Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

รู้ด้วยใจ ตายแล้วความรู้นี้ไม่หาย


mp3 for download : รู้ด้วยใจ ตายแล้วความรู้นี้ไม่หาย

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

รู้ด้วยใจ ตายแล้วความรู้นี้ไม่หาย

รู้ด้วยใจ ตายแล้วความรู้นี้ไม่หาย

หลวงพ่อปราโมทย์ : จนเข้าถึงความบริสุทธิ์ก็ด้วยปัญญาที่เห็นความเป็นไตรลักษณ์ของรูปของนามนี้แหละ พระพุทธเจ้าจึงบอก บุคคลถึงความบริสุทธิ์ได้ด้วยปัญญา ไม่ได้ถึงความบริสุทธิ์ด้วยศีล ไม่ได้ถึงความบริสุทธิ์ด้วยสมาธินะ แต่ถึงความบริสุทธิ์ด้วยปัญญา ลำพังมีศีลนะ ก็บริสุทธิ์บ้าง สกปรกบ้าง มีสมาธิ เดี๋ยวสมาธิก็ยังเสื่อม ให้มีปัญญาเข้าใจ จิตมันเข้าใจนะ ไม่ใช่เราเข้าใจนะ

ยกตัวอย่างเวลาเราฟังธรรมะนะ เราฟังแล้วก็จดนะ จดๆไว้ ท่องๆไว้ เหมือนฟังเลคเชอร์เนี่ย อันนี้เราเข้าใจ สมองมันเข้าใจ แต่ถ้าจิตเข้าใจ มันจะซาบซึ้งเลย ฝังลึกเข้าไปนะ ข้ามภพข้ามชาติ ในความรู้ชนิดนี้

หลวงพ่อมีเพื่อนเป็นนักอภิธรรมเยอะ บางคนก็มาบอกว่าเรียนอภิธรรมมากๆไว้ ชาติหน้าจะได้รู้ธรรมะง่าย มันข้ามภพข้ามชาติ โถ.. โม้ พอสอบเสร็จก็ลืมแล้ว ไม่ทันจะข้ามภพข้ามชาติหรอกนะ เนี่ยจำด้วยสมอง หรือพอแก่หน่อยก็ลืมแล้ว

ไม่เหมือนการภาวนานะ เราเห็นความโลภ ความโกรธ ความหลง ผุดขึ้นในใจ เห็นความสุข ความทุกข์ ผุดขึ้นมาหายไปๆ เรารู้ของเราอยู่อย่างนี้เรื่อย.. มันรู้ด้วยใจ มันจะฝังเข้าไปในใจ ตายแล้วความรู้นี้ไม่หายนะ สะสมไปอีก ชาติหน้าเราภาวนาง่ายกว่านี้อีก คนที่เขาภาวนาง่ายๆในชีวิตนี้ เพราะเขายากมาก่อน ไม่ใช่อยู่ๆก็บุญพาวาสนาส่งนะ ใส่บาตรมาเยอะ ชาตินี้บรรลุพระอรหันต์ไว ไม่ใช่นะ หรือเคยเจอพระพุทธเจ้า ไปใส่บาตรพระพุทธเจ้า แล้วก็ สา..ธุ นิพฺพาน ปจฺจโย โหตุ ชาตินี้กินๆนอนๆแล้วก็บรรลุ ไม่มีทางหรอก ไม่มีของฟรี ไม่มีของฟลุ้คหรอก

เราทำบุญใส่บาตร ผลคืออะไร เราละความโลภของเรา เมื่อความโลภลดลงก็ภาวนาง่าย ต้องอย่างนี้ถึงจะฉลาด ทำบุญใส่บาตรแล้วหวังว่าจะเกิดปัญญา นี่คนละเรื่องกันเลย เหมือนอยากได้ลูกมะม่วงแล้วไปทำนา อะไรอย่างนี้ ไม่ได้หรอก คนละเรื่องกัน ก็ทำเหตุกับผลให้ตรงกันนะ

อยากให้เกิดปัญญา ก็มีสติรู้กายรู้ใจ ด้วยจิตที่ตั้งมั่นเป็นกลางไป ส่วนศีลและสมาธิเป็นเครื่องสนับสนุน ทำเหตุกับผลให้พอดีกัน ถามว่าเมื่อไหร่พอดีล่ะ ให้ทำไปเรื่อยๆ มีหน้าที่ก็ทำไปเรื่อย.. คล้ายๆเรากินข้าวนะ เรากินข้าวเรารู้มั้ย เมื่อไหร่จะอิ่ม เรายังไม่รู้ ใช่มั้ย เราค่อยๆกินไปเรื่อยๆ ถึงเวลาหนึ่งมันก็อิ่ม ถามว่าอิ่มของแต่ละคนเท่ากันมั้ย ไม่เท่ากันน่ะ แต่ละคนกินเท่านี้ไม่อิ่มเท่ากัน บางคนต้องกินเยอะๆถึงจะอิ่ม บางคนกินนิดๆหน่อยๆก็อิ่ม บางคนไม่ทันจะกินก็อิ่ม ก็มีนะ พวกกินไม่ลงแล้ว เบื่อ

เราภาวนาไปนะ จนใจเราอิ่ม จนใจเราพอ ใจเราพอแล้วเขาก็ตัดของเขาเอง ไม่มีใครสั่งจิตให้บรรลุมรรคผลนิพพานได้ จำไว้นะ ไม่มีใครทำจิตให้บรรลุมรรคผลนิพพานได้ จิตที่เจริญสติเจริญปัญญาจนแก่รอบนั้นแหละ เขาบรรลุมรรคผลนิพพานของเขาเอง เราสั่งเขาไม่ได้

เพราะฉะนั้นไม่รีบร้อนนะ เราทำเหตุ เราเจริญสติ เจริญปัญญาไปเรื่อย รู้กายรู้ใจด้วยจิตที่ตั้งมั่นแล้วก็เป็นกลางเรื่อยไป ทุกอย่างที่ปรากฎขึ้นในกายในใจ คอยรู้เท่าที่รู้ได้ ไม่ใช่รู้ตลอดเวลา รู้ตลอดเวลาไม่ได้เพราะสติไม่ได้เกิดตลอดเวลา


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๒๖ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๒ ก่อนฉันเช้า

CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๓๐
File: 520426A.mp3
ลำดับที่ ๔
ระหว่างนาทีที่ ๑๙ วินาทีที่ ๓๓ ถึง นาทีที่ ๒๓ วินาทีที่ ๑๕

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

(Visited 66 times, 1 visits today)

Comments are closed.