Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

ทำอย่างไรปัญญาจะเกิด?


mp 3 (for download) : ทำอย่างไรปัญญาจะเกิด?

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ทำอย่างไรปัญญาจะเกิด?

ทำอย่างไรปัญญาจะเกิด?

หลวงพ่อปราโมทย์: เราต้องพัฒนาให้เกิดปัญญา บุคคลถึงความบริสุทธิ์ได้ด้วยปัญญา พระพุทธเจ้าบอกอย่างนี้ ปัญญาไม่ใช่ความฉลาด รอบรู้ รู้พระไตรปิฎกทั้งหมด เรียนอภิธรรมจบทั้ง ๙ ปริเฉท มีปัญญา ไม่มีหรอก

ปัญญาที่แท้จริงนะคือ การเห็นความเป็นไตรลักษณ์ของกายของใจ ของรูปของนาม เห็นมั้ยว่ามันมี Technical Term นะ ไม่ใช่ปัญญาธรรมดาๆ แต่เป็นปัญญาชั้นสูง เป็นวิปัสสนาปัญญา ปัญญาที่รู้ความเป็นไตรลักษณ์ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ของกายของใจ ของรูปของนาม

ทำอย่างไรปัญญาจะเกิด เมื่อตะกี้นี้หลวงพ่อพูดแล้วนะ ทำอย่างไรสติจะเกิด หัดดูสภาวะแล้วสติจะเกิด พอจิตจำสภาวะได้แม่น แล้วสภาวะที่จิตจำได้แล้วเกิดขึ้น สติจะเกิดเองโดยไม่ได้จงใจให้เกิด แล้วนี่อะไรทำให้เกิดปัญญา ตัวสมาธินั่นแหละทำให้เกิดปัญญา

สมาธิไม่ได้แปลว่า นิ่งๆ ซื่อบื้อ อยู่ในอารมณ์อันเดียว ซึมๆอยู่ในอารมณ์อันเดียว สัมมาสมาธิคือความตั้งมั่นของจิต จิตตั้งมั่นขึ้นมา วิธีทำจิตให้ตั้งมั่น มี ๒ วิธี แต่เดิมหลวงพ่อรู้จักวิธีเดียว เพราะหลวงพ่อหัดสมาธิมาแต่เด็ก ทำสมาธิมา เรียนจากท่านพ่อลี วัดอโศการาม ทำสมาธิจิตนิ่ง จิตเป็นผู้รู้ผู้ตื่น เด่นดวงอยู่อย่างนั้น พอออกจากสมาธิมาแล้วนะ แล้วมาตามดูกายตามดูใจ เนี่ยมาเจริญปัญญา ตัวจิตที่เป็นผู้รู้ผู้ดูนะ มันเหมือนแยกอยู่ต่างหาก เหมือนแยกออกมาเป็นคนดู ดูกายอันนี้ทำงาน ดูใจอันนี้ทำงาน จิตเป็นคนดูอยู่ ตั้งอยู่อย่างนั้น เด่นอยู่อย่างนั้น มันตั้งเด่นอยู่อย่างนั้นได้ตั้งนานแน่ะ ได้ทีหนึ่งเป็นเดือนๆเลยนะ เพราะว่า สมาธิมันแก่กล้า

ทีนี้มาหลังๆนะ มาดูรุ่นน้องๆ รุ่นลูกๆหลานๆ อะไรอย่างนี้ ลูกเพื่อนกัน ทำสมาธิไม่เป็น ทำอย่างไรหนอถึงจะมีสัมมาสมาธิได้อย่างเขาบ้าง หลวงพ่อก็เลยสังเกตว่า ถ้าหากว่าคนไหนนะรู้ทัน ว่าจิตไม่ตั้งมั่นนะ จิตมันจะตั้งมั่นขึ้นชั่วขณะ ได้ชั่วขณะเท่านั้นน่ะ เป็นขณิกสมาธิ ไม่ถึงอัปนา ไม่ถึงอุปจาระ

ขณิกสมาธินี้ก็เหลือเฟือแล้ว สำหรับการปฏิบัติเพื่อการบรรลุมรรคผลนิพพาน ขณิกสมาธิเป็นสมาธิชั่วขณะ แป๊บเดียว ใจตั้งมั่นขึ้นมาเป็นคราวๆ ไม่นาน ตั้งไม่นาน ถ้าใครรู้สึกว่าตั้งอยู่ได้นาน ก็ไปเพ่งเอาไว้ ไม่ใช่ของจริงหรอก ถ้าไม่ทรงฌานนะ ถ้าทรงฌานได้ก็อยู่นาน ถ้าไม่ได้ทรงฌานแล้วรู้สึกว่าตั้งอยู่นาน แสดงว่าเพ่งเอาไว้ เนี่ย วิธีจะฝึกให้เกิดสมาธิชั่วขณะ ก็ใช้วิธีที่มีสตินี่แหละ สังเกตเอา

จิตของเราจะเคลื่อนที่ตลอดเวลา เวลาดูมันก็วิ่งไปดู เวลาฟังมันก็วิ่งไปฟัง เวลาคิดมันก็วิ่งไปคิด เวลาปฏิบัตินะมันก็วิ่งไปจับที่ลมหายใจบ้าง ที่ท้องพองยุบบ้าง ที่เท้าบ้าง ที่มือบ้าง มันวิ่งไปวิ่งมาได้ตลอดเลย ตรงที่จิตมันยังวิ่งไปวิ่งมา ส่ายไปส่ายมา นี้ก็คือ เรียกว่าจิตไม่ตั้งมั่น แต่บางทีจิตสงบได้นะ เช่นไปดูท้องพองยุบนะ จิตวิ่งไปเกาะนิ่งๆอยู่ที่ท้อง อันนั้นเป็นมิจฉาสมาธิ ไม่ใช่สัมมาสมาธิ เดินจงกรม ยกเท้า ย่างเท้า จิตไหลไปเกาะนิ่งๆอยู่ที่เท้า ก็เป็นมิจฉาสมาธิ ไปอยู่แล้วเดี๋ยวก็เกิดปีติ ขนลุกจนพอง ตัวเบาตัวโคลง รู้สึกวูบๆวาบๆ รู้สึกเหมือนอะไรมาไต่ อันนั้นเป็นเรื่องของสมถะนะ ไม่ค่อยได้เรื่องอะไรเท่าไหร่หรอก แต่ถ้าใจเราตั้งมั่น มันจะเกิดปัญญา

ถ้าใจเราไม่ไหลตามอารมณ์ไปนะ ใจตั้งมั่นในขณะที่รู้อารมณ์ สติระลึกรู้อารมณ์ ด้วยจิตที่ตั้งมั่นแล้วก็เป็นกลางเนี่ย ปัญญาจะเกิด สติระลึกรู้อารมณ์นะ อารมณ์ใดๆปรากฎขึ้นสติระลึกได้เอง ไม่ได้กำหนด ไม่ได้บังคับ แต่ระลึกได้เอง ด้วยใจที่ตั้งมั่น สติรู้ทันสภาวะที่เกิดขึ้น จิตตั้งมั่นในขณะที่รู้สภาวะ เนี่ยถ้ามีองค์ประกอบสองอย่างนี้แล้ว ปัญญาจะเกิด

ปัญญาจะเกิดก็คือ จะเห็นทันทีเลยว่า อารมณ์ รูปนาม กายใจ ที่สติไประลึกนั้น ไม่ใช่ตัวเรา จะเห็นเลยว่ามันไม่ใช่ตัวเรา ยกตัวอย่างร่างกายนี้ ร่างกายเคลื่อนไหว เห็นร่างกายเคลื่อนไหว ใจมันเป็นแค่คนดู ใจมันอยู่ต่างหาก เห็นร่างกายนี้ยืนเดินนั่งนอน ใจเป็นแค่คนดูนะ จิตใจมันอยู่ต่างหาก อยู่อย่างสบายนะ ไม่ใช่อยู่อย่างเครียดๆแข็งๆ บางคนได้ยินว่าใจอยู่ต่างหากก็ไปประคองใจไว้จนแข็งเลย อันนั้นทำผิดอีก อย่าไปประคับประคองให้มันแข็งๆ


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันพุธที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๑ ก่อนฉันเช้า


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๒๘
Track: ๕
File: 511231A.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๑๗ วินาทีที่ ๔๖ ถึง นาทีที่ ๒๒ วินาทีที่ ๓๓

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

(Visited 5,939 times, 10 visits today)

Comments are closed.