Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

การวัดภูมิธรรม วัดที่กิเลสที่ถูกทำลายล้างหมดสิ้น วัดที่กิเลสที่เหลืออยู่

mp3 for download : การวัดภูมิธรรม วัดที่กิเลสที่ถูกทำลายล้างหมดสิ้น วัดที่กิเลสที่เหลืออยู่

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ :การวัดภูมิธรรม เขาวัดด้วยกิเลสน่ะ เขาไม่ได้วัดด้วยแสงของจิต ไม่ได้วัดด้วยความนิ่ง ไม่ได้วัดด้วยความว่างของจิต เขาวัดด้วยกิเลส ตรงที่ญาณ ๑๖ ญาณที่ ๑๖ น่ะ ปัจจเวกขณญาณ คือการวัดกิเลสนั่นแหละ วัดว่ากิเลสอะไรถูกทำลายล้างเด็ดขาดแล้ว กิเลสอะไรยังเหลืออยู่ อะไรอย่างนี้ เพราะฉะนั้นเวลาวัด ต้องวัดด้วยกิเลสนะ ไม่ได้วัดด้วยแสงด้วยความสงบด้วยสมาธิ อะไรอย่างนี้ เหลวไหลที่สุดเลย คำสอนที่เหลวไหลนี้มีอยู่เต็มไปหมดเลยนะ พวกเราต้องระมัดระวังให้ดีเถอะ มันนอกรีตนอกรอย มันหลอกให้เรานึกว่าบรรลุธรรมแล้ว

ถ้าเรายังไม่ได้เจริญวิปัสสนา อย่างไรก็ยังไม่บรรลุหรอก ไปนั่งแต่งจิตให้นิ่ง แต่งจิตให้ว่าง ถึงอย่างไรก็ไม่บรรลุหรอก ต้องหัดทำวิปัสสนา จะทำวิปัสสนาได้ต้องแยกธาตุแยกขันธ์เป็นเสียก่อน


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
แผนที่ : 1 2 3
แสดงธรรมที่ วัดสวนสันติธรรม
เมื่อวันศุกร์ที่ ๘ เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๖
File: 560511A
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๕๐
ระหว่างนาทีที่ ๒๘ วินาทีที่ ๒๒ ถึงนาทีที่ ๒๙ วินาทีที่ ๑๒

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ตัวเราเป็นเพียงภาพลวงตา เห็นแจ่มแจ้งเมื่อใด ได้เป็นพระโสดาบัน

mp3 for download : ตัวเราเป็นเพียงภาพลวงตา เห็นแจ่มแจ้งเมื่อใด ได้เป็นพระโสดาบัน

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ :เนี่ยพอเราแยกสิ่งที่มีอยู่จริงๆที่เรานึกว่ามีอยู่จริงๆออกเป็นส่วนย่อยๆนะ ความเป็นตัวเป็นตนจะหายไป ความเป็นรถยนต์มันจะหายไป พอมันถอดออกไปเป็นส่วนๆแล้ว รถยนต์จะหายไป สิ่งที่เรียกว่าตัวเรานี้ก็เหมือนกัน ถ้าเราสามารถถอดด้วยปัญญา ไม่ต้องถอดจริงๆนะ ไม่ใช่ไปตัดแขนตัดขาทีละส่วนหรอก ถอดได้ด้วยปัญญาจริงๆเราจะพบว่า ตัวเราหายไป ตัวตนไม่มี แบบเดียวกันเลย วิธีทีจะเรียนเพื่อให้เห็นว่าตัวตนหายไปด้วยการหัดแยกเป็นส่วนๆอย่างนี้ มีชื่อภาษาแขกว่า วิภัชชวิธี วอแหวนสระอิภอสำเภาไม้หันอากาศชอช้าง จะเขียนด้วยชอช้างตัวเดียวหรือสองตัวก็ตามใจ วิภัชชวิธี คือหัดแยก พอแยกได้แล้วแต่ละส่วนๆจะไม่มีตัวเรา แล้วสุดท้ายพอแยกได้หมด ถี่ถ้วนจริงๆนะ จะรู้เลยว่าตัวเราไม่มีหรอก เป็นภาพลวงตาเท่านั้นเอง เป็นมายาหลอกลวง เหมือนฝัน ฝันไปว่ามีตัวเรา จริงๆไม่มีเรา

ถ้าเมื่อไหร่ปัญญาแทงทะลุลงไปว่าจริงๆไม่มีเราหรอก เป็นภาพลวงตาทั้งหมดเลย นั่นแหละคือภูมิธรรมของพระโสดาบัน ฟังแล้วเหมือนยากนะ แต่ลงมือทำจริงไม่ยากหรอก บางคนใช้เวลาไม่กี่วันด้วยซ้ำไป บางคนใช้เวลาสั้นนิดเดียวนะ อย่าว่าแต่พระโสดาบันเลย บางท่านฟังธรรมะไม่กี่ประโยค ท่านก็เป็นพระอรหันต์ ยกตัวอย่างพระพาหิยะ ฟังธรรมะนิดเดียว ฟังอยู่กลางตลาดเลย ท่านได้เป็นพระอรหันต์


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
แผนที่ : 1 2 3
แสดงธรรมที่ วัดสวนสันติธรรม
เมื่อวันศุกร์ที่ ๘ เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๖
File: 560511A
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๕๐
ระหว่างนาทีที่ ๒๑ วินาทีที่ ๕๙ ถึงนาทีที่ ๒๕ วินาทีที่ ๒๑

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับอ.สุรวัฒน์ : จิตชอบคิดไม่ดี

จิตชอบคิดไม่ดี

เรื่องที่จิตคิดเรื่องไม่ดีขึ้นมาเองนี่ เป็นกันทุกคนแหละครับ

ห้ามไม่ได้ สั่งไม่ให้คิดก็ไม่ได้ เพราะมันเป็นอนัตตา

จึงไม่ต้องกังวลว่าจะบาปหรอกครับ แค่เราต้องฝึกให้มีสติรู้ทัน

ไม่เผลอทำไม่ดีออกมาทางกายวาจา ไปตามที่คิดเท่านั้นก็พอแล้วครับ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : กายกับใจนั้นคนละส่วนกัน

กายกับใจนั้นคนละส่วนกัน

ถ้าเราไม่เคยเห็นอาคารในภาพนี้มาก่อน

 เราก็จะคิดว่านี่เป็นภาพของอาคารหลังเดียวกัน

 แต่ถ้าเราได้ไปเห็นจริงๆ ก็จะรู้ว่า

 ภาพนี้เป็นภาพอาคารสองหลังที่อยู่ใกล้ๆกัน

 

 ในทำนองเดียวกัน

ถ้าเราไม่เคยได้ยินได้ฟังธรรมะมาก่อน

 ไม่เคยเรียนรู้กายใจมาก่อน

 ก็จะเห็นว่ากายกับใจเป็นอันเดียวกัน

 แต่พอมาหัดเรียนรู้กายใจ หัดรู้สึกตัวจนเกิดมีจิตตั้งมั่น

 ก็จะเข้าใจความจริงได้ว่า กายกับใจมันคนละส่วนกัน

 

 หัดต่อไปอีกก็จะเข้าใจเพิ่มมากขึ้นว่า

 กระทบสิ่งหนึ่ง กายใจก็ปรากฏอาการอย่างหนึ่งขึ้นแล้วก็ดับไป

 กระทบอีกสิ่งหนึ่ง กายใจก็ปรากฏอาการอีกอย่างหนึ่งขึ้นแล้วก็ดับไป

 กายใจจะปรากฏอาการใด ก็เป็นไปตามสิ่งที่มากระทบ

 อย่างเช่นกายกระทบแสงแดดจัดๆ ก็ปรากฏอาการร้อนที่กาย

 จะบังคับควบคุมให้ปรากฏอาการเย็นที่กายก็ไม่ได้

 พอเกิดอาการร้อนที่กาย ใจจะเป็นอย่างไรก็ได้

 บางทีก็อาจยินดี บางทีก็อาจไม่ชอบ บางทีก็เฉยๆ

 

 แต่ไม่ว่ากายใจจะปรากฏอาการอย่างใด

 อาการที่ปรากฏรวมไปถึงตัวกายใจเอง

 ล้วนแต่ปรากฏขึ้นแล้วย่อมเสื่อมดับไป

 เมื่อมีเหตุให้เกิดก็ต้องเกิด เมื่อหมดเหตุนั้นก็ต้องดับไป

 จนเมื่อความเข้าใจมากถึงที่สุด

 ก็จะไปเห็นแจ้งต่อสภาวะแห่งความ “หลุดพ้น”

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

จิตที่หลุดพ้นแล้ว

mp3 for download : จิตที่หลุดพ้นแล้ว

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ขอขอบคุณภาพจาก บ้านจิตสบาย
retouched by Dhammada.net

หลวงพ่อปราโมทย์ :เวลาหลุดพ้นเนี่ย จิตมันพรากออกไปจากขันธ์นะ ไม่ยึดถือไม่เกาะไม่เกี่ยวอะไรเลย จิตสว่างไสวเต็มโลกธาตุ ไม่มีขอบไม่มีเขตไม่มีจุดไม่มีดวง ไม่มีที่ตั้ง ไม่มีการไปไม่มีการมา ไม่มีไหลไปไหลมา ไม่มีเลย สว่าง สดชื่น เบิกบาน ผ่องใส โดยตัวของมันเอง (หมายถึง ไม่ต้องอาศัยเหตุอื่นมาทำให้จิตผ่องใสอีก เช่น ไม่ต้องอาศัยการเจริญสติ ไม่ต้องอาศัยการเจริญสมาธิ เป็นต้น – ผู้ถอด) อยู่ที่เราฝึกเอานะ

เพราะเห็นตามความเป็นจริงจึงเบื่อหน่าย เพราะเบื่อหน่ายจึงคลายกำหนัด เพราะคลายกำหนัดจึงหลุดพ้น เพราะหลุดพ้นจึงรู้ว่าหลุดพ้นแล้ว แล้วท่านจะต่อท้ายว่า ชาติคือความเกิดเนี่ย หมดสิ้นแล้ว กิจที่ต้องทำเพื่อความพ้นทุกข์เนี่ย ทำเสร็จแล้ว กิจอย่างอื่น ภาระอย่างอื่น ที่จะต้องปฏิบัติอีก ไม่มี คือบอกว่า ชาตสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำ ทำเสร็จแล้ว กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้ คือความหลุดพ้นอย่างนี้ ไม่มีอีก นะ นี่เป็นที่สุดที่พระสาวกทั้งหลายตามพระพุทธเจ้ามา ก็เข้ามาสู่ภาวะอันนี้เอง


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
แผนที่ : 1 2 3
แสดงธรรมที่ วัดสวนสันติธรรม
วันศุกร์ที่ ๑๑ เดือนมกราคม พ.ศ.๒๕๕๖ ก่อนฉันเช้า
File: 551208B
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๘
ระหว่างนาทีที่ ๑๖ วินาทีที่ ๑๓ ถึงนาทีที่ ๑๗ วินาทีที่ ๑๘

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ตราบใดที่โลกยังมีผู้เจริญสติปัฏฐานอยู่ โลกจะไม่ว่างจากพระอรหันต์

mp3 for download : ตราบใดที่โลกยังมีผู้เจริญสติปัฏฐานอยู่ โลกจะไม่ว่างจากพระอรหันต์

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ขอขอบคุณภาพจาก บ้านจิตสบาย
retouched by Dhammada.net

หลวงพ่อปราโมทย์ :>พระพุทธเจ้าสอน บอกว่า ตราบใดที่โลกยังมีผู้เจริญสติปัฏฐานอยู่ ตราบใดที่ยังมีผู้เจริญสติปัฏฐานอยู่ โลกจะไม่ว่างจากพระอรหันต์

การเจริญสติปัฏฐานก็คือการมีสติรู้ความจริงของร่างกาย การมีสติรู้ความจริงของความรู้สึกสุขรู้สึกทุกข์ทั้งหลาย การมีสติรู้เท่าทันความปรุงแต่งของจิตใจ ปรุงดีบ้าง ปรุงชั่วบ้าง การสติเห็นกระบวนการทำงานทางจิตใจ เช่นมันปรุงนิวรณ์ปรุงกิเลสขึ้นมาอย่างนี้ๆนะ มันปรุงโพชฌงค์ขึ้นมาได้อย่างนี้นะ หรือเห็นกระบวนการทำงานที่จิตปรุงความทุกข์ขึ้นมา เห็นกระบวนการทำงานที่ความทุกข์ดับไป นี้เรียกว่าเห็นปฏิจจสมุปบาท

หน้าที่เรา เจริญสติปัฏฐาน มีสติ รู้กายรู้ใจ ตามความเป็นจริง ด้วยจิตที่ตั้งมั่น และเป็นกลาง


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
แผนที่ : 1 2 3
แสดงธรรมที่ วัดสวนสันติธรรม
วันศุกร์ที่ ๑๑ เดือนมกราคม พ.ศ.๒๕๕๖ ก่อนฉันเช้า
File: 551208B
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๘
ระหว่างนาทีที่ ๒๑ วินาทีที่ ๕ ถึงนาทีที่ ๒๒ วินาทีที่ ๕๘

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : สถานที่ปฎิบัติธรรมตามแนวของหลวงพ่อปราโมทย์

สถานที่ปฎิบัติธรรมตามแนวของหลวงพ่อปราโมทย์

ถาม : ต้องการทราบรายละเอียดสถานที่ปฏิบัติธรรมตามแนวของหลวงพ่อ  ซึ่งสามารถอยู่ปฏิบัติได้เป็นระยะเวลานานหลายเดือน

ตอบ : หลวงพ่อไม่มีสถานที่ตามที่ต้องการทราบหรอกนะครับ

แต่หลวงพ่อต้องการให้ทุกคนสามารถปฏิบัติภาวนาอยู่ที่บ้านให้ได้

ดังนั้นถ้าเราศึกษาวิธีการปฏิบัติตามที่หลวงพ่อสอนเอาไว้จนเข้าใจ

เราก็จะสามารถปฏิบัติอยู่กับบ้านได้

ไม่จำเป็นต้องไปอยู่ที่อื่นก็ได้ครับ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เกร็ดธรรมคุณสันตินันท์ : พระสัทธรรม กับจิตของปุถุชน

พระสัทธรรม กับจิตของปุถุชน

ท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตตเถระ  สอนธรรมไว้ประการหนึ่งไว้ว่า

พระสัทธรรมเมื่อเข้าไปตั้งอยู่ในจิตของปุถุชน ก็ย่อมกลายเป็นสัทธรรมปฏิรูป

ปัญหาก็คือ เหตุใดจิตของปุถุชนจึงทรงพระสัทธรรมของแท้ไว้ไม่ได้ ?

 

จิตปุถุชนไม่เหมาะกับการรองรับพระสัทธรรม ก็เพราะยังมีมิจฉาทิฏฐิ

คือมีความเห็นสุดโต่งระหว่าง สัสสตทิฏฐิหรือความมีอยู่ถาวร กับอุทเฉททิฏฐิหรือความขาดสูญ

ทั้งยังประกอบด้วยสักกายทิฏฐิ คือความเห็นว่าขันธ์ 5 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จิต ว่าเป็นเรา

การกำหนดจดจำธรรมใดๆ ไว้ในจิต จึงอดไม่ได้ที่จะเจือความเห็นผิด

หรือการตีความธรรมอย่างผิดๆ เอาไว้ด้วย

 

เรื่องของมิจฉาทิฏฐินั้น หากเกิดขึ้นกับจิตดวงใด

จิตดวงนั้นย่อมเป็นอกุสลจิตเสมอ

 

ในความเป็นจริงแล้ว จิตของปุถุชน มักจะเป็นเพียงอกุสลจิต และวิบากจิตเท่านั้น

น้อยนักจะเป็นกุสลจิตได้อย่างแท้จริง เว้นแต่จะเป็นกุสลจิตแบบอนุโลมเอา

เช่นผู้ที่ได้ฟังธรรมของพระพุทธเจ้าแล้วพิจารณาใคร่ครวญตาม

ก็พอจะน้อมใจเชื่อตามสัมมาทิฏฐิได้บ้างในขณะสั้นๆ

แต่เมื่อใดไม่ใคร่ครวญ ไม่สำรวมระวังความคิด

มิจฉาทิฏฐิก็กลับมาครอบงำจิตอีกโดยง่าย

คือจะเกิดความเห็นผิดว่าจิตเป็นเรา กายนี้เป็นเรา คนก็เป็นคน สัตว์ก็เป็นสัตว์จริงๆ

 

และหากพิจารณาในด้านของกิเลสที่เกิดขึ้นกับจิต ก็จะพบว่าจิตของปุถุชนนั้น

โอกาสที่จะเกิดกุสลจิตจริงๆ คือไม่มีอกุสลในจิต เป็นไปได้น้อยยิ่ง

เพราะเว้นแต่วิบากจิตเสียแล้ว จิตส่วนมากก็จะถูกครอบงำด้วยโมหะเกือบตลอดเวลา

แม้ในขณะที่ทำบุญทำทาน ศึกษาปฏิบัติธรรม

จิตก็มักจะถูกโมหะครอบงำเอาแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวเสมอๆ

 

ตัวมิจฉาทิฏฐิก็เป็นโมหะ ตัวกิเลสครอบงำประจำจิตก็เป็นโมหะ

รวมความแล้วโมหะนี้เองเป็นข้าศึกอย่างร้ายกาจทีเดียว

จิตของปุถุชน แทบไม่มีเวลาพ้นจากอำนาจของโมหะ

จึงไม่เหลือที่ว่างพอที่จะให้พระสัทธรรมประดิษฐานลงได้จริง

 

โอกาสที่จิตจะรอดจากโมหะมีไม่มากนัก

เพราะจิตใจของเราเหมือนถูกขังอยู่ในเขาวงกฏที่สลับซับซ้อนมาก

ช่องทางที่จะหนีรอด มีเพียงช่องทางเล็กๆ อยู่ช่องเดียว

ถ้าปราศจากพระพุทธเจ้าชี้ช่องทางนี้แล้ว ยากนักที่เราจะพบทางออกได้เอง

และช่องทางที่จะรอดจากโมหะหรือความหลง

ก็คือการเจริญสติสัมปชัญญะหรือความไม่หลงนั่นเอง

 

เมื่อใดจิตเกิดสติสัมปชัญญะ เมื่อนั้นจึงเกิดกุสลจิตที่แท้จริง

แต่พวกเราที่เคยฝึกเจริญสติสัมปชัญญะ

ต่างก็ซาบซึ้งแก่ใจดีแล้วว่า เข้าใจยากและทำยากเหลือเกิน

ขนาดคนที่มีศรัทธาต่อพระพุทธเจ้าอยู่แล้ว และอยากจะทำ ก็ยังทำยาก

นับประสาอะไรกับคนที่ไม่มีศรัทธามาก่อน และไม่อยากทำ

ด้วยเหตุนี้แหละ เมื่อพระพุทธเจ้าตรัสรู้แล้ว จึงทรงท้อพระทัยที่จะสอน

 

การที่จะน้อมนำพระสัทธรรมเข้ามาประดิษฐานให้ถาวรในจิตก็ดี

การที่จะเผยแผ่พระสัทธรรมไปสู่จิตของผู้อื่นก็ดี

จึงเป็นงานที่ยากมาก เพราะต้องต่อสู้กับความไม่รู้ทั้งหลายของตนเองและผู้อื่น

แต่ถ้าพวกเราผู้มีโอกาสมากในสังคม ไม่ตั้งใจทำงานนี้

แล้วจะผลักภาระการรักษาพระสัทธรรมไปให้ใครได้ล่ะครับ

ดังนั้นอย่าประมาท นิ่งนอนใจ หรือเบื่อหน่ายท้อแท้ให้เสียเวลาเปล่า

ให้ตั้งใจปฏิบัติเพื่อน้อมนำพระสัทธรรม

เข้าสู่จิตใจให้ได้โดยทั่วกันทุกๆ คนนะครับ

โดยคุณ สันตินันท์ (นามปากกาของหลวงพ่อปราโมทย์ก่อนบวช)

เมื่อวัน ศุกร์ ที่ 3 พฤศจิกายน 2543

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ความทุกข์แปรไปตามกำลังของความยึดถือ

mp3 for download : ความทุกข์แปรไปตามกำลังของความยึดถือ

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ขอขอบคุณภาพจาก บ้านจิตสบาย
retouched by Dhammada.net

หลวงพ่อปราโมทย์ :จริงๆแล้วการปฏิบัติธรรมนะ เอา Basic เลย มันไม่มีอะไรหรอก มันคือการเรียนรู้ความเป็นจริงของตัวเราเอง สิ่งที่เรียกว่าตัวเราก็คือกายกับใจของเรานี่แหละ ถ้าเราเรียนรู้ความจริงได้นะ เราจะหมด ถ้าไม่หมดนะก็ลด ความยึดถือกายยึดถือใจลงได้ ถ้าเรายึดถือมากก็ทุกข์มาก ยึดถือน้อยก็ทุกข์น้อย ไม่ยึดถือก็ไม่ทุกข์ ใจของเรามันทุกข์ขึ้นมาได้เนี่ย ก็เพราะว่ามันเข้าไปยึดถือสิ่งต่างๆ ส่วนร่างกายที่เป็นทุกข์น่ะ เป็นไปตามธรรมชาติของมัน มีร่างกายแล้วถึงอย่างไรก็ทุกข์

ร่างกายของพระอรหันต์ก็ทุกข์เหมือนที่พวกเราทุกข์นั้นแหละ แต่จิตใจเนี่ย ท่านรู้ความจริงมากก็ไม่ยึดถือ ท่านก็ไม่ทุกข์ พระอนาคามีท่านยังยึดถือจิตอยู่ แต่ว่าไม่ยึดถือกาย ร่างกายเจ็บป่วยแปรปรวนอะไรก็ไม่เดือดร้อน แต่ถ้าจิตไม่มีสมาธิอะไรอย่างนี้ ยังเดือดร้อน ยังพยายามรักษาจิตอยู่ พระโสดาบัน พระสกิทาคามี ก็ยังคงยึดถือขันธ์ ๕ เหมือนที่พวกเรายึดนี่แหละ แต่ท่านยึดน้อยกว่า ของเรายึดมาก ถ้าเราเห็นว่าขันธ์ ๕ ของเรา ร่างกายจิตใจของเรา เป็นของดีของวิเศษ หวงแหนมาก รักมาก อยากให้มันอยู่อย่างนี้แหละ อมตะนิรันดร อยากให้ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของเราคงที่อยู่ในสิ่งที่ดี ถ้ามีของไม่ดีมาก็อยากให้มันพ้นไปเร็วๆ

ความอยากนั้นเป็นต้นตอให้เกิดความยึดถือ เนี่ยเราจะเรียนนะ จนกระทั่งวันหนึ่งมันไม่ยึด ไม่ยึดไม่ทุกข์ ตัวที่ทำให้เข้าไปยึดถือสิ่งต่างๆนั้นน่ะคือ ความยึดถือ มีชื่อเรียกว่า “อุปาทาน”


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
แผนที่ : 1 2 3
แสดงธรรมที่ วัดสวนสันติธรรม
วันศุกร์ที่ ๑๑ เดือนมกราคม พ.ศ.๒๕๕๖ ก่อนฉันเช้า
File: 551208B
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๘
ระหว่างนาทีที่ ๐ วินาทีที่ ๒ ถึงนาทีที่ ๒ วินาทีที่ ๙

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : จิตกับลูกบอล

จิตกับลูกบอล

เคยเห็นลูกบอลลอยน้ำใช่มั้ย

 

 จิตที่ขาดสติเปรียบเหมือนลูกบอลที่ถูกปล่อยให้ลอยไปมาอยู่ในน้ำอย่างไร้ทิศทาง

 

 จิตที่มีสติรู้อารมณ์เดียวต่อเนื่องเปรียบเหมือนลูกบอลที่ลอยนิ่งสงบไม่ไหลไปไหลมาเพราะถูกมือจับเอาไว้

 

จิตที่ถูกกดถูกข่มเอาไว้เปรียบเหมือนลูกบอลที่ถูกจับกดลงในน้ำ จะมีแรงต้านและพร้อมจะดีดกลับเมื่อเลิกกดมัน

 

 จิตที่มีสติ จะเปรียบเหมือนลูกบอลที่ถูกมือแตะไว้อย่างอ่อนโยน ยอมให้ไหลไปมาได้ตามสมควร

มือที่แตะไว้จะรู้สึกได้ถึงการเคลื่อนไหวไปตามแรงคลื่นของน้ำที่มากระทบลูกบอล

 

 ถ้านึกไม่ออกก็ลองไปหาลูกบอลมาเล่นในน้ำซิ แล้วจะเข้าใจว่าทำไม เวลาจะเรียนรู้กายใจ ต้องเรียนด้วยจิตที่มีสติ

ไม่ใช่เรียนด้วยจิตที่ขาดสติ สงบนิ่ง หรือถูกกดข่มเอาไว้

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เมื่อภาวนามากเข้าก็จะเห็นว่า สภาวธรรมต่างๆเหมือนเล่นละครให้เราดู

mp3 for download : เมื่อภาวนามากเข้าก็จะเห็นว่า สภาวธรรมต่างๆเหมือนเล่นละครให้เราดู

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ขอขอบคุณภาพจาก บ้านจิตสบาย
retouched by Dhammada.net

หลวงพ่อปราโมทย์ :สติก็ต้องละเอียดขึ้น ศรัทธา วิริยะ สติ ต้องดีขึ้นๆ สมาธิคือความตั้งมั่นของจิต จิตใจต้องอยู่กับเนื้อกับตัว จิตไหลไปแล้วรู้ จิตไหลไปแล้วรู้ รู้ไวๆ เอาสตินั้นแหละไปรู้ สมาธิก็จะเพิ่มขึ้นๆ ต่อไป จิตก็จะเป็นคนดู เห็นทุกอย่างแสดง รูปธรรมแสดงละครให้ดู นามธรรมแสดงละครให้ดู โลภโกรธหลงก็แสดงละครให้เราดู สุขทุกข์ก็แสดงละครให้เราดู ใจเป็นคนดู นี่เรียกว่าใจมีสมาธินะ

ปัญญาก็จะเกิด ก็จะเห็นเลย รูปธรรมที่แสดงละคร มันก็แค่ละคร ละครมันไม่ใช่ของจริงหรอก นามธรรมทั้งหลายนะ พวกความสุขความทุกข์ กุศล-อกุศลทั้งหลายนะ ก็แสดงละครให้เราดู ไม่ใช่ของจริงอะไรหรอก ไม่มีตัวมีตน ตัวจิตเองก็แสดงละคร เดี๋ยวสุขเดี๋ยวทุกข์ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย เดี๋ยววิ่งไปทางตาหูจมูกลิ้นกายใจ ก็เล่นละครให้เราดูอีกนะ ปัญญามันก็เกิดนะ มีแต่ละครนะ มีแต่ของหลอกนะ มีแต่ภาพลวงตานะ
ขันธ์ ๕ นี้ไม่มีจริง (หมายถึง ไม่ถาวรจริง) มีขึ้นมาชั่วครั้งชั่วคราว เหมือนภาพลวงตา เหมือนความฝัน เหมือนพยัพแดด เห็นปัญญาแก่กล้า ก็ปล่อย

ปล่อยขันธ์ไปตามลำดับนะ เบื้องต้นก็ปล่อยรูปธรรมไปก่อน เบื้องปลายก็ปล่อยนามธรรม ปล่อยรูปธรรมได้ ได้พระอนาคา(มี) ปล่อยนามธรรมได้ก็หมดแล้ว จบกิจ ไม่มีธุระที่จะต้องปฏิบัติอีกแล้ว

ไปฝึกเอานะ ต้องทำ ไม่ทำไม่ได้ แล้วจะรักพระพุทธเจ้า ไม่ใช่กูเก่งนะ ภาวนาแทบเป็นแทบตาย แล้วจะรู้สึกว่าพระพุทธเจ้าเก่ง ไม่ใช่กูเก่งหรอก เพราะกูไม่มี กูไม่มี มันว่างจากความเป็นตัวเป็นตน

เอ้าไปฉัน ไปทานข้าวกันไป


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
แผนที่ : 1 2 3
แสดงธรรมที่ วัดสวนสันติธรรม
วันศุกร์ที่ ๑๑ เดือนมกราคม พ.ศ.๒๕๕๖ ก่อนฉันเช้า
File: 560111A
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๘
ระหว่างนาทีที่ ๒๔ วินาทีที่ ๒ ถึงนาทีที่ ๒๖ วินาทีที่ ๘

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : สำหรับคนที่ทำสมถะไม่เป็น

สำหรับคนที่ทำสมถะไม่เป็น

คนที่ทำสมถะไม่ได้ (หรือยังทำไม่ได้ กำลังหัดทำ) ก็ให้ทำรูปแบบตามที่หลวงพ่อพูดถึง

โดยทำรูปแบบแล้วก็มารู้กายรู้ใจไปสบายๆ พอรู้ว่าเผลอลืมตัวไป ก็มารู้กายรู้ใจต่อใหม่อีก

ทำไปเรื่อยๆ ก็จะเกิดจิตตั้งมั่น (มีสมาธิ) ขึ้นมาชั่วขณะหนึ่ง

แล้วจะเห็นเจริญปัญญาเห็นไตรลักษณ์ได้เป็นขณะๆ ไปครับ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : วิธีหัดรู้ว่าเมื่อกี้ลืมตัวไป

วิธีหัดรู้ว่าเมื่อกี้ลืมตัวไป

วิธีหัดรู้ว่าเมื่อกี้ลืมตัวไป ก็ให้หาอะไรมาเป็นสิ่งระลึกถึงเอาไว้สบายๆ

อย่างเช่นเอาลมหายใจเป็นสิ่งระลึกถึงอยู่

ก็ให้รู้สึกถึงร่างกายที่กำลังหายใจเข้าออกไปสบายๆ

อย่าฝืน อย่าห้ามไม่ให้จิตไปนึกคิดเรื่องในอดีต

ซึ่งเมื่อใดที่จิตหลงไปคิด เราก็จะลืมไปว่ามีร่างกายหายใจอยู่

ถ้าสังเกตได้ว่าเมื่อกี้ลมหายใจหายไป เมื่อกี้ลืมตัวไป

ก็คือรู้สึกตัวขึ้นได้แล้ว

 

เวลาทำกิจกรรมอะไรอยู่เช่นกำลังเดินก็เช่นกัน

ก็ให้มารู้สึกมีร่างกายเดินอยู่ รู้สึกไปสบายๆ

ถ้าจิตหลงไปคิดก็จะลืมร่างกายที่กำลังเดินไป

ถ้าสังเกตได้ว่าเมื่อกี้ลืมร่างกาย ลืมตัวไป

ก็จะกลับมารู้สึกตัวพร้อมๆกับความคิดที่มันดับลงไปชั่วขณะ

 

ให้หัดอย่างนี้ไปเรื่อยๆ เท่าที่พอจะหัดได้

นึกได้ตอนไหนก็หัดเอาตอนนั้นเลย ไม่นานหรอกครับ

จิตก็จะค่อยๆ สงบลงเพราะมีความรู้สึกตัวได้บ่อยขึ้น

จะรู้ทันจิตที่หลงไปคิดได้บ่อยขึ้น รู้ทันจิตที่เศร้าหมองที่กังวลได้บ่อยขึ้น

เมื่อรู้ทันได้บ่อยขึ้น จิตก็จะสงบมากขึ้น ตั้งมั่นมากขึ้น

ความทุกข์ใจก็จะลดลงไปเองครับ

 

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : รู้รักษาตัวรอดยามวิบากให้ผล

รู้รักษาตัวรอดยามวิบากให้ผล

ทำกรรมใดไว้ย่อมต้องมีผลกรรมนั้นเสมอ

 แม้ปัจจุบันจะทำดีเป็นปกติ จะทำกุศลอยู่เป็นปกติ

 หากได้โอกาส กรรมไม่ดีที่เคยทำไว้ก็จะให้ผล

 อย่าคิดนะว่าเราทำดีปฏิบัติดีแล้วจะไม่เจอเรื่องไม่ดี

 แต่ให้รู้จักเอาตัวรอดในช่วงที่กำลังรับผลไม่ดีนั้น

 ช่วงเวลาใดที่รู้สึกว่าจะประคองตัวไม่ไหว เหมือนดั่งเรือเล็ก

 ที่ไม่อาจต้านความเชี่ยวกรากของสายน้ำได้ ก็ต้องเอาเรือเข้าฝั่ง

 เก็บรักษาเอาไว้ใช้ต่อเมื่อจำเป็น

 

 ถึงวันนี้ เริ่มรู้สึกว่าจะไม่ไหวแล้ว

 ต้องปลดปล่อยภาระที่เกินจำเป็นออกไปก่อน

 รอให้ความเชี่ยวกรากของวิบากแผ่วเบาลง

 รอให้ใจถึงพร้อมมากกว่านี้

 แล้วค่อยออกเรือกันต่อไป.

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : วิธีสังเกตจิตผู้รู้

วิธีสังเกตจิตผู้รู้

ถาม : เมื่อรู้ทันความคิด แล้วความคิดดับเป็นเพราะเรามีจิตผู้รู้แล้วรู้ทันความคิดนั้นใช่หรือไม่ จะสังเกตอย่างไร ?

ตอบ : ความคิดที่ดับไป ไม่ใช่ว่าดับไปเพราะผู้รู้เท่านั้นครับ

อาจดับไปเพราะการเพ่งก็ได้ เพราะจิตไปสนใจรู้อารมณ์อื่นก็ได้

 

ลองสังเกตว่ามีผู้รู้จริงๆ หรือเปล่าด้วยการมาดูกายก็ได้ครับ

ถ้ามาดูกายแล้วรู้สึกว่ากายกับจิตเป็นคนละสิ่งกัน

และจิตไม่ได้ไหลออกไปตั้งแช่ที่จุดใดจุดหนึ่ง ก็แสดงว่ามีจิตผู้รู้

แล้วสังเกตว่าตอนที่รู้ความคิดแล้วความคิดดับไปนั้น

จิตที่รู้เหมือนกับผู้รู้ที่ดู้กายอยู่ห่างๆ หรือไม่

 

แต่ถ้าสังเกตุไม่ออก ก็ไม่ต้องสนใจหรอกครับว่า

ความคิดที่ดับไปนั้น ดับไปเพราะอะไร

ให้แค่รู้ว่าจิตไหลไปคิด รู้ว่าความคิดดับไป รู้เท่านี้ก็พอแล้วครับ

ถ้ารู้แบบนี้ไปบ่อยๆ ต่อไปจะเข้าใจเองว่า

ความคิดขณะนั้นดับไปเพราะเพ่ง หรือเพราะเกิดสติเกิดผู้รู้ขึ้นมา

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : ทำสมาธิแล้วรู้สึกเกร็ง มึน ตื้อเพราะเพ่ง

ทำสมาธิแล้วรู้สึกเกร็ง มึน ตื้อเพราะเพ่ง

ถาม : มีความรู้สึกว่าพอปฏิบัติไปก็มีความรู้สึกเหมือน เกร็ง หนัก และมึน ๆตื้อ ๆ ส่วนบริเวณหัวค่ะ บางทีสังเกตุตัวเองแล้วรู้สึกว่าเกร็งทั้งที่ไม่ได้ปฏิบัติในรูปแบบด้วยค่ะ  และอาการที่ล่าสุดนี้คือพอหนูนั่งหลับตาทำในรูปแบบที่ไร รู้สึกว่าหนูเกร็ง แข็ง แน่น ชา หนักทุกทีเลยค่ะ บางทีก็รู้สึกจิตมันเบลอ เหม่อ ค่ะ รบกวนขอคำแนะนำด้วยนะคะ ตอนนี้หนูเป็นทุกข์ทั้งกายและใจ รู้สึกท้อแท้สับสนมากค่ะ  ไม่ทราบว่าหนูควรจะทำอย่างไรดีคะ ?

ตอบ : เข้าใจว่าอาการเกร็ง หนัก มึน ตื้อ ที่เป็นนั้น เป็นเพราะการเพ่งหรือฝืนจิตมากจนเกินพอดี และถ้าอาการเร็งยังเกิดได้แม้ไม่ได้นั่งภาวนา ก็แสดงว่าติดเพ่งไปแล้วครับ แต่ไม่ต้องท้อแท้นะครับ เพราะถ้าเราเลิกทำแบบเพ่งมากๆได้ อาการที่เป็นอยู่ก็จะหายไปเองครับ ฉะนั้นช่วงนี้ก็อย่าเพิ่งนั่งสมาธิแบบที่ทำอยู่ไปก่อน แล้วให้มาหัดรู้สึกตัวไปสบายๆ ไม่ต้องฝืนบังคับจิต จิตจะเผลอก็หัดรู้ว่าเมื่อกี้เผลอไป จิตจะมีกิเลสก็หัดดูจิตทีมีกิเลสไป หรือพอร่างกายเคลื่อนไหว ก็หัดรู้สึกร่างกายที่เคลื่อนไหว หัดรู้กาย หัดดูจิต ไปเรื่อยๆ แล้วอาการเพ่งก็จะค่อยๆ หายไปเองครับ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

กระบวนท่าการดูจิต

mp3 for download : กระบวนท่าการดูจิต

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ขอขอบคุณภาพจาก บ้านจิตสบาย

หลวงพ่อปราโมทย์ : ตามองเห็นรูปเกิดสุขเกิดทุกข์ขึ้นที่ใจ หูได้ยินเสียง จมูกได้กลิ่น ลิ้นได้รส กายกระทบสัมผัส เกิดสุขเกิดทุกข์ที่ใจ มีสติรู้ทัน ใจคิดนึกปรุงแต่งไป เกิดสุขเกิดทุกข์ที่ใจ มีสติรู้ทัน

รู้ทันแล้วก็จะเห็น เกิดสุขอยู่ชั่วคราวแล้วก็ดับ เกิดทุกข์อยู่ชั่วคราวแล้วก็ดับ นี่แหละเรียกว่าการเจริญปัญญา จะเห็นว่าความสุขมีแล้วก็หายไป ความทุกข์มีแล้วก็หายไป ดูอยู่อย่างนี้เรื่อยๆไป

แต่ถ้าดูสุขทุกข์ไม่ทันนะ ต่อไปก็จะเป็นกุศล-อกุศล มีความสุขขึ้นมา บางทีจิตก็มีราคะ มีความทุกข์ขึ้นมา บางทีจิตก็มีโทสะขึ้นมา ดูเวทนาไม่ทัน ดูสุขทุกข์ไม่ทัน ก็มาดูกิเลสเอา ดูง่ายๆ แค่นี้เอง

อย่าไปบังคับจิตให้นิ่ง ถ้าบังคับจิตให้นิ่ง จะไม่มีอะไรให้ดู ให้กระทบอารมณ์ไป บางทีใจคิด คิดเรื่องนี้มีความสุข ให้รู้ว่ามีความสุขเกิดขึ้น ไม่ใช่รู้ว่าคิดเรื่องอะไรนะ คิดเรื่องอะไรไม่สำคัญหรอก แต่ถ้าคิดอะไรขึ้นมาแล้วใจมีความสุข ให้รู้ทัน (รู้ทันว่าใจมีความสุข – ผู้ถอด) คิดอะไรก็ได้ ใจมีความทุกข์ขึ้นมาให้รู้ทัน รู้ทันใจที่สุด ใจที่ทุกข์ ใจที่เป็นกุศล ใจที่เป็นอกุศล ไม่ใช่รู้เรื่องที่คิดนะ

นี่แหละการดูจิตดูใจเขาดูกันอย่างนี้นะ ถึงจะเกิดปัญญา สุดท้ายก็จะเกิดปัญญาขึ้นว่า ทุกอย่างที่จิตไปรู้เข้านี่แหละ เป็นของชั่วคราว ความสุขเกิดขึ้นแล้วก็อยู่ชั่วคราวแล้วก็หายไป ความทุกข์อยู่ชั่วคราวแล้วก็หายไป กุศลอยู่ชั่วคราวแล้วก็หายไป โลภ โกรธ หลง ฟุ้งซ่าน หดหู่ อยู่ชั่วคราวแล้วก็หายไป เห็นซ้ำแล้วซ้ำอีก ซ้ำแล้วซ้ำอีก วันแล้ววันเล่า เดือนแล้วเดือนเล่า ปีแล้วปีเล่า เห็นจนถึงจุดหนึ่ง จิตจะเกิดความรู้รวบยอดขึ้น ว่าทุกสิ่งที่เกิดนั้น ดับทั้งสิ้น ตรงที่เกิดความรู้รวบยอดนี่แหละที่เรียกว่า “ได้ดวงตาเห็นธรรม” เป็นพระโสดาบัน

พระโสดาบันนั้นมีความรู้รวบยอดว่า สิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งหมดดับไปเป็นธรรมดา” something(สิ่งใด) ที่เกิดขึ้น อะไรเป็น something บ้าง สุขก็เป็น something ใช่มั้ย ทุกข์ก็เป็น(something) โลภโกรธหลงก็เป็น(something) จะเห็นแต่ละอันๆนะ จนในที่สุดสรุปออกมาได้ในภาพรวม จิตเขาสรุปของเขาเอง ไม่ใช่เราคิดเอา ตรงที่เราคิดเอาไม่ล้างกิเลส แต่ถ้าจิตสรุปของจิตเอง จะล้างกิเลสได้

เนี่ยฝึกไปเรื่อยนะ ไม่ใช่เรื่องยากอะไร


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ต.บางพระ อ.ศรีราชา ชลบุรี
แผนที่ : 1 2 3
แสดงธรรมที่ วัดสวนสันติธรรม
เมื่อวันเสาร์ที่ ๔ เดือนสิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๕
File: 550804B
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๖
ระหว่างนาทีที่ ๑๓ วินาทีที่ ๒๔ ถึงนาทีที่ ๑๕ วินาทีที่ ๕๐

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : เทคนิคการดูจิต

 เทคนิคการดูจิต

มองภาพนี้ซิ…

แวบหนึ่งเห็นดอกชัดใช่มั้ย

 อีกแวบหนึ่งเห็นใบชัดใช่มั้ย

 อีกแวบต่อๆไป ก็เห็นส่วนที่ไม่ชัดใช่มั้ย

 แต่จะดูอีกสักกี่แวบก็ไม่เห็นตัวหนอนหรอกนะ

 ไม่เห็นเพราะไม่มีหนอนหรอก

หรือหนอนมีนะ แต่ถูกบังอยู่ ก็เลยไม่เห็น …

 

เวลามาดูจิตก็เหมือนกันคือ

 แวบที่เห็น เห็นอะไรชัดก็ให้ดูอันที่ชัดนั่นแหละ

 แวบที่เห็น เห็นอะไรที่ไม่ชัดก็ให้ดูอันที่ไม่ชัดนั้นแหละ

 แวบที่เห็น แต่ไม่เห็นอะไรที่คิดว่าจะเห็น

 ที่ไม่เห็นเพราะมันไม่มีอยู่ให้เห็น

 หรือมันมีอยู่แต่ยังไม่เห็นมันไม่ได้

 เมื่อไม่เห็นก็ไม่ต้องควานหาให้เห็นมันหรอกนะ

 เพราะการควานหามันคือเผลอ หลง ขาดสติ ลืมตัวไปแล้ว…

 

ใครที่ไปส่งการบ้าน

 แล้วได้ยินครูบาอาจารย์หรือญาติธรรมบอกว่าเป็นอย่างนั้นอย่างนี้

 แต่ดูยังไงก็ไม่เห็นอันนั้นอันนี้ ก็ให้ภาวนาต่อแบบข้างบนนี้ไปนะ

 แล้ววันหน้าก็จะ อ๋อ… อิอิ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เกร็ดธรรมคุณสันตินันท์ : ธรรมะแท้จริงไม่มีอะไรต้องพูดกันเลย

ธรรมะแท้จริงไม่มีอะไรต้องพูดกันเลย

ถ้าจะกล่าวว่า การปฏิบัติธรรมมีเพียงผู้รู้ กับสิ่งที่ถูกรู้

หรือมีเพียงจิต กับอารมณ์

หรือมีเพียงจิต กับอาการของจิต

หรือมีเพียงจิต กับสิ่งที่ปรุงแต่งจิต

ก็ย่อมไม่มีเรื่องที่จะต้องพูดอะไรกันมากเลยครับ

 

แต่ที่ธรรมะมีอะไรๆ ให้พูดกันตั้งมากมาย

ก็เพื่อเป็นอุบายตะล่อม หรือแหวกสิ่งแปลกปลอมเข้าหาจิตเท่านั้นเอง

เมื่อรู้เข้ามาถึงจิตถึงใจแล้ว

สิ่งอื่นๆ ก็หมดเรื่องที่จะต้องพูดกันอีกต่อไป

 

ธรรมะที่ถึงจิตถึงใจ เป็นธรรมะใหม่เอี่ยม สดชื่นเบิกบาน

แต่พอบัญญัติออกมาก็จืดๆ เก่าๆ เป็นธรรมดาอย่างนี้แหละครับ

เพราะสมมุติบัญญัติเป็นแค่เงาๆ พอให้เทียบเคียงเข้าถึงธรรมเท่านั้น

โดยคุณ สันตินันท์ (นามปากกาของหลวงพ่อปราโมทย์ก่อนบวช)

เมื่อวัน จันทร์ ที่ 4 ธันวาคม 2543

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : ยามที่เหนื่อยและท้อ

ยามที่เหนื่อยและท้อ

ยามที่เหนื่อยและท้อ …

ต้องเลิกเป็นยาม แล้วไปทำอาชีพอื่นซะ ^_^

 

 ส่วนจิตที่เหนื่อยและท้อต่อการภาวนา …

ยังไงก็ต้องไม่เลิกภาวนา ต้องอดทนดูมันไป

 นึกเอาไว้ก็ได้ว่า เดี๋ยวมันก็ผ่านไป

อดทนดูจนไม่ไหวแล้วนั่นแหละ

 จึงค่อยพักไปหาอะไรที่เป็นกุศลทำ

 ทำกุศลแล้ว มีแรงแล้วก็กลับมาภาวนากันต่อไป

 

 จำไว้นะ … เหนื่อยได้ท้อได้แต่อย่าเลิกภาวนา ^_^

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

Page 2 of 5912345...102030...Last »