดถือสภาวะ เมื่อนั้นก็จะถึงนิพพาน แต่นิพพานก็ไม่ใช่คิดเอา

เรียนเรื่องจิต เรื่องเจตสิก เรื่องรูป จิตคือธรรมชาติที่รู้อารมณ์ สิ่งใดเป็นผู้รู้อารมณ์เรียกว่าจิตนะ คำว่าอารมณ์ไม่ใช่อารมณ์ในภาษาไทย คนไทยยืมภาษาบาลีมาใช้ ยืมคำว่าอารมณ์มาใช้ แล้วความหมายเคลื่อนไป อารมณ์ ไม่ใช่ emotion เป็นตัว objective เป็นตัวสิ่งที่ถูกรู้ อะไรถูกรู้อันนั้นเรียกว่าอารมณ์ทั้งหมดเลย

สิ่งที่เป็นอารมณ์มีหลายอย่างนะ อารมณ์ที่เป็นบัญญัติ เรื่องราวที่คิดขึ้นมา สมมุติขึ้นมา กับอารมณ์ปรมัตถ์ จิต เจตสิก รูป นิพพาน พวกนี้เป็นอารมณ์ปรมัตถ์

เราต้องภาวนานะ หลุดออกจากบัญญัติให้ได้นะ หลุดออกจากสมมุติให้ได้ ในสภาวธรรมจริงๆ ไม่มีสัตว์ ไม่มีคน ไม่มีเรา ไม่มีเขา ตัวปรมัตถธรรมนั้นตัวสภาวธรรม ไม่ใช่สัตว์ ไม่ใช่คน ไม่ใช่เรา ไม่ใช่เขา ร่างกายนี้เป็นวัตถุ เป็นก้อนธาตุ แต่สมมุติขึ้นมา ถ้าธาตุมันมารวมตัวกันรูปร่างแบบนี้นะ ก็เรียกว่าคน อย่างนี้เรียกว่าสัตว์ นี่เรียกผู้ชาย นี่เรียกว่าผู้หญิง พอตายแล้วเห็นมั้ย มันกลับไปเป็นเหมือนๆกันหมด ไม่ใช่คนใช่สัตว์อะไร มันเป็นภาพลวงตาขึ้นมาชั่วครั้งชั่วคราว เห็นสมมุติแล้วมันทำให้เราไม่เห็นสภาวะ


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๓ มกราคม พ.ศ.๒๕๕๓


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๓๓
File: 530103.mp3
ลำดับที่ ๑๒
ระหว่างนาทีที่ ๐ วินาทีที่ ๓๖ ถึง นาทีที่ ๔ วินาทีที่ ๓๓

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

(Visited 192 times, 2 visits today)

Comments are closed.