Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

ไม่รวยทรัพย์ไม่เป็นไร รวยด้วยศีลด้วยธรรมดีกว่า

mp3 (for download) : ไม่รวยทรัพย์ไม่เป็นไร รวยด้วยศีลด้วยธรรมดีกว่า

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ไม่รวยทรัพย์ไม่เป็นไร รวยด้วยศีลด้วยธรรมดีกว่า

ไม่รวยทรัพย์ไม่เป็นไร รวยด้วยศีลด้วยธรรมดีกว่า

งั้นถ้าเรามีศีลนะ สมาธิเกิดง่าย คนมีศีลจิตใจมันจะเรียบร้อยเพราะว่ามันจัดระเบียบกายวาจาไว้แล้ว กายวาจาได้รับการจัดระเบียบให้ดี จิตใจมันก็สงบง่ายนะ อย่างคนไม่มีศีล คิดจะฆ่าเค้า คิดจะทำลายเค้าเนี่ยจิตใจฟุ้งซ่าน คิดจะลักเค้าขโมยเค้าจิตใจฟุ้งซ่าน คนมีศีลแล้วก็มีธรรม ไม่ใช่มีศีลอย่างเดียวนะ ถ้ามีศีลจริงๆจะมีธรรมด้วย

อย่างไม่คิดเบียดเบียนใครนะ จิตใจที่เมตตากรุณาก็จะเกิดขึ้นด้วย แค่ไม่ฆ่าสัตว์ไม่เบียดเบียนผู้อื่นนะ ความเมตตากรุณาก็เกิดง่าย แค่ไม่ลักทรัพย์นะจะเกิดความเสียสละรู้จักให้ทาน ไม่ประพฤติผิดในกามนะจะรู้จักสันโดษในกามนะ เนี่ยมีข้อดี ไม่ยอมผิดศีลมุสาวาทนะจะได้ธรรมะคือสัจจะขึ้นมา มีศีลก็มีธรรมนะ ได้ธรรมได้ของดีขึ้นมาด้วย จิตใจจะได้ความสงบ ได้ความสุขขึ้นมา จิตใจจะสงบง่ายคน

ทุศีลจิตใจไม่สงบหรอก มันวุ่นวายมันคิดอย่างเดียว จะทำร้ายคนอื่นยังไง จะขโมยคนอื่นยังไง งั้นเรามีศีลเป็นพื้นฐาน จำเป็นอย่างยิ่งเลย มนุษย์ยุคนี้เลวทรามต่ำช้าสุดขีดแล้วเพราะไม่มีศีลมีธรรมเลยนะ เลวมากเลยสุดๆเลย โกหกหลอกลวงกันเต็มบ้านเต็มเมืองนะ เอาผลประโยชน์อย่างเดียวเลย

นี่พวกเราอย่าเอาอย่างเค้า เค้าไม่มีความสุขหรอก เค้าอาจจะรวยนะ แต่เค้าไม่มีความสุขหรอก นี่เราไม่รวยไม่เป็นไรนะแต่เรามีศีลไว้ เรารวยด้วยศีลด้วยธรรมดีกว่า เราได้รับสาระแก่นสารที่แท้จริงในชีวิตของเราเองนะ

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่ สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันที่ ๑๑ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๔

CD: ๔๑
File: 540911
ระหว่างนาทีที่ ๔ วินาทีที่ ๓๙ ถึงนาทีที่ ๖ วินาทีที่ ๒๗

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

อย่าทำคนใกล้ตัวที่เรารักให้เดือดร้อน

mp3 (for download): อย่าทำคนใกล้ตัวที่เรารักให้เดือดร้อน

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

อย่าทำคนใกล้ตัวที่เรารักให้เดือดร้อน

อย่าทำคนใกล้ตัวที่เรารักให้เดือดร้อน

หลวงพ่อปราโมทย์ : การที่เราหัดสังเกตใจตัวเองเนี่ย เราจะได้ตั้งแต่การดำรงชีวิตอยู่ในโลก หรือการอยู่กับเพื่อนร่วมงาน อยู่กับคนในครอบครัว ถ้าเราไม่สังเกตใจตนเองนะ ก็จะมีปัญหากระทบกระทั่งกันอยู่ตลอดเวลา

หลายคนเลยที่.. ยกตัวอย่างเราอยู่กับลูกค้าใช่มั้ย เราถูกฝึก เราถูกสอน ว่าต้องยิ้มไว้ก่อน ลูกค้าร้ายแค่ไหนก็ต้องยิ้มไว้ก่อน มันเครียดนะ บางคนเราเห็นหน้ามันขับรถเข้ามาจอดใกล้ๆ เราก็เกลียดหน้ามันแล้ว มีมั้ย บางคนหน้ามันมีพรสวรรค์นะ เห็นแล้วอยากเอาอะไรยันมันออกไป

เราต้องเครียดน่ะ เราต้องเจอสิ่งที่ชอบบ้าง ไม่ชอบบ้าง ทั้งวัน ใจมันเครียด พอเครียดแล้วเราไม่มีทางระบายใช่มั้ย อยู่ในตู้.. ไปว่าเขา แป๊บเดียวก็ไปแล้ว ไม่ทันจะว่า กลับบ้านแล้ว เราก็มาระบายใส่คนที่บ้าน พ่อบ้านผู้น่าสงสารก็ต้องรับฟัง เราจะระบายอารมณ์ใส่ ระบายของสกปรกที่เราเก็บมาในแต่ละวัน หรือคุณพ่อบ้านก็ระบายของโสโครกใส่คุณแม่บ้าน

เนี่ย.. เราทำความเดือดร้อนให้กับคนใกล้ตัวของเรา แทนที่เราต้องทำอย่างนั้นนะ เรามามีสติไว้ สติสำคัญมากนะ มีสติ คอยรู้ทันจิตใจตนเอง ใจมันเครียดขึ้นมาคอยรู้ทัน ความเครียดมันจะหายไปเอง เป็นเรื่องแปลกนะ ความเครียดความทุกข์ทั้งหลายนี้ ไม่ต้องไปไล่มันหรอก แค่เรามีสติรู้ทันมันก็หายไปเองละ

ค่อยๆลองฝึกดู คอยมีสติรู้ทัน กิเลสอะไรเกิดขึ้นที่ใจคอยรู้ทัน ฝึกอย่างนี้เรื่อยๆนะ เราก็จะบริโภคน้อยลง เราจะไประบายอารมณ์ใส่คนใกล้ตัวน้อยลง คนใกล้ตัวเราเป็นคนที่น่าสงสารที่สุดเลย เพราะว่าเราระบายอารมณ์ได้อย่างปลอดภัย หลายคน กับคนอื่น คนนอกบ้าน คนไกลตัวนะ เราพูดกับเขาดีๆ คนในบ้านเรา เราพูดร้ายๆได้ เรารู้สึกปลอดภัย

เราก็มาแก้ตรงนี้เสีย เราอย่าไปทำบ้านให้ร้อน อย่าไปทำคนที่เรารักให้เดือดร้อนนะ ด้วยการมาฝึกจิตฝึกใจของเรา มีสติ รู้ทันจิตของตัวเองไว้ เราก็จะไม่เก็บขยะเข้าบ้าน ชีวิตจะดีขึ้น ในทุกๆด้านเลย ลูกหลานเกเรอะไรอย่างนี้

หลวงพ่อเคยเจอนะ ผู้หญิงคนหนึ่ง ไปจับลูกมา พาลูกมาหา บอกให้หลวงพ่อช่วยอบรมลูกหน่อย เด็กคนนี้เลวที่สุดเลย เนี่ย ไม่เคยเจอเรามาก่อนเลยนะ มาถึงก็ด่าลูกต่อหน้าเราเลย เลวอย่างโน้น ฉอดๆ ฉอดๆ ฉอดๆ เราดูแล้วๆ จะแก้ปัญหาที่ลูกต้องแก้ปัญหาที่แม่ก่อนแล้วล่ะ เรามานึกดูนะ แม่อย่างนี้เราก็ไม่อยากอยู่ด้วย เลยบอกให้แม่ลองดูใจของตัวเองสิ ใจมันเครียดนะ ใจของแกวันๆหนึ่งเป็นที่ปรึกษาวัยรุ่น คอยแก้ปัญหาให้พวกวัยรุ่น แล้วเครียดน่ะ ในที่สุดเอาความเครียดมาระบายทีบ้าน ลูกเลยมีปัญหาวัยรุ่นเสียเองเลย

นี่นะ ถ้าเราไม่อยากให้ชีวิตของเราย่ำแย่ ย่ำแย่แบบนี้ เราลองมาฝึกมีสติรู้ทันจิตใจตัวเอง เห็นมั้ยหลวงพ่อวนเวียนอยู่แต่ในเรื่องให้มีสติรู้ทันใจของตัวเองนี่แหละ มีสติรู้ทันใจตัวเองนะ แล้วหนี้สินก็จะลดลง เพราะเราจะไม่บริโภคฟุ่มเฟือยไร้สาระ การปฏิสัมพันธ์กับคนรอบตัว คนในที่ทำงาน หรือคนที่บ้าน ก็จะดีขึ้น

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย

แสดงธรรมเมื่อ วันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๔

CD: แสดงธรรมนอกสถานที่ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย
File: 540216
ระหว่างนาทีที่  ๗ วินาทีที่ ๐๔ ถึง นาทีที่ ๑๐วินาทีที่ ๓๓

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ถ้าไม่มีสติไม่มีปัญญา จิตไม่เป็นอุเบกขา

ถ้าไม่มีสติไม่มีปัญญา จิตไม่เป็นอุเบกขา

mp3 for download: ถ้าไม่มีสติไม่มีปัญญา จิตไม่เป็นอุเบกขา

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์: นี่ คนนี้ถาม บอกว่า ไปเลี้ยงไปช่วยเหลือรักษาสุนัขจรจัด เป็นมะเร็งในช่องปาก เวลาเห็นสุนัขมันจาม เห็นเลือดมันไหล จิตจะเศร้ามาก สงสาร

สงสารกับเศร้าไม่เหมือนกันนะ สงสารเป็นกุศล เศร้าเป็นอกุศล อกุศล ตัวนี้ สงสารจริงๆก็คือกรุณา เห็นเขาเป็นทุกข์อยากให้เขาพ้นทุกข์ ทีนี้ความอยากให้เขาพ้นทุกข์มันไม่ประกอบด้วยปัญญา ไม่เป็นอุเบกขา พอไม่มีปัญญาก็ไม่เกิดอุเบกขา ไม่รู้หรอกสัตว์ทั้งหลายเป็นไปตามกรรมของตนเอง ใจเราก็เลยยอมรับไม่ได้ เห็นสุนัขมันน่าสงสาร เกิดกรุณา ขาดอุเบกขากำกับมันก็พลิกเป็นโทสะ เศร้าเป็นโทสะนะ เศร้าเป็นอกุศล

เพราะฉะนั้นเลี้ยงสัตว์ เมตตา กรุณา ได้ แต่ก็ต้องมีอุเบกขานะ ถ้าไม่มีอุเบกขากำกับ ถ้าไม่พิจารณาลงไปว่าสัตว์ทั้งหลายมันก็มีกรรมเป็นของมันเอง ตัวกรุณามันจะพลิกเป็นโทสะ

อย่างตัวเมตตาก็เหมือนกันนะ เมตตา เราเห็นคนนี้น่าสงสาร เห็นคนนี้แล้วเรารู้สึกชอบอะไรอย่างนี้ เมตตา เมตตาคือความรู้สึกเป็นมิตร เมตตากับคำว่ามิตรคำเดียวกันนะ มิตร คำว่าไมตรี คำว่าเมตตา คำว่ามิตร คำว่าเมตตรัยชื่อของพระศรีอาริย์ เมตตรัย คำเดียวกัน คือไมตรีคือความรู้สึกเป็นมิตร

เวลาที่เรารู้สึกเป็นมิตรกับใคร รู้สึกดีๆกับใครเนี่ย ราคะมันจะแทรก ราคะมันจะแทรก เพราะฉะนั้นต้องมีสตินะ ถ้าไม่มีสติไม่มีปัญญา จิตไม่เป็นอุเบกขา ไม่เมตตาเฉยๆ จะกลายเป็นราคะ ทีแรกก็เมตตาเขาดีๆ เสร็จแล้วก็อยากรู้สึกว่าเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเขาขึ้นมา

จิตนี้พร้อมที่จะพลิกเป็นอกุศลตลอดเวลา มีเมตตาก็พร้อมจะเป็นราคะ มีกรุณาก็พร้อมจะเป็นโทสะ มีมุฑิตาเห็นคนอื่นเขาดีแล้วก็ดีใจกับเขานะ แต่มันชักจะดีหลายทีแล้ว ชักจะอิจฉาแล้ว มันดีเกินไป ไม่เห็นมันทำอะไรเลยทำไมมันดีอย่างนี้ มันเกินไป โลกนี้ไม่ยุติธรรม น่ะไปโน่นแล้ว เห็นมั้ย ไม่อุเบกขา อุเบกขาคือ ไปเห็นสมบัติของเขา เขาได้สมบัติ เช่น ทรัพย์สมบัติ หรือชื่อเสียงเกียรติยศ อะไรอย่างนี้ เขาทำของเขามา นะ เขาทำของเขามา เนี่ยสมควรแก่เหตุเป็นไปตามกรรม ถ้าไม่เห็นตรงนี้ไม่มีอุเบกขา แล้วไปอิจฉาเขา อุเบกขานะ ก็ไม่มีปัญญา ไม่มีสติ กลายเป็นแห้งแล้งแข็งกระด้าง แล้วบอกว่าอุเบกขา

เห็นคนจะตาย ฉันอุเบกขา คนตกน้ำป๋อมแป๋ม ป๋อมแป๋ม ฉันอุเบกขา เนี่ยเข้าใจผิดแล้ว นะ อุเบกขาหมายถึงว่า ต้องทำเมตตา กรุณา มุฑิตา ให้เต็มที่นะ แต่ทำด้วยอุเบกขา ไม่ใช่ว่า อุเบกขาคือไม่ทำอะไร เพราะฉะนั้นพวกเราที่ฝึกสติเนี่ย จำเป็น ดีมาก มีประโยชน์ แค่เลี้ยงหมาก็ตกนรกได้แล้ว หรือไปเกิดเป็นหมาได้ นะ ต้องระวังมากนะ พวกเลี้ยงหมา เลี้ยงแมว แล้วก็รักมันมาก ผูกพันธ์มาก ถ้าตายไปในขณะที่จิตเป็นห่วงมัน โอ๊ย..เราตายแล้วใครจะเลี้ยงมันนะ เรานี่แหละจะมาเป็นเปรตอยู่กับหมา นะ หรือว่ารักใคร่พอใจ นะ โอ๊ย..เอาหมาไปอุ้ม กอดอยู่ทุกวันนะ จิตใจผูกพันธ์กับหมา ตายไปก็เป็นหมาได้นะ มันแล้วแต่ว่า จิตขณะนั้นมันเป็นอกุศลหรือเปล่า เพราะฉะนั้นเราจะต้องมีสติ สติจำเป็นในที่ทุกสถานในกาลทุกเมื่อ เห็นมั้ย ใครถามเรื่องอะไรตอบได้หมด ลงด้วยเรื่องสติได้แล้ว นะ ถ้าลงได้อย่างนี้ก็เรียกว่าจบได้ ถ้าลงสติไม่ได้นะ จบไม่ลง นักปฏิบัตินะ.. มีแต่สตินี้แหละ ดีที่สุด

เพราะฉะนั้นต้องดูนะ ดูใจของเราไป ใจที่เศร้าหมอง สงสารหมา เมตตา กรุณา ได้นะ แต่อย่าให้เศร้าหมอง


แสดงธรรมที่สวนสันติธรรม ศรีราชา ชลบุรี
CD สวนสันติธรรม แผ่น ๒๕
ลำดับที่ ๘
File: 510427B.mp3
เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๒๗ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๑
ระหว่างนาทีที่ ๐ วินาทีที่ ๐ ถึง นาทีที่ ๔ วินาทีที่ ๑๖

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่