<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>
<channel>
	<title>Dhammada.net &#187; กำลังใจ</title>
	<atom:link href="http://www.dhammada.net/category/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1/kumlangjai/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.dhammada.net</link>
	<description>คือความเรียบง่าย คือธรรมะ คือธรรมดา</description>
	<lastBuildDate>Mon, 06 Feb 2012 11:47:54 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.1</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<xhtml:meta xmlns:xhtml="http://www.w3.org/1999/xhtml" name="robots" content="noindex" />
		<item>
		<title>ชาวพุทธไม่ยอมจำนนต่อกรรมเก่า</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2012/01/25/13498/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2012/01/25/13498/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 24 Jan 2012 22:18:16 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ok2077</dc:creator>
				<category><![CDATA[กำลังใจ]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[กฎของกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[กรรมเก่า]]></category>
		<category><![CDATA[กุศล]]></category>
		<category><![CDATA[ชั่ว]]></category>
		<category><![CDATA[ดี]]></category>
		<category><![CDATA[ประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[ผัสสะ]]></category>
		<category><![CDATA[อกุศล]]></category>
		<category><![CDATA[อนิฏฐานรมณ์]]></category>
		<category><![CDATA[อิฏฐารมณ์]]></category>
		<category><![CDATA[เหตุ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=13498</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>mp 3 (for download) :</strong> <a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2012/01/540501A-surrender-dd.mp3" target="_blank"><strong>ชาวพุทธไม่ยอมจำนนต่อกรรมเก่า</strong></a></p>
<div id="attachment_13521" class="wp-caption alignnone" style="width: 410px"><img class="size-large wp-image-13521" title="ชาวพุทธไม่ยอมจำนนต่อกรรมเก่า" src="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2012/01/paperclip-things-to-do-when-bored-8-400x300.jpg" alt="ชาวพุทธไม่ยอมจำนนต่อกรรมเก่า" width="400" height="300" /><p class="wp-caption-text">ชาวพุทธไม่ยอมจำนนต่อกรรมเก่า</p></div>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์ :</strong> สิ่งที่มากระทบเรานั้น จะชั่วหรือจะดีนะ มันมีเหตุ อย่างทำไมบางคนนั่งรถไปด้วยกันคนนึงเห็นรถติดนะ ชะโงกหน้าต่างดู เห็นแต่ต้นไม้บนเกาะกลางถนน อีกคนนึงเห็นภาพคนถูกรถทับเละเทะเลย ในปรากฏการณ์เดียวกันนะ ทำไมผัสสะไม่เหมือนกัน เนี่ยพระพุทธเจ้าท่านอธิบายด้วยกฎของกรรม</p>
<p>ในขณะที่กรรมดีให้ผลนะเราก็ได้รับผัสสะที่ดี สิ่งที่มากระทบก็ดี นำความสุขความเพลิดเพลินเจริญใจมาให้ ในขณะที่อกุศลให้ผลนะ เราก็ได้รับสิ่งที่ไม่ดีมากระทบ  งั้นพวกเราเนี่ยกรรมมันผลัดกันให้ผลอยู่เนืองๆ เดี๋ยวก็กระทบดีเดี๋ยวก็กระทบไม่ดี เลือกได้มั้ย มันมีตา ไม่ได้เจตนาจะเห็นคนถูกรถทับ อยากเห็นมั้ย ไม่อยากเห็นแต่ชะโงก เอาไงหว่า หลวงพ่อเห็นเวลารถมันชนกันนะ ชะลอดูทุกคนแหล่ะ มีมั้ยพอรถชนกัน เฮ้อ สัตว์โลกน่าสงสารอะไรเงี้ย กลัวก็กลัวนะแต่อยากดู</p>
<p>ผัสสะที่มากระทบนะถ้าเป็นอารมณ์ที่ดีเรียกอิฏฐารมณ์ อารมณ์ไม่ดีเรียกอนิฏฐารมณ์ เป็นผลของกรรม แต่ว่าไม่ว่ากรรมอะไรจะมากระทบเนี่ย เราสามารถเปลี่ยนแปลง กรรมชั่วมากระทบทำให้เราต้องประสบกับสิ่งไม่ดี เราสามารถเปลี่ยนแปลงจากวิกฤติให้เป็นโอกาสได้ เช่นตามองเห็นรูปน่ากลัว แทนที่จะรู้สึกสยดสยองอย่างเดียวนะ ก็อาจจะเห็นความไม่เทีี่ยงแท้ ความประมาทไม่ได้ แปรปรวน นึกไม่ถึงเลยคนนี้ออกจากบ้านมาเมื่อเช้าเค้าไม่นึกว่าเค้าจะตาย แต่นี่เค้าตายแล้วนี่ ชีวิตเป็นของไม่แน่นอน พิจารณาออกมาเป็นธรรมะเลยก็ได้ พิจารณาว่า เออเราอาจจะเป็นอย่างนี้เมื่อไหร่ก็ได้ ใจเกิดความไม่ประมาทขึ้นมา นี่เป็นกุศลขึ้นมาแล้ว</p>
<p>เพราะฉะนั้น<strong>ศาสนาพุทธไม่ใช่ศาสนาที่ยอมจำนนกับกรรมเก่า <span style="text-decoration: underline;"><span style="color: #800000;">ตัวสำคัญก็คือกรรมปัจจุบัน</span></span> ต้องทำให้ดีทำให้ถูกต่างหาก</strong> เกิดมายากจนเป็นผลของกรรมเก่า เกิดมายากจน กรรมเก่าส่งผลให้เกิดมาจน ไม่จำเป็นต้องจนตลอดนะ ชาวพุทธเราไม่ยอมจำนนกับกรรมเก่า ถ้าทำกรรมใหม่ที่ดียิ่งขึ้น ขยันทำมาหากิน รู้จักเก็บออม รู้จักเลือกคบคน รู้จักดำรงชีวิตให้พอควรแก่ฐานะ ก็ไม่จนนะ ก็พอ ก็พอเพียงขึ้นมา พอพอเพียงเมื่อไหร่ไม่จนเมื่อนั้น</p>
<p><strong>มีเงินร้อยล้านพันล้านนะมันยังจนนะ มันยังหิวยังหิวอยู่ยังไม่พอ พวกนี้ยังจนอยู่ ของเรามีอยู่มีกินแล้วมีเหลือเก็บไว้ยามฉุกเฉินบ้าง เราพอใจ เราไม่จนนะ เพราะคำว่าจนว่ารวยนี่ เป็นคำที่เปรียบเทียบขึ้นมา เปรียบเทียบด้วยความรู้สึก เหมือนสั้นกับยาว เปรียบเทียบขึ้นมา แต่ไหนสั้นแค่ไหนยาว เป็นคำเปรียบเทียบ หรือแค่ไหนร้อนแค่ไหนเย็นเนี่ยไม่เท่ากันเลย ไม่เท่ากัน มันเป็นความรู้สึกที่เปรียบเทียบ นั้นถ้าใจเราพอซะอย่างเดียว ก็สบาย มีความสุข</strong></p>
<p><em> หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช</em><br />
<em> แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม</em><br />
<em> บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี</em><br />
<em> แสดงธรรมเมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๑ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๔๙ ก่อนฉันเช้า</em></p>
<p><em><br />
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๐<br />
Track: ๒<br />
File: <a href="http://01.learndhamma.com/pramote/cd/041/mp3/540501A.mp3" target="_blank">540501A.mp3</a><br />
ระหว่างนาทีที่ ๒ วินาทีที่ ๑๘  ถึง นาทีที่ ๖ วินาทีที่ ๒๘<br />
</em>
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2012/01/25/13498/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2012/01/540501A-surrender-dd.mp3" length="3276433" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>นักปฏิบัติไม่เป็นปฏิปักษ์กับสิ่งแวดล้อม</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2012/01/09/13150/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2012/01/09/13150/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 08 Jan 2012 22:00:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ok2077</dc:creator>
				<category><![CDATA[การภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[กำลังใจ]]></category>
		<category><![CDATA[ก่อนลงมือปฎิบัติ]]></category>
		<category><![CDATA[นักปฏิบัติ]]></category>
		<category><![CDATA[นักภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหา]]></category>
		<category><![CDATA[รำคาญ]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=13150</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>mp 3 (for download) :</strong> <a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2012/01/520517-hostility-dd.mp3" target="_blank"><strong>นักปฏิบัติไม่เป็นปฏิปักษ์กับสิ่งแวดล้อม</strong></a></p>
<div id="attachment_13291" class="wp-caption alignnone" style="width: 410px"><img class="size-large wp-image-13291" title="นักปฏิบัติไม่เป็นปฏิปักษ์กับสิ่งแวดล้อม" src="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2012/01/annoy-400x216.jpg" alt="นักปฏิบัติไม่เป็นปฏิปักษ์กับสิ่งแวดล้อม" width="400" height="216" /><p class="wp-caption-text">นักปฏิบัติไม่เป็นปฏิปักษ์กับสิ่งแวดล้อม</p></div>
<p><strong>โยม :</strong> หนูรู้สึกว่าเบื่อคนรอบข้างค่ะ รำคาญคนรอบข้างอะไรเงี้ย ชอบอยู่คนเดียว รู้สึกรำคาญคนรอบข้างน่ะค่ะ ไม่ใช่ แบบเป็นหมู่มากๆอย่างเงี้ย หนูรู้สึกไม่ค่อยชอบค่ะ</p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์ :</strong> <strong>ให้รู้ทันใจที่ไม่ชอบนะ นักปฏิบัติที่แท้จริงเนี่ย ไม่มีความเป็นปฏิปักษ์กับสิ่งแวดล้อมเลย อยู่ในสิ่งแวดล้อมไหนก็ได้</strong> อยู่ที่บ้านก็ภาวนา อยู่บนถนนรถติดยังไงก็ภาวนา ไม่ใช่ว่าจะรักอันนี้จะเกลียดอันโน้นไปเรื่อย เพราะฉะนั้นตรงไหนที่ไม่ชอบนั่นแหล่ะไปภาวนามันตรงนั้นแหล่ะ ตรงนั้นแหล่ะกิเลสเยอะดี (โยม: ค่ะ ขอบคุณค่ะ)</p>
<p>หลวงพ่อนะภาวนาได้ดีที่สุดนะตอนทำงานอยู่ที่ทำงาน แรกๆนะ โอ๊ย เครียดตลอดเลย ตรงนั้นแหล่ะภาวนาดี พอย้ายงานนะนายก็ดีงานก็ดีเงินก็ดีอะไรๆดีหมดเลย มีเวลามานั่งตอบกระทู้ในอินเตอร์เนตได้ด้วย การภาวนานะไม่กระปรี้กระเปร่าเลย สบายเกินไป</p>
<p>เพราะนั้นเวลามีปัญหาชีวิตเนี่ย เป็นเวลาที่เราจะขยันขันแข็งในการภาวนา แต่ต้องจับหลักให้ถูกก่อน <strong>คนส่วนใหญ่พอมีปัญหาชีวิตเนี่ยอยากให้ปัญหาหาย ภาวนานะก็เพื่อให้ปัญหามันหมดไป ซึ่งไม่ใช่ ปัญหาไม่หมดไปเพราะการภาวนานะ แต่ต้องภาวนา มีความทุกข์ขึ้นมาแล้วมีปัญหาแล้วมันเกิดความทุกข์เนี่ย เราคอยรู้ทันนะ ใจไม่ทุกข์นะแล้วค่อยไปแก้ปัญหาเอา ไม่ใช่ภาวนาให้ปัญหาหมด ไม่หมดหรอก</strong></p>
<p>อย่างลูกติดยานะแล้วเราก็นั่งภาวนาแล้วแผ่ส่วนกุศลให้ลูก มันจะหายติดยามั้ย ไม่หายหรอกคนละเรื่องกัน หรือบางคนนะจะไปสอบเข้ามหาวิทยาลัยนะ มาขอพรหลวงพ่อเจ้าประคู้นให้หลวงพ่อช่วย เอาจีวรมาให้เราขอเข้ามหาวิทยาลัยให้ได้ โห เธอเลือกคณะที่ฉันไปสอบเองฉันยังเข้าไม่ได้เลย ใครจะไปช่วยใคร ใช่มั้ย</p>
<p><em>หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช<br />
สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม<br />
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี</em></p>
<p><em> CD: ศาลาลุงชิน ครั้งที่ ๒๙</em><br />
<em> File: </em><a style="font-style: italic;" href="http://02.learndhamma.com/pramote/sala/029/520517.mp3" target="_blank">520517.mp3</a><br />
<em> ระหว่างนาทีที่ ๕๕ วินาทีที่ ๑ ถึงนาทีที่ ๕๖ วินาทีที่ ๕๓</em>
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2012/01/09/13150/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2012/01/520517-hostility-dd.mp3" length="1559405" type="audio/mpeg" />
<enclosure url="http://02.learndhamma.com/pramote/sala/029/520517.mp3" length="36802752" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>ต้องเจริญสติปัฏฐานตั้งแต่ตื่นจนหลับ</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2012/01/04/13156/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2012/01/04/13156/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 03 Jan 2012 22:13:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ok2077</dc:creator>
				<category><![CDATA[การภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[กำลังใจ]]></category>
		<category><![CDATA[ก่อนลงมือปฎิบัติ]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ชีวิตธรรมดา]]></category>
		<category><![CDATA[ฌาน]]></category>
		<category><![CDATA[วิชาสาม]]></category>
		<category><![CDATA[สุขวิปัสก]]></category>
		<category><![CDATA[อภิญญาหก]]></category>
		<category><![CDATA[เดินจงกรม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=13156</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>mp 3 (for download) :</strong> <a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2012/01/520816-allday-dd.mp3" target='_blank'><strong>ต้องเจริญสติตั้งแต่ตื่นจนหลับ</strong></a></p>
<div id="attachment_13194" class="wp-caption alignnone" style="width: 410px"><img src="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2012/01/6411136-week-clock-open-time-24-hours-and-7-days-around-the-clock-service-without-interruptions.jpg" alt="ต้องเจริญสติปัฏฐานตั้งแต่ตื่นจนหลับ" title="ต้องเจริญสติปัฏฐานตั้งแต่ตื่นจนหลับ" width="400" height="300" class="size-full wp-image-13194" /><p class="wp-caption-text">ต้องเจริญสติปัฏฐานตั้งแต่ตื่นจนหลับ</p></div>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์ :</strong><em> </em><strong>ไม่ใช่ว่าทุกคนจะต้องทำสมาธิให้ได้ฌานก่อนนะถึงจะเจริญสติได้</strong> กระทั่งสมัยพุทธกาลเคยเล่าให้ฟังแล้วใช่มั้ยว่าพระพุทธเจ้าท่านบอกเอง บอกในภิกษุ 500 องค์นะ มีได้วิชชาสาม 60 องค์ ได้อภิญญาหก 60 องค์​ ได้อุภโตภาควิมุตนะได้ทั้งปัญญาทั้งสมาธิเนี่ย 60 องค์ รวมแล้วเท่าไหร่ล่ะ 180 จาก 500 นะ ที่เหลือเป็นพระสุกขวิปัสสกนะ</p>
<p><strong>พระสุกขวิปัสสกก็ฝึกอย่างที่พวกเราฝึกอยู่นี่แหล่ะ ฝึกอยู่ในชีวิตธรรมดานี่เอง</strong> นั่นขนาดคนพุทธกาลนะ ชีวิตสงบร่มเย็นกว่าพวกเราเยอะเลย ชีวิตพวกเราวิ่งเป็นหมาบ้าทั้งวันเลยเอาเวลาที่ไหนมาสงบนะ เพราะงั้นเราทำได้เท่านี้หรอกนะ ทรัพยากรเราจำกัดนะ อดทนนะ ใช้ความอดทนให้มากเลย</p>
<p><strong>หลวงพ่อภาวนาตอนเป็นโยมนะ หลวงพ่อสู้ตายเลย หลวงพ่อตั้งแต่ตื่นนะพยายามเจริญสติลูกเดียวเลย กลางคืนก็พยายามมาดูของเรานะดูจนหลับกลิ้งไปเลย </strong>รู้สึกตัวก็ดูของเราอีกนะ ฝึกของเราอยู่อย่างนี้เอง ไม่ได้ช้ากว่าพระเลยนะ ไม่ได้ช้าเลย ไปหาครูบาอาจารย์ตามวัดป่าเนี่ย ครูบาอาจารย์รับรองให้ทุกองค์เลยนะว่าภาวนาวิธีนี้ใช้ได้เลย ท่านสอนต่อยอดให้ด้วย</p>
<p><strong>เพราะงั้นพวกเราเป็นชาวเมืองนะเราอดทนตามรู้ตามดูมีสติอยู่ในชีวิตประจำวันให้มาก <span style="color: #008000;">แต่ถ้าอยากได้มรรคผลนิพพานให้มันกระฉับกระเฉงว่องไวนะ แบ่งเวลาไว้หน่อย ก่อนนอนหรือตื่นนอนก็ได้</span>มาเจริญสติในชีวิตประจำวัน</strong></p>
<p><strong>หลวงพ่อทำนะกระทั่งตอนรับราชกาลอยู่</strong> กลางวันกินข้าวกลางวันนะเสร็จแล้วแอบออกจากที่ทำงานไปอยู่ที่วัดโสมหรือวัดเบญจฯ ที่ทำงานเมื่อก่อนอยู่ในทำเนียบฯ <strong>ออกไปวัดโสมไปวัดเบญจฯไปเดินจงกรมนะเดินจงกรม ตอนที่เดินไปวัดเนี่ยก็เดินจงกรมไปแล้วล่ะ ไปถึงวัดไปเดินอีกนิดหน่อยหมดเวลาเดินกลับมาที่ทำงานเนี่ย เดินจงกรมนะ</strong> ทำไมต้องหนีไปเดินที่ไกลๆ ถ้าอยู่เดินอยู่ในทำเนียบเดี๋ยวหัวหน้าเรียก เดินไปให้มันไกลๆหน่อยพอเค้าตามตัวเรา เราก็บอกเดี๋ยวกำลังเดินมาแล้วนะ เนี่ยอดทนมากเลยนะ การปฏิบัติไม่มีของฟรีไม่มีของฟลุ๊กนะ ต้องสู้เอาเองนะ</p>
<p><em>หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช<br />
สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม<br />
บ้านโค้งดารา ศรีราชา<br />
ชลบุรี</em></p>
<p><em> CD: ศาลาลุงชิน ครั้งที่ ๓๒<br />
 File: <a style="font-style: italic;" href="http://02.learndhamma.com/pramote/sala/032/520816.mp3" target="_blank">520816.mp3</a><br />
ระหว่างนาทีที่ ๓๓ วินาทีที่ ๕๐ ถึงนาทีที่ ๓๖ วินาทีที่ ๒</em>
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2012/01/04/13156/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2012/01/520816-allday-dd.mp3" length="1850513" type="audio/mpeg" />
<enclosure url="http://02.learndhamma.com/pramote/sala/032/520816.mp3" length="36351808" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>นิพพานไม่เหลือวิสัยมนุษย์ธรรมดา แต่ต้องทำจริง</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2011/12/29/13029/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2011/12/29/13029/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 29 Dec 2011 01:55:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>sawang156</dc:creator>
				<category><![CDATA[กำลังใจ]]></category>
		<category><![CDATA[ขี้เกียจ]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[นิพพาน]]></category>
		<category><![CDATA[คนจริง]]></category>
		<category><![CDATA[ทำจริง]]></category>
		<category><![CDATA[อ่อนแอ]]></category>
		<category><![CDATA[เข้มแข็ง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=13029</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/12/travel.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-13099" title="travel" src="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/12/travel.jpg" alt="" width="363" height="347" /></a></p>
<p><strong>mp3 (for download) :</strong> <a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/12/540910B_2.35_3.06.mp3">นิพพานไม่เหลือวิสัยมนุษย์ธรรมดา แต่ต้องทำจริง</a></p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์ :</strong> เมื่อเราฝึกไปนะเรามีดวงตาขึ้นเมื่อไหร่เราก็เห็นนิพพานอยู่ต่อหน้าต่อตานั้นแหล่ะ ไม่เหลือวิสัยที่มนุษย์ธรรมดาคนนึงจะทำได้ แต่ต้องทำจริง ทำเหลาะๆแหละๆวันนี้ภาวนาอีกเดือนนึงขี้เกียจนะมาภาวนาใหม่ไม่ได้กินหรอก ธรรมะไม่ใช่ของคนอ่อนแอ ไม่ใช่ของคนท้อแท้ ธรรมะเป็นของคนต้องต่อสู้เอา ต้องเข้มแข็ง</p>
<p><em>หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช<br />
แสดงธรรมที่ สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี<br />
แสดงธรรมเมื่อ วันที่ ๑๐ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๔ หลังฉันเช้า<br />
</em></p>
<p><em>CD: ๔๑<br />
File: <a href="http://02.learndhamma.com/pramote/cd/041/mp3/540910B.mp3">540910B</a><br />
ระหว่างนาทีที่ ๒ วินาทีที่ ๓๕ ถึงนาทีที่ ๓ วินาทีที่ ๐๖<br />
</em>
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2011/12/29/13029/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/12/540910B_2.35_3.06.mp3" length="499180" type="audio/mpeg" />
<enclosure url="http://02.learndhamma.com/pramote/cd/041/mp3/540910B.mp3" length="19208804" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>ขี้เกียจภาวนาอย่ามาคุยกันเลย</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2011/12/21/12920/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2011/12/21/12920/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 20 Dec 2011 21:57:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>sawang156</dc:creator>
				<category><![CDATA[การภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[กำลังใจ]]></category>
		<category><![CDATA[ขี้เกียจ]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[คำถาม / ปัญหาในการภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[ความเพียร]]></category>
		<category><![CDATA[อดทน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=12920</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>mp3 (for download) : <a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/12/540910B_4.28_5.58.mp3">ขี้เกียจภาวนาอย่ามาคุยกันเลย</a></strong></p>
<div id="attachment_12930" class="wp-caption alignnone" style="width: 410px"><img src="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/12/GarfieldLazy-400x300.jpg" alt="ขี้เกียจภาวนาอย่ามาคุยกันเลย" title="ขี้เกียจภาวนาอย่ามาคุยกันเลย" width="400" height="300" class="size-large wp-image-12930" /><p class="wp-caption-text">ขี้เกียจภาวนาอย่ามาคุยกันเลย</p></div>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์ : </strong>ตอนนี้ต้องจริงจังก่อนเบื้องต้น ขี้เกียจไม่ได้ เวลาส่งการบ้านนะใครมาส่งว่าขี้เกียจนะ หลวงพ่อไม่อยากคุยด้วยนะ พูดตรงๆนะขี้เกียจคุยด้วย เอ็งขี้เกียจภาวนาข้าก็ขี้เกียจคุยด้วย สอนเหมือนสอนวัวสอนควาย สอนแล้วไม่ทำสอนทำไมเสียเวลา เสียเวลาเหนื่อยเราเปล่าๆ </p>
<p>หลวงพ่อเรียนจากครูบาอาจารย์นะไม่เคยต้องให้ครูบาอาจารย์มาเร่งเร้าให้ปฏิบัติเลยนะ ท่านสั่งให้ทำอะไรทำ้ทำ ทำไปทุกวี่ทุกวันนะ ทำล้มลุกคลุกคลาน บางคราวภาวนานะแทบน้ำตาตกใน ภาวนาแล้วทำไม่ได้ซะทีไม่ดีซะที สมัยก่อนก็เป็นนะไม่ใช่ไม่เป็น ล้มลุกคลุกคลาน ลำบากแค่ไหนก็ท้นทนไม่เลิกอย่างเดียว อาศัยอดทนเอา </p>
<p>งั้นเวลาส่งการบ้านนะถ้าขี้เกียจอย่ายกมือเลยหัดขี้เกียจยกมือซะบ้าง ถ้าขี้เกียจภาวนาแล้วให้ขี้เกียจยกมือนะเพราะหลวงพ่อขี้เกียจตอบ เหนื่อยเราเปล่าๆ <strong>แต่ถ้าภาวนานะมีปัญหาติดขัดจริงๆ ต้องการความช่วยเหลือจริงๆนะ โอ้ หลวงพ่อเต็มใจช่วยนะ เมื่อก่อนเคยสอนเพื่อนๆบางคนสอนแทบจะโต้รุ่งเลยนะแก้กรรมฐานให้ เหนื่อยยังไงก็ยอม</strong></p>
<p><em>หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช<br />
แสดงธรรมที่ สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี<br />
แสดงธรรมเมื่อ วันที่ ๑๐ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๔ หลังฉันเช้า<br />
</em></p>
<p><em>CD: ๔๑<br />
File: <a href="http://02.learndhamma.com/pramote/cd/041/mp3/540910B.mp3">540910B</a><br />
ระหว่างนาทีที่ ๔ วินาทีที่ ๒๘ ถึงนาทีที่ ๕ วินาทีที่ ๕๘<br />
</em>
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2011/12/21/12920/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/12/540910B_4.28_5.58.mp3" length="1433319" type="audio/mpeg" />
<enclosure url="http://02.learndhamma.com/pramote/cd/041/mp3/540910B.mp3" length="19208804" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>มองโลกในแง่ดีบ้าง เราทำกรรมดีนะจึงเกิดมาในยุคที่ธรรมะยังเหลืออยู่</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2011/10/20/12049/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2011/10/20/12049/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 19 Oct 2011 22:53:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator>sawang156</dc:creator>
				<category><![CDATA[กำลังใจ]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ความสุข]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมะในชีวิตประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[โอวาทหลวงพ่อ]]></category>
		<category><![CDATA[กรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมะ]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[มองโลก]]></category>
		<category><![CDATA[ร่มเย็น]]></category>
		<category><![CDATA[ศาสนาพุทธ]]></category>
		<category><![CDATA[สว่าง]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[โลก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=12049</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>mp3 (for download):</strong> <a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/10/540709B_0.01_3.03.mp3" target="_blank">มองโลกในแง่ดีบ้าง เราทำกรรมดีนะจึงเกิดมาในยุคที่ธรรมะยังเหลืออยู่</a></p>
<div id="attachment_12069" class="wp-caption alignnone" style="width: 410px"><img src="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/10/spotlight-400x300.jpg" alt="มองโลกในแง่ดีบ้าง เราทำกรรมดีนะจึงเกิดมาในยุคที่ธรรมะยังเหลืออยู่" title="มองโลกในแง่ดีบ้าง เราทำกรรมดีนะจึงเกิดมาในยุคที่ธรรมะยังเหลืออยู่" width="400" height="300" class="size-large wp-image-12069" /><p class="wp-caption-text">มองโลกในแง่ดีบ้าง เราทำกรรมดีนะจึงเกิดมาในยุคที่ธรรมะยังเหลืออยู่</p></div>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์ : </strong>มองโลก มองแง่ดีบ้างนะ อย่าไปมองให้เครียดเกินไป ไม่ได้ช่วยอะไรหรอก มาฝึกจิตฝึกใจของเรานะ เราต้องอยู่กับมันน่ะ เราต้องอยู่ในสังคมอย่างนี้แหละ บ้านเมืองมันเป็นอย่างนี้แหละ ไม่ต้องไปทุกข์กับมันหรอกนะ ช่วยทางไหนได้ก็ช่วยไป</p>
<p><strong>เราก็ต้องทำกรรมเอาไว้นะ เราถึงต้องมาอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบนี้ สภาพแวดล้อมที่ธรรมะยังเหลืออยู่ กรรมดีนะไม่ใช่กรรมชั่ว ถ้าคนไหนทำกรรมมาไม่ดีตอนนี้ก็บอกว่าอยู่ในสังคมที่ไม่ดีเลย อยู่ที่เลือกอยู่ต่างหากนะ ฉลาดก็เลือกอยู่ในสังคมที่มีธรรมะ ธรรมะยังมีอยู่ เรามาศึกษาธรรมะกัน เรายกระดับจิตใจของเราขึ้นไป อกุศลให้ผลมาก็ไม่สนใจธรรมะ สนใจโลกๆก็เศร้าใจไปเรื่อย</strong></p>
<p>ไม่แก้ที่อื่น แก้ที่อื่นก็ดีเหมือนกัน แต่มันแก้ลำบาก เรามาแก้ที่ใจเราก่อน อย่างน้อยเราสร้างสังคมที่ร่มเย็นนะ เป็นจุดเล็กๆขึ้นมารอบๆตัวเรา แต่ละคนมาเรียนธรรมะแล้วก็ใจเราร่มเย็นเป็นสุขขึ้นมา สังคมเล็กๆรอบตัวเราก็จะร่มเย็นขึ้น</p>
<p><strong>อันแรกเลยในครอบครัว ที่มาเรียนธรรมะกับหลวงพ่อนะ แล้วจิตใจร่มเย็นเปลี่ยนแปลงไป คนในครอบครัวสัมผัสได้แล้วก็เลยมาเรียนกันทั้งครอบครัว</strong> ต่อไปก็ไปอยู่ในสังคมที่ทำงาน คนอื่นเขาปากกัดตีนถีบ ถีบคนอื่นกัดคนอื่นตลอดน่ะ</p>
<p>เรามีตาดูมีหูฟัง มีใจคิดสร้างสรร ต่อไปคนอื่นเขาเริ่มเห็นนะ เขามีความทุกข์มีความเดือดร้อนอะไร เขาก็มาถามเรา ทำไมดูเราผ่องใส ดูเราสดชื่น ท่ามกลางความวุ่นวาย เรามีความสุขอยู่ได้อย่างไร เขาสนใจขึ้นมา</p>
<p><strong>ถ้าเราปฏิบัติให้เขาเห็นนะ ไม่ได้ไปนั่งสมาธิให้เขาเห็นหรอก แต่หน้าเรานะจะผ่องใสนะ ยิ้มแย้มแจ่มใส มีความสุข คนรอบๆตัวในที่ทำงานก็สัมผัสบ้าง พอเขาได้ศึกษาธรรมะขึ้น ต่อไปเขาก็ไปสร้างสังคมในครอบครัวของเขาบ้าง ให้ร่มเย็นขึ้นมา</strong></p>
<p>นี่แก้ทั้งระบบเราทำไม่ไหวนะ สัตว์โลกเป็นไปตามกรรม เราช่วยกันสร้างจุดที่ร่มเย็นนะ จุดเล็กๆนี่แหละ ค่อยๆกระจายออกไป เผื่อว่าสังคมจะได้ร่มเย็นมากขึ้นในวันหนึ่งข้างหน้านะ ส่วนมากจะไปคิดแก้คนอื่น แก้ไม่ได้จริงหรอก</p>
<p><em> หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช<br />
แสดงธรรมที่ สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี<br />
แสดงธรรมเมื่อ วันที่ ๙ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๔<br />
</em></p>
<p><em>CD: ๔๐<br />
File: <a href="http://02.learndhamma.com/pramote/cd/040/128/540709B.mp3" target="_blank">540709B</a><br />
ระหว่างนาทีที่ ๐ วินาทีที่ ๐๑ ถึงนาทีที่ ๓ วินาทีที่ ๐๓<br />
</em>
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2011/10/20/12049/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/10/540709B_0.01_3.03.mp3" length="2905789" type="audio/mpeg" />
<enclosure url="http://02.learndhamma.com/pramote/cd/040/128/540709B.mp3" length="40088349" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>ธรรมะยังสมบูรณ์ แต่เราลงมือปฎิบัติให้สมควรแก่ธรรมหรือยัง</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2011/10/14/11901/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2011/10/14/11901/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 13 Oct 2011 19:47:50 +0000</pubDate>
		<dc:creator>sawang156</dc:creator>
				<category><![CDATA[การปฎิบัติธรรมคืออะไร]]></category>
		<category><![CDATA[กำลังใจ]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ศีล]]></category>
		<category><![CDATA[สติปัฏฐาน 4]]></category>
		<category><![CDATA[โอวาทหลวงพ่อ]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมะ]]></category>
		<category><![CDATA[ปฎิบัติ]]></category>
		<category><![CDATA[สติปัฎฐาน ๔]]></category>
		<category><![CDATA[สติปัฏฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[สมควรแก่ธรรม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=11901</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>mp3 (for download):</strong> <a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/10/540810A_81.50_82.53.mp3" target='_blank'>ธรรมะยังสมบูรณ์ แต่เราลงมือปฎิบัติให้สมควรแก่ธรรมหรือยัง</a></p>
<div id="attachment_11973" class="wp-caption alignnone" style="width: 310px"><img src="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/10/Green_Way_by_NoNicknameNeeded.jpg" alt="ธรรมะยังสมบูรณ์ แต่เราลงมือปฎิบัติให้สมควรแก่ธรรมหรือยัง" title="ธรรมะยังสมบูรณ์ แต่เราลงมือปฎิบัติให้สมควรแก่ธรรมหรือยัง" width="300" height="446" class="size-full wp-image-11973" /><p class="wp-caption-text">ธรรมะยังสมบูรณ์ แต่เราลงมือปฎิบัติให้สมควรแก่ธรรมหรือยัง</p></div>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์ : </strong><strong>รักษาศีล ๕ ไว้ รู้สึกตัวบ่อยๆ แล้วดูกายดูใจทำงาน มรรคผลนิพพานไม่ไปไหนหรอก</strong> พระพุทธเจ้าเคยสอนนะ ใครเจริญสติปัฏฐาน ๔ เจ็ดวัน เจ็ดเดือน เจ็ดปี ถ้าไม่ใช่พระอรหันต์ก็พระอนาคาฯ ถ้าเราบารมีไม่ถึงนะ ได้โสดาฯก็ยังดีนะ อยู่ที่เราทำหรือเปล่า</p>
<p><strong>ธรรมะของท่านยังสมบูรณ์ เต็มเปี่ยม ไม่ขาดตกบกพร่อง อยู่ที่เราเรียนให้รู้เรื่อง แล้วก็ลงมือทำให้สมควรแก่ธรรมเท่านั้นเอง</strong> ไม่ใช่นับเวลานะ แต่วันทำวันละนิดๆหน่อยๆ หลงวันละเยอะๆ แล้วบอกว่าเนี่ยทำมาเจ็ดปีแล้วไม่บรรลุสักที โถ.. รวมเวลาแล้ว ได้สามชั่วโมงหรือเปล่ายังไม่รู้เลยนะ </p>
<p>เนี่ย.. <strong>ทำให้สมควรแก่ธรรมนะ ธรรมะยังไม่หนีไปไหน</strong> แล้วเราจะได้รู้เลยว่า อัศจรรย์ อัศจรรย์เหลือเกินพระพุทธเจ้า อัศจรรย์จริงๆพระธรรม อัศจรรย์จริงๆนะพระสงฆ์ ไม่มีอะไรเหมือนเลยนะ</p>
<div><em>หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช<br />
แสดงธรรมที่</em><em>มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช</em><br />
<em>แสดงธรรมเมื่อ วันพุธที่ ๑๐ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๔<br />
</em></div>
<p><em>CD: แสดงธรรมเทศนานอกสถานที่ </em><em>มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช</em><br />
<em>File: <a href="http://01.learndhamma.com/pramote/other/128/540810A.mp3" target='_blank'>540810A</a><br />
ระหว่างนาทีที่ ๘๑ วินาทีที่ ๕๐ ถึง นาทีที่ ๘๒ วินาทีที่ ๕๓<br />
</em>
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2011/10/14/11901/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/10/540810A_81.50_82.53.mp3" length="997410" type="audio/mpeg" />
<enclosure url="http://01.learndhamma.com/pramote/other/128/540810A.mp3" length="81757908" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>พัฒนาตัวเองขึ้นมาแล้วในบ้านจะร่มเย็นเป็นสุข</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2011/10/13/11898/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2011/10/13/11898/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 12 Oct 2011 21:36:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator>sawang156</dc:creator>
				<category><![CDATA[กำลังใจ]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[พระธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[โอวาทหลวงพ่อ]]></category>
		<category><![CDATA[ทางพ้นทุกข์]]></category>
		<category><![CDATA[พุทธศาสนา]]></category>
		<category><![CDATA[ศาสนาพุทธ]]></category>
		<category><![CDATA[ศีลธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[เปลี่ยนตัวเอง]]></category>
		<category><![CDATA[โลก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=11898</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>mp3 (for download):</strong> <a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/10/540810A_84.14_85.15.mp3" target="_blank">พัฒนาตัวเองขึ้นมาแล้วในบ้านจะร่มเย็นเป็นสุข</a></p>
<div id="attachment_11957" class="wp-caption alignnone" style="width: 410px"><img src="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/10/family-400x300.jpg" alt="พัฒนาตัวเองขึ้นมาแล้วในบ้านจะร่มเย็นเป็นสุข" title="พัฒนาตัวเองขึ้นมาแล้วในบ้านจะร่มเย็นเป็นสุข" width="400" height="300" class="size-large wp-image-11957" /><p class="wp-caption-text">พัฒนาตัวเองขึ้นมาแล้วในบ้านจะร่มเย็นเป็นสุข</p></div>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์ : </strong>ธรรมะต้องได้รับการรักษาสืบทอดไปนะ หน้าที่ของชาวพุทธ ศาสนาของเราร่อแร่เต็มทีแล้ว เรามีแต่พุทธแต่ชื่อนะ พุทธแต่ทะเบียนบ้าน ไม่มีศีลมีธรรม บ้านเมืองไม่มีศีลมีธรรม ร้อนทุกหย่อมหญ้าแล้ว</p>
<p><strong>เราไปเปลี่ยนสังคมใหญ่ยังไม่ได้ เราเปลี่ยนตัวเราเองก่อนนะ เปลี่ยนสังคมย่อยๆในบ้านเรา พัฒนาตัวเองขึ้นมาแล้วในบ้านเราร่มเย็นเป็นสุข ต่อไปในที่ทำงานเราร่มเย็นเป็นสุข แผ่ความร่มเย็นแผ่ความสว่างค่อยๆกระจายออกไป</strong> เรามันคนตัวเล็กตัวน้อยนะ ไม่ได้มีอิทธิพลอำนาจอะไรทำได้ใหญ่โตนะ <strong>พัฒนาตัวเองพัฒนาคนรอบๆตัวเรา อยู่ไปท่ามกลางความเร่าร้อนนี้แหละ อยู่กับมันให้ได้ อยู่ด้วยสติด้วยปัญญา โลกนี้ทุกข์นะ ไม่ดีวิเศษหรอก ทางพ้นทุกข์ก็มีอยู่แล้ว อยู่ที่ทำเอา</strong></p>
<div><em>หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช<br />
แสดงธรรมที่</em><em>มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช</em><br />
<em>แสดงธรรมเมื่อ วันพุธที่ ๑๐ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๔<br />
</em></div>
<p><em>CD: แสดงธรรมเทศนานอกสถานที่ </em><em>มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช</em><br />
<em>File: <a href="http://01.learndhamma.com/pramote/other/128/540810A.mp3" target="_blank">540810A</a><br />
ระหว่างนาทีที่ ๘๔ วินาทีที่ ๑๔ ถึง นาทีที่ ๘๕ วินาทีที่ ๑๕<br />
</em>
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2011/10/13/11898/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/10/540810A_84.14_85.15.mp3" length="973169" type="audio/mpeg" />
<enclosure url="http://01.learndhamma.com/pramote/other/128/540810A.mp3" length="81757908" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>อย่าขี้เกียจนะ หยุดเมื่อไหร่จะถอยหลัง</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2011/09/24/11579/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2011/09/24/11579/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 23 Sep 2011 22:21:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>sawang156</dc:creator>
				<category><![CDATA[การภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[กำลังใจ]]></category>
		<category><![CDATA[ขี้เกียจ]]></category>
		<category><![CDATA[คำถาม / ปัญหาในการภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[ความเพียร]]></category>
		<category><![CDATA[ถอยหลัง]]></category>
		<category><![CDATA[พายเรือทวนน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[เพียร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=11579</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>mp3 for download :</strong> <a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/09/510324B_36.31_37.07.mp3">อย่าขี้เกียจนะ หยุดเมื่อไหร่จะถอยหลัง</a></p>
<div id="attachment_11672" class="wp-caption alignnone" style="width: 410px"><img src="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/09/size0-army.mil-29782-2009-02-10-080225-400x375.jpg" alt="อย่าขี้เกียจนะ หยุดเมื่อไหร่จะถอยหลัง" title="อย่าขี้เกียจนะ หยุดเมื่อไหร่จะถอยหลัง" width="400" height="375" class="size-large wp-image-11672" /><p class="wp-caption-text">อย่าขี้เกียจนะ หยุดเมื่อไหร่จะถอยหลัง</p></div>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์ : </strong><strong>ที่ฝึกอยู่ใช้ได้แล้วนะ อย่าขี้เกียจเท่านั้นแหละ ดูไปเรื่อยๆอย่าเว้นวรรคนะ การปฏิบัติเหมือนพายเรือทวนน้ำ ถ้าเว้นวรรคหยุดเมื่อไหร่นะ จะถอยหลัง</strong> แล้วก็พอถอยหลังนะ รวบรวมแรงมาพายอีก ทวนน้ำขึ้นไปอีกสักพักนะ เดี๋ยวก็หยุดแล้วถอยหลังอีก พอถอยหลังหลายๆหนแล้วนะ จะหมดแรง หมดกำลังใจที่จะปฏิบัติ</p>
<p><strong>มันเหมือนเราพายเรือทวนน้ำจะขึ้นแก่งสักอันหนึ่ง ต้องฮึดๆ ฮึดๆ นะ สู้ตาย ดูเรื่อยๆอย่าหยุด พอมันขึ้นไปได้แล้ว เฮ่อ..พ้นแก่งที่หนึ่งแล้วค่อยยังชั่วแล้ว น้ำจะค่อยๆอ่อนลงๆ</strong></p>
<p><em> หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช<br />
แสดงธรรมที่ สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี<br />
แสดงธรรมเมื่อ วันที่ ๒๔ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๑ หลังฉันเช้า<br />
</em></p>
<p><em>CD: ๒๔<br />
File: <a href="http://01.learndhamma.com/pramote/cd/024/mp3/510324B.mp3">510324B</a><br />
ระหว่างนาทีที่ ๓๖ วินาทีที่ ๓๑ ถึงนาทีที่ ๓๗ วินาทีที่ ๐๗<br />
</em>
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2011/09/24/11579/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/09/510324B_36.31_37.07.mp3" length="583948" type="audio/mpeg" />
<enclosure url="http://01.learndhamma.com/pramote/cd/024/mp3/510324B.mp3" length="32992672" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>เมื่อต้องพลัดพรากจากบุคคลอันเป็นที่รัก</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2011/09/18/11356/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2011/09/18/11356/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 17 Sep 2011 21:58:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>sawang156</dc:creator>
				<category><![CDATA[การปฎิบัติธรรมคืออะไร]]></category>
		<category><![CDATA[กำลังใจ]]></category>
		<category><![CDATA[ตัณหา]]></category>
		<category><![CDATA[ทุกข์]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมะในชีวิตประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้เริ่มต้น]]></category>
		<category><![CDATA[สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก]]></category>
		<category><![CDATA[ก่อนตาย]]></category>
		<category><![CDATA[ความจริงของชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[ตาย]]></category>
		<category><![CDATA[พลัดพราก]]></category>
		<category><![CDATA[สูญเสีย]]></category>
		<category><![CDATA[อยากหายทุกข์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=11356</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>mp3 (for download): </strong><a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/09/540810B_0.23_10.16.mp3">เมื่อต้องพลัดพรากจากบุคคลอันเป็นที่รัก</a></p>
<p><strong><br />
</strong></p>
<div id="attachment_11576" class="wp-caption alignnone" style="width: 410px"><img src="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/09/a4.jpg" alt="เมื่อต้องพลัดพรากจากบุคคลอันเป็นที่รัก" title="เมื่อต้องพลัดพรากจากบุคคลอันเป็นที่รัก" width="400" height="304" class="size-full wp-image-11576" /><p class="wp-caption-text">เมื่อต้องพลัดพรากจากบุคคลอันเป็นที่รัก</p></div>
<p><strong>พ่อปราโมทย์ : </strong>วันนี้เรามาพบกันในงานศพ ก็เป็นโอกาสของการฟังธรรม ชาวพุทธเราจะไม่ปล่อยชีวิตให้ล่วงเลยไปเปล่าๆ หน้าที่ของชาวพุทธก็ต้องศึกษาธรรมะ มาพบกันในโอกาสงานศพก็ต้องพูดธรรมะกัน</p>
<p><strong>ธรรมะนี้เป็นเครื่องถอดถอนความเศร้าโศกออกจากจิตใจ คนที่เรารักตาย จิตใจของเราเศร้าโศกเป็นเรื่องธรรมดา ห้ามไม่ได้ </strong>ใครๆก็กลัวตายเพราะเราไม่มั่นใจว่าตายแล้วชีวิตจะเป็นอย่างไร ชีวิตหลังความตายมีหรือไม่มีก็ไม่รู้นะ แต่กลัวไว้ก่อน กลัวไม่มีนั่นแหละ ถ้ามีก็กลัวไม่ดี</p>
<p><strong>ถ้าเราเตรียมความพร้อม หัดพัฒนาจิตใจของเราให้ดี มีศีลมีสมาธิมีปัญญา สะสมไป เราไม่กลัวความตาย</strong> ความตายไม่ได้น่ากลัวอะไร มันน่ากลัวสำหรับคนซึ่งไม่มั่นใจในคุณงามความดีของตัวเอง ถ้ามั่นใจในคุณงามความดีของตัวเองแล้ว ไม่มีอะไรน่ากลัวเลย เราจะเผชิญความตายด้วยความองอาจกล้าหาญ</p>
<p>ในส่วนของคนแต่ละคนนะ ที่จะตายก็ต้องเตรียมความพร้อม พวกเราญาติมิตรลูกหลานก็ต้องเตรียมความพร้อม บางคนก็ร้องห่มร้องไห้เสียอกเสียใจ ทำไมต้องเสียใจ เพราะไม่อยากให้ตาย ก็เลยคิดว่าความตายของคนที่เรารักเนี่ยทำให้เราเศร้าโศก ความจริงแล้วความตายของใครก็ไม่ได้ทำให้เราต้องเป็นทุกข์นะ เราเป็นทุกข์เพราะใจเราไม่ยอมรับความจริงว่าเขาต้องตาย เราอยากให้เขาอยู่นานๆ เราทุกข์เพราะความอยากของเราเอง ไม่ใช่ทุกข์เพราะผู้ตาย</p>
<p>เพราะฉะนั้นถ้าเราเข้าใจตรงนี้นะ<strong> คนที่เรารักตายนั่นก็คือสภาวะธรรมดา ยังไงวันหนึ่งก็ต้องพลัดพราก เราไม่พลัดพรากจากเขา ก็เขาพลัดพรากจากเรา</strong> ก็ต้องมีข้างหนึ่งล่ะ ยังไงก็ต้องพลัดพรากจากกันนะ ตายพร้อมๆกันก็ยังต้องพลัดพรากจากกันอีก ถ้าเข้าใจความจริงของชีวิต <strong>เกิดมาแล้วยังไงเราก็หนีความตายไม่พ้นนะ หนีความพลัดพรากจากคนที่เรารักไม่ได้ เราก็ต้องยอมรับความจริง ถ้าเรายอมรับความจริงไม่ได้เราก็มีความทุกข์ ยังยอมรับความตายไม่ได้ พอมีความตายเกิดขึ้นเราก็ทุกข์ </strong>ใจเราอยาก อยากให้เขาไม่ตาย พอเขาตายแล้วเราก็ทุกข์ อยากให้ฟื้นเขาไม่ยอมฟื้นก็ทุกข์อีก</p>
<p><strong>เพราะฉะนั้นจริงๆเราทุกข์เพราะความอยากของตนเอง</strong> ไม่ใช่ทุกข์เพราะว่าเขาตายหรอกนะ เพราะฉะนั้นเรามาฝึกจิตฝึกใจของเรา ให้ข้ามพ้นความอยากไป ไม่ใช่เฉพาะอยากเรื่องให้คนตายแล้วฟื้นหรืออยากให้คนไม่ตาย อยากอะไรก็ตามเถอะ ความอยากอะไรเกิดขึ้นทีไรความทุกข์ก็เกิดขึ้นทุกที <strong>มีความอยากทีไรก็มีความทุกข์ทุกทีแหละ</strong></p>
<p><strong>ทีนี้ห้ามใจไม่ให้อยากมันห้ามไม่ได้ เราต้องมาพัฒนาใจของเราให้มันฉลาด ทำไมใจเรามีความอยาก มันหวังว่ามันจะได้สิ่งที่ดีๆ หวังว่าจะไม่พลัดพรากจากสิ่งที่ดีๆ มันมีความอยากมีความหวังอยู่อย่างนี้ ห้ามมันไม่ได้</strong></p>
<p>แต่ถ้ามาเรียนรู้ความจริงของชีวิต ชีวิตของเราไม่ใช่ของดีของวิเศษอะไรนักหรอก ร่างกายจิตใจที่ประกอบกันเป็นตัวเรานะ คนตายเขาก็แสดงให้เห็นแล้วว่า ถึงวันหนึ่งก็ต้องทิ้งไป เราเองวันหนึ่งก็ต้องทิ้งไป ร่างกายนี้ที่เรารักเราหวงแหนนี้ ยังหนุ่มยังสาวเราก็ว่ามันดี พออยู่ไปนานๆแล้วรู้เลยมันมีแต่ทุกข์ทั้งนั้นเลย ในร่างกายของเราถูกความทุกข์บีบคั้นอยู่ทั้งวันทั้งคืน แต่คนที่ไม่มีปัญญาก็มองไม่เห็น มันทุกข์ยังไง เดี๋ยวก็หิวเดี๋ยวก็หนาวเดี๋ยวก็ร้อนนะ เดี๋ยวก็อย่างโน้นเดี๋ยวก็อย่างนี้ นานๆเข้าก็ป่วยหนักๆสักทีหนึ่ง อะไรอย่างนี้</p>
<p><strong>ถ้าเรามีสติ มีปัญญา เรารู้ลงในร่างกายเราบ่อยๆ เราเห็นร่างกายนี้มีแต่ความทุกข์</strong> ยกตัวอย่างคนไม่สบายก็มีความทุกข์เยอะ เราอยากให้ญาติของเราไม่ตายเนี่ย เขาไม่สบายมาตั้งนานแล้ว เราอยากให้เขาทุกข์นานๆหรือเปล่า? เราอยากให้เขาอยู่อย่างเดียวนะไม่ได้อยากให้เขาทุกข์นะ ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ เป็นความอยากที่ขัดกับความจริงน่ะ ก็เขาไม่สบายเขาอยู่นานเขายิ่งทุกข์มากเลยนะ ถ้าเราเข้าใจตรงนี้เราก็ไม่กังวลหรอก เขาตายก็สมควรตายแล้่ว</p>
<p>หลวงพ่อตอนนั้นยังไม่บวชนะ ตอนเตี่ยของหลวงพ่อตาย มีทำกงเต๊กด้วยหลวงพ่อชอบที่สุดเลยเรื่องทำกงเต๊กเนี่ย มันส์มากเลย เสียดายเขาไม่นิมนต์มาดูกงเต๊ก เตี่ยตายแทนที่เราจะเศร้าโศกนะ จิตมันร่าเริงนะ จิตใจมันร่าเริงมันยอมรับความจริงน่ะว่า วันหนึ่งเขาต้องตาย เขาอยู่แล้วเขาทรมานมากกว่าเขาตายอีก ทีนี้บางทีก็เป็นความเห็นแก่ตัวของเรานะ เราพยายามยื้อคนที่ป่วยหนักๆไม่ให้ตายเนี่ย เรากลัวความพลัดพราก ถ้าเราเมตตาสงสารเขาบางทีก็ต้องปล่อยให้เขาตายนะ ตามธรรมชาตินี้ดีที่สุดเลย ไปปั๊มพ์มากๆทรมานมาก เหนื่อย เหนื่อยทุกฝ่าย เราก็ลุ้นไม่ให้เขาตาย สุดท้ายก็ตาย</p>
<p><strong>อยู่ที่ใจเรานะ ใจเราค่อยเรียนรู้ความจริงลงไป ชีวิตนี้ไม่ใช่ของวิเศษวิโสอะไรที่จะต้องหวงแหนมากมาย ชีวิตนี้เต็มไปด้วยความทุกข์น่ะ ถ้าเรารู้สึกนะ คอยรู้สึกอยู่ในร่างกาย เห็นร่างกายมีแต่ความทุกข์ มาคอยดูจิตดูใจของเรา ใจเราไม่เคยเต็มอิ่มเลย ใจเราก็มีแต่ความทุกข์เต็มไปหมดเลย เพราะวันหนึ่งความอยากเกิดขึ้นตั้งมากมาย ความอยากเกิดขึ้นทีไรความทุกข์เกิดขึ้นทุกที ไปสังเกตดูนะ สังเกตดูว่าจริงหรือไม่จริงว่าความอยากเกิดขึ้นแล้วความทุกข์จะตามมา</strong></p>
<p>ถ้าคนที่สติปัญญาไม่มากพอก็คิดว่าถ้าอยากนะยังไม่ทุกข์ ต้องไม่สมอยากก่อนถึงจะทุกข์ แต่ถ้าคนมีสติมีปัญญามากขึ้นหัดภาวนา ดูของจริง ในจิตในใจของตนเอง จะรู้เลยว่าในทันทีที่ความอยากเกิดขึ้น จิตมีความเครียดเกิดขึ้นแล้ว มันจะทุกข์น่ะ อยากแล้วมันก็ลุ้นใช่มั้ยว่าจะได้อย่างที่อยากมั้ย</p>
<p><strong>เพราะฉะนั้นเรามาเฝ้ารู้อยู่ที่ใจเรานะ</strong> จะเห็นเลยว่าในใจนี้เต็มไปด้วยความอยาก เพราะฉะนั้นใจนี้เต็มไปด้วยความทุกข์ เพราะฉะนั้นทั้งกายทั้งใจที่ประกอบขึ้นมาเป็นคนนะ ประกอบเป็นสัตว์ทั้งหลายนี้ เป็นตัวทุกข์ทั้งหมดเลยนะ เรามาคอยรู้คอยดูอยู่ <strong>นี่เป็นวิธีปฏิบัติธรรม</strong></p>
<p>การปฏิบัติธรรมไม่ใช่เรื่องอะไรที่ลึกลับ ไม่ใช่เรื่องการไปนั่งหลับหูหลับตาอะไรมากมายนะ ทำสมาธิทำไปเหมือนกันไม่ใช่ไม่ทำ ทำพอให้จิตใจมีเรี่ยวมีแรง พอจิตใจมีเรี่ยวมีแรงแล้วต้องมาดูความจริงของร่างกาย มาดูความจริงของจิตใจ <strong>ความจริงของร่างกาย ร่างกายมีแต่ความทุกข์เยอะแยะไปหมดเลยนะ ความจริงของจิตใจก็คือมีความทุกข์เยอะแยะไปหมดเลย เนี่ยเฝ้ารู้ลงไปๆแล้วเราจะรู้เลยว่า สิ่งที่ดำรงชีวิตอยู่นี้ไม่มีอะไรนอกจากตัวทุกข์ทั้งนั้น</strong> ถ้าเราเห็นได้อย่างนี้เราจะไม่กลัวตาย</p>
<p>สิ่งที่มีชีวิตอยู่ตอนนี้ก็คือตัวทุกข์นะ  เวลาจะตายก็คือตัวทุกข์มันจะตาย มันไม่ใช่ของดีของวิเศษมันกำลังจะตาย เราจะเห็นเลยว่าตัวทุกข์มันจะตาย ถ้าตัวทุกข์มันจะตายเราจะไปกลุ้มใจทำไม</p>
<p><strong>พระอรหันต์นะ ถึงเวลาวันที่จะตายเนี่ย จะผ่องใสมากเลยนะ จะผ่องใสเป็นพิเศษเลย เพราะตัวทุกข์มันกำลังจะตายละ</strong> สมน้ำหน้ามันนะ นี่จิตใจจะห้าวหาญเหมือนนักรบที่กล้าหาญมากๆ ได้ยินเสียงกลองศึกแล้วคึกคัก ไม่ใช่เข่าอ่อนใจฝ่อนะ ไม่เหมือนอย่างพวกเราหลายคนเลยใจฝ่อ เคยเห็นมั้ยคนจะตายร้องไห้ ไม่อยากตายๆ</p>
<p>หลวงพ่อเคยเจอคนหนึ่งนะ ไม่อยากตายๆ สุดท้ายมันตายนะ คนที่เขามีหูมีตาก็บอกว่า มันไม่ยอมไปไหนเลยมันเฝ้าศพอยู่อย่างนั้นน่ะ หวังว่าจะมีหมอมารักษาให้มันฟื้นได้อีก พยายามลองไปนอนทับศพนะ พยายาม กะว่าถ้าลงไปนอนพอดีแล้วจะลุกขึ้นมาได้ ขืนมันลุกขึ้นมานะ คนที่กำลังร้องไห้รักมันอยู่นะจะวิ่งหนีหมดศาลาเลย มันไม่รักจริงหรอก เนี่ย ถ้าลุกขึ้นมาเอามั้ย รักนักหนา.. ลุกขึ้นมาไม่เอาแล้ว ไปฮวงซุ้ยเหอะ ไป</p>
<p><strong>เพราะฉะนั้นมาเรียนรู้นะ มาเรียนรู้ความจริงของชีวิตนะ มาเรียนรู้ความจริงของชีวิตแล้วเราจะไม่กลัวตาย เราจะไม่เศร้าโศกเพราะความตาย</strong> เรารู้เลยว่า ที่เราเศร้าโศกที่เห็นคนตายที่เห็นคนที่รักตายนั้น จริงแล้วเราเศร้าโศกเพราะว่าใจเราอยากนั้นเอง อยากให้เขาอยู่ อยากให้เขามีชีวิตอยู่นานๆ <strong>อยากให้เขาไม่ตายอะไรอย่างนั้น เป็นความอยากที่ไร้เดียงสา ใครๆมันก็ตายกันทั้งนั้นแหละ ถ้าเข้าใจอันนี้ก็ไม่กล้วแล้ว คนที่เรารักจะตายมันก็เป็นเรื่องธรรมดา ตัวเราจะตายก็เป็นเรื่องธรรมดา โดยเฉพาะตัวเรานะมีแต่ตัวทุกข์นะ ตัวทุกข์จะตายจะไปเสียดายทำไม</strong></p>
<p>เพราะฉะนั้นอยู่ที่สติปัญญานะ จะทำให้เราพ้นทุกข์ได้หรือไม่ได้ ไม่ใช่อยู่ที่ใครอื่นหรอก จะหวังว่าคนที่เรารักจะอยู่กับเราตลอดไป เราถึงจะไม่ทุกข์ อย่างนี้หวังไม่ได้ ไม่จากตายก็จากเป็น ยังไงก็จาก เพราะฉะนั้นเราฝึกฝนใจของเราไปเรื่อย ต่อไปใจเรามีความสุขนะ</p>
<div><em>หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช<br />
แสดงธรรมที่วัดเทพศิรินทราวาส ราชวรวิหาร</em><em><br />
</em><em>แสดงธรรมเมื่อ วันพุธที่ ๑๐ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๔<br />
</em></div>
<p><em>CD: แสดงธรรมเทศนานอกสถานที่ </em><em>วัดเทพศิรินทราวาส ราชวรวิหาร</em><em><br />
</em><em>File: <a href="http://03.wimutti.net/pramote/other/128/540810B.mp3">540810B</a><br />
ระหว่างนาทีที่ ๐ วินาทีที่ ๒๓ ถึง นาทีที่ ๑๐ วินาทีที่ ๑๖<br />
</em>
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2011/09/18/11356/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/09/540810B_0.23_10.16.mp3" length="9486579" type="audio/mpeg" />
<enclosure url="http://03.wimutti.net/pramote/other/128/540810B.mp3" length="18449385" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>หาต้นทางได้ แล้วการปฎิบัติจะไม่ยาก</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2011/09/13/11480/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2011/09/13/11480/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 12 Sep 2011 21:36:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>sawang156</dc:creator>
				<category><![CDATA[การภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[กำลังใจ]]></category>
		<category><![CDATA[สติปัฏฐาน 4]]></category>
		<category><![CDATA[การปฎิบัติ]]></category>
		<category><![CDATA[ต้นทาง]]></category>
		<category><![CDATA[ลัดสั้น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=11480</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>mp3 for download :</strong> <a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/09/510428B_9.03_9.56.mp3">หาต้นทางได้ แล้วการปฎิบัติจะไม่ยาก</a></p>
<div id="attachment_11509" class="wp-caption alignnone" style="width: 410px"><img class="size-large wp-image-11509" title="หาต้นทางได้ แล้วการปฎิบัติจะไม่ยาก" src="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/09/difficult-400x264.jpg" alt="หาต้นทางได้ แล้วการปฎิบัติจะไม่ยาก" width="400" height="264" /><p class="wp-caption-text">หาต้นทางได้ แล้วการปฎิบัติจะไม่ยาก</p></div>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์ : </strong><strong>ฟังเหมือนยากนะ <span style="text-decoration: underline;">ไม่ยากเลย ทำต้นทางให้ได้ </span>มันยาก กว่าที่คนๆหนึ่งจะขึ้นต้นทางได้ แต่คนที่เดินอยู่บนเส้นทางนี้ เส้นทางนี้เป็นเส้นทางที่ลัดสั้น เพราะธรรมของพระพุทธเจ้าเป็นธรรมของมหาบุรุษ เป็นธรรมที่ไม่เนิ่นช้า ลัดสั้น</strong></p>
<p>สติปัฏฐานนั้น ผู้ใดทำถูกนะ ๗ วัน ๗ เดือน ๗ ปี ต้องเห็นผล คนในครั้งพุทธกาลบารมีแก่กล้า ๗ วัน ๗ เดือน ๗ ปี นะ เป็นพระอรหันต์ หรือได้พระอนาคา ของเรารุ่นนี้ ๗ วัน ๗ เดือน ๗ ปี ได้โสดาก็บุญนักหนาแล้วนะ เพราะอินทรีย์เราอ่อนกว่าคนยุคโน้นเขานะ เพราะฉะนั้นอดทนนะ พากเพียรไป รู้กายรู้ใจ รู้กายรู้ใจ อย่าลืมกายอย่าลืมใจ กายมีอยู่ก็คอยรู้สึกไว้ จิตใจมีอยู่คอยรู้สึกไว้<br />
<em>หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช<br />
แสดงธรรมที่ สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี<br />
แสดงธรรมเมื่อ วันจันทร์ที่ ๒๖ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๑ หลังฉันเช้า</em></p>
<p><em>CD: ๒๕<br />
File: <a href="http://02.learndhamma.com/pramote/cd/025/128/510428B.mp3">510428B</a><br />
ระหว่างนาทีที่ ๙ วินาทีที่ ๐๓ ถึงนาทีที่ ๙ วินาทีที่ ๕๖<br />
</em>
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2011/09/13/11480/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/09/510428B_9.03_9.56.mp3" length="841828" type="audio/mpeg" />
<enclosure url="http://02.learndhamma.com/pramote/cd/025/128/510428B.mp3" length="60671960" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>ไม่มีของฟรี ไม่มีของฟลุ๊ก มีแต่ต้องทำเอาเอง</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2011/08/08/10772/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2011/08/08/10772/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 07 Aug 2011 21:42:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>sawang156</dc:creator>
				<category><![CDATA[การภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[กำลังใจ]]></category>
		<category><![CDATA[รู้สึกตัว]]></category>
		<category><![CDATA[วิปัสสนา]]></category>
		<category><![CDATA[ความจริง]]></category>
		<category><![CDATA[ง่าย]]></category>
		<category><![CDATA[ชั่วคราว]]></category>
		<category><![CDATA[ทำเอง]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[ยาก]]></category>
		<category><![CDATA[รู้]]></category>
		<category><![CDATA[รู้กาย]]></category>
		<category><![CDATA[รู้ใจ]]></category>
		<category><![CDATA[เพียร]]></category>
		<category><![CDATA[ไตรลักษณ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=10772</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>mp3 (for download)</strong>: <a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/08/500916_11.03_12.43.mp3" target="_blank">ไม่มีของฟรี ไม่มีของฟลุ๊ก มีแต่ต้องทำเอาเอง</a></p>
<div id="attachment_10848" class="wp-caption alignnone" style="width: 410px"><img src="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/08/lotus-400x260.jpg" alt="" title="ไม่มีของฟรี ไม่มีของฟลุ๊ก มีแต่ต้องทำเอาเอง" width="400" height="260" class="size-large wp-image-10848" /><p class="wp-caption-text">ไม่มีของฟรี ไม่มีของฟลุ๊ก มีแต่ต้องทำเอาเอง</p></div>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์ : </strong>ถ้าฝึกไปเรื่อยๆเราจะเห็น <strong>คอยตามรู้กาย คอยตามรู้ใจ รู้เรื่อยๆ ถึงวันหนึ่งก็จะรู้ความจริงของกายของใจ ว่ามันไม่เที่ยง มันเป็นทุกข์ มันบังคับไม่ได้</strong> เนี่ย ให้หัดรู้สึกไป ความรู้สึกใดๆแปลกปลอมขึ้นในใจ คอยรู้เรื่อยๆนะ รู้ไปเรื่อยๆ</p>
<p><strong>ถ้ารู้ไปเรื่อยๆต่อไปก็เห็นความจริง ว่า อ้อ.. ทุกอย่างชั่วคราว ความสุขชั่วคราว ความทุกข์ชั่วคราว โลภ โกรธ หลง ก็ของชั่วคราว อะไรๆก็ชั่วคราวหมดเลย</strong> จะเห็นอย่างนี้ เห็นซ้ำแล้วซ้ำอีก เจ็ดวัน เจ็ดเดือน เจ็ดปี นะ ต้องดูซ้ำๆ ทำไมดูครั้งเดียวไม่พอ เพราะว่าวาสนาบารมียังไม่พอ กำลังไม่พอนะ</p>
<p>ถ้าคนซึ่งอินทรีย์เขาแก่กล้าแล้วนะ เขาดูนิดๆหน่อยๆเขาก็หลุดพ้นได้ ยกตัวอย่างสมัยพุทธกาล มีบางท่านฟังธรรมะ ๒-๓ ประโยค ก็หลุดพ้นแล้ว ของเราไปอ่านธรรมะที่ท่านสอน ซ้ำแล้วซ้ำอีกนะ ก็ยังไม่บรรลุ แล้วก็ไม่ใช่ว่า ในสมัยพุทธกาล ทุกคนต้องบรรลุเร็ว บางคนก็บรรลุยาก ลำบาก ไม่ใช่ว่าทุกคนจะง่ายเหมือนกันหมด คนที่เขาง่ายเพราะเขาเคยยากมาแล้ว เขาลำบากมาแล้ว</p>
<p><strong>ไม่มีของฟรีนะ ไม่มีของฟลุ๊คนะ มีแต่ต้องทำเอาทั้งสิ้นเลย วิธีทำก็คือ รู้สึกตัวไว้ ศัตรูของความรู้สึกตัวคือใจลอย หลงไปในโลกของความคิด คิดๆ คิดๆ ทั้งวันทั้งคืน ทั้งหลับทั้งตื่น มีแต่เรื่องคิด เวลาที่เราไปคิด เราลืมกายลืมใจ เรียกว่าไม่ได้ปฏิบัติวิปัสสนา เพราะฉะนั้นให้รู้สึกกาย ให้รู้สึกใจ จนเห็นความจริงของกายของใจ</strong> </p>
<p><em>หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช<br />
แสดงธรรมศาลาลุงชินครั้งที่ ๑๔<br />
แสดงธรรมเมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๑๖ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๐<br />
</em></p>
<p><em>CD: แสดงธรรมที่ศาลาลุงชินครั้งที่ ๑๔<br />
File: </em><a href="http://01.learndhamma.com/pramote/sala/_128/500916.mp3" target="_blank">500916</a><br />
<em> ระหว่างนาทีที่  ๑๑ วินาทีที่ ๐๓ ถึง นาทีที่ ๑๒ วินาทีที่ ๔๓<br />
</em>
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2011/08/08/10772/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/08/500916_11.03_12.43.mp3" length="1605045" type="audio/mpeg" />
<enclosure url="http://01.learndhamma.com/pramote/sala/_128/500916.mp3" length="81587846" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>หน้าที่ของชาวพุทธ</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2011/07/31/10692/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2011/07/31/10692/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 30 Jul 2011 23:34:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>sawang156</dc:creator>
				<category><![CDATA[**คลิปแนะนำ**]]></category>
		<category><![CDATA[กำลังใจ]]></category>
		<category><![CDATA[ก่อนลงมือปฎิบัติ]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมะครูบาอาจารย์]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมะในชีวิตประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[พระธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[โอวาทหลวงพ่อ]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมะสู่ใจ]]></category>
		<category><![CDATA[พระพุทธศาสนา]]></category>
		<category><![CDATA[พุทธศาสนา]]></category>
		<category><![CDATA[พุทธเทียม]]></category>
		<category><![CDATA[พุทธแท้]]></category>
		<category><![CDATA[รักษาธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[รักษาศาสนา]]></category>
		<category><![CDATA[ศาสนาพุทธ]]></category>
		<category><![CDATA[สืบทอดศาสนา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=10692</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>mp3 (for download):</strong><strong> <a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/07/500916_24.48_30.14.mp3">โอวาทหลวงพ่อแด่ชาวพุทธทุกคน</a><a href="../wp-content/uploads/2011/07/540409A_25.08_29.05.mp3" target="_blank"></a><br />
</strong></p>
<div id="attachment_10747" class="wp-caption alignnone" style="width: 410px"><img class="size-large wp-image-10747" title="รอยพระพุทธบาท" src="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/07/55420-209-400x300.jpg" alt="รอยพระพุทธบาท" width="400" height="300" /><p class="wp-caption-text">รอยพระพุทธบาท</p></div>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์ : </strong>พวกเราต้องช่วยกันนะ ช่วยกัน ฟังธรรมะแล้วค่อยๆสังเกตลงในกายในใจของตัวเอง ช่วยตัวเองก่อนนะ ต่อๆไปก็จะได้ช่วยคนรอบๆตัวเรา ในภาพรวมก็จะได้ช่วยสังคมให้มันร่มเย็น อย่างน้อยสังคมนี้ร้อนเป็นฟืนเป็นไฟ ยังมีจุดที่เย็นๆเหลืออยู่สักจุด สองจุด เล็กๆก็ยังดีนะ อยู่ในบ้านเราน่ะ ค่อยๆฝึกไป</p>
<p>ชาวพุทธทุกวันนี้ร่อยหรอสุดขีดแล้วนะ ศาสนาพุทธตกอยู่ในอันตรายที่น่ากลัวที่สุดแล้ว ศาสนาพุทธแท้ๆที่สืบทอดจากคำสอนของพระพุทธเจ้าอย่างเถรวาทเหลือนิดเดียวแล้ว เหลืออยู่ไม่กี่ประเทศ เหลือยู่ในเมืองไทย ในลังกา ในพม่า อะไรอย่างนี้</p>
<p><strong>ในเมืองไทยแล้ว จริงศาสนาพุทธแทบจะเรียกได้ว่าสูญไปแล้ว หรือเกือบๆจะสูญไปแล้ว เราอย่าภูมิใจว่ามีชาวพุทธเก้าสิบกว่าเปอร์เซนต์ เก้าสิบกว่าเปอร์เซนต์นั้นเป็นคนไม่มีศาสนาต่างหาก (คนเหล่านี้-ผู้ถอด)อะไรก็ได้ ขอให้รวยก็แล้วกัน ใช่มั้ย พร้อมจะนับถืออะไรก็ได้ เอาอะไรมาห้อยก็ได้นะ ไหว้มันหมดแหละ หมู หมา กา ไก่ วัวสามขาก็ไหว้ ใช่มั้ย อะไรๆเกิดขึ้นมาเราก็นับถือหมด เทวดงเทวดา มนุษย์สร้างเทวดาแล้วมนุษย์ก็กลัวเทวดา แล้วมนุษย์ก็ไปไหว้เทวดา เราขายพระพุทธเจ้าได้นะ ขอให้รวยก็แล้วกัน</strong></p>
<p>เพราะฉะนั้นจริงๆแล้วเราไม่ใช่ชาวพุทธ คนส่วนมากไม่ใช่ชาวพุทธ พวกเรานี้ชาวพุทธนะ เพราะพวกเราศึกษาธรรมะ ถ้าคนไหนไม่ได้ศึกษาธรรมะไม่ใช่ชาวพุทธหรอก เป็นชาวพุทธแต่ชื่อ เป็นพุทธในทะเบียนบ้านหรือในบัตรประชาชน ไม่ใช่พุทธตัวจริง พุทธตัวจริงมีนับตัวได้เลย นับจำนวนได้เลย มีไม่เท่าไหร่หรอก หลวงพ่อกะว่าคงมีเพียงระดับหลักหมื่นเท่านั้นมั้ง คือพุทธที่ต้องศึกษาธรรมะนะ ถ้าเป็นพุทธเฉยๆ พุทธตามบรรพบุรุษอะไรอย่างนี้ มันไม่ใช่หรอก</p>
<p>ทุกวันนี้สติปัญญาของคนตกต่ำลงเรื่อยๆ ยกตัวอย่างคนสมัยโบราณคนนับถือเทวดา นับถือเทพใช่มั้ย พอเกิดพระพุทธเจ้าขึ้นมา คนไม่ได้นับถือเทวดา คนนับถือธรรมะ ธรรมะคืออะไร ธรรมะคือความจริง คนยอมรับความจริง ดำรงชีวิตสอดคล้องกับความเป็นจริงแล้วก็ไม่ทุกข์ ไม่ใช่ให้คนอื่นช่วย คนเรารู้เลยว่า เราช่วยตัวเองได้ เราต้องพึ่งตัวเอง เราทำอะไรเราก็ต้องได้รับผลอย่างนั้น</p>
<p><strong>มนุษย์พอเปลี่ยนจากเชื่อเทวดา เชื่อเทพเจ้า มาเชื่อในธรรมะ มนุษย์ก็จะไม่เชื่อเรื่องพรหมลิขิต หรือใครมาบงการ เราจะเชื่อกรรม กรรมคือการกระทำของเราเอง กำหนดชีวิตของเราเอง</strong></p>
<p>เนี่ยถ้าเราทำกรรมฐานนะ รู้สึกกายรู้สึกใจ เราจะรู้เลย ชีวิตเราเปลี่ยนจริงๆนะ มันเปลี่ยนจริงๆ เราทำกรรมชั่ว เราก็เดือดร้อนจริงๆ มนุษย์ที่พัฒนาแล้วนะ พัฒนาทางสติปัญญาแล้วจะไม่เชื่อเรื่องอำนาจภายนอกนะ แต่ยอมรับเรื่องกรรมและผลของกรรมซึ่งเราทำเอง</p>
<p><strong>แล้วมนุษย์ถ้าอยากให้มีสติปัญญามากขึ้น ก็ต้องศึกษาธรรมะ เรียกว่าไตรสิกขา ศึกษาเรื่องศีล ศึกษาเรื่องจิต ศึกษาเรื่องการเจริญปัญญา เมื่อศึกษาแจ่มแจ้งแล้ว จิตใจก็ไม่ยึดถืออะไร จิตใจดำรงชีวิตสอดคล้องอยู่กับธรรมะล้วนๆเลย คราวนี้ จิตธรรมะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ไม่แยกจากกัน เนี่ยมีความสุขล้วนๆ นี่เป็นพัฒนาการที่สูงที่สุดแล้วที่มนุษย์เคยมีมา แต่พวกเราเคยมีสิ่งเหล่านี้ เรากำลังสูญเสียไป</strong></p>
<p>ยกตัวอย่างเราเคยมีพระพุทธเจ้า ต่อมาเราก็ลดลงมาเหลือพระพุทธรูป ท่านพุทธทาสท่านเคยพูดไว้นานแล้ว แล้วท่านทายไว้ด้วย ต่อไปไม่ใช่พระพุทธรูป ต่อไปจะนับถือรูปเจว็ดต่างๆนะ ซึ่งไม่ใช่อะไรที่เป็นศาสนาพุทธ</p>
<p>สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นมาแล้วทั้งสิ้นนะ แล้วก็จะเกิดต่อไปอีก หน้าที่ของเราทุกคน ทุกคนมีความสำคัญนะ สำคัญต่อตนเอง สำคัญต่อครอบครัว สำคัญต่อสังคมที่แวดล้อมอยู่ และสำคัญที่จะสืบทอดศาสนาต่อไปอีก ให้คนรุ่นลูกรุ่นหลานได้มีโอกาสฟังธรรมะ เหมือนที่พวกเรามีโอกาส</p>
<p><strong>เพราะฉะนั้นเราต้องรักษาธรรมะ วิธีรักษาธรรมะที่ดีที่สุด คือ การศึกษาธรรมะ จนธรรมะเข้าไปสู่ใจของเรา ธรรมะที่ต้องศึกษาให้รู้เรื่อง คือเรื่องของวิปัสสนากรรมฐาน เรื่องสมถกรรมฐานเป็นของง่าย ถึงไม่มีพระพุทธเจ้าก็มีสมถกรรมฐาน</strong></p>
<p>เพราะฉะนั้นต้องฟังเรื่องวิปัสสนา ก็คือการที่เรามีสติ รู้เนื้อรู้ตัวขึ้นมาแล้วคอยรู้กายอย่างที่มันเป็น รู้จิตใจอย่างที่มันเป็น รู้มากเข้าๆนะ จนเห็นผลของการปฏิบัติ เมื่อเราเห็นผลแล้วเนี่ย เราจะเชื่อมั่น ศรัทธา ในศาสนาพุทธอย่างแน่นแฟ้น เชื่อในพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ อย่างแน่นแฟ้น คนที่จะเชื่ออย่างแน่นแฟ้นก็คือคนที่เห็นผลของการปฏิบัติแล้ว คือพระโสดาบันขึ้นไป</p>
<p>เพราะฉะนั้นพวกเราอย่าประมาทนะ ศรัทธาของพวกเราส่วนใหญ่ซึ่งเป็นปุถุชนนี้ ยังเป็นศรัทธาที่ยังกลับกลอกได้ ตอนนี้นับถือพุทธนะ แต่อีกหน่อยอาจจะไม่นับถือก็ยังได้นะ เพราะฉะนั้นต้องพากเพียรศึกษาลงมาในกายในใจนี้ ถ้าศึกษาจนเริ่มเห็นผลแล้วนะ ให้เอาไปตัดคอซะถ้าไม่บอกว่าพระพุทธเจ้าโกหกเนี่ย ยังไงก็ไม่ยอม เพราะว่ารู้แล้วว่าเป็นไปไม่ได้ พระพุทธเจ้าไม่ได้โกหก ธรรมะที่ท่านสอนเป็นของจริงล้วนๆ ปฏิบัติแล้วพ้นทุกข์จริงๆ เห็นได้ด้วยตนเองจริงๆ</p>
<p><strong>เพราะฉะนั้นพวกเราพากเพียรไปนะ</strong></p>
<p><em> หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช<br />
แสดงธรรมศาลาลุงชินครั้งที่ ๑๔<br />
แสดงธรรมเมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๑๖ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๐<br />
</em></p>
<p><em>CD: แสดงธรรมที่ศาลาลุงชินครั้งที่ ๑๔<br />
File: </em><a href="http://01.learndhamma.com/pramote/sala/_128/500916.mp3">500916</a><br />
<em> ระหว่างนาทีที่  ๒๔ วินาทีที่ ๔๘ ถึง นาทีที่ ๓๐ วินาทีที่ ๑๔<br />
</em>
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2011/07/31/10692/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/07/500916_24.48_30.14.mp3" length="5206599" type="audio/mpeg" />
<enclosure url="http://01.learndhamma.com/pramote/sala/_128/500916.mp3" length="81587846" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>อิทธิบาท ๔ ธรรมะที่ให้ความสำเร็จ</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2011/07/23/10323/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2011/07/23/10323/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 23 Jul 2011 00:56:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ok2077</dc:creator>
				<category><![CDATA[การภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[กำลังใจ]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[อิทธิบาท ๔]]></category>
		<category><![CDATA[กิเลส]]></category>
		<category><![CDATA[กูเก่ง]]></category>
		<category><![CDATA[ดูกาย]]></category>
		<category><![CDATA[ดูจิต]]></category>
		<category><![CDATA[พอใจ]]></category>
		<category><![CDATA[หลวงปู่ดูลย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=10323</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>mp 3 (for download) :</strong> <a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/07/511019B-iti-dd.mp3" target="_blank"><strong>อิทธิบาท ๔ ธรรมะที่ให้ความสำเร็จ</strong></a></p>
<div id="attachment_10641" class="wp-caption alignnone" style="width: 410px"><img src="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/07/20090702-232901-1-400x265.jpg" alt="อิทธิบาท ๔ ธรรมะที่ให้ความสำเร็จ" title="อิทธิบาท ๔ ธรรมะที่ให้ความสำเร็จ" width="400" height="265" class="size-large wp-image-10641" /><p class="wp-caption-text">อิทธิบาท ๔ ธรรมะที่ให้ความสำเร็จ</p></div>
<p><strong>หลวงพ่อ : </strong>พอมาเจอหลวงปู่ดูลย์ ท่านบอกให้ดูจิต พอได้ยินคำว่าดูจิตมันตื่นเต้น เราทำไมไม่เคยดูจิตตัวเอง ทำไมเราไม่เคยรู้จิต เราก็มาตามดู รู้สึกแต่ละวันไม่เคยเหมือนกันเลย แต่ละวันไม่เคยเหมือนเลย บางวันสุข บางวันทุกข์ บางวันดี บางวันร้าย เดี๋ยวโลภ เดี๋ยวโกรธ เดี๋ยวหลง หมุนเวียนเปลี่ยนแปลง ใหม่ๆก็อยากให้มันดี อยากให้มันสุข อยากให้มันสงบ หาทางเข้าไปจัดการ วันไหนจัดการได้ก็กูเก่ง-กิเลสเกิดอีกแล้ว วันไหนจัดการไม่ได้กูแย่-นี่ก็กิเลสอีกแล้ว</p>
<p>ฝึกอยู่ 3 เดือน ไปหาหลวงปู่อีก หลวงปู่บอกมัวแต่หลงไปยุ่งอยู่กับการแก้อาการ ใช้ไม่ได้ ก็เลย<strong>มาตามรู้ตามที่เขาเป็น มันสนุกที่ได้รู้ การที่เราได้สนุกที่ได้รู้กาย สนุกที่ได้รู้ใจ เรียกว่ามีฉันทะ</strong> มีความสุขที่ได้ทำอะไรสักอย่างหนึ่ง คือในการปฏิบัติต้องมีฉันทะ คือมีความพอใจ มีความสุข ที่จะได้รู้จิตรู้ใจตัวเอง หรือบางคนรู้กาย ก็มีความสุขที่จะได้รู้กาย</p>
<p>เมื่<strong>อมีความสุขที่ได้รู้จิตรู้ใจ รู้กาย มันจะเกิดวิริยะขึ้นเอง</strong> จำไว้นะเกิดเอง (หมายถึง ไม่ได้จงใจบังคับให้เกิด &#8211; ผู้ถอด) ถ้ามีฉันทะแล้ววิริยะเกิดเอง จะขยันดู เพราะมันมีความสุขที่ได้ดู ทุกครั้งที่ดู ทุกครั้งที่มีสติ ทุกครั้งที่รู้สึกตัว มันก็เกิดความสุขผุดขึ้นมาในโดยอัตโนมัติ อัตโนมัตินะไม่ใช่แกล้งทำให้สุข จะมีความสุขทันทีเลย เพราะจิตเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน<br />
เพราะฉะนั้นเราฝึกจนสติเกิด จิตเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน มีความสุข มีความสุขแล้วจะขยันดู ยิ่งดูยิ่งมีความสุขนะ ดูไปเรื่อยๆ วิริยะเกิด <strong>จิตใจก็จะจดจ่อ คอยจะเรียนรู้ตนเอง เรียกว่า จิตตะ</strong> <strong>วันๆเคล้าเคลียแต่เรื่องการปฎิบัติ เรียกว่าวิมังสา</strong>เวลาทำงานก็เหมือน เอ้อ.. ทำๆไป พออยู่ไปวันๆนะ แต่โตเร็ว หลวงพ่อทำงานหลายแห่งนะ แต่โตเร็วมากเลย เพราะเวลาเราทำ เราสมาธิเยอะ จิตใจมันจดจ่อ</p>
<p>ยกตัวอย่าง เวลาทำงานเมื่อก่อนอยู่องค์การโทรศัพท์ ยังมีมามั้ยวันนี้ อ้อ..มา บางวันนะ เจ้านายหลายคน ผู้อำนวยการ รองหลายคน มาล้อมโต๊ะไว้เลย ให้เราคีย์ คีย์ใส่คอมพ์เลยนะ ไม่มีร่างนะ คีย์ใส่คอมพิวเตอร์เสร็จ พรินท์ออกมาเลย เซ็นเลย ทำงานได้เร็วขนาดนั้นถ้าใจมีสมาธิ แต่ว่าทำเล่นๆไปอย่างนั้นแหละ งานหลักของเราจริงๆนะคืองานภาวนา เราเรียนรู้แล้วสนุกที่ได้เรียนรู้กาย สนุกที่ได้เรียนรู้ใจ</p>
<p>เหมือนบางคนสนุกที่จะเล่นไพ่ใช่มั้ย เล่นทั้งคืน สามีห้ามก็ไม่ฟัง ทำได้ บางคนอ่านเพชรพระอุมา อ่านทั้งคืนอ่านได้นะ แล้วแต่นะบางคนอ่านกำลังภายใน ดูทั้งคืนได้ อะไรที่ชอบจะทำได้นาน หรือชอบดูบอลใช่มั้ย หน้าบอล ตาจะโหลๆ เวลามีบอลน่ะ บอลโลก หน้าจะเหี่ยวๆ ตาโหลๆ เพราะอะไร เพราะมีความสุข</p>
<p><strong>เพราะฉะนั้นถ้าเรามีฉันทะนะ เราจะมีความสุขที่จะปฏิบัติ เราจะขยันปฎิบัติ จิตใจจะจดจ่อ จิตใจจะเคล้าเคลียการปฏิบัติ นี่เรียกว่ามีอิทธิบาท</strong><strong> อิทธิบาทเป็นธรรมะที่ให้ความสำเร็จ</strong> ความสำเร็จจะเกิดอย่างรวดเร็วเลย ไม่เนิ่นช้า ๗ วันมีนะ ๗ เดือนก็มี ๗ ปี ยังไม่เห็นตัว<br />
<strong><br />
เพราะฉะนั้นต้องหัดนะ หัดไปให้มีความสุข อย่าเคร่งเครียด</strong></p>
<p><em> หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช<br />
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม<br />
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี<br />
แสดงธรรมเมื่อ วันศุกร์ที่ ๑๙ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๐ หลังฉันเช้า<br />
</em></p>
<p><em> CD: ธรรมเทศนา ๔ วันในสวนสันติธรรม<br />
Track: ๖<br />
ระหว่างนาทีที่ ๘ วินาทีที่ ๕๙ ถึง นาทีที่ ๑๒ วินาทีที่ ๒๙<br />
</em>
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2011/07/23/10323/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/07/511019B-iti-dd.mp3" length="8408293" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>ธรรมะไม่ยาก แต่ต้องตั้งใจจริงและจริงใจ</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2011/06/23/10079/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2011/06/23/10079/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 23 Jun 2011 01:58:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>sawang156</dc:creator>
				<category><![CDATA[กำลังใจ]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมะในชีวิตประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[ของจริง]]></category>
		<category><![CDATA[คนจริง]]></category>
		<category><![CDATA[จริงใจ]]></category>
		<category><![CDATA[ทำจริง]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมะ]]></category>
		<category><![CDATA[ใจจริง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=10079</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>mp3 (for download): </strong><a href="../wp-content/uploads/2011/06/540530_5.53_9.22.mp3"></a><a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/06/540420_0.20_0.53.mp3">ธรรมะไม่ยาก แต่ต้องตั้งใจจริงและจริงใจ</a></p>
<div id="attachment_10091" class="wp-caption alignnone" style="width: 410px"><a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/06/banana-icecream.jpg"><img src="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/06/banana-icecream-400x320.jpg" alt="ธรรมะไม่ยาก แต่ต้องตั้งใจจริงและจริงใจ" title="ธรรมะไม่ยาก แต่ต้องตั้งใจจริงและจริงใจ" width="400" height="320" class="size-large wp-image-10091" /></a><p class="wp-caption-text">ธรรมะไม่ยาก แต่ต้องตั้งใจจริงและจริงใจ</p></div>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์ : การที่เราจะศึกษาธรรมะนะมันไม่ใช่เรื่องยากอะไร แต่เราต้องตั้งใจจริง ต้องจริงใจที่จะศึกษา</strong> ในความเป็นจริงไม่ว่าเราจะทำอะไร ต้องทำจริงๆ ถึงจะได้ผล ถ้าเราจะศึกษาธรรมะนะเราต้องมีความจริงใจกับธรรมะ ธรรมะเป็นของจริงไม่ใช่ของเล่นๆ <strong>ถ้าเราเข้าใจในธรรมะแล้ว ธรรมะจะคุ้มครองเรา</strong> <strong>คุ้มครองเราจากความชั่ว คุ้มครองเราจากความทุกข์ทั้งหลาย<br />
</strong></p>
<p><em> หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช</em><br />
<em>แสดงธรรมที่บริษัท AIA<br />
แสดงธรรมเมื่อ วันพุธที่ ๒๐ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๔</em></p>
<p><em>CD: แสดงธรรมนอกสถานที่ บริษัท AIA<br />
File: <a href="http://03.wimutti.net/pramote/other/128/540420.mp3">540420</a><br />
ระหว่างนาทีที่  ๐ วินาทีที่ ๒๐ ถึง นาทีที่ ๐ วินาทีที่ ๕๓<br />
</em>
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2011/06/23/10079/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/06/540420_0.20_0.53.mp3" length="528437" type="audio/mpeg" />
<enclosure url="http://03.wimutti.net/pramote/other/128/540420.mp3" length="83329164" type="audio/mpeg" />
		</item>
	</channel>
</rss>

