Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

เรียนธรรมะที่เป็นคู่ จึงจะเห็นไตรลักษณ์


mp3 (for download): เรียนธรรมที่เป็นคู่จึงจะเห็นไตรลักษณ์

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

เรียนธรรมะที่เป็นคู่ จึงจะเห็นไตรลักษณ์

เรียนธรรมะที่เป็นคู่ จึงจะเห็นไตรลักษณ์

หลวงพ่อปราโมทย์ : ให้เรามีสติรู้กายรู้ใจไว้นะ รู้สิ่งซึ่งเป็นคู่ๆนี้แหละ สุขบ้างทุกข์บ้าง ดีบ้างชั่วบ้าง ให้เรียนรู้สิ่งที่เป็นคู่แล้ววันหนึ่งจะเจอสิ่งที่เป็นหนึ่ง

ให้ดูให้ดี อารมณ์ทั้งหลายในสติปัฏฐานที่พระพุทธเจ้ายกขึ้นมาให้เราเรียนรู้นั้น เป็นอารมณ์ที่เป็นคู่ทั้งสิ้น เช่น หายใจออกกับหายใจเข้า ใช่มั้ยเป็นคู่ๆเรียนรู้เป็นคู่ๆ ยืนเดินนั่งนอนใช่มั้ย นี่ก็เป็นคู่ หมายถึงว่ามีตัวเทียบเคียง

คำว่าคู่ไม่ใช่แปลว่าสองนะ หมายถึงมีสิ่งที่เทียบเคียงได้ ไม่ใช่มีอันเดียว ยืนเดินนั่งนอนนี่มี ๔ อัน หรือเวทนา มีสุขมีทุกข์มีเฉยๆ มี ๓ อัน หรือจิตมีราคะไม่มีราคะนี้ ๑ คู่ จิตมีโทสะไม่มีโทสะนี้ ๑ คู่ จิตมีโมหะไม่มีโมหะนี่อีกคู่หนึ่ง จิตฟุ้งซ่านกับจิตหดหู่นี้อีกคู่หนึ่ง

ให้เราเรียนธรรมคู่ เรียนเป็นคู่ๆ ทำไมต้องเรียนเป็นคู่ๆ เรียนสิ่งซึ่งเป็นคู่เพื่อจะได้เห็นว่า แต่ละอันๆนั้นไม่เที่ยง แต่ละอันๆทนอยู่ไม่ได้นาน แต่ละอันๆบังคับไม่ได้ เรียนเพื่อให้เห็นตรงนี้นะ เช่นเราเห็นว่าความสุขก็ไม่เที่ยงความทุกข์ก็ไม่เที่ยงเฉยๆก็ไม่เที่ยง อะไรก็ไม่เที่ยง เลือกก็ไม่ได้ด้วยว่าจะสุขหรือจะทุกข์หรือจะเฉยๆ

หรือยืนเดินนั่งนอนเห็นมั้ยมันเปลี่ยนไปเรื่อยๆบังคับมันไม่ได้หรอก ขืนอยู่นั่งอยู่อิริยาบถเดียวนานๆนะ ความทุกข์บีบคั้น ร่างกายจะถูกความทุกข์บีบคั้นมาก ทนไม่ไหว ต้องเปลี่ยนอิริยาบถ

หายใจออกแล้วก็อยู่นิ่งไม่ได้ใช่มั้ย หายใจออกตลอดเวลาไม่ได้ ต้องสลับด้วยหายใจเข้า เพราะอะไร เพราะความทุกข์มันบีบคั้น เนี่ยให้รู้อย่างนี้นะ

เห็นมั้ยความโกรธเกิดขึ้นก็ไม่เที่ยง เกิดแล้วก็หายโกรธ ไม่มีใครโกรธได้เป็นชั่วโมงนะ ไม่มี ไม่มีใครโกรธได้(นาน-ผู้ถอด)แม้แต่นาทีเดียว ความจริงความโกรธเกิดแล้วก็ดับๆ แต่มันต่อเนื่องซ้ำๆซ้ำๆ เราเลยรู้สึกว่าเราโกรธได้เป็นวันๆ แต่ถ้าเราสติดีเราจะเห็นมันเกิดดับๆอยู่ตลอดเวลา เนี่ยเรียน ๑ คู่ เพื่อจะได้เห็นความเกิดดับนั่นเอง

แต่ถ้าเรียนธรรมเดี่ยวก็จะไม่มีการเกิดดับ เพราะนิพพานไม่มีเกิดดับ นิพพานเที่ยง นิพพานไม่มีทุกข์ เพราะไม่มีอะไรเสียดแทง ไม่มีอะไรบีบคั้น เพราะฉะนั้นให้เราเรียนสิ่งซึ่งเป็นคู่ๆนี้เอง ก็คืออารมณ์ทั้งหลายในสติปัฏฐาน รูปธรรมนามธรรมทั้งหลาย คอยรู้ลงไปเรื่อย ในที่สุดจะเห็นว่าสภาวะทั้งหลายทั้งปวงเกิดแล้วดับทั้งสิ้น ถ้าเห็นอย่างนี้ได้ก็ได้เป็นพระโสดาบัน

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่ สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันที่ ๘ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๑ หลังฉันเช้า

CD: ๒๔
File: 510308
ระหว่างนาทีที่ ๑๕ วินาทีที่ ๑๗ ถึงนาทีที่ ๑๗ วินาทีที่ ๕๘

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

(Visited 179 times, 1 visits today)

Comments are closed.