Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : อยู่กับโลกดั่งบัวอยู่ในตมที่ไม่เปื้อนโคลนตม


อยู่กับโลกดั่งบัวอยู่ในตมที่ไม่เปื้อนโคลนตม

ถาม : นิสัยของหนูเป็นคนไม่ค่อยชอบสังคมกับใครมากชอบอยู่กับครอบครัวหรืออยู่คนเดียวเสียเป็นส่วนใหญ่ บางครั้งเราก็เบื่อกับการต้องใส่หน้ากากคุยกัน (ไม่ค่อยจริงใจ) ยิ่งทำให้เบื่อที่จะยุ่งกับใครยิ่งพอได้มาฝึกปฏิบัติยิ่งทำให้ไม่อยากคุยกับใครเพราะบางทีพูดมากก็ฟุ้งหรือบางเรื่องที่ในที่ทำงานส่วนใหญ่จะคุยกันมักให้ผิดศีลข้อ 4 เสียส่วนใหญ่ หนูอยากถามอาจารย์ว่าในฐานะที่อาจารย์เป็นคนทำงานเหมือนกันต้องเจอกับสังคมที่อาจะคล้ายคลึงกับหนู ๆ ควรจะปฏิบัติตัวอย่างไร ถึงจะเป็นบัวที่อยู่ในคลองได้โดยไม่เปื้อนโคลนค่ะ

ตอบ : ลองสังเกตดูนะครับว่า
ที่เบื่อไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับใครนั้น
จริงๆ แล้ว เรายังยังมีความยินดีในสิ่งตรงข้ามคืออยากอยู่คนเดียว หรือไม่
(เบื่อสิ่งหนึ่งแต่ยังยินดีพอใจอีกสิ่งหนึ่งที่ตรงข้าม หรือไม่)

สภาวะเบื่ออย่างหนึ่งแต่ยังยินดีพอใจอยากได้อีกอย่างที่ตรงข้ามนั้น
เป็นการเบื่อแบบโทสะ หรือเบื่อเพราะจิตไม่เป็นกลางต่อสิ่งนั้นนั่นเอง
ถ้าเบื่อแบบโทสะ แล้วพยายามรักษากายใจไม่ให้กระทบกับสิ่งที่เบื่อนั้น
ก็เปรียบเหมือนเราเอาแก้วไปครอบบัวไว้อย่างที่หลวงพ่อเปรียบนั่นเอง
การทำแบบนี้แม้จะทำให้จิตสงบไม่ถูกกระทบด้วยสิ่งที่ไม่ดีไม่ชอบได้
แต่มันไม่ทำให้จิตมองเห็นความจริงของโลกที่เป็นไตรลักษณ์
เมื่อจิตไม่เห็นความจริงก็จะไม่เกิดปัญญา ไม่พ้นทุกข์ได้จริง
จึงเท่ากับเราปฏิบัติภาวนาผิดอยู่
เนื่องจากการปฏิบัติภาวนา ต้องมุ่งให้เกิดปัญญาจากการเห็นสภาวะตามจริง
โดยยังมีการกระทบสัมผัสกับสิ่งต่างตามปกติธรรมดาของโลก
เช่น เมื่อต้องมีเหตุให้กระทบสิ่งที่ไม่ชอบไม่ยินดี แล้วจิตยังไม่เป็นกลาง
จิตก็จะเกิดโทสะ ซึ่งเมื่อเกิดโทสะแล้วก็ต้องมาหัดรู้จิตที่มีโทสะนั้นไป
เพื่อให้เห็นว่าจิตที่มีโทสะนั้นเกิดแล้วย่อมดับไป
(ไม่ใช่พยายามทำตัวไม่ให้เกิดโทสะ)

ดังนั้นเวลาที่ต้องอยู่กับโลกอยู่ในสังคม
ก็ทำตัวตามปกติทั่วไปตามโอกาสตามบทบาทหน้าที่ที่ควรทำ
ไม่หลบหลีกอะไรโดยไม่จำเป็นจริงๆ
(หลบหลีกเฉพาะเรื่องที่ชวนทำอะไรที่ผิดศีลไว้)
แล้วให้หัดสังเกตดูความรู้สึกเบื่อหรือไม่ชอบเวลาที่ต้องอยู่ในสังคม
ถ้าเห็นความรู้สึกเบื่อหรือไม่ชอบได้บ่อยๆ (เห็นความไม่เป็นกลางได้บ่อยๆ)
จิตก็จะค่อยๆ เป็นกลางมากขึ้น ความเบื่อก็จะน้อยลง
แล้วเราจะอยู่ในชีวิตประจำวันในสภาพแวดล้อมที่ชวนให้จิตเป็นอกุศลได้
อย่างคนที่ไม่คล้อยตามไปทำสิ่งที่ผิดศีลกับเค้า และไม่ต่อต้านเค้าจนกลายเป็นโทสะ
เปรียบเหมือนกับบัวที่อาศัยอยู่กับโคลนตม แต่ไม่เปื้อนโคลนตมนั่นเอง

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

(Visited 112 times, 1 visits today)

Comments are closed.