หมวดหมู่

อยู่กับโลกอย่างเท่าทันโลก

อยู่กับโลกอย่างเท่าทันโลก

อยู่กับโลกอย่างเท่าทันโลก

mp3 (for download) : อยู่กับโลกอย่างเท่าทันโลก

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : อยู่กับโลกก็อยู่อย่างฉลาด อยู่อย่างเท่าทัน อย่าอยู่แบบเป็นขี้ข้ามันนะ อยู่อย่างเท่าทันโลกนะ วิธีที่จะเท่าทันโลกก็คือเท่าทันใจตัวเอง โลกมันมาหลอกเราไม่ได้หรอก แต่เราหลอกตัวเองได้นะ อย่างเค้าโฆษณาขายของเยอะแยะใช่ไหม มันมาหลอกให้เราซื้อได้ไหม? ซื้อไม่ได้ถ้าเราไม่โลภ คนมาด่าเราเนี่ย มันจะด่าสักกี่คนก็เรื่องของมัน เราเดือดร้อนไหม ไม่เดือดร้อนถ้าเราไม่โกรธ ตัวที่ทำให้เราเดือนร้อนก็คือกิเลสในใจเรานี่เอง

เราอยู่กับโลกอย่างเท่าทันนะ สิ่งที่มากระทบดีบ้าง ร้ายบ้าง โลกมีอะไร? โลกมีลาภ มียศ มีสรรเสริญ มีสุข มีเสื่อมลาภ เสื่อมยศ มีนินทา มีทุกข์ โลกมันเป็นอย่างงั้น เราอยู่กับโลกเราก็ต้องรู้ว่าโลกเป็นอย่างงั้นนะ
โลกไม่ได้มีด้านเดียว มีแต่ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ด้านเดียว ไม่ได้เป็นอย่างงั้น ทีนี้เราอยู่กับโลกเรารู้เท่าทันจิตตัวเอง ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข เกิดขึ้น..ดีใจ เสื่อมลาภ เสื่อมยศ นินทา ทุกข์ เกิดขึ้น..เสียใจ รู้ทันใจตัวเอง ถ้าใจเข้าสู่ความเป็นกลางแล้ว เราจะอยู่กับโลกด้วยความเป็นกลาง โลกไม่กระทบกระทั่งแล้ว เรียกว่าคนพ้นโลก

CD สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๓๒
Track ๑๗
File: 521127B.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๖ วินาทีที่ ๔๖ ถึง นาทีที่ ๘ วินาทีที่ ๐๑

หมายเหตุ คลิปธรรมะที่ปรากฏอยู่บนเว็บไซต์ Dhammada.net (ธรรมดา ด็อต เน็ต) คือเสียงการแสดงธรรมเพียงบางช่วง บางตอน ของ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช สวนสันติธรรม ศรีราชา ชลบุรี ซึ่งทางกลุ่มธรรมดาเป็นผู้จัดทำเพื่อให้เป็นหมวดหมู่ และยังมีเรื่องของการตอบคำถามเฉพาะเรื่องเฉพาะบุคคลด้วย ดังนั้นจึงยังไม่ใช่ข้อสรุปของการสอนธรรมะของท่านแต่อย่างใด รวมทั้งคำพูดหรือศัพท์บัญญัติที่ใช้ อาจเป็นที่เข้าใจเฉพาะกับผู้ถามเท่านั้น มิใช่การพูดเป็นการทั่วไป จึงขอความกรุณาอย่าได้นำไปใช้อ้างอิงในที่ใดโดยเด็ดขาด ขอเป็นเพียงการฟังเพื่อเข้าใจแนวทาง และเพื่อเป็นกำลังใจในการภาวนาเท่านั้น
อนึ่ง Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทางสวนสันติธรรมแต่อย่างใด

เรื่องที่เกี่ยวข้อง:

เบื้องต้นหากสติ สมาธิ ปัญญายังไม่อัตโนมัติ ต้องอดทน ต้องฝึกซ้อม

mp3 : (for download) : สติ สมาธิ ปัญญายังไม่อัตโนมัติ ต้องอดทน ต้องฝึกซ้อม

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์: ต้องสู้นะ ต้องสู้ ต้องอดทนน่ะ อยู่ๆมันจะได้ง่ายๆ ไม่ได้หรอก จริงๆที่หลวงพ่อบอกว่าการปฏิบัติมันง่ายๆ ครูบาอาจารย์ท่านก็บอกนะ หลายองค์เวลาไปอยู่ด้วยท่านก็ปรารภขึ้นมา โอ้..การภาวนาง่ายนะ ปราโมทย์ ง่ายนะ เสร็จแล้วจะเงียบๆไปพักหนึ่งแล้วจะพูดต่อ แต่มันก็ยากเหมือนกันน่ะ

มันง่ายนะ ถ้าเราตื่นขึ้นมาแล้ว ใจเราตื่นแล้วเราดูกายทำงานดูใจทำงาน เราไม่ต้องทำอะไร  เราทำตัวเป็นคนดู มันไม่ยากเพราะเราไม่ต้องทำอะไรดูอย่างที่มันเป็น แต่ว่ามันยากมากเลยกว่าที่เราจะตื่นขึ้นมา ในโลกนะมันมีแต่คนหลงคนหลับ ยากเหลือเกินที่คนๆหนึ่งจะตื่นขึ้นมาได้ แต่ไม่ยากนะที่คนที่ตื่นขึ้นมาแล้ว คอยรู้กายรู้ใจเนืองๆ จะบรรลุมรรคผลนิพพานในชีวิตนี้ เพราะฉะนั้นที่ครูบาอาจารย์บางองค์ว่ายากๆ ยากเพราะว่ามันไม่ตื่น บางองค์ท่านก็ว่ามันง่ายนะ ง่ายเพราะอะไร เพราะไม่ได้ทำอะไรเลย

พอสติ สมาธิ ปัญญา มันอัตโนมัติขึ้นมานะ สติมันก็รู้กายรู้ใจเองนะ สมาธิก็ตั้งมั่นโดยไม่ต้องรักษา ปัญญาก็หยั่งรู้ความจริงของกายของใจ ทำงานของมันเอง ไม่เห็นมีอะไรยากเลย แต่ก่อนที่สติจะอัตโนมัติ ก่อนที่สมาธิจะอัตโนมัติ ก่อนที่ปัญญาจะอัตโนมัติ ตรงนี้ยากสุดๆเลย ตรงที่ใจเราตื่นขึ้นมาเนี่ยเราได้สมาธินะ แล้วก็มีสติรู้กายรู้ใจเขาทำงานไปเรื่อยในที่สุดปัญญามันจะเกิด

แรกๆสติก็ไม่อัตโนมัติหรอก ต้องฝึกต้องซ้อม วิธีฝึกวิธีซ้อมก็หัดดูสภาวะเรื่อยไปนะ ความโลภเกิดขึ้นก็รู้ ความโกรธเกิดขึ้นก็รู้ ความฟุ้งซ่าน ความหดหู่ ความดีใจเสียใจ ความสุขความทุกข์อะไรเกิดขึ้นในจิตใจก็คอยรู้ไป ความสุขความทุกข์เกิดขึ้นในร่างกายก็คอยรู้นะ ร่างกายหายใจออกร่างกายหายใจเข้า ร่างกายยืนเดินนั่งนอน กิน ดื่ม ทำ พูด คิด นะ ทั้งกายทั้งใจทำงานนะ คอยมีสติตามดูมันเรื่อยๆไป

ดูมากๆนะ ต่อไปจิตจะจำสภาวะได้แม่น พอจิตจำสภาวะได้แม่น สติจะเกิดเอง ไม่ได้เจตนาให้เกิด อย่างเราหัดเบื้องต้นนะ เราต้องจงใจไว้ก่อนนะ ค่อยๆสังเกตไป จิตใจเดี๋ยวก็สุข เดี๋ยวก็ทุกข์ แรกๆก็ดู วันนี้กับเมื่อวานไม่เหมือนกัน แต่ละวันจิตใจไม่เคยเหมือนกันเลย หัดดูอย่างนี้ พอดูแต่ละวันไม่เหมือนกันได้ก็ดูให้ละเอียดขึ้น ในวันเดียวกันเนี่ย เช้า สาย บ่าย เย็น ก็ไม่เหมือนกัน ดูอย่างนี้นะ ในที่สุดต่อไปก็จะเห็นว่า ในแต่ละขณะ แต่ละขณะ ก็ไม่เหมือนกัน ดูมันจะละเอียดขึ้น ละเอียดขึ้น

ดูไปเรื่อยๆเราจะเห็นเลย มีแต่ความเปลี่ยนแปลง เดี๋ยวสุขเดี๋ยวทุกข์ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ถ้าดูจนชำนิชำนาญนะ ต่อไปไม่เจตนาจะดู พอมีอะไรเกิดขึ้นในกายเกิดขึ้นในใจ สติระลึกได้เอง เนี่ยต้องฝึกจนสติระลึกเองนะ

อย่างหลวงพ่อไปหัดจากหลวงปู่ดูลย์มา ท่านสอนให้ดูจิต มาหัดดูเรื่อย มันสุขก็รู้ มันทุกข์ก็รู้ มันโลภ มันโกรธ มันหลงนะ ความโลภ ความโกรธ ความหลง เกิดขึ้นก็รู้ มันดับไปก็รู้ เนี่ยหัดรู้ไปเรื่อย ต่อมาไม่ได้เจตนาจะรู้นะ มันรู้เอง วันที่มันรู้เองนะวันนั้นพายุใหญ่มา ๒๓ กันยายน ๒๕๒๕ มีพายุเข้ามา กางร่มออกจากที่ทำงาน พายุมันตีร่มเนี่ยพับขึ้นไป ในที่สุดเราเลยต้องเก็บร่มนะ เดี๋ยวร่มเราหักอีกอันหนึ่งแย่เลย เก็บร่มไปแล้วเดินตากฝนไป เข้าไปที่วัด วัดโสมฯนี่แหละ ใกล้ๆที่ทำงาน เข้าไปในกุฏิเก่าของท่านเจ้าคุณ สมเด็จพระวันรัตน์ พระวันรัตน์(ทับ) เจ้าอาวาสองค์แรกเลยเป็นกุฏิกรรมฐานของท่าน อยู่ข้างโบสถ์ เดี๋ยวนี้ท่านรื้อไปแล้ว ไปนั่งกอดเข่าอยู่นั่น นั่งกอดเข่า แล้วใจมันกังวลขึ้นมาว่าเปียกฝนเนี่ยนะคงจะเป็นหวัด ทีนี้เราเคยหัดรู้สภาวะจนชินนะ พอใจกังวลปุ๊บนี่นะ สติมันระลึกโดยไม่เจตนาจะระลึก มันรู้ของมันเอง ใจมันระลึกได้เอง

หรืออย่างสมาธิเราก็ต้องฝึก สติเนี่ยเราหัดดูสภาวะไปเรื่อย โลภ โกรธ หลง ฟุ้งซ่าน หดหู่ หัดรู้ไปเรื่อย ถึงจุดหนึ่งพอสภาวะเกิดแล้วสติรู้เองโดยไม่ต้องเจตนาจะรู้ แต่ก่อนจะรู้ได้เองก็ต้องซ้อมนะ ต้องฝึก ไม่ใช่อยู่ก็เอาละ หลวงพ่อปราโมทย์บอกไม่ต้องทำอะไรงั้นก็นอนมันทั้งวัน ไม่ได้กินหรอกนะ ต้องฝึก หัดดูสภาวะไปจนสติเกิด

CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๓๔
File: 530423.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๒๐ วินาทีที่ ๒๐ ถึงนาทีที่ ๒๔ วินาทีที่ ๕๓

หมายเหตุ คลิปธรรมะที่ปรากฏอยู่บนเว็บไซต์ Dhammada.net (ธรรมดา ด็อต เน็ต) คือเสียงการแสดงธรรมเพียงบางช่วง บางตอน ของ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช สวนสันติธรรม ศรีราชา ชลบุรี ซึ่งทางกลุ่มธรรมดาเป็นผู้จัดทำเพื่อให้เป็นหมวดหมู่ และยังมีเรื่องของการตอบคำถามเฉพาะเรื่องเฉพาะบุคคลด้วย ดังนั้นจึงยังไม่ใช่ข้อสรุปของการสอนธรรมะของท่านแต่อย่างใด รวมทั้งคำพูดหรือศัพท์บัญญัติที่ใช้ อาจเป็นที่เข้าใจเฉพาะกับผู้ถามเท่านั้น มิใช่การพูดเป็นการทั่วไป จึงขอความกรุณาอย่าได้นำไปใช้อ้างอิงในที่ใดโดยเด็ดขาด ขอเป็นเพียงการฟังเพื่อเข้าใจแนวทาง และเพื่อเป็นกำลังใจในการภาวนาเท่านั้น
อนึ่ง Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทางสวนสันติธรรมแต่อย่างใด

เรื่องที่เกี่ยวข้อง:

คอยสำรวจตัวเอง อกุศลใดยังไม่ได้ละ กุศลใดยังไม่ได้เจริญ

mp 3 (for download) : อกุศลใดยังไม่ได้ละ กุศลใดยังไม่ได้เจริญ

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : เป็นเวลาของการสำรวจตัวเองนะ อกุศลอะไรยังไม่ได้ละ กุศลอะไรยังไม่ได้เจริญ ต้องคอยสำรวจเอา อกุศลนั้นย่อๆ ลงมาก็มี โลภ โกรธ หลง ขยายความออกไปก็คือ อกุศลกรรมบถ ๑๐ อย่าง ก็รวมอยู่ในศีล ๕ เราก็สำรวจตัวเองนะ อันไหนยังไม่ได้ละ หาทางละเสีย กุศลอะไรยังไม่ได้เจริญก็ทำเสีย ค่อยๆ สำรวจ ไม่อย่างนั้นวันเวลาล่วงไปๆ แล้วชีวิตไม่มีคุณค่า อยู่กับโลกไปวันหนึ่งๆ หากินไป ไม่นานก็ไม่มีอะไรเหลือแล้ว ไม่มีอะไรติดเนื้อติดตัวเรา

พัฒนาจิตใจตัวเองให้ดีนะ ชีวิตวันข้างหน้าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น จิตใจเรามีความอบอุ่น มีความมั่นคง เหมือนลูกมีพ่อมีแม่ ไม่ใช่ลำบาก ค่อยๆ สำรวจนะ

CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๓๓
File: 521218.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๐ วินาทีที่ ๗ ถึงนาทีที่ ๑ วินาทีที่ ๒๐

หมายเหตุ คลิปธรรมะที่ปรากฏอยู่บนเว็บไซต์ Dhammada.net (ธรรมดา ด็อต เน็ต) คือเสียงการแสดงธรรมเพียงบางช่วง บางตอน ของ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช สวนสันติธรรม ศรีราชา ชลบุรี ซึ่งทางกลุ่มธรรมดาเป็นผู้จัดทำเพื่อให้เป็นหมวดหมู่ และยังมีเรื่องของการตอบคำถามเฉพาะเรื่องเฉพาะบุคคลด้วย ดังนั้นจึงยังไม่ใช่ข้อสรุปของการสอนธรรมะของท่านแต่อย่างใด รวมทั้งคำพูดหรือศัพท์บัญญัติที่ใช้ อาจเป็นที่เข้าใจเฉพาะกับผู้ถามเท่านั้น มิใช่การพูดเป็นการทั่วไป จึงขอความกรุณาอย่าได้นำไปใช้อ้างอิงในที่ใดโดยเด็ดขาด ขอเป็นเพียงการฟังเพื่อเข้าใจแนวทาง และเพื่อเป็นกำลังใจในการภาวนาเท่านั้น
อนึ่ง Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทางสวนสันติธรรมแต่อย่างใด

เรื่องที่เกี่ยวข้อง:

เจริญปัญญาอย่างเดียว ทิ้งบารมีตัวอื่น ๆ ข้ามภพข้ามชาติไม่ได้

mp3 (for download) : เจริญปัญญาอย่างเดียว ข้ามภพข้ามชาติไม่ได้

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : คนจะข้ามภพข้ามชาติได้ บารมีต้องเต็ม บารมีต้องครบ บารมีมีสิบตัว

บารมีที่เกิดจากการเจริญปัญญานี่ ‘ปัญญาบารมี’ บารมีอื่นๆ ก็ต้องทำอย่างอื่นด้วย อย่างเจริญเมตตาใช่ไหม ‘เมตตาบารมี’ เราตั้งใจปฏิบัติก็ต้องมี ‘ขันติ’ มี ‘อธิษฐานบารมี’ ตั้งใจมั่น มี ‘สัจจะ’ รักในความจริง มี ‘ทาน’ การเสียสละ นี่สิ่งเหล่านี้นะเป็นบารมีทั้งหมดเลย เพราะฉะนั้นพวกเราอย่าดูถูก ไม่ใช่จะเจริญปัญญาอย่างเดียว ทิ้งบารมีตัวอื่นไปหมดเลย ข้ามภพข้ามชาติไม่ได้หรอก บารมีทุกตัวนะจะส่งทอดเราขึ้นไป มันจะทำให้เราลดละความเห็นแก่ตัว ลดละความรักตัวเอง

ในนาทีสุดท้ายที่จะข้ามภพข้ามชาติจริงๆ ต้องเต็ม ถ้ากะพร่องกะแพร่งนะ ใจจะถอนเลย ใจสู้ไม่ได้ นาทีจะข้ามภพข้ามชาตินะ มันจะเห็นทุกข์มหาศาลเลย สำหรับคนทรงฌานนะจะเห็นทุกข์มหาศาลเลย ลำบากมาก เหมือนจะตาย นี่พอเหมือนจะตายขึ้นมานี่ ถ้าบารมีไม่พอนะ มันจะถอย อย่างเราตั้งใจไว้แล้วว่าเราจะสู้ตาย พอมันจะตายจริงๆ นะ ใจถอยแล้ว ไม่เอาดีกว่า รักษาชีวิตรอดไว้ เดี๋ยวค่อยภาวนาเอาใหม่ นี่บารมีไม่พอ อธิษฐานบารมีไม่พอ ไม่มีสัจจะกับตัวเองด้วย ไม่มีขันติด้วย ไม่มีทานบารมี กล้าสละชีวิตเพื่อธรรมะด้วย กลับมาอยู่กับโลกดีกว่า นี่ขาดเนกขัมมะบารมี เวียนกลับมาสู่กามอีก กลับมาสู่โลกอีก ไม่มีปัญญาบารมี ไม่รู้แจ้งอริยสัจ

เพราะฉะนั้นเราต้องสะสมทั้งหมดเลยนะ คุณความดีทั้งหลาย ทาน ศีล ภาวนา ภาวนามีสมถะ มีวิปัสสนา

CD สวนสันติธรรม 33

521226A

8.08 – 10.06

หมายเหตุ คลิปธรรมะที่ปรากฏอยู่บนเว็บไซต์ Dhammada.net (ธรรมดา ด็อต เน็ต) คือเสียงการแสดงธรรมเพียงบางช่วง บางตอน ของ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช สวนสันติธรรม ศรีราชา ชลบุรี ซึ่งทางกลุ่มธรรมดาเป็นผู้จัดทำเพื่อให้เป็นหมวดหมู่ และยังมีเรื่องของการตอบคำถามเฉพาะเรื่องเฉพาะบุคคลด้วย ดังนั้นจึงยังไม่ใช่ข้อสรุปของการสอนธรรมะของท่านแต่อย่างใด รวมทั้งคำพูดหรือศัพท์บัญญัติที่ใช้ อาจเป็นที่เข้าใจเฉพาะกับผู้ถามเท่านั้น มิใช่การพูดเป็นการทั่วไป จึงขอความกรุณาอย่าได้นำไปใช้อ้างอิงในที่ใดโดยเด็ดขาด ขอเป็นเพียงการฟังเพื่อเข้าใจแนวทาง และเพื่อเป็นกำลังใจในการภาวนาเท่านั้น
อนึ่ง Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทางสวนสันติธรรมแต่อย่างใด

เรื่องที่เกี่ยวข้อง:

เดินตามรอยเท้าพระพุทธเจ้า ตามทางที่พระพุทธองค์ทรงบอกทาง

mp 3 (for download) : เดินตามรอยเท้าพระพุทธเจ้า

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : พวกเราต้องอดทนนะอดทน พากเพียรเข้า อดทน เริ่มตั้งแต่อดทนฟัง พอฟังรู้เรื่อง รู้วิธีแล้วว่าเราจะต้องเจริญสติ รู้กายรู้ใจ ไม่เผลอลืมกายลืมใจ ไม่เพ่งกายเพ่งใจให้หยุดนิ่ง ปล่อยให้กายให้ใจมันทำงานไปแล้วเรามีสติตามดูมันไปเรื่อย ๆ นี่วิธีปฎิบัติ พอรู้แล้วเราก็ตามดูไปเรื่อย ตอนไหนจิตฟุ้งซ่านมากไป ตามดูกายดูใจไม่ออกก็ทำความสงบเข้ามา กรรมฐานที่ทำให้จิตสงบมีเยอะแยะ อะไรก็ได้ คิดถึงพระพุทธเจ้า คิดถึงพระธรรมนะ คิดถึงครูบาอาจารย์ คิดถึงทาน คิดถึงศีล คิดถึงอะไรดี ๆ คิดถึงลมหายใจ คิดถึงร่างกายของเราเอง คิดถึงความตาย สิ่งเหล่านี้ทำให้จิตใจสงบทั้งนั้น พอจิตใจเรามีกำลัง มีความสงบ มีความสบายแล้วนะ ก็มารู้สึกกาย มารู้สึกใจต่อ ร่างกายเคลื่อนไหวคอยรู้สึก จิตใจเคลื่อนไหวคอยรู้สึก รู้สึกไปเรื่อย ๆ พอเรารู้สึกซ้ำแล้วซ้ำอีก ซ้ำแล้วซ้ำอีก ต่อไปเราจะเห็นความจริง ทีแรกต้องรู้กายรู้ใจก่อน พอรู้กายรู้ใจไปนาน ๆ ก็จะเห็นความจริงของกายของใจ ตรงที่มีสติรู้กายรู้ใจนี่ถือว่าดีนะ มีสติแล้ว รู้กายรู้ใจ แต่ยังไม่มีปัญญา ตรงที่เห็นความจริงว่ากายนี้ใจนี้ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตาถึงจะเรียกว่ามีปัญญา พอมีปัญญาเห็นความจริง จิตจะค่อย ๆ ลดกิเลส ๆ เป็นลำดับไป พากเพียรเอานะ ที่เหลือคือพวกเราต้องช่วยตัวเองแล้ว หลวงพ่อช่วยไม่ไหวแล้วนะ ขนาดพระพุทธเจ้าท่านยังบอกว่า “ท่านเป็นแค่ผู้บอกทาง” แล้วหลวงพ่อจะเป็นแค่อะไรละ หลวงพ่อก็เป็นแค่ผู้จำทางมาบอก

“พระพุทธเจ้าท่านเป็นผู้บอกทาง หลวงพ่อเป็นเพียงผู้จำทางมาบอก พวกเรามีหน้าที่เดินทาง เส้นทางสายนี้ยังมีคนเดินอยู่ ยังไม่ขาดสาย ยังไม่ขาดระยะ ต้องรีบเดิน ถ้าขาดช่วงเมื่อไหร่จะหาเส้นทางนี้ได้อีกยากแสนยาก นานหนักหนากว่าจะมีผู้รู้เส้นทางนี้ขึ้นมา กว่าพระพุทธเจ้าจะค้นพบเส้นทางเส้นนี้ มีโอกาสแล้ว รู้ทางแล้ว ต้องรีบเดิน พระพุทธเจ้าเดินนำหายไปก่อนแล้ว ครูบาอาจารย์เดินตามหลังมา ยังเห็นรอยเท้าอยู่ นานไปรอยเท้านี้หายไป เพราะฉะนั้น เราต้องรีบเดินตาม  ก่อนที่รอยเท้าของท่านจะหายไปหมด”

ไม่มีอะไรมากหรอกนะ รู้สึกตัว รู้สึกตัวแล้วค่อย ๆ รู้สึกกายอย่างที่เขาเป็น รู้ใจอย่างที่เขาเป็น อย่าเเพ่งกาย อย่าเพ่งใจ อย่าไปกำหนดจดจ้อง ที่กำหนด ๆ นั้นนะ มันไม่ใช่นะ มันเป็นสมถะ  กำหนด แปลว่า กด กำหนดเป็นภาษาเขมรนะ มาจากคำว่ากดนั่นเอง กด กดไว้ ข่มไว้ ให้เรารู้ ไม่ใช่ให้เราบังคับ รู้ไปเรื่อยจนเห็นความจริง เห็นความจริงแล้วก็หลุดพ้นไป

พระพุทธเจ้าบอกว่า “เพราะเห็นตามความเป็นจริงจึงเบื่อหน่าย เพราะเบื่อหน่ายจึงคลายกำหนด เพราะคลายกำหนัดจึงหลุดพ้น เพราะหลุดพ้นจึงรู้ว่าหลุดพ้นแล้ว ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำทำเสร็จแล้ว กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้ไม่มีอีก” งานนี้เสร็จ จบแล้วนิ เสร็จกิจแล้วนี่ ก็หมดแค่นี้แหละ ที่เหลือไปทำเอาเอง

CD ศาลาลุงชินครั้งที่ ๒๑

510615

2045 – 2401

หมายเหตุ คลิปธรรมะที่ปรากฏอยู่บนเว็บไซต์ Dhammada.net (ธรรมดา ด็อต เน็ต) คือเสียงการแสดงธรรมเพียงบางช่วง บางตอน ของ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช สวนสันติธรรม ศรีราชา ชลบุรี ซึ่งทางกลุ่มธรรมดาเป็นผู้จัดทำเพื่อให้เป็นหมวดหมู่ และยังมีเรื่องของการตอบคำถามเฉพาะเรื่องเฉพาะบุคคลด้วย ดังนั้นจึงยังไม่ใช่ข้อสรุปของการสอนธรรมะของท่านแต่อย่างใด รวมทั้งคำพูดหรือศัพท์บัญญัติที่ใช้ อาจเป็นที่เข้าใจเฉพาะกับผู้ถามเท่านั้น มิใช่การพูดเป็นการทั่วไป จึงขอความกรุณาอย่าได้นำไปใช้อ้างอิงในที่ใดโดยเด็ดขาด ขอเป็นเพียงการฟังเพื่อเข้าใจแนวทาง และเพื่อเป็นกำลังใจในการภาวนาเท่านั้น
อนึ่ง Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทางสวนสันติธรรมแต่อย่างใด

เรื่องที่เกี่ยวข้อง:

Page 1 of 512345