Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : การเจริญสติสัมปชัญญะกับการเรียนรู้ธรรม


การเจริญสติสัมปชัญญะกับการเรียนรู้ธรรม

ผมมีความตั้งใจที่จะเล่าถึง เรื่องของการเจริญสติสัมปชัญญะ

ที่เกี่ยวเนื่องอยู่กับการเรียนรู้ธรรมะ (ศึกษาธรรมะ) ตามที่ได้ประสบมา

เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์ต่อใครบ้าง  เรื่องก็มีอยู่ว่า………..

 

ในการศึกษาธรรมะแรกๆ  ส่วนใหญ่แล้วผมจะศึกษาจากการอ่านและฟัง

จนจับใจความได้ว่า ธรรมะนั้นต้องลงมือปฏิบัติจึงจะเข้าถึงได้

แล้วจึงได้ลงมือปฏิบัติตามความรู้ความเข้าใจที่มี

แต่มักเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน  ทำให้ต้องล้มลุกคลุกคลานอยู่เสมอๆ

แม้จะพยายามค้นคว้าความรู้เพิ่มเติมอยู่เสมอๆ

จนที่บ้านมีกองหนังสือธรรมะนักหลายสิบกิโลอยู่

ซึ่งก็พอทำให้มีความรู้เล็กๆ ไว้คุยธรรมะกับคนอื่นเขาได้บ้าง

หากแต่เมื่อย้อนสังเกตลงในตัวเองคราวใด กลับพบว่า

แท้ที่จริงเราหาได้มีธรรมะใดๆเลยที่เป็นเครื่องรักษาจิตใจได้

 

จนเมื่อผมได้เริ่มปฏิบัติการเจริญสติปัฏฐาน ด้วยคำแนะนำจากครู(คุณสันตินันท์ – หลวงพ่อปราโมทย์ก่อนบวช)โดยตรง

ประมาณ 8 เดือนมานี้  ผมก็ปฏิบัติไปแบบเรื่อยๆ

คือ รู้อะไรต่อมิอะไรตามที่จิตจะรู้ได้ไปเรื่อยๆ

ประกอบกับการอ่านกระทู้และสนทนาธรรมกับญาติมิตรตามสมควร

แต่พอเมื่อเจริญสติปัฏฐานไปได้ไม่นาน  กลับเห็นว่า

ความรู้ที่อุตสาห์พากเพียรศึกษามานับสิบปีนั้น

แท้ที่จริงแล้วไม่อาจช่วยอะไรในยามที่เป็นทุกข์ได้เลย

อีกทั้งยังทำให้การปฏิบัติพลอยยากเย็นแสนเข็ญไปด้วย

เพราะความรู้ที่มีอยู่  นั้นเป็นความรู้ที่เกิดมาจากการอ่านการฟัง

และเป็นความรู้ที่ผ่านกระบวนการ คิดและคาดคะเนเอาตามหลักการ

เท่าที่ปุถุชนทั่วไปจะกระทำได้  จึงเป็นความรู้ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน

 

เมื่อเกิดความเห็นอย่างนี้ขึ้น  การอ่านธรรมะใดๆก็ไม่ถึงใจ

สู้การเจริญสติสัมปชัญญะตามที่ครูสอนให้ไม่ได้เลย

จิตช่วงนั้นจึงไม่สนใจศึกษาหาความรู้ เอาแต่เจริญสติสัมปชัญญะอย่างเดียว

จนกระทั่งพบเห็นการพัฒนาของจิตไปได้ระดับหนึ่ง

จึงได้เข้าใจว่า  การศึกษาธรรมะโดยจิตที่ปราศจากสภาวะธรรมในเรื่องนั้นๆ

เป็นเครื่องรองรับ  ย่อมเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเข้าใจอย่างถ่องแท้และไม่คลาดเคลื่อน

ตัวอย่างเช่น ถ้าผมจะศึกษาเรื่องของ  จิตว่าง จิตอวิชชา ตามที่ครูเขียนไว้

โดยที่ผมเองไม่มีสภาวะของจิตว่าง จิตอวิชชา เกิดขึ้นกับตัว

การศึกษาของผมก็ทำได้เพียง จดจำ คิด คาดคะเนเอาตามหลักการ

และเข้าใจเอาเองว่าเป็นอย่างนั้นอย่างนี้เท่านั้น

(ตรงนี้แหละครับที่ครูบอกว่า ฟังธรรมแล้วให้ทิ้ง หรือรู้อะไรแล้วให้ทิ้ง

เพราะครูไม่ต้องการให้พวกเราเสียเวลากับการคิดค้นความรู้ต่างๆ)

 

ทั้งหมดที่เขียนมานี้  มีวัตถุประสงค์ที่จะบอกว่า

อย่ามัวแต่หาความรู้ตามคำสมมุติบัญญัติอยู่เลยครับ

เอาเวลามาเจริญสติสัมปชัญญะตามที่ครูแนะนำไว้จะดีกว่า

แต่หากยังสนใจในการศึกษาคำสมมุติบัญญัติแล้วละก็

ขอให้อดใจรอไว้จนกว่า จิตพัฒนาขึ้นไปได้บ้างแล้ว

การศึกษาหาความรู้ต่างๆ จึงจะง่ายขึ้นมาก

อีกทั้งยังไม่รบกวนการเจริญสติสัมปชัญญะด้วย

หรือจะพูดว่า ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว ก็ได้ครับ

ไม่งั้นแล้ว นกสักตัวก็ไม่ได้  ที่ได้มาดูเหมือนนกก็จริง

แต่เป็นนกติดเชื้อ กินไปก็ตายเปล่าครับ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

(Visited 147 times, 1 visits today)

Comments are closed.