Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

คู่มือการปฏิบัติธรรม (๒๑) ความรู้รวบยอด คือทุกอย่างเกิดแล้วดับทั้งสิ้น


mp 3 (for download) : คู่มือการปฏิบัติธรรม (๒๑) ความรู้รวบยอด คือทุกอย่างเกิดแล้วดับทั้งสิ้น

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : ในขณะที่ฟังหลวงพ่อเทศน์ รู้สึกไหม จิตมันทำงานสลับไปสลับมา เดี๋ยวก็มองหน้าหลวงพ่อ เดี๋ยวก็ตั้งใจฟัง เดี๋ยวก็หนีไปคิด สลับไปสลับมาอยู่ตลอดเวลา เนี่ยจิตมันทำงานได้เอง เนี่ยเฝ้ารู้เฝ้าดูอย่างนี้เรื่อยไปนะ วันนึงมันจะปิ๊งขึ้นมา ตรงที่มันปิ๊งขึ้นมา เป็นความรู้รวบยอด ตรงที่ว่าได้ดวงตาเห็นธรรมๆ คือจิตมันได้ความรู้รวบยอด ว่าทุกสิ่งที่เกิดน่ะ ดับทั้งสิ้น

เพราะอะไร เพราะมันเห็นอยู่ ร่างกายที่ยิ้ม มันเกิดแล้วก็หายไป ร่างกายที่พยักหน้า เกิดแล้วก็หายไป ร่างกายยืนเดินนั่งนอน เกิดแล้วก็หายไป มีความสุข ความสุขเกิดแล้วก็หาย ความทุกข์เกิดแล้วก็หาย จิตใจมีความสุขความทุกข์ ความเฉยๆขึ้นมา ก็เห็นอีก ความสุข ความทุกข์ ความเฉยๆ เกิดขึ้นมาแล้วก็หายไป จิตใจมีกุศล มีอกุศล มีโลภโกรธหลง ก็เห็นอีกนะ กุศลเกิดแล้วก็ดับ โลภโกรธหลงเกิดแล้วก็ดับ จิตเองก็เกิดดับ เดี๋ยวก็ไปเกิดที่ตา ไปดูรูป เดี๋ยวไปเกิดที่หู ไปฟังเสียง เดี๋ยวไปเกิดทางใจ คือไปคิด ทางใจก็เกิดได้หลายแบบ เดี๋ยวก็เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน เดี๋ยวก็เป็นผู้หลงไปคิดนึกปรุงแต่ง เพราะนั้นเราเห็นจิตเนี่ยเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย มีแต่ของไม่เที่ยง มีแต่ของห้ามไม่ได้ บังคับไม่ได้

เห็นซ้ำๆไปนะ สุดท้ายมันจะรู้เลย ว่าชีวิตที่เรามีอยู่ เราคิดว่าชีวิตเรามีจริงๆนั้นน่ะ แท้จริงแล้วมีชีวิตอยู่ชั่วขณะจิตเดียวนี่เอง พอจิตเกิด แล้วก็ดับไป ก็คือเราตายไปหนึ่งชาติแล้วนะ หนึ่งชีวิตแล้ว เกิดแล้วก็ดับไป เกิดแล้วก็ดับไป เราตายอยู่ทุกขณะ แต่ไม่เคยเห็น ต่อไปมาคอยดูนะ เราจะเห็นน่ะ มันมีแต่เกิดแล้วก็ดับ เกิดแล้วก็ดับ ถ้าใจทีแรกก็เห็นโลภโกรธหลง เกิดแล้วดับ สุขทุกข์เกิดแล้วดับ หายใจออก หายใจเข้า เกิดแล้วดับ ต่อไปตอนที่ใจมันแจ้งธรรมะเนี่ย มันจะปิ๊งขึ้นมาเลยว่า ทุกอย่างแหล่ะเกิดแล้วดับ เพราะนั้นตอนที่เข้าใจธรรมะ ไม่ใช่รู้ว่าโลภโกรธหลงเกิดแล้วดับน่ะ แต่รู้ว่า อะไรเกิด อันนั้นแหล่ะดับ everything ทุกอย่างเลย เกิดแล้วดับ เห็นอย่างนี้

ไม่ใช่ว่า อันนี้คืออันนี้ๆ ไม่มีภาษามนุษย์จะมายุ่งด้วยแล้วนะ ไม่ใช่ว่า อ้อ นี่โลภเกิดแล้วดับ โกรธเกิดแล้วดับ อันนี้อยู่ในขั้นของการปฏิบัติ แต่ตอนที่(ถึง)ขั้นใจมันปิ๊ง ใจมีดวงตาเห็นธรรม มันจะสรุปเลยว่า ทุกอย่างนั่นแหล่ะ เกิดแล้วดับ ไม่มีตัวตนถาวร ถ้าเห็นอย่างนี้ได้ เราจะได้ธรรมะแล้ว เรียกว่าตกกระแสธรรมนะ เป็นพระโสดาบัน พึ่งตัวเองได้แล้ว


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่บ้านจิตสบาย
เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๕ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๕

CD: บ้านจิตสบาย วันที่ ๕ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๕
File: 550805A.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๓๘ วินาทีที่ ๔๘ ถึง นาทีที่ ๔๑ วินาทีที่ ๑๕

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

(Visited 230 times, 1 visits today)

Comments are closed.