Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

ไม่สนใจธรรมะ โอกาสชีวิตจะดีขึ้นไม่มีจริงหรอก

mp 3 (for download) : ไม่สนใจธรรมะ โอกาสชีวิตจะดีขึ้นไม่มีจริงหรอก

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ไม่สนใจธรรมะ โอกาสชีวิตจะดีขึ้นไม่มีจริงหรอก

ไม่สนใจธรรมะ โอกาสชีวิตจะดีขึ้นไม่มีจริงหรอก

หลวงพ่อปราโมทย์ : นี่คนเค้าสนใจธรรมะก็โอกาสที่ชีวิตจะดีขึ้นมันก็มี ไม่สนใจธรรมะโอกาสที่ชีวิตจะดีขึ้นไม่มีหรอก ธรรมชาติของจิตถูกกิเลสลากลงต่ำตลอดเวลา ถ้าไม่สู้กับมันก็ถูกมันลากไปเรื่อยๆ จะดีวิเศษแค่ไหนแต่ประมาทปล่อยกายปล่อยใจตามกิเลสเรื่อยไปก็ตกต่ำลงเรื่อยๆ โดยธรรมชาติเหมือนน้ำไหลลงที่ต่ำ งั้นต้องรู้จักทดน้ำเหมือนกัน ทดน้ำให้มันสูงขึ้น

มีศีลสมาธิปัญญาเป็นเครื่องมือ พระพุทธเจ้าก็สอนเครื่องมือมาให้หมดแล้ว
สามต่อสาม กิเลส ราคะโทสะโมหะสามตัว ธรรมะ ศีลสมาธิปัญญาสามตัว ใครจะชกใครหมอบยังไม่แน่ อยู่ที่พวกเราเอง พระพุทธเจ้าให้ของดีของวิเศษไว้แต่โดยธรรมชาติคนไม่เอา

คนเอาอธรรมเอาความไม่มีศีลมีธรรม เอากิเลส   เพราะใจธรรมชาติของใจไหลตามกิเลสไปเรื่อย ตามกิเลสไปเพราะมันเที่ยวหาความสุขสนุกสนานเพลิดเพลินทางตาหูจมูกลิ้นกายใจ เที่ยวเพลินเล่นไปเรื่อย สนุก หาความสุข ทั้งรูปเสียงกลิ่นรสโผฏฐัพพะอะไรพวกนี้ เครื่องมือของกิเลสมันหลอกให้เราติดอยู่ในโลก ก็ยากที่คนๆนึงจะพ้นโลกได้

งั้นธรรมะก็มีหลายระดับ คนไหนมีบุญบารมีพอพระพุทธเจ้าก็สอนธรรมะวิธีที่จะพ้นโลกไป คนไหนบุญบารมีไม่พอท่านก็สอนธรรมะที่จะอยู่กับโลกแบบไม่ทุกข์มากนัก ทุกข์พอประมาณ วันนึงข้างหน้ามีเรี่ยวมีแรงก็จะพัฒนาตัวเองต่อไป งั้นธรรมะก็เลยมีสองระดับ ธรรมะอยู่กับโลกเรียกโลกียธรรม ธรรมะที่จะพ้นจากโลกไปสู่โลกุตรธรรม มีสองแบบไม่เหมือนกันหรอก

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

CD: แสดงธรรมเทศนา สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๑
File: 540819A
ระหว่างนาทีที่ ๐ วินาทีที่ 0๒ ถึงนาทีที่ ๒ วินาทีที่ ๒๘

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : เรื่องของจิตเบิกบานจากการภาวนา

เรื่องของจิตเบิกบานจากการภาวนา

เรื่องความเบิกบานนั้น ต้องทำความเข้าใจให้ตรงกันก่อนว่า เบิกบานนั้นหมายความว่ายังไง เรื่องความหมายของคำนี้ค่อนข้างจะยุ่งยากพอสมควร แต่ละคนก็เข้าใจไปตามที่ตัวเองเคยรู้เคยประสบมา อย่างเช่นถ้าใครทำสมถะเป็น ก็อาจจะเข้าใจว่าจิตที่เบาๆ สบายๆ เป็นจิตที่เบิกบาน หรือคนที่ทำฌาณได้สูงๆ ก็อาจบอกว่าจิตตอนที่เกิดฌานเป็นจิตที่เบิกบาน ผมเองก็เข้าใจ จิตที่เบิกบานไปอีกแบบหนึ่ง โดยผมเข้าใจจากการฝึกรู้ตัวไปเรื่อยๆ เผลอบ้าง รู้บ้าง เพ่งบ้าง จนวันหนึ่งผมเกิดไปเห็นอาการของจิตที่เข้าไปเพ่งอารมณ์หลังจากที่รู้ตัวอยู่ เห็นว่าจิตขณะที่เข้าไปเพ่งอารมณ์จะมีอาการเหมือนหดวูบเข้าไป (เหมือนดอกไม้หุบ) แล้วพอรู้ตัวอีกที จิตก็จะกว้างออก เหมือนดอกไม้บานออก ก็เลยเข้าใจว่า จิตเบิกบานนี่เป็นอย่างนี้เอง (ซึ่งก็อาจไม่ใช่จิตเบิกบานในความหมายของอีกหลายๆ คน)

ทีนี้ที่ถามว่า การตามรู้จะต้องเห็นจิตเบิกบานทุกครั้งหรือไม่ ผมคิดว่า ไม่จำเป็นต้องเห็น แต่ต้องเบิกบาน เพราะจิตที่เบิกบานเป็นอาการอย่างหนึ่ง จึงอาจไม่ใช่อาการที่จิตสนใจจะไปรู้ในขณะนั้น ถ้าไม่สนใจจะรู้ แต่สนใจไปรู้อาการหรืออารมณ์อื่นแทน ก็จะไม่เห็นความเบิกบาน แต่ในขณะเดียวกันถ้าเราไปมัวจะดูว่าเบิกบานไหม ก็เท่ากับเราไปเพ่งจ้องที่จะดู ดังนั้นมันจะเห็นหรือไม่ก็ช่างมันเถอะ มันจะเบิกบานหรือไม่ก็ช่างมันเถอะ ขอแค่ให้รู้ว่า เผลอไป-เพ่งไป เท่านี้ก็พอแล้ว

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

แยกธาตุแยกขันธ์ได้ เริ่มจาก มีความสุขก็รู้ มีความทุกข์ก็รู้

mp 3 (for download) : แยกธาตุแยกขันธ์ได้ เริ่มจาก มีความสุขก็รู้ มีความทุกข์ก็รู้

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

แยกธาตุแยกขันธ์ได้ เริ่มจาก มีความสุขก็รู้ มีความทุกข์ก็รู้

แยกธาตุแยกขันธ์ได้ เริ่มจาก มีความสุขก็รู้ มีความทุกข์ก็รู้

หลวงพ่อปราโมทย์ : คนจำนวนมากเลยที่สามารถแยกธาตุแยกขันธ์ได้ เห็นเลยว่าความสุขความทุกข์กับจิตใจเนี่ย เป็นคนละอันกัน ร่างกายกับจิตใจก็เป็นคนละอันกันนะ กุศลอกุศลกับจิตใจก็เป็นคนละอันกัน เขาแยกอย่างนี้ได้

เพราะฉะนั้นอย่างความสุขเกิดขึ้นก็รู้เลย ความสุขเกิดขึ้นก็เป็นแค่สภาวธรรมอย่างหนึ่งผ่านเข้ามา จิตเป็นคนไปรู้มันเข้า นี่เขาดูเก่งนะ

เบื้องต้นเราแยกไม่ออกก็ไม่เป็นไร เบื้องต้นแค่ว่าตอนนี้มีความสุขขึ้นมาก็รู้ ตอนนี้มีความทุกข์ขึ้นมาก็รู้ เบื้องต้นเอาให้ได้แค่นี้ก่อน มีความสุขขึ้นมาก็รู้มีความทุกข์ขึ้นมาก็รู้

พอชำนิชำนาญขึ้นเราจะค่อยๆสังเกตเห็นนะ ความสุขไม่ใช่จิตหรอก ความสุขเป็นสิ่งที่จิตไปรู้เข้า ความทุกข์ก็ไม่ใช่จิตนะ จิตเป็นคนไปรู้ความทุกข์เข้า อย่างนี้ค่อยแยกออกไปอีก ฝึกไปๆจะเห็นว่า ความสุขความทุกข์มันไม่ย้อมจิต มันมาแล้วมันก็ไป มันมาแล้วก็ไป จิตไม่หลงยินดีไม่หลงยินร้ายกับมัน

จิตที่หลงยินดียินร้ายมันไหลเข้าไปเกาะไหลเข้าไปรวมกับอารมณ์ มีความสุขก็เข้าไปเกาะในความสุขนะ มีความทุกข์ก็เข้าไปเกาะในความทุกข์ ความสุขกับความทุกข์อันไหนเกาะเร็วกว่ากัน ความทุกข์เกาะเร็ว อะไรปล่อยได้ยากกว่ากัน ความสุข ความสุขปล่อยยากนะ ยากกว่าความทุกข์ ความทุกข์อยากปล่อย แต่ความสุขไม่อยากปล่อย อยากเอาไว้

เนี่ยเราเฝ้ารู้เฝ้าดูไปเรื่อยเลยนะ จิตมันไหลไปเกาะกับความสุข ก็รู้ ไหลไปเกาะกับความทุกข์ ก็รู้ มันแยกออกมา ก็รู้ ต่างคนต่างอยู่ไป ต่อไปมันก็จะเห็นเลย ความสุขความทุกข์เป็นแค่สภาวะอันหนึ่งเท่านั้นเอง มีเหตุก็เกิดขึ้น

เหตุของความสุขก็คือ จิตไปกระทบอารมณ์ที่เพลิดเพลินพอใจ พอจิตกระทบอารมณ์ที่เพลิดเพลินพอใจ ก็ได้ความสุข จิตไปกระทบอารมณ์ที่ไม่พอใจ ก็มีความทุกข์

อย่างบางคนภรรยาด่าทุกวันเลยตั้งแต่แต่งงาน ด่าทุกวันๆเลยนะ ทีแรกก็ไม่พอใจนะ อยู่ๆไปก็ชินนะ คล้ายอยู่กับน้ำนานน่ะ ชิน วันไหนภรรยาเงียบๆไปนะ ใจคอไม่สบาย ไม่รู้มันจะมาไม้ไหน เนี่ยใจมันก็แปลกๆนะ

ให้เราก็เฝ้ารู้ลงไปนะ เฝ้ารู้ลงไปที่ใจ เห็นเลยความสุขความทุกข์ทั้งหลาย มาแล้วก็ไป ความสุขความทุกข์ทั้งหลายไม่ใช่จิตหรอก เป็นสิ่งที่จิตไปรู้เข้า มีเหตุมันก็เกิด หมดเหตุมันก็ดับ บังคับมันก็ไม่ได้ ดูอย่างนี้แหละ

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

CD: ศาลาลุงชิน ครั้งที่ ๔๖
File: 541218
ระหว่างนาทีที่ ๑๓ วินาทีที่ ๒๐ ถึงนาทีที่ ๑๖ วินาทีที่ ๐๗

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : ดูจิตไปด้วย ควบคู่ภาวนาพุทโธไปด้วยจะทำให้เนิ่นช้าหรือไม่ ?

ดูจิตไปด้วย ควบคู่ภาวนาพุทโธไปด้วยจะทำให้เนิ่นช้าหรือไม่ ?

ถาม : ถ้าดูจิตไปด้วยแล้วภาวนาพุทโธไปด้วยนี่ จะทำให้เนิ่นช้าหรือเปล่าครับ ?

ตอบ  : ก็เห็นครูบาอาจารย์หลุดพ้นด้วยการภาวนาพุทโธกันเยอะนี่ครับ โดยส่วนตัวผมเห็นว่า ถ้าภาวนาแล้วจิตตั้งมั่นได้ หรือใช้พุทโธเป็นสิ่งที่ถูกรู้อย่างมีสติสัมปชัญญะได้ ก็ย่อมหลุดพ้นได้ เนิ่นช้าหรือไม่ขึ้นกับว่า ภาวนาพุทโธยังไงมากกว่า ถ้าภาวนาด้วยเอาแต่ให้จิตสงบตั้งมั่นเฉยๆ ไม่ยอมเจริญสติปัฏฐาน ก็เนิ่นช้าแน่ แต่ถ้าภาวนาเพื่อให้จิตตั้งมั่น แล้วเอาพุทโธเป็นเหมือนที่พักระหว่างเจริญปัฏฐาน ก็ไม่น่าจะเนิ่นช้า หลวงตาบัวก็ใช้พุทโธเป็นเครื่องมือภาวนา ตอนแรกก็พุทโธจนจิตตั้งมั่น แต่ไม่ได้เจริญสติปัฏฐาน จนหลวงปู่มั่นแก้ให้ ท่านก็ทิ้งพุทโธ แต่มาพบว่า ถ้าไม่บริกรรมพุทโธเอาไว้ จิตจะเผลอหลงได้ง่าย ท่านก็เลยเอาพุทโธเป็นวิหารธรรม แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า จะเอาแต่พุทโธอย่างเดียว พอจิตไปรู้อารมณ์อื่นก็ตามรู้ไป รู้เสร็จก็กลับมาพักที่พุทโธ ท่านทำอย่างนี้แล้วจิตตั้งมั่น-มีสติสัมปชัญญะได้ต่อเนื่อง ผลก็ออกมาอย่างที่เราทราบๆ กัน

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

นักปฏิบัติไม่เป็นปฏิปักษ์กับสิ่งแวดล้อม

mp 3 (for download) : นักปฏิบัติไม่เป็นปฏิปักษ์กับสิ่งแวดล้อม

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

นักปฏิบัติไม่เป็นปฏิปักษ์กับสิ่งแวดล้อม

นักปฏิบัติไม่เป็นปฏิปักษ์กับสิ่งแวดล้อม

โยม : หนูรู้สึกว่าเบื่อคนรอบข้างค่ะ รำคาญคนรอบข้างอะไรเงี้ย ชอบอยู่คนเดียว รู้สึกรำคาญคนรอบข้างน่ะค่ะ ไม่ใช่ แบบเป็นหมู่มากๆอย่างเงี้ย หนูรู้สึกไม่ค่อยชอบค่ะ

หลวงพ่อปราโมทย์ : ให้รู้ทันใจที่ไม่ชอบนะ นักปฏิบัติที่แท้จริงเนี่ย ไม่มีความเป็นปฏิปักษ์กับสิ่งแวดล้อมเลย อยู่ในสิ่งแวดล้อมไหนก็ได้ อยู่ที่บ้านก็ภาวนา อยู่บนถนนรถติดยังไงก็ภาวนา ไม่ใช่ว่าจะรักอันนี้จะเกลียดอันโน้นไปเรื่อย เพราะฉะนั้นตรงไหนที่ไม่ชอบนั่นแหล่ะไปภาวนามันตรงนั้นแหล่ะ ตรงนั้นแหล่ะกิเลสเยอะดี (โยม: ค่ะ ขอบคุณค่ะ)

หลวงพ่อนะภาวนาได้ดีที่สุดนะตอนทำงานอยู่ที่ทำงาน แรกๆนะ โอ๊ย เครียดตลอดเลย ตรงนั้นแหล่ะภาวนาดี พอย้ายงานนะนายก็ดีงานก็ดีเงินก็ดีอะไรๆดีหมดเลย มีเวลามานั่งตอบกระทู้ในอินเตอร์เนตได้ด้วย การภาวนานะไม่กระปรี้กระเปร่าเลย สบายเกินไป

เพราะนั้นเวลามีปัญหาชีวิตเนี่ย เป็นเวลาที่เราจะขยันขันแข็งในการภาวนา แต่ต้องจับหลักให้ถูกก่อน คนส่วนใหญ่พอมีปัญหาชีวิตเนี่ยอยากให้ปัญหาหาย ภาวนานะก็เพื่อให้ปัญหามันหมดไป ซึ่งไม่ใช่ ปัญหาไม่หมดไปเพราะการภาวนานะ แต่ต้องภาวนา มีความทุกข์ขึ้นมาแล้วมีปัญหาแล้วมันเกิดความทุกข์เนี่ย เราคอยรู้ทันนะ ใจไม่ทุกข์นะแล้วค่อยไปแก้ปัญหาเอา ไม่ใช่ภาวนาให้ปัญหาหมด ไม่หมดหรอก

อย่างลูกติดยานะแล้วเราก็นั่งภาวนาแล้วแผ่ส่วนกุศลให้ลูก มันจะหายติดยามั้ย ไม่หายหรอกคนละเรื่องกัน หรือบางคนนะจะไปสอบเข้ามหาวิทยาลัยนะ มาขอพรหลวงพ่อเจ้าประคู้นให้หลวงพ่อช่วย เอาจีวรมาให้เราขอเข้ามหาวิทยาลัยให้ได้ โห เธอเลือกคณะที่ฉันไปสอบเองฉันยังเข้าไม่ได้เลย ใครจะไปช่วยใคร ใช่มั้ย

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

CD: ศาลาลุงชิน ครั้งที่ ๒๙
File: 520517.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๕๕ วินาทีที่ ๑ ถึงนาทีที่ ๕๖ วินาทีที่ ๕๓

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : ปัญหาของการทำในรูปแบบ

ปัญหาของการทำในรูปแบบ

ผมคิดว่าปัญหาของพวกเรารวมทั้งผมเองคือ ทำตามรูปแบบแต่ผิดไม่ได้ผิดรูปแบบ แต่จิตมันมีลักษณะอาการที่ผิดไป คือแทนที่จะทำไปรู้ตัวไปบ้าง เผลอไปบ้าง ก็กลับไปทำแล้วกลายเป็นเพ่งไป จิตมันเลยแข็งๆ ทื่อๆ ไม่รู้ตัว การทำตามรูปแบบหรือทำสมถะ ไม่ใช่การเพ่งเอานะครับ แต่เป็นการตามรู้อย่างต่อเนื่อง การเดินจงกรม รูปแบบคืออิริยาบถเดิน จิตจะรู้กาย หรือรู้ว่าเผลอไป รู้แบบสบายๆ ไม่เพ่ง การเคาะนิ้ว รูปแบบคืออิริยาบถเคาะนิ้ว จิตจะรู้กาย หรือรู้ว่าเผลอไป รู้แบบสบายๆ ไม่เพ่ง การดูท้องพองยุบ รูปแบบคืออิริยาบถนั่ง จิตจะรู้กาย(รู้ท้องพองยุบ) หรือรู้ว่าเผลอไป รู้แบบสบายๆ ไม่เพ่ง สรุปว่า รูปแบบคือการฝึกรู้ด้วยความรู้สึกตัวภายใต้รูปแบบใดแบบหนึ่ง ไม่ใช่การเพ่งกายไม่ใช่การเพ่งจิต หรือจะพูดว่า ฝึกให้จิตเคยชินกับการรู้สึกตัวด้วยรูปแบบใดๆ เมื่อจิตเคยชินแล้ว จิตก็จะรู้สึกตัวได้ง่ายในชีวิตประจำวัน เช่นคนที่ฝึกตามรูปแบบเดินจงกรมจนเคยชินที่จะรู้สึกตัวในขณะเดิน เมื่ออยู่ในชีวิตประจำวันที่จะเผลอง่ายเผลอนาน พอร่างกายขยับเดินจิตก็จะรู้สึกตัวขึ้นเอง ทำให้การเผลอก็จะสั้นลง หรือทำให้รู้สึกตัวได้บ่อยขึ้นนั่นเอง คงพอจะช่วยให้เข้าใจต่อคำว่า ทำตามรูปแบบ ได้ชัดเจนขึ้นนะครับ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

Dhammada News : พระธาตุโกฏิแก้ว และ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ขอเชิญ ชาว จ.เชียงราย จ.เชียงใหม่ และพื้นที่ข้างเคียง ร่วมฟังธรรมเทศนาโดยหลวงพ่อปราโมทย์ ในระหว่างวันที่ 28 -29 ม.ค. 55

จังหวัดเชียงราย

เนื่องด้วยทาง พระมหาสมชาย สมฺมชีโว ประธานสงฆ์ พระธาตุโกฏิแก้ว อ.เมือง จ.เชียงราย และคณะสานุศิษย์ ได้อาราธนานิมนต์หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แห่งสำนักสงฆ์สวนสันติธรรม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี มาแสดงธรรมเพื่อโปรดแก่บรรดาญาติโยมลูกศิษย์และผู้สนใจการปฏิบัติธรรมตามแนวทางขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยหลวงพ่อปราโมทย์ จะมาแสดงธรรมที่พระธาตุโกฏิแก้วในวัน เสาร์ ที่ 28 มกราคม 2555 โดยจะเริ่มงานตั้งแต่เวลา 10.00 น. เพื่อให้ลงทะเบียน  โดยหลวงพ่อจะเริ่มบรรยายธรรมเวลาประมาณ 13.30 น.  ผู้ที่มาลงทะเบียน ก็จะได้รับหนังสือภาพธรรมมะสี่สีสวยงาม   นอกจากนี้ ในงานยังมีโรงทานแก่ผู้มาร่วมงานทุกท่าน
จึงขอเรีียนเชิญนักปฏิบัติธรรม และผู้สนใจท่าน มาร่วมฟังการแสดงธรรมในครั้งนี้  โดยท่านสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเส้นทางที่ไปยังพระธาตุโกฏิแก้วได้ที่เบอร์โทรศัพท์ดังนี้คือ  โทร 081 961 7138  หรือ 089 637 2998 ได้ทุกวันครับ

แผนที่ ที่ตั้งพระธาตุโกฏิแก้ว อ.เมือง จ.เชียงราย >>>

ดู พิกัดที่ตั้งพระธาตุโกฏิแก้ว อ.เมือง จ.เชียงราย ในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า

ดู พิกัดที่ตั้งพระธาตุโกฏิแก้ว อ.เมือง จ.เชียงราย ในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า


และ ที่ จังหวัด เชียงใหม่ ม.เชียงใหม่ ในงาน ธรรมะเปลี่ยนชีวิตครั้งที่ 6 โดยชมรมสารธรรมล้านนา

องค์บรรยายธรรม ( คลิกที่ชื่อองค์บรรยายเพื่อชมประวัติค่ะ)เรียงลำดับองค์บรรยายตามนี้นะคะ
1.หลวงพ่อกิตติศักดิ์ กิตติสาโร หัวข้อ  คุณค่าแห่งปัจจุบัน
2. ดร.สนอง วรอุไร หัวข้อ  เข้าถึงธรรม
3. พระอาจารย์มานพ อุปสโม หัวข้อ รุ่งอรุณแห่งชีวิต
4. หลวงพ่อ ปราโมทย์ ปาโมชฺโช หัวข้อ ปฏิหารแห่งการตื่นรู้

ชมสปอตโฆษณา



เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

Dhammada News : หลวงพ่อปราโมทย์มาแสดงธรรมที่ศาลาลุงชิน 15 ม.ค. 55

แจ้งข่าว หลวงพ่อปราโมทย์มาแสดงธรรมที่ศาลาลุงชิน ถ.แจ้งวัฒนะ ในวันอาทิตย์ที่ 15 มกราคม 2555 นี้ครับ

ตั้งแต่เวลา 8.30 น. – 10.00 น.

แนะนำให้มาถึงศาลาก่อน 7.30 น. เพื่อจะได้มีที่นั่งครับ

>>> ท่านที่นำรถมา แนะนำให้นำรถจอดเข้าด้านในของทีจอดรถภายในบริเวณของศาลาฯ ที่เตรียมไว้ให้เท่านั้น หากท่านไม่ต้องการนำรถเข้ามาจอดภายใน ก็ขอให้นำรถไปจอดที่ห้างโลตัส หรือ บิ๊กซี ทั้งนี้ขอความกรุณาอย่าจอดกีดขวางหน้าบ้านของชุมชนใกล้เคียงศาลาฯ <<<

แผนที่ศาลาลุงชิน

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

มีธรรมะแล้ว น้ำท่วมก็ไม่ทุกข์ใจ

mp 3 (for download) : มีธรรมะแล้ว น้ำท่วมก็ไม่ทุกข์ใจ

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

มีธรรมะแล้ว น้ำท่วมก็ไม่ทุกข์ใจ

มีธรรมะแล้ว น้ำท่วมก็ไม่ทุกข์ใจ

หลวงพ่อปราโมทย์ : เวลาชีวิตเราเกิดวิกฤติ มันคือเวลาที่จะทดสอบว่าการปฏิบัติที่เราฝึกฝนอบรมมานั้นมันได้ผลแค่ไหน คนที่ไม่เคยฝึกอบรมจิตใจเวลาปัญหาในชีวิตเกิดขึ้น สติแตก มีความทุกข์มากมายเหลือเกิน ความทุกข์ในด้านชีวิตความเป็นอยู่ยังไม่พอนะยังแถมความทุกข์ทางใจเข้าไปด้วย

ส่วนคนซึ่งได้ศึกษาปฏิบัติธรรมได้ฝึกฝนอบรมมาดีแล้ว มันมีความทุกข์แต่ทางร่างกาย ชีวิตความเป็นอยู่อะไรนี้ บางทีมีเงินนะแต่กรรมจะให้ผลติดอยู่ในบ้านน้ำท่วมกินแต่มาม่า ทั้งๆที่มีเงินน่ะไม่มีของจะกินน้ำจะกินก็ไม่ค่อยจะมี เวลากรรมให้ผลมันลำบาก แต่มันลำบากเฉพาะร่างกาย อย่างชีวิตความเป็นอยู่มันเปลี่ยนแปลง คนกรุงเทพน่าสงสาร จริงๆคนอื่นก็น่าสงสารเหมือนกัน คนชลบุรีก็น่าสงสารนะ คนกรุงเทพไปแย่งข้าวกินซะเกือบหมดเลย

ใครเจอปัญหาน้ำท่วมบ้าง ยกมือให้หลวงพ่อดูซิ เยอะ สอบตกหรือสอบได้ เอ้า ใครสอบได้ยกมือซิ ใครสอบตกมีมั้ย อย่างน้อยสอบได้เยอะกว่าสอบตก แสดงว่าคอร์สของเราใช้ได้คนสอบได้เยอะกว่า บางคนก็สงสัยอุตส่าห์ทำความดีทำไมน้ำท่วมบ้านบุญไม่ให้ผลเลยเหรอ อุตส่าห์เข้าวัดทำบุญทำทานทำไมทรัพย์สินยังเสียหายทั้งๆที่ทำทาน ทำไมชีวิตลำบาก ธรรมะไม่ได้แปลว่าทำให้น้ำไม่ท่วมบ้าน คนละเรื่องกัน ถ้าบ้านเราอยู่ต่ำกว่าน้ำ น้ำก็ท่วมบ้าน ถึงจะมีบุญแค่ไหนก็ท่วม

เหมือนเมื่อก่อนนี้ไฟไหม้เมืองสุรินทร์ ไหม้ซะมากเลยนะ ไหม้มาถึงกำแพงวัดบูรพาราม ชาวบ้านไปประท้วงหลวงปู่เลยหลังจากไฟไหม้ เสียแรงทำบุญมาตั้งนานไม่คุ้มครองเลยบุญไม่คุ้มครองธรรมะไม่คุ้มครองเลยคุ้มครองแต่วัดไม่คุ้มครองชาวบ้าน หลวงปู่ท่านก็บอกว่า ไฟมันมีหน้าที่ไหม้ ไม่ใช่ว่าเราทำบุญแล้วไฟไม่ไหม้ เพียงแต่ว่าถ้าไฟไหม้ขึ้นมาเราไม่ทุกข์ มันไหม้ได้แต่ของข้างนอกหรือไหม้ได้แต่ร่างกายแต่ใจเราไม่ได้ถูกไฟไหม้ไปด้วย

งั้นการที่เรามาศึกษาปฏิบัติธรรมมาพัฒนาจิตใจเราเนี่ย ก็เพื่อเตรียมความพร้อมให้ใจเรานั่นเอง ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นนะไฟจะไหม้น้ำจะท่วม ลูกจะเป็นเอดส์ หลานจะติดยา อะไรๆก็เกิดได้เสมอเลย เราสามารถอยู่ได้ท่ามกลางปัญหาท่ามกลางความวุ่นวายโดยไม่ทุกข์ ปัญหาก็อยู่ส่วนปัญหาแต่ใจมันไม่ทุกข์ ใจมันไม่ไปหยิบเอาปัญหาเข้ามาใส่ตัวเอง

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

CD: ศาลาลุงชิน ครั้งที่ ๔๖
File: 541218
ระหว่างนาทีที่ ๐ วินาทีที่ ๒๕ ถึงนาทีที่ ๔ วินาทีที่ ๐๒

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : โอวาทเรื่องศรัทธา

โอวาทเรื่องศรัทธา

พระพุทธเจ้าสำหรับคนในยุคนี้ ดูเหมือนจะห่างไกลกันไม่น้อย คงด้วยเหตุเพราะเรากำลังอยู่ในยุคหลังพระพุทธเจ้าดับขันธปรินิพพานมานานถึงสองพันห้าร้อยกว่าปีแล้ว จึงรู้สึกเหมือนพระพุทธองค์ท่านอยู่ไกลเกินกว่าจะจับต้องได้ แต่กับครูบาอาจารย์ที่สอนเราอยู่ ณ เวลานี้ มันเหมือนเป็นอะไรที่ใกล้ตัว-จับต้องได้ (สนับสนุนความเห็นพี่เอี้ยง) จนกว่าวันใดที่เราสามารถปฏิบัติตามครูบาอาจารย์จนถึงจุดที่พระพุทธองค์ได้ตรัสไว้ว่า… ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเรา วันนั้นเราก็จะหมดสิ้นความเคลือบแคลงต่อพระองค์ ต่อพระธรรมที่พระองค์ประกาศไว้ ตลอดจนครูบาอาจารย์ทั้งหลายที่สืบทอดพระธรรมกันต่อๆ มา ศรัทธาในตอนนั้นจะต่างจากก่อนหน้ามากมายนัก เป็นศรัทธาที่ไม่อาจจะมีสิ่งใดมาลดทอนลงไปได้ เป็นศรัทธาที่อยู่บนความเห็นชอบ และจะไม่เป็นความงมงายได้อีก

ความศรัทธาที่ยังไม่ได้เห็นจริงตามที่พระพุทธองค์ตรัสไว้ จะยังเป็นศรัทธาที่สามารถถูกลดทอนได้ บ่อยครั้งที่เราเพียงแค่คิดถึงเรื่องบางเรื่องไปตามทิฏฐิของเราเอง จนถึงกับทำให้ศรัทธาที่มีต่อพระพุทธองค์ ต่อครูบาอาจารย์ ถึงกับพังครืนลงไป แต่อย่างไรก็ตาม ในการปฏิบัติภาวนาของเรา ก็ย่อมต้องอาศัยศรัทธาที่มีต่อครูบาอาจารย์ (พระสงฆ์)ไปพร้อมๆ กับศรัทธาในพระพุทธ พระธรรม จะอาศัยศรัทธาเฉพาะครูบาอาจารย์อย่างเดียวก็ไม่ได้ เพราะหากไม่มีความศรัทธาต่อพระพุทธ พระธรรม มาเป็นตัวถ่วงดุล (ในระยะแรก) แล้วเราเกิดไปเจอครูบาอาจารย์ที่สอนผิดเพี้ยนเข้า เราก็จะแยกแยะไม่ออกแล้วทำให้เราต้องเดินหลงทางไปอีกนาน ถ้าเรามีวิบากไม่ดีมา ก็ยากจะได้เจอะเจอและศรัทธาในครูบาอาจารย์ที่เป็นเพชรน้ำเอก ดังที่เห็นกันทุกวันนี้ มีบางคนได้มีโอกาสมีวาสนาเจอะเจอครูบาอาจารย์ที่เป็นเพชรน้ำเอก แต่กลับไม่ศรัทธา ก็เลยเสียโอกาสได้รับการอบรมในทางที่เหมาะที่ควรกับตัวเอง

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ที่ใจไม่หยุดดิ้นรน เพราะหลงผิดว่าสุขมีอยู่

Mp3 for download: 460102_suffering&happinesss

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ที่ใจไม่หยุดดิ้นรน เพราะหลงผิดว่าสุขมีอยู่

ที่ใจไม่หยุดดิ้นรน เพราะหลงผิดว่าสุขมีอยู่

หลวงพ่อปราโมทย์: เวลาเราปฏิบัตินะ แต่เดิมเราก็จะหลงผิดว่าเราปฏิบัติให้มันมีความสุข เราเห็นว่าในโลกนี้มีทั้งความสุขและความทุกข์ เราก็จะพยายามหลบไอ้ตรงทุกข์ จะไปเอาตรงสุข ดิ้นไปเรื่อยๆ เวลาเจอความสุขก็พอใจ เพลิน เจอความทุกข์ก็พยายามจะหนี

ทุกข์กายทุกข์ใจ มี ๒ อัน ทางกายเราก็อยากจะไปเห็น อยากได้กลิ่น ได้รส ได้สัมผัสที่มันดีๆ หนีที่ไม่ดี เวลาเจอของไม่ดีเราก็หวังว่าถ้าหนีอันนี้ไปได้แล้วจะได้ไปเจอของดี ลืมไปอันนึงว่าไอ้ต้นตอตัวหัวโจกเลยมันไม่ใช่รูปรสกลิ่นเสียงโผฏฐัพพะหรอก กระทั่งกายเรานี้ก็ไม่ใช่ของดิบดีอะไร ไม่มีความสุขจริง ทั้งกายนี้มีแต่ความทุกข์ จิตใจก็เหมือนกันนะ จิตใจก็เที่ยวหาอารมณ์ที่เป็นสุข ร่างกายของเรา เราก็อยากให้ร่างกายเราได้แต่อารมณ์ที่เป็นสุข ร่างกายจิตใจอยากจะเอาแต่สุข ไม่เอาทุกข์ แล้วที่ใจเราดิ้นรนไม่เลิกเนี่ย เพราะเรายังหลงผิดว่าสุขมันมีอยู่ เจอทุกข์แล้วหลบให้ดีเหอะ เดี๋ยวเราจะเจอสุข

ถ้าศึกษาศาสนาพุทธอย่างถึงแก่นจริงๆจะพบว่าเราหลบหลีกไปไม่ได้นาน เพราะตัวเราเองเป็นตัวทุกข์ ร่างกายจิตใจของเราเองนั่นแหละตัวทุกข์ ไม่ใช่คนอื่นทุกข์นะ อย่างสมมติไปหาของอร่อยที่สุดมากิน ร่างกายก็ยังมีความทุกข์อีก ของที่อร่อยที่สุดไม่ได้ทำให้ร่างกายมีความสุขได้ถาวรอะไร รูปที่สวยที่สุดไม่ได้ทำให้ร่างกายมีความสุข อารมณ์ที่ดีก็ไม่ได้ทำให้จิตมีความสุขถาวรได้เพราะจิตไม่เที่ยง

ถ้าเราเข้าใจว่าร่างกายจิตใจของเราบังคับไม่ได้ ไม่เที่ยง ไม่ใช่ตัวตน ก็ค่อยคลายความยึดถือ มันจะไม่ไปดิ้นหาความสุข แล้วก็ไม่ดิ้นหนีความทุกข์ แต่ก็ไม่ใช่โง่แช่ความทุกข์อยู่นะ ไม่ใช่นั่งภาวนา มดกัดให้มันกัดไป ไม่ใช่กายเรา เนี่ยโง่เกินไปแล้ว สุดโต่งไป

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อวันพฤหัสบดี ที่ ๒ มกราคม พ.ศ.๒๕๔๖


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๑
ระหว่างนาทีที่ ๓ วินาทีที่ ๒๙ ถึง นาทีที่ ๖ วินาทีที่ ๐๓

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

Dhammada News : เรียนชี้แจงเรื่องความเข้าใจผิด กรณีปัจจัยรับนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์

ตามที่มีผู้ส่งเมล์เขียนมาสอบถามกับผู้ใหญ่ท่านหนึ่งว่า
“……..เพิ่งสอบถาม……ที่เคยนิมนต์หลวงพ่อไปเทศน์มาแล้ว เกี่ยวกับปัจจัยที่เตรียมถวายท่าน ได้รับคำตอบว่ากรณีรู้จักกัน 5,000 บาท กรณีทั่วไป(ไม่รู้จักกัน) 50,000 บาท….”

ขอเรียนชี้แจงว่า หลวงพ่อไม่เคยเรียกร้องปัจจัยใดๆทั้งสิ้น แม้แต่ค่ารถค่าน้ำมัน ท่านก็ไม่เคยเรียกร้อง บางสถานที่ที่หลวงพ่อเห็นว่าเป็นองค์กรเพื่อการกุศลแล้ว หลวงพ่อยังร่วมสมทบทุนให้เป็นการส่วนตัวด้วยซ้ำ แม้แต่เงินติดกัณฑ์เทศน์หรือสิ่งของที่ผู้เข้าฟังนำมาถวาย หลายครั้งโดยส่วนใหญ่หลวงพ่อก็จะมอบให้กับเจ้าของสถานที่เพื่อไว้ใช้ในการกุศล ดังที่เจ้าของสถานที่หลายรายให้คำยืนยันเสมอมา

ดังนั้นหากใครถูกเรียกร้อง ก็ขอให้สอบถามว่า ใช่พระปราโมทย์ ปาโมชฺโชที่อยู่สวนสันติธรรม ศรีราชา หรือเปล่าด้วยครับ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : เรื่องของการขอขมา

เรื่องของการขอขมา

ตัวผมเองปกติก็จะขอขมาแบบนึกเอาในใจ เพราะเป็นเพียงการตั้งใจว่า ต่อไปจะสำรวมกาย วาจา ใจ ไม่ล่วงเกินอีก ส่วนที่ล่วงเกินไปแล้วยังไงๆ ก็ต้องรับผลกรรมอยู่ดี ไม่ใช่ว่าขอขมาแล้วจะแล้วกันไป อย่างเช่นพระเทวทัต ยังไงก็ต้องใช้กรรมที่ล่วงเกินพระพุทธองค์ไปแล้ว สำหรับผม การขอขมาไม่สำคัญเท่า การตั้งใจว่าจะสำรวมกาย วาจา ใจ ไม่ล่วงเกินอีก การขอขมา ผมว่าก็คือการบอกกับผู้ที่เราล่วงเกินไว้ว่า เรายอมรับและสำนึกได้ว่าตัวเองได้ทำผิดไป เพื่อจะได้ให้อีกฝ่ายไม่ติดใจเอาเรื่องหรือผูกพยาบาท ส่วนเราเองถ้าเป็นผู้ที่ถูกคนอื่นล่วงเกิน ลำพังแค่การเอ่ยปากยกโทษให้ แต่ใจยังผูกโกรธผูกพยาบาท เราเองก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรเลยจากการที่ผู้อื่นมาขอขมา แต่ถ้าเราไม่ผูกโกรธไม่ผูกพยาบาท เขาจะมาขอขมาหรือไม่ก็ไม่สำคัญ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ปัญหาไม่ได้ทำให้ทุกข์ เราทุกข์เพราะไม่ยอมรับกับความจริง

mp 3 (for download) : ปัญหาไม่ได้ทำให้ทุกข์ เราทุกข์เพราะไม่ยอมรับปัญหา

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ปัญหาไม่ได้ทำให้ทุกข์ เราทุกข์เพราะไม่ยอมรับกับความจริง

ปัญหาไม่ได้ทำให้ทุกข์ เราทุกข์เพราะไม่ยอมรับกับความจริง

หลวงพ่อปราโมทย์ : พวกเราสังเกตมั้ยเวลาน้ำท่วม ตัวที่ทำให้ความทุกข์เข้ามาสู่ใจเราไม่ใช่น้ำแต่เป็นความอยาก น้ำมาแล้วอยากให้ไม่มา ใช่มั้ย อยากให้น้ำไม่มา ก็น้ำจะต้องมาอย่าให้น้ำไปไหน น้องทรายก็กั้นน้องน้ำไม่ได้หรอกน้ำมันจะมา ความอยากของเรามันไร้เดียงสา น้ำมาแล้วน้ำมันขังอยากให้น้ำไปเร็วๆ ที่เราต่ำน้ำก็ไปช้า เรามีความอยากซึ่งมันเป็นไปไม่ได้เยอะแยะเลย

ถ้าของที่มันเป็นไปตามใจเราต้องการ เราก็ไม่มานั่งอยาก เราก็ไม่ต้องอยาก ไอ้ที่อยากเพราะมันไม่เป็นอย่างที่ต้องการ นี่ความต้องการของเรามันไม่ยอมรับความจริงฝืนความจริง น้ำจะท่วมอยากให้ไม่ท่วม เราจะต้องแก่อยากให้ไม่แก่ เราจะต้องเจ็บไข้อยากให้ไม่เจ็บไข้ เราจะต้องตายอยากให้มันไม่ตาย เราจะต้องพลัดพรากจากสิ่งที่รักจากคนที่เรารักเราไม่อยากพลัดพราก เราต้องเจอสิ่งที่ไม่รักไม่ชอบใจเราไม่อยากเจอ ใจที่ไม่อยากนี้เองทำให้ใจดิ้นรน หาความสุขหาความสงบไม่ได้

ถ้าใจเรายอมรับสภาวะทุกสิ่งทุกอย่างได้ ใจจะไม่ทุกข์ อย่างยอมรับได้ว่าต้องแก่ แก่ขึ้นมาก็ไม่ทุกข์ ยอมรับได้ว่าต้องเจ็บ เจ็บขึ้นมาก็ไม่ทุกข์ ยอมรับว่าต้องตาย ต้องพลัดพรากจากสิ่งที่รัก ต้องเจอสิ่งที่ไม่ชอบใจเป็นครั้งเป็นคราว ยอมรับได้ก็ไม่ทุกข์ ยอมรับไม่ได้ก็ทุกข์ นี่ทำไงใจเราจะยอมรับทุกสิ่งทุกอย่างได้

ตัวนี้แหละที่พระพุทธเจ้าสอนเรา สอนเราว่าทำยังไงเราจะยอมรับปรากฎการณ์ทั้งหลายทั้งปวงได้ งั้นน้ำท่วมก็ไม่ทุกข์นะ อะไรเกิดขึ้นก็ไม่ทุกข์ถ้าใจยอมรับได้ใจไม่ดิ้น วิธีการที่จะฝึกจิตฝึกใจให้ยอมรับความจริงที่ต้องเผชิญได้ก็คือวิปัสสนากรรมฐานนั่นเอง เรามาเรียนรู้ความจริงของชีวิตนะ วิธีเรียนไม่จำเป็นต้องไปเรียนอะไรไกลตัว เรียนที่ง่ายๆเลย เรียนอยู่ที่ใจของเรานี่เอง

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

CD: ศาลาลุงชิน ครั้งที่ ๔๖
File: 541218
ระหว่างนาทีที่ ๔ วินาทีที่ ๑๑ ถึงนาทีที่ ๖ วินาทีที่ ๔๑

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

Dhammada News : กำหนดการ งานพระราชทานเพลิงสรีระสังขาร พระเทพวิสุทธิมงคล (หลวงปู่ศรี มหาวีโร) วันที่ ๑๔ ม.ค. ๒๕๕๕

กำหนดการ งานพระราชทานเพลิงสรีระสังขาร พระเทพวิสุทธิมงคล (หลวงปู่ศรี มหาวีโร) วันที่ ๑๔ ม.ค. ๒๕๕๕ เวลา ๑๖.๐๐ น. พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จแทนพระองค์


วัดประชาคมวนาราม (วัดป่ากุง) ตั้งอยู่ที่ ๘๐ หมู่ ๑๑  ต.ศรีสมเด็จ  อ.ศรีสมเด็จ  จ.ร้อยเอ็ด ๔๕๒๖๐

โทรศัพท์ : ๐-๔๓๕๐-๘๑๘๓ มือถือ : ๐๘-๗๒๒๒-๒๐๘๒ (พระอาจารย์จอม)

พิกัด GPS  วัดป่ากุง : 15.99211,103.4959

อ้างอิง : http://www.watpakung.org/

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : การผิดศีลกับความหลุดพ้น

การผิดศีลกับความหลุดพ้น

จิตที่มีศีลในระดับหนึ่งก็จะสามารถเจริญสมาธิเจริญปัญญาจนหลุดพ้นได้ ไม่ใช่ว่าวันนี้ทำผิดศีลแล้วจะไม่มีโอกาสหลุดพ้น หากมุ่งสู่ความหลุดพ้นต้องไม่ทำอนันตริยกรรม ศีลที่ผิดไปแล้วก็ตั้งใจสมาทานขึ้นใหม่ได้ แต่อนันตริยกรรมถ้าทำไปแล้ว ชาตินี้ก็หมดสิทธิ์หลุดพ้น ศีลที่ผิดไปแล้วก็ให้ถือเป็นบทเรียนและเตรียมรับวิบากจากการผิดศีลนั้นด้วยความมีสติสัมปชัญญะ อาการต่างๆ ที่เกิดตามมาหลังการผิดศีล ก็สามารถใช้เป็นเครื่องฝึกระลึกรู้ได้ แต่ต้องไม่กดข่ม ไม่แก้ไข ปล่อยให้เป็นไปตามที่มันเป็น แล้วเราก็หัดรู้หัดดูมันไป

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ความจริงของโลกจะบีบคั้นเราอยู่ตลอดเวลา

mp 3 (for download) : ความจริงของโลกจะบีบคั้นเราอยู่ตลอดเวลา

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ความจริงของโลกจะบีบคั้นเราอยู่ตลอดเวลา

ความจริงของโลกจะบีบคั้นเราอยู่ตลอดเวลา

หลวงพ่อปราโมทย์ : ชีวิตเรามันมีแต่ความไม่แน่นอนนะ แข็งแรงอยู่ปุ๊บปั๊บๆก็ป่วยไปแล้ว ชีวิตเรานี้มีแต่ความเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โลกมันเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา พวกเรามาหัดภาวนาเนี่ยเพื่อมาเข้าใจความจริงของชีวิต เข้าใจความจริงของโลก ชีวิตเราหรือโลกนี้มันก็มีแต่ความเจริญแล้วก็เสื่อมนะ มีลาภแล้วก็เสื่อมลาภ มียศแล้วเสื่อมยศ มีสรรเสริญแล้วก็มีนินทา มีสุขแล้วก็มีทุกข์ ไม่มีใครหนีพ้นนะ กระทั่งพระพุทธเจ้าของเรา อย่างคนจะนินทาท่านก็มีนะ คนสรรเสริญท่านก็มากอะไรนี้เอาแน่เอานอนไม่ได้หรอก บางทีท่านก็ต้องเจ็บป่วยเหมือนกัน บางครั้งท่านก็ไม่สบาย นั้นยังมีกายมีใจก็ยังเรียกว่ายังอยู่กับโลก

เมื่ออยู่ในโลกเนี่ยโลกธรรมคือความจริงของโลกก็จะบีบคั้นเราอยู่ตลอดเวลา สุขได้ก็ทุกข์ได้นะ มีสรรเสริญได้ก็มีนินทา มีผลประโยชน์ก็เสียผลประโยชน์อะไรเนี้ย มีสุขมีทุกข์หมุนเวียนเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ มันไม่มีหรอกไอ้ที่จะได้ข้างเดียว มีลาภยศสรรเสริญสุขอย่างเดียวไม่มีเสื่อมลาภเสื่อมยศนินทาทุกข์เป็นไปไม่ได้ เพราะในโลกนี้เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลง

พวกเราที่มาหัดภาวนาเนี่ยไม่ใช่มาหัดเพื่อว่าจะได้มีลาภมากๆไม่เสื่อมซะทีนะมียศ บางคนมาไหว้พระนะขอตำแหน่งอะไรเนี้ย ขอให้ได้ยศอย่างนู้นอย่างนี้มันได้มาวันนึงก็เสียไป เมื่อก่อนเคยได้ยินเรื่องหลวงพ่อเที่ยง หลวงพ่อเที่ยงอยู่วัดม่วงชุมที่เมืองกาญฯ ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ดัง สมัยนู้่นใครจะปลูกเสกพระต้องนิมนต์หลวงพ่อเที่ยงมา นี้ทางวัดสุทัศหรืออะไรนี่จำไม่ได้แล้วก็นิมนต์มา ทหารเค้าทำพิธีพุทธาภิเษกอะไรเนี้้ย พอทำพิธีเสร็จนะทหารคนนึงก็ไปกราบท่านบอกหลวงปู่ครับ ผมเป็นพันเอกมานานแล้วไม่ได้เป็นนายพลซักที ขอให้ผมได้เป็นนายพลทีเถอะครับ ท่านบอก โง่อย่างงี้ถึงไม่ได้เป็น อยากเป็นนายพลก็ไปขอนายสิมาขอพระทำไม ต้องสมเหตุสมผลนะ องค์นี้ท่านสมเหตุสมผลจริงๆ ถ้าเป็นนายพลตอนนั้นตอนนี้ก็เกษียณแล้วก็ไม่ได้เป็นแล้ว

เพราะนั้นทุกสิ่งทุกอย่างเราเนี่ยนะ มันเป็นของที่มีอยู่แค่ชั่วคราวเท่านั้นเอง ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตเรานี่มันแค่ของชั่วคราว ถ้าเรายอมรับความจริงตรงนี้ได้เราจะไม่ทุกข์ อย่างเรายอมรับความจริงได้ว่ามีลาภแล้วก็ต้องเสื่อมลาภ เวลาไม่ได้รับผลประโยชน์​ขึ้นมานะก็ไม่กลุ้มใจเท่าไหร่ มันยอมรับความจริงได้ รวยขึ้นมาใช่มั้ยแล้วฟองสบู่แตกจนลงมาเนี่ย มันเป็นไปได้มั้ย มันก็เป็นไปได้ใช่มั้ย นั้นชีวิตมันเป็นอย่างนี้ถ้าเรายอมรับได้เราไม่ทุกข์ ร่างกายแข็งแรงอยู่วันนี้ป่วยไปแล้ว ถ้ายอมรับได้นะก็ไม่ทุกข์มากเท่าไหร่ อย่างบางคนนะหมอไปตรวจร่างกายประจำปีเป็นมะเร็งขึ้นมา มีความทุกข์นะเพราะยอมรับไม่ได้อยากจะแข็งแรงตลอดกาล เพราะนั้นมันอยู่ที่ใจเรายอมรับความจริงได้มั้ยว่าชีวิตมันเป็นอย่างนี้แหล่ะ ได้มาก็เสียไป เจริญแล้วก็เสื่อมไป เป็นธรรมชาติ

นี้ทำยังไงเราจะค่อยๆพัฒนาใจของเราให้ยอมรับความจริงของชีวิตได้ อันนี้แหล่ะคือการปฏิบัติธรรมล่ะ ถ้าเราปฏิบัติธรรมนี้ก็คือเรามาเรียนรู้ความจริงของชีวิต เรียนรู้ไปจนวันนึงยอมรับความจริงได้ ทุกอย่างผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ถ้ายอมรับความจริงตัวนี้ได้ความทุกข์ก็จะค่อยๆหายไป การปฏิบัติธรรมก็คือการมาเรียนรู้ความจริงของชีวิต เราไม่ต้องไปเรียนที่อื่น เรามาเรียนอยู่ที่ตัวเราเอง ที่กายที่ใจนี้แหล่ะสำคัญที่สุด


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี


CD: ศาลาลุงชิน ครั้งที่ ๓๔
File: 521115.mp3
ระหว่างวินาทีที่ ๕๖ ถึงนาทีที่ ๕ วินาทีที่ ๗

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

Dhammada News : โปรแกรมธรรมะที่น่าสนใจจากบ้านจิตสบาย

ขอเชิญท่านผู้สนใจเข้าร่วมรับฟังพระธรรมเทศนาจาก พระอาจารย์กฤช นิมฺมโล

ในวันอาทิตย์ที่ 15 มกราคม 2555 เวลา 10.00-11.30 น.

ณ ศาลาไตรสิกขา บ้านจิตสบาย พุทธมณฑลสาย 2

และ

จิตใสใจสบาย กับ ธรรมะยามบ่าย

โดยคุณหมอณัฏฐ์ ศรีวชิรวัฒน์

เป็นการสอนปฏิบัติธรรมตามแนวทางของพระอาจารย์ปราโมทย์ ปาโมชฺโช

ในวันเสาร์ที่ 14 มกราคม 2555 ตั้งแต่เวลา 14.00 น. – 16.00 น.

เหมาะสำหรับผู้สนใจในการเจริญสติตามแนวทางของการดูจิต (จิตตานุปัสสนา) เป็นรูปแบบการเสวนาธรรมแบบสบายๆ ไม่มีพิธีรีตอง เน้นให้เกิดความเข้าใจพื้นฐานที่ถูกต้อง เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้

ณ ห้องกรรมฐาน อาคารเจริญธรรม บ้านจิตสบาย พุทธมณฑลสาย 2

รถประจำทางที่ผ่าน สาย 157, 123, ปอ.พ.79

สนใจติดต่อสอบถามได้ที่ 02-448-3392 เวลาทำการ 9.00 – 18.00 น. หยุดวันพุธ

ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง, การเดินทางและแผนที่  >>

Dhammada News : แนะนำบ้านจิตสบาย แหล่งเรียนรู้และภาวนาโดยการเจริญสติ



เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : เราจะทำให้เกิดความรู้สึกตัวได้ไหมครับ ?

เราจะทำให้เกิดความรู้สึกตัวได้ไหมครับ ?

จะทำแบบไหนละครับ แบบจงใจทำ หรือแบบให้จิตมันตื่นขึ้นเองเมื่อไปรับรู้อารมณ์ แบบจงใจทำ สามารถใช้ได้เมื่อฝึกใหม่ๆ แต่ต้องหัดรู้ไปด้วยว่า ยังมีการจงใจอยู่ จิตที่จงใจทำให้รู้สึกตัวนี้ ยังไม่ใช่สัมมาสติ สังเกตได้จากจิตจะยังมีอาการแข็งๆ หรือยังแน่นๆ ไม่นุ่มนวลเบาสบายเหมือนจิตที่เป็นสัมมาสติ และมักเกิดก่อนที่จะไปรู้อารมณ์ซะด้วยซ้ำไป ส่วนสัมมาสติ จะเกิดขึ้นหลังไปรู้อารมณ์แล้ว (ยกเว้นการรู้กาย) ซึ่งหากเป็นการรู้อารมณ์ทางใจ จิตจะเผลอไปก่อน แต่พอจำสภาวะของอารมณ์ได้จิตที่เผลอก็จะดับลง และเกิดจิตที่มีความรู้สึกตัว ซึ่งเราไม่อาจจงใจทำจิตที่รู้สึกตัวที่เป็นสัมมาสติขึ้นมาได้

ส่วนในการรู้กายนั้น จะต้องมีการทำสมาธิจนเกิดสัมมาสมาธิก่อน แล้วจึงจะไปรู้กายได้ การรู้กายด้วยกำลังของสัมมาสมาธิ จะทำให้จิตที่ไปรู้กายเกิดเป็นสัมมาสติ หากจิตไม่มีกำลังสัมมาสมาธิอยู่ก็ไม่สามารถรู้กายได้อย่างเป็นสัมมาสติ และการรู้กายอย่างเป็นสัมมาสติ ก็ไม่ได้เกิดจากการจงใจทำให้จิตเป็นสัมมาสติ ในการเจริญสัมปชัญญะบรรพะ เป็นการเจริญสัมมาสติในหมวดกายานุปัสสนา (รู้กาย) จึงมีความแตกต่างกับการ ดูจิต ซึ่งเป็น จิตตานุปัสสนา ดังนั้นการทำความรู้สึกตัวนั้น ต้องทำด้วยการทำสัมมาสมาธิ แล้วจิตจะไปรู้กายอย่างมีสัมมาสติ (อย่างมีความรู้ตัว) ได้ ถ้าไม่มีสัมมาสมาธิก่อน การรู้กายจะกลายเป็นเพ่งกาย ซึ่งคนที่ทำสัมมาสมาธิยังไม่ได้ก็จะรู้กายไม่ได้ หรือถ้าพอจะรู้ได้ก็จะไม่ต่อเนื่องแล้วเดี๋ยวเดียวก็กลายเป็นเพ่งกาย

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

รถตู้ฟรี เพื่อไปฟังธรรมสำนักสงฆ์สวนสันติธรรม เดือนมกราคม พ.ศ.๒๕๕๕

รถตู้ฟรี เพื่อไปฟังธรรม สวนสันติธรรม

รถตู้ฟรี เพื่อไปฟังธรรม สวนสันติธรรม


หลวงพ่อปราโมทย์ แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม

ไม่มีการแสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม

รถตู้โดยกลุ่มธรรมดา.net ดูรายละเอียดเพิ่มเติมจากตารางกลุ่มธรรมดา.net

รถตู้โดยกลุ่มธรรมทาน ดูรายละเอียดเพิ่มเติมจากตารางรถตู้โดยคณะเจ้าภาพอื่น

รถตู้โดยลุงเมา (คณะเจ้าภาพหลากหลาย) กรุณาดูรายละเอียดเพิ่มเติมจากตารางรถตู้โดยคณะเจ้าภาพอื่น

รถตู้โดยชมรมพุทธศาสน์ กฟผ. กรุณาดูรายละเอียดเพิ่มเติมจากตารางรถตู้โดยคณะเจ้าภาพอื่น

1. รถตู้โดยกลุ่มธรรมดา.net

มกราคม พ.ศ.๒๕๕๕ (ดูรายการรถตู้ฟรีโดยเจ้าภาพท่านอื่น คลิ้กที่นี่)

วัน เวลา นัดพบ วันที่รับสมัคร
วันเสาร์ที่ ๗ มกราคม ๒๕๕๕ ๕.๐๐ น. ปั๊มปตท. รังสิต ๓๐ ธ.ค. ๕๔ ถึง ๖ ม.ค. ๕๕
วันเสาร์ที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๕๕ ๕.๐๐ น. ปั๊มปิโตรนาส เจิรญนคร ๓๐ ธ.ค. ๕๔ ถึง ๑๒ ม.ค. ๕๕
วันเสาร์ที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๕๕ ๕.๐๐ น. ปั๊มเอสโซ่ อารีย์ ๘ ม.ค. ถึง ๑๙ ม.ค. ๕๕
วันอาทิตย์ที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๕๕ ๕.๐๐ น.
๕.๑๕ น.
ปั๊มเอสโซ่ บางแค
ปั้ม ปตท. พระรามสอง
๘ ม.ค. ถึง ๑๙ ม.ค. ๕๕

แผนที่
(คลิ้กที่ภาพ เพื่อดูแผนที่ขนาดเต็ม)

แผนที่ ปั๊มพ์ ปตท.รังสิต

แผนที่ ปั๊มพ์ ปตท.รังสิต

แผนที่ ปั๊มเอสโซ่บางแค

แผนที่ ปั๊มเอสโซ่บางแค

ปั๊มปตท.พระราม 2

ปั๊มปตท.พระราม 2


โดยมีรายละเอียดและการสำรองที่นั่ง ดัง นี้
1. กรุณาสำรองที่นั่งภายในวันเวลาที่ รับสมัคร โดยส่งชื่อ นามสกุล เบอร์โทรศัพท์ และจำนวนที่นั่งที่ต้องการจองมาที่

    คุณเอ้ หมายเลขโทรศัพท์: 089-445-6269 (เวลา บ่าย 2 ถึง 2 ทุ่ม ทุกวัน)
    คุณดี หมายเลขโทรศัพท์: 089-694-2994
    โดยโทรศัพท์ หรือ ส่งข้อความเท่านั้น กรุณาอย่าฝากข้อความ

2. ทางกลุ่มฯของดรับบริจาคหรือเรี่ยไร สมทบทุนทุกกรณี หากมีการเรี่ยไรจากผู้ให้บริการ จะไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มฯ และทุกท่านมีสิทธิ์ที่จะไม่ต้องสมทบทุนได้ และหากมีกรณีเช่นนี้ขอความกรุณาแจ้งมาทางเมล์ของกลุ่มฯด้วยครับ

3. หากมีปัญหาจากการให้บริการ หรือไม่ได้รับความสะดวกประการใด หรือมีข้อเสนอแนะประการใด กรุณาติดต่อมาที่ van.dhammada.net@gmail.com ได้

4. อนึ่งขอให้ทุกท่านตรงต่อเวลาและใน กรณีที่มีเหตุจำเป็นจะยกเลิกการสำรองที่นั่ง กรุณาแจ้งล่วงหน้าเพื่อให้ผู้อื่นได้ใช้สิทธิ์ในการเดินทางด้วยครับ

2. รถตู้โดยคณะเจ้าภาพอื่น

รายการรถตู้ฟรีเพิ่มเติม เพื่อเดินทางไปฟังธรรมที่สวนสันติธรรม (ดูรายการรถตู้ฟรีของ Dhammada.net คลิ้กที่นี่)

วันและเวลาออกเดินทาง จุดนัดพบ การสำรองที่นั่ง คณะเจ้าภาพ
5.30 น. อาทิตย์ที่ 2 และ 4 ของทุกเดือน Mc Donald’s ที่ แมกซ์วาลู ศรีนครินทร์
(เปิด 24 ชม.)
ติดต่อ02-717-5111
ที่คุณกบ หรือ
คุณหนิงเท่านั้น
กลุ่มธรรมทาน
5.00 น. อาทิตย์ที่ 1 ของทุกเดือน ปั๊ม ปตท สนามเป้า ข้าง ททบ. 5
ตรงข้าม รพ.พญาไท 2
ติดต่อ ลุงเมา
084-360-6881,
086-780-4368,
086-556-2623
บ้านขนมนันทวัน จ.เพชรบุรี
5.00 น. อาทิตย์ที่ 2 ของทุกเดือน บ.สาลี่เอกชัย จ.สุพรรณบุรี
5.00 น. เสาร์หรืออาทิตย์ที่ 3
ของทุกเดือน
บ.ชัยรัชการ จก.
โตโยต้า บางนา-ตราด กม. 16
5.00 น. อาทิตย์ที่ 4 ของทุกเดือน กลุ่มเพื่อน ทพญ. ยาหยี,
ทพญ. จ๊ะจ๋า,
คุณ เจษฎ์จรรย์
5.00 น. อาทิตย์ที่ 5 ของทุกเดือน (ถ้ามี) คุณสุปรียา (น้อง)
5.00 น. อาทิตย์ที่ 2 ของทุกเดือน ม.เอเชียอาคเนย์ ม.เอเชียอาคเนย์
5.00 น. เสาร์ที่ 2 ของทุกเดือน
(กรุณาสำรองที่นั่ง
ก่อน 12.00 น.ของวันพฤหัสที่ 2 ของเดือน)
หน้าป้อมยาม กฟผ. ถ.จรัญสนิทวงศ์ ติดต่อ คุณใกล้รุ่ง
080-465- 4924
เวลา 9.00-20.00 น.
ทุกวัน หรือ
mdc@egat.co.th
กิจกรรมพัฒนาจิต
อ. บางกรวย จ. นนทบุรี
ชมรมพุทธศาสน์ กฟผ.

เนื่องจากเป็นการเดินทางของหมู่คณะ ขอให้ทุกท่านตรงต่อเวลา และในกรณีที่มีเหตุจำเป็นจะยกเลิกการสำรองที่นั่ง กรุณาแจ้งยกเลิกล่วงหน้าเพื่อให้ผู้อื่นได้มีโอกาสเดินทางแทน
หมายเหตุ
1. จะไม่มีการเดินทางตามตารางข้างต้นหากวันเดินทางที่กำหนดไว้ตรงกับวันที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรมปิด
2. รอบรถตู้ข้างต้นของดรับบริจาคหรือเรี่ยไร ทุกกรณี หากญาติธรรมมีความประสงค์จะร่วมบุญ กรุณาติดต่อเจ้าภาพโดยตรง หากมีการเรี่ยไรให้ช่วยค่าใช้จ่ายจากคนขับรถตู้ ขอความกรุณาแจ้งมาทาง santi.vangroup@gmail.com
3. หากมีข้อร้องเรียน คำถาม หรือมีข้อเสนอแนะประการใด กรุณาติดต่อมาที่ santi.vangroup@gmail.com หรือ mdc@egat.co.th (ในกรณีที่เป็นรถตู้ของชมรมพุทธศาสน์ กฟผ.)

ขออนุโมทนาคณะเจ้าภาพและญาติธรรมผู้แสวงหาธรรมะทุกท่าน

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

Page 3 of 41234