Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

ที่ดูจิต ก็เพื่อให้จิตเห็นว่าทุกอย่างล้วนตกอยู่ใต้ไตรลักษณ์


mp 3 (for download) : ที่ดูจิต ก็เพื่อให้จิตเห็นว่าทุกอย่างล้วนตกอยู่ใต้ไตรลักษณ์

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : ความโลภ ความโกรธ ความหลง หรือกุศล หรือความสุข หรือความทุกข์ หรือร่างกาย ล้วนแต่ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา เป็นตัวร่วมของทุกส่ิงทุกอย่าง การเจริญวิปัสสนากรรมฐานนั้น เราจะเรียนสภาวะแต่ละตัวๆ

เพราะฉะนั้นเราต้องรู้จักลักษณะเฉพาะก่อน จนกระทั่งเราเห็นเลยว่า ความโลภเกิดขึ้นแล้ว แล้วก็จะเห็นว่าความโลภที่เกิดขึ้น มีอยู่ชั่วคราวแล้วก็ดับ ต่อมีความไม่โลภเกิดขึ้น ความไม่โลภมีอยู่ชั่วคราวแล้วก็ดับ ความโกรธเกิดขึ้น ความโกรธมีอยู่ชั่วคราวแล้วก็ดับ จิตกลายเป็นจิตไม่โกรธ จิตไม่โกรธอยู่ชั่วคราวแล้วก็ดับ อาจจะกลายเป็นจิตหลง หรือเป็นจิตโลภ หรืออาจเป็นจิตโกรธครั้งใหม่ก็ได้

การที่เราเห็นสภาวะแต่ละตัวๆ เกิดแล้วดับไป เกิดแล้วดับไป ซ้ำแล้วซ้ำเล่านะ ๗ วัน ๗ เดือน ๗ ปี ทำไป ถึงวันหนึ่งจิตมันจะสรุปขึ้นมาได้ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นตกอยู่ใต้ไตรลักษณ์
เราเรียนทีละอันๆ ทุกปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้น สอนไตรลักษณ์ สอนเรื่องเดียวกันทั้งสิ้นเลย
วันหนึ่งจิตเข้าใจแล้วว่าทุกอย่างตกอยู่ใต้ไตรลักษณ์ จิตจะหมดความเห็นผิดว่ามีสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นตัวตนถาวร ไม่มีสิ่งใดเป็นตัวตนถาวรเลย สิ่งใดเกิดสิ่งนั้นดับ นี่คือภูมิธรรมของพระโสดาบันที่เห็นว่าสิ่งใดเกิดขึ้นสิ่งนั้นดับเป็นธรรมดา

ต่อไปก็ดูสภาวะแต่ละตัวๆต่อไปอีก ต้องดูเป็นตัวๆไป จะมาดูทั้งกลุ่ม ดูขันธ์ ๕ ดูทั้งก้อนนี้ จะไม่เห็นเกิดดับ เพราะมันรวมกันอยู่ มันช่วยกันอยู่ มันหนุน มันเสริม มันหลอกลวงกันอยู่ สัญญามันเข้าไปหลอกอยู่ แต่ถ้าสภาวะแยกออกเป็นตัวๆไปแล้วนี่นะ แต่ละตัวแสดงไตรลักษณ์ซ้ำแล้วซ้ำอีก ดูไปนาน.. จิตสรุปได้เลยว่า ทุกสิ่งทุกอย่างตกอยู่ใต้ไตรลักษณ์ทั้งหมดเลย

ตกอยู่ใต้ไตรลักษณ์ในเบื้องต้นก็จะรู้ว่าทุกอย่างเกิดแล้วดับหมด ไม่มีอะไรที่เป็นตัวตนถาวร เป็นพระโสดาบัน ก็ดูทุกสิ่งทุกอย่างแสดงไตรลักษณ์ต่อไป

ในที่สุดก็จะรู้ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างหาสาระแก่นสารไม่ได้ บางท่านเห็นว่ามันเป็นทุกข์คือมันไม่มีสาระแก่นสารอะไรเลย มันเป็นทุกข์เพราะมันไม่เที่ยง บางท่านมองเห็นว่ามันเป็นทุกข์เพราะมันถูกบีบคั้น บางท่านมองเห็นว่ามันเป็นทุกข์เพราะว่ามันบังคับไม่ได้ เอาเป็นที่พึ่งที่อาศัยไม่ได้

การที่จะเห็นความจริงของธาตุของขันธ์นะว่า เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ถึงจุดหนึ่งแล้วจิตจะปล่อยวางความยึดถือในธาตุในขันธ์ ก็บรรลุพระอรหันต์กันตรงนี้


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่สวนสันติธรรม
เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๒ เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๕ ก่อนฉันเช้า

CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๔
File: 550212A
ระหว่างนาทีที่ ๑๒ วินาทีที่  ๓๔ ถึง นาทีที่ ๑๕ วินาทีที่ ๑๓

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

(Visited 117 times, 1 visits today)

Comments are closed.