Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

เกร็ดธรรมคุณสันตินันท์ : พระสามสมัยในนักภาวนา


พระสามสมัยในนักภาวนา

คราวหนึ่งผมเห็นท่านอาจารย์สุจินต์

เดินจงกรมอยู่ที่สวนปทุมภาวนาของท่านอาจารย์ทิวา

แดดเผาท่านจนเกรียมดำไปทั้งองค์

ผมก็เรียนท่านว่า หลวงพี่ปฏิบัตินี่ ลำบากมาก ทุกข์มากนะครับ

ท่านยิ้มๆ ตอบว่า “นักปฏิบัติทุกข์ เพื่อจะพ้นทุกข์

ส่วนชาวโลก แสวงหาความสุข เพื่อจะต้องได้รับทุกข์”

 

บางคราวนักปฏิบัติเราก็ต้องเร่งความเพียรแบบเอาชีวิตเข้าแลก

ถ้าเปรียบเทียบกับพระพุทธรูป ก็เหมือนพระอู่ทอง

คือพระพักตร์เคร่งเครียด แสดงให้เห็นว่า ธรรมะเป็นเรื่องจริงจัง

 

แต่การปฏิบัติจะเร่งความเพียรตลอดเวลาก็ไม่ได้

บางครั้งเราก็ต้องพัก ดำเนินจิตเข้าสู่ความละเอียดบ้าง

เวลาดำเนินจิตอย่างนั้นเราจะรู้สึกว่า

ธรรมะเป็นของโปร่ง ว่าง บางเบา สงบสุข และเรียบง่าย

ถ้าเปรียบเทียบกับพระพุทธรูป ก็เหมือนพระสุโขทัย

ที่การย่างพระบาทเหมือนจะย่างไปในอากาศ

และปราศจากรอยพระบาท เหมือนรอยเท้านกในอากาศ

 

บางคราวการปฏิบัติธรรมก็นำความร่าเริงมาให้

เราอาจจะเบิกบานด้วยการพิจารณาธรรม ด้วยการสนทนาธรรม

หรือด้วยวิหารธรรมภายหลังการกรำศึกจนได้รับชัยชนะแล้ว

ถ้าเปรียบเทียบกับพระพุทธรูป ก็เหมือนพระเชียงแสน

ซึ่งแสดงว่า ธรรมเป็นเครื่องอิ่มเอิบใจ

 

นักปฏิบัติแต่ละคน หนีไม่พ้นสภาพทั้ง 3 ประการนี้

จะเอาอยู่อย่างเดียวไม่ได้แน่ ต้องรู้จักพลิกแพลงผ่อนหนักผ่อนเบา

 

หากการเปรียบเทียบประพุทธรูป ยังให้ภาพกับพวกเราบางคนไม่ชัด

เพราะไม่ชำนาญในเรื่องพุทธลักษณะ

ผมจะขอเปรียบเทียบลักษณะของครูบาอาจารย์ให้พวกเราดู

 

หลวงปู่เทสก์ จะเป็นสัญลักษณ์ของความชุ่มชื่น สงบ เบาบางท่านงามเหมือนพระสุโขทัย

หลวงปู่เหรียญ จะเป็นสัญลักษณ์ของความอิ่มเอิบท่านงามเหมือนพระเชียงแสน

ส่วนหลวงตามหาบัวนั้น เป็นสัญลักษณ์ของธรรมที่แสดงว่า

ธรรมะเป็นเรื่องจริงจัง ต้องสู้กันจนกิเลสหรือเราจะตายกันไปข้างหนึ่ง

ท่านก็งามแบบพระอู่ทอง

 

แต่นั่นเป็นเพียงรูปลักษณ์ภายนอกที่เราเห็นเท่านั้น

อันที่จริง ทุกองค์ ทุกท่าน ต่างก็ผ่านอาการของจิตทุกรูปแบบมาแล้วทั้งสิ้น

เพราะการปฏิบัตินั้น จะเดินปัญญาลุยแหลกหรือเร่งความเพียรตลอดเวลาธาตุขันธ์ก็รับไม่ไหว

จะเข้าฌานสมาบัติ หาความสงบสุขเบาบางอย่างเดียวก็ไปไม่รอด

จะอิ่มเอิบเบิกบานในผลที่ได้รับแล้ว แล้วหยุดอยู่เพียงนั้นก็ไปไม่พ้น

 

 กจะเป็นนักปฏิบัติ

จะต้องมีโยนิโสมนสิการเป็นเพื่อนคู่ใจ

จะเอาแรงเข้าหักอย่างเดียว ไม่ได้หรอกครับ

บางวัน เราก็รู้สึกว่า เราทุกข์กับการปฏิบัติเสียเหลือเกิน

บางวัน เราก็รู้สึกว่า เรามีความสุขมากเหลือเกิน

บางวัน เรารู้สึกว่า ชุ่มชื่นร่าเริงในธรรมเสียเหลือเกิน

ถ้าปฏิบัติแล้วทุกข์ตลอด สุขตลอด หรือร่าเริงตลอด

ก็ต้องลองโยนิโสมนสิการให้มากหน่อย

โดยคุณ สันตินันท์ (นามปากกาหลวงพ่อปราโมทย์ก่อนบวช)

เมื่อวัน ศุกร์ ที่ 24 ธันวาคม 2542

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

(Visited 237 times, 1 visits today)

Comments are closed.