Dhammada.net



« | »

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : เมื่อเด็กวัยรุ่นตั้งใจภาวนาให้ถึงนิพพาน (ปัญหาของการปรับตัวระหว่างโลก-ธรรม)


เมื่อเด็กวัยรุ่นตั้งใจภาวนาให้ถึงนิพพาน (ปัญหาของการปรับตัวระหว่างโลก-ธรรม)

ถาม : คือหนูเป็นเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งที่สนใจการดูจิตและได้ปฏิบัติตามมาสักพักแล้วค่ะ
แต่ช่วงนี้รู้สึกสับสน และกังวล ว่าจะปรับวิธีการดูจิตยังไงให้เข้ากับตัวเองค่ะ

หนูทราบมาว่า การที่จะปฏิบัติเพื่อหวังที่จะได้นิพพานในชาติใดชาตินึง ไม่ใช่แค่อยู่แบบมีความสุขกับโลกไปวันๆ
ควรจะเอาจริงเอาจังกับการปฏิบัติ  อย่างเช่น ไม่ควรสุงสิงกับโลกมากเกิน ไม่งั้นจะฟุ้งซ่าน ปฏิบัติไม่ก้าวหน้า
ควรจะหมั่นรู้หมั่นดูจิตตัวเองอย่างต่อเนื่อง ไม่ขาดระยะ  ฯลฯ

ปัญหาของหนูตามตรงก็คือ หนูคิดว่าตัวเองยังไม่สามารถควบคุมตัวเองให้เอาจริงเอาจังขนาดนั้นได้ค่ะ

หนูรู้สึกไม่สบายใจเลยค่ะ  เหมือนปฏิบัติทั้งทีก็ไม่เอาไหน อยู่ครึ่งๆกลางๆ
กลัวทำไปแล้วไม่ได้ประโยชน์อะไรขึ้นมาในระยะยาวค่ะ
พอคิดกังวลเรื่องนี้มากๆเข้า  ก็โกรธตัวเองว่าทำไมไม่จริงจังกับมัน ทำไมยังติดกับโลกอยู่มาก
เครียดจนเลิกดูจิตไปเลย หลายครั้งมากๆค่ะ

รบกวนอาจารย์สุรวัฒน์ให้คำแนะนำหนูด้วยค่ะ ว่าควรจะจัดการอย่างไรกับตรงนี้ดี
ถ้าหนูต้องการปฏิบัติชนิดที่เป็นต้นทุนข้ามภาพข้ามชาติได้ ไม่ใช่แค่มีความสุขไปวันๆ
หนูควรจะทำพฤติกรรมอย่างไร หาความพอดีในการปฏิบัติให้กับชิวิตวัยรุ่นตอนนี้ได้อย่างไรบ้างคะ

ตอบ : ปัญหาของคุณนั้น
จริงๆ แล้วเป็นเพราะยังปรับตัวให้เป็นกลางๆ ระหว่างโลกกับธรรมไม่ได้
ซึ่งจะเป็นอยู่ช่วงเวลาหนึ่ง เมื่อใดที่สามารถปรับตัวได้
ก็จะสามารถปฏิบัติกลมกลืนอยู่ในชีวิตประจำวันตามปกติได้ครับ

ช่วงนี้ให้ใช้วิธี
แบ่งแยกเวลาภาวนากับเวลาที่ต้องทำกิจกรรมทางโลกออกจากกันก่อน
คือเวลาไหนที่ต้องทำหน้าที่ทางโลก เรียนหนังสือ ต้องอยู่กับสังคม
ก็ยังไม่ต้องห่วงเรื่องการภาวนา ให้ทำกิจกรรมต่างๆ เหมือนคนทั่วไป
แต่ให้รักษาศีล 5 ไว้ก่อน (ข้อ 4 เอาแค่ไม่พูดโหกให้คนอื่นเดือดร้อน)
จะเผลอเพลินไปกับโลกก็ให้ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดานะครับ
พอจังหวะใดที่นึกได้ว่าเผลอเพลินไป ก็ให้แค่รู้ว่าเมื่อกี้เผลอเพลินไป
แล้วก็ปล่อยใจสบายๆ ไม่ต้องฝืน จะเผลอเพลินอีกก็ค่อยไปรู้เอาใหม่
หัดไปสบายๆ ก็จะค่อยๆ อยู่กับโลกสลับกับกลับมารู้ตัวได้บ่อยขึ้นเอง
โดยที่ไม่ต้องทำตัวให้แปลกแยกไปจากสังคมเลยครับ

สำหรับกิจกรรมทางโลกทั่วไปเช่น ดูหนัง ฟังเพลง อ่านนิยาย
อันนี้ก็แบ่งเวลาให้เหมาะสม ดูหนัง ฟังเพลง อ่านนิยาย
ไปตามสมควรเพื่อเป็นการพักผ่อน
ทำอะไรแล้วก็ย้อนมาสังเกตจิตใจไปบ้างตามสมควร
เท่าที่จะทำได้ก็เพียงพอแล้วครับ

แล้วพอถึงเวลาที่เราอยู่ตามลำพัง
ก็ให้กำหนดเวลาที่จะปฏิบัติภาวนาตามรูปแบบทุกวัน
(เอาแค่พอสะดวกและไม่ทำให้เสียเวลาเรียนหนังสือไป)
ช่วงเวลาตรงนี้เราจะจริงจังกับการภาวนาให้มาก
ปิดโทรศัพท์ หัดภาวนามีสติอยู่กับตัวเองเท่านั้น

ลองปรับดูตามนี้นะครับ :D

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

(Visited 149 times, 1 visits today)

Tags: ,

Categories: ธรรมะครูบาอาจารย์, เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์

« | »




เรื่องล่าสุด


หน้า