Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

ชม VDO หลวงพ่อปราโมทย์ เทศน์ที่ ศาลาลุงชิน 17 ก.ค. 54


ชม VDO หลวงพ่อปราโมทย์ เทศน์ที่ ศาลาลุงชิน 17 ก.ค. 54

ช่วง แรก

ช่วงหลัง

หลวงพ่อปราโมทย์ : … เนื้อหาสาระนะเล่าให้ฟัง เล่าให้พวกเราฟัง ดูจิตยังไงจะมีศีล ดูจิตยังไงจะมีสมาธิ ดูจิตยังไงให้เกิดปัญญา ดูจิตยังไงมีวิมุติ วิมุติก็ความหลุดพ้นนะ เกิดมรรค เกิดผล ถ้าดูจิตก็จะได้ครบทุกสิ่งทุกอย่าง ถ้าเราไม่ได้จิตมา ศีลก็กะพร่องกะแพร่ง สมาธิก็กะพร่องกะแพร่ง ปัญญาก็กะพร่องกะแพร่ง วิมุติไม่มี

ดูจิตจะให้เกิดศีลนะ จริงๆทุกคนดูจิตเป็น โดยธรรมชาติทุกคนดูจิตเป็นอยู่แล้ว แต่ละเลยที่จะดูเท่านั้นเอง พวกเรามีความรู้สึกอะไรเกิดขึ้นในตัวเองนะ เราสามารถรู้ได้ แต่เราไม่ค่อยอยากรู้ อย่างเวลาความรักเกิดขึ้น แทนที่เราจะรู้ว่าจิตกำลังรักนะ เราไม่ดู เราจะไปดูคนที่เรารัก เวลาความโลภเกิดขึ้นเราไม่ยอมดูว่าจิตกำลังโลภ เราจะไปดูว่า ของที่เราชอบน่ะ อยากได้อะไรไปสนใจดูอันนั้นนะ ยังไม่มีเงินซื้อก็ไปเดินๆดู หรือดูแคตตาล็อก ดูอะไร ดูแล้วดูอีก ไม่ยอมดูจิตตนเองว่ากำลังโลภ(อยากได้ – ผู้ถอด)อยู่ เวลาโกรธ เราก็ไม่ดูจิตตนเองว่ากำลังโกรธ เรามัวแต่ไปดูคนที่ทำให้เราโกรธ อย่างเวลาเราขับรถอยู่คนมาปาดหน้าเรา โกรธขึ้นมา เราทำอย่างไรบ้าง กดแตร สังเกตมั้ย จ้องมันตาไม่กระพริบเลย จ้อง มันไปโน่นแล้ว ด่าเองไม่ทันก็กดแตร

เพราะฉะนั้นทุกคนน่ะดูจิตของตนเองเป็นนะ สภาวะอะเกิดขึ้นในจิตในใจนะเรารู้กันทุกคนแหละ แต่เราละเลย หลวงปู่ดูลย์น่ะ หลวงพ่อไปเจอท่านครั้งแรกถึงบอกไง การปฏิบัติไม่ยาก มันยากเฉพาะผู้ไม่ปฏิบัติ จะยากอะไร ความรู้สึกในจิตในใจเกิดขึ้นพวกเรารู้ได้ แต่เราละเลยที่จะรู้นะ ถ้าเราไม่ละเลยที่จะรู้ ความรู้สึกใดๆเกิดขึ้นที่จิตที่ใจ เราคอยรู้เรื่อยๆไป กริยาอาการอะไรที่เกิดขึ้นที่จิตที่ใจ คอยรู้เรื่อยๆไป ศีล สมาธิ ปัญญา วิมุติ จะเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ

แต่ดูสิ่งที่ต่างกันนะ จะมีผลที่ต่างกัน ถ้าหากกิเลสอะไรเกิดขึ้นที่จิตที่ใจเรา เราคอยรู้ทัน ศีลอัตโนมัติจะเกิดขึ้น แต่เดิมพวกเราถือศีลยาก เพราะเราถือศีลที่มือ ที่เท้า ที่ปาก ปากอยากด่าแล้วเราข่มใจไม่ยอมด่า มือจะต่อยเขาแล้ว เท้าจะเตะเขาแล้ว พยายามข่มใจไว้ มือกำลังจะไปขโมยของเขาแล้ว ข่มใจไว้ ข่มใจไว้ๆ เผลอแป๊บเดียวไปหยิบมาแล้ว การรักษาศีล ถ้ารักษาที่มือที่ปากที่เท้าอย่างนี้ รักษายาก จะรักษาง่ายถ้าเรารักษาที่ใจ เรามีสติไว้ กิเลสอะไรที่เกิดขึ้นที่จิตที่ใจเราคอยรู้ทัน ความโลกเกิดขึ้นรู้ทัน ความโกรธเกิดขึ้นรู้ทัน ความฟุ้งซ่านเกิดขึ้นรู้ทัน ความหดหู่เกิดขึ้นรู้ทัน ความลังเลสงสัยเกิดขึ้นรู้ทันไปเรื่อยๆ ถ้ารู้ทันแล้วศีลอัตโนมัติจะเกิดขึ้นเอง การรักษาศีลจะง่ายถ้ารักษาจิต ถ้ารักษาที่อื่น ไม่ได้รักษาที่จิต การรักษาศีลจะเป็นของยาก เพราะฉะนั้นเรามารักษาจิตของตนเองด้วยสติ มีสติคอยรู้ทัน ราคะเกิดขึ้นรู้ทัน ถ้ารู้ทันราคะจะไม่ครอบงำจิต ถ้าราคะไม่ครอบงำจิตนะ เราก็จะไม่ไปขโมยใคร เป็นชู้กับใคร บางคนมีราคะแล้วไม่เห็น พอไม่เห็นนะก็ไปเป็นชู้กับเขา ไปขโมยเขา ไปกิ๊กเขา ไปมีก๊งมีกิ๊ก ไปพูดจาหลอกลวง เห็นมั้ย ศีลข้อ ๔ ก็ผิดด้วยนะ ราคะเกิด โลภะเกิด ไปพูดจาหลอกลวง ไอ้สาวก็ไปหลอกหนุ่ม หนุ่มก็ไปหลอกสาว สุดท้ายมันสมยอม ต่างคนต่างหลอก เนี่ยมันหลอกไปหลอกมา เพราะอะไร รู้ไม่ทันจิตของตนเอง …

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

(Visited 83 times, 1 visits today)

Comments are closed.