<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>
<channel>
	<title>Dhammada.net &#187; โลกุตตระธรรม</title>
	<atom:link href="http://www.dhammada.net/category/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1/lokuttara/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.dhammada.net</link>
	<description>คือความเรียบง่าย คือธรรมะ คือธรรมดา</description>
	<lastBuildDate>Mon, 06 Feb 2012 11:47:54 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.1</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<xhtml:meta xmlns:xhtml="http://www.w3.org/1999/xhtml" name="robots" content="noindex" />
		<item>
		<title>พระโสดาบันไม่ยากอย่างที่คิด</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2011/12/23/12936/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2011/12/23/12936/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 22 Dec 2011 22:08:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>sawang156</dc:creator>
				<category><![CDATA[การภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[กิเลส]]></category>
		<category><![CDATA[นิพพาน]]></category>
		<category><![CDATA[พระโสดาบัน]]></category>
		<category><![CDATA[โลกุตตระธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ดูบ่อยๆ]]></category>
		<category><![CDATA[ยอมรับความจริง]]></category>
		<category><![CDATA[เพียร]]></category>
		<category><![CDATA[โสดาบัน]]></category>
		<category><![CDATA[ใจยอมรับความจริง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=12936</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>mp3 (for download) : </strong><a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/12/540910B_6.32_7.46.mp3">พระโสดาบันไม่ยากอย่างที่คิด</a></p>
<p><strong><br />
</strong></p>
<div id="attachment_12986" class="wp-caption alignnone" style="width: 410px"><img src="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/12/6.jpg" alt="พระโสดาบันไม่ยากอย่างที่คิด" title="พระโสดาบันไม่ยากอย่างที่คิด" width="400" height="320" class="size-full wp-image-12986" /><p class="wp-caption-text">พระโสดาบันไม่ยากอย่างที่คิด</p></div>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์ : </strong>เรียนธรรมะไม่ได้เรียนเอาเด่นเอาดัง เรียนขัดเกลาตนเอง ถ้าขัดเกลาตนเองได้ที่วันนึงเราจะได้ของดีของวิเศษ ถ้าบุญบารมีเราเต็มแก่รอบนะ เราจะได้ถึงพระนิพพานในชีวิตนี้ ถึงไม่ได้ทรงพระนิพพานอยู่ไม่ได้เป็นพระอรหันต์นะให้มันได้โสดาฯไว้</p>
<p><strong>เป็นพระโสดาบันไม่ยากเกินไป โสดาบันไม่ได้ละกิเลสอะไรเลยนะ ละความเห็นผิดเท่านั้นน่ะ ไม่ได้ละความยึดถืออะไรหรอก ละความเห็นผิดนะว่ากายนี้ใจนี้เป็นตัวเรามีตัวเรา</strong> ก็ดูของจริงลงไปเรื่อยไม่มีตัวเรา ร่างกายเป็นวัตถุธาตุไม่ใช่ตัวเรา จิตใจก็เป็นธาตุเหมือนกันเป็นวิญญาณธาตุ ไม่ใช่คนไม่ใช่สัตว์เหมือนกัน</p>
<p><strong>หัดดูบ่อยๆดูไปเรื่อยก็เห็นเอง ไม่ใช่เรา ใจยอมรับความจริงว่าตัวเราไม่มีก็เป็นพระโสดาบัน</strong> <em>เป็นพระโสดาบันแล้วปลอดภัยแล้ว<strong>เที่ยงต่อการตรัสรู้ในอนาคต</strong></em> ชาตินี้ยังไม่รู้แต่ชาติหน้าต้องจบแน่ๆ ต่อๆไปนะ ไม่กี่ชาติก็จะจบแล้ว</p>
<p><em>หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช<br />
แสดงธรรมที่ สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี<br />
แสดงธรรมเมื่อ วันที่ ๑๐ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๔ หลังฉันเช้า<br />
</em></p>
<p><em>CD: ๔๑<br />
File: <a href="http://02.learndhamma.com/pramote/cd/041/mp3/540910B.mp3">540910B</a><br />
ระหว่างนาทีที่ ๖ วินาทีที่ ๓๒ ถึงนาทีที่ ๗ วินาทีที่ ๔๖<br />
</em>
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2011/12/23/12936/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/12/540910B_6.32_7.46.mp3" length="1184215" type="audio/mpeg" />
<enclosure url="http://02.learndhamma.com/pramote/cd/041/mp3/540910B.mp3" length="19208804" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>อริยสัจจ์แห่งจิต</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2011/12/06/12467/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2011/12/06/12467/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 06 Dec 2011 03:10:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>sawang156</dc:creator>
				<category><![CDATA[การภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[ก่อนลงมือปฎิบัติ]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[จิต]]></category>
		<category><![CDATA[ทุกข์]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมะครูบาอาจารย์]]></category>
		<category><![CDATA[นิโรธ]]></category>
		<category><![CDATA[มรรค]]></category>
		<category><![CDATA[สมุทัย]]></category>
		<category><![CDATA[อริยสัจจ์]]></category>
		<category><![CDATA[โลกุตตระธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ไตรลักษณ์]]></category>
		<category><![CDATA[กระเพื่อนหวั่นไหว]]></category>
		<category><![CDATA[จิตส่งออกนอก]]></category>
		<category><![CDATA[หลวงปู่ดูลย์]]></category>
		<category><![CDATA[อริยสัจจ์แห่งจิต]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=12467</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/12/Dul1.jpg"><img class="size-full wp-image-12700 aligncenter" title="Dul1" src="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/12/Dul1.jpg" alt="" width="347" height="522" /></a></p>
<p><strong>mp3 (for download) : <a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/11/540730B_46.48_52.26.mp3">อริยสัจจ์แห่งจิต</a></strong></p>
<p><strong><br />
</strong></p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์ : </strong>ธรรมชาติจิตส่งออกนอก หลวงปู่ดุลย์สอนอย่างนี้นะ ธรรมชาติของจิตย่อมส่งออกนอก แต่จิตส่งออกนอกแล้วกระเพื่อมหวั่นไหวไปตามอารมณ์นี่ เป็น&#8221;สมุทัย&#8221; มีผลเป็น&#8221;ทุกข์&#8221; จิตส่งออกนอกแล้วไม่กระเพื่อมหวั่นไหวน่ะไม่ทุกข์ ท่านว่าอย่างนี้นะ</p>
<p>พระอรหันต์มีจิตออกนอกมั้ย มีมั้ยเอ่ย? ไม่มี&#8230;เพราะไม่มีนอกมีใน มันเท่ากันหมดนะ เท่ากันหมด หลวงปู่ดุลย์เลยบอก <strong>พระอริยเจ้ามีจิตไม่ส่งออกนอก คำว่า พระอริยเจ้าของท่านคือพระอรหันต์ มีจิตไม่ส่งออกนอก จะออกทำไม จิตท่านเต็มโลกธาตุ เต็มจักรวาล ไม่เห็นต้องออกตรงไหนเลย รู้สึก<span style="color: #000000;">ตอน</span>ไหนก็ได้ ฉะนั้นพระอริยเจ้ามีจิตไม่ส่งออกนอก มีจิตไม่กระเพื่อมหวั่นไหว มีความสุข</strong> เดี๋ยววันหลังต้องเขียนป้าย หลวงปู่ดุลย์ข้างหน้าต้องเขียนให้ครบดีกว่า มันขาด นี่มันบทแรกเท่านั้นนะ มีอีก บทหลังก็มีอีก นี่ไม่ครบหรอก แต่คนรุ่นหลังลืมไปแล้ว</p>
<p>แต่ก่อนนี้ เวลาจะเขียนมันเยอะไป เขียนต้องเขียนรอบสี่ทิศเลยละมั้งกว่าจะครบ แต่ธรรมะของท่านดีมากนะ<strong><span style="color: #008000;"> &#8220;จิตที่ส่งออกนอก เป็นสมุทัย ผลที่จิตส่งออกนอกเป็นทุกข์ จิตเห็นจิตอย่างแจ่มแจ้ง เป็นมรรค ผลที่จิตเห็นจิตอย่างแจ่มแจ้ง เป็นนิโรธ อนึ่งธรรมชาติของจิตย่อมส่งออกนอก เมื่อจิตส่งออกนอกแล้วกระเพื่อมหวั่นไหวนะในการสนองรับอารมณ์ เป็นสมุทัย ผลที่จิตส่งออกนอกแล้วกระเพื่อมหวั่นไหว เป็นทุกข์ จิตส่งออกนอกนะไม่กระเพื่อมหวั่นไหว มีความรู้สึกตัวอยู่เป็นวิหารธรรม ไม่ทุกข์หรอกนะ แต่เสร็จแล้วท่านตบท้าย พระอริยเจ้าทั้งหลาย พระอรหันต์ มีจิตไม่ออกนอก มีจิตไม่ปรุงแต่ง คำสอนท่านลึก คำว่าพระอริยเจ้าคือพระอรหันต์ คำว่าจิตเห็นจิตอย่างแจ่มแจ้งหมายถึงอะไร เห็นความเป็นไตรลักษณ์ของจิต จิตเห็นจิตอย่างแจ่มแจ้ง เห็นว่าจิตเป็นไตรลักษณ์&#8221;</span></strong></p>
<p>นี่เมื่อไม่นาน หลวงพ่อไปเทศน์​ที่วัดบูรพารามนะ เทศน์เรื่องการดูจิต บอกบางคนนะ เรียนหรืออ่านคำสอนหลวงปู่ดุลย์แล้วอ่านแล้วไม่เข้าใจ อย่างบางคนเนี่ยหลวงปู่ดุลย์สอนบอกว่า ประคองจิตให้นิ่งเลยนะ ความคิดนึกปรุงแต่งเกิดขึ้นให้ปัดทิ้งไป แล้วบอกว่าหลวงปู่ดุลย์สอนดูจิตแบบนี้ ท่านสอนแบบนี้เหมือนกัน<span style="text-decoration: underline;"> &#8220;แต่นั่นเป็นการดูจิตในขั้นการทำสมถะ&#8221; </span>หรือบางท่านก็บอก หลวงปู่ดุลย์สอนดูจิตบอกว่าง สว่าง บริสุทธ์ หยุดความปรุงแต่ง หยุดการแสวงหา หยุดกิริยาของจิต ไม่มีอะไรเลย ไม่เหลืออะไรซักอย่าง อันนี้บอกหลวงปู่ดุลย์สอน ก็ถูกอีกหลวงปู่ก็สอน<span style="text-decoration: underline;"> &#8220;แต่นั่นเป็นผล เป็นผลที่พระอรหันต์ท่านเป็น ไม่ใช่อย่างพวกเราเป็น&#8221;</span><strong> จิตเห็นจิตอย่างแจ่มแจ้ง เป็นมรรค อันนี้ต้องเรียนให้มาก จิตเห็นจิตอย่างแจ่มแจ้งไม่ใช่แปลว่าเห็นจิตชัดๆ ไม่คลาดสายตา จิตเห็นจิตแจ่มแจ้งที่จะเดินปัญญาก็คือ&#8221;เห็นความเป็นไตรลักษณ์ของจิต&#8221;นั่นเอง ถ้าเห็นไตรลักษณ์ของจิตได้ ก็วาง ปล่อยวางได้ </strong>นี่ หลวงปู่มั่นสอนหลวงปู่ดุลย์นะ ให้ดูสังขาร ดูสัญญานะ มันปรุงแต่งจิตขึ้นมา หลวงปู่ดุลย์รู้ทันสัญญา รู้ทันสังขาร ก็เลยรู้แจ้งอริยสัจ</p>
<p><strong>หลวงปู่มั่นไม่ได้สอนหลวงปู่ดุลย์ให้ดูจิตนิ่งๆว่างๆนะ แต่ให้เห็นสังขารคือความปรุงของจิต ให้เห็นสัญญาคือการหมายรู้ของจิต ทำงานควบกันอยู่ เพราะมันไปหมายเข้ามันก็เลยไปปรุง พอไปปรุงแล้วมันก็ไปหมาย</strong> อย่างพวกเราอยู่ๆนะ บางที ความจำมันเกิดขึ้น หน้าของคนนี้โผล่ขึ้นมา นี่สัญญามันผุดขึ้นมาก่อน สังขารก็ปรุงเลย นี่ผู้หญิงสวยคนนี้ แฟนเก่าเราชอบ รักมาก ความรัก ความรู้สึกรักเกิดขึ้น หรือความรู้สึกโกรธเกิดขึ้น กิเลสมาปรุงจิตแล้ว ก็ไปหมายผิดๆนะ พอปรุงนี่แฟนเรานะ ก็หมายผิดๆ ว่ามีตัวมีตนมีจริงๆนี่หมายผิดอีกแล้ว อาศัยสัญญาทำให้เกิดสังขาร อาศัยสังขารทำให้สัญญาทำงาน หมายไปผิดๆต่อไปอีก กระทบกันไปกระทบกันมา สังสารวัฏยืดเยื้อยาวนานเลย</p>
<p>ฉะนั้นเวลาเราฟังพระพุทธเจ้า ฟังธรรมะที่พระพุทธเจ้าสอนก็ดี ฟังที่หลวงพ่อสอนก็ดีนะ หรือฟังจากหลวงปู่ดุลย์สอน หรือ ครูบาอาจารย์องค์ไหนก็ดี ต้องแยกให้ออกว่า สิ่งที่ท่านสอนนั้นเป็นธรรมะระดับไหน สอนใคร ธรรมะแต่ละชั้น แต่ละชั้น ไม่เหมือนกัน อย่างดูจิตเพื่อให้เกิดศีล ดูจิตเพื่อให้เกิดสมาธิ ดูจิตเพื่อให้ตั้งมั่น ดูจิตเพื่อให้เกิดปัญญา คนละแบบกัน หรือ ดูจิตเป็นวิหารธรรมของพระอรหันต์ คนละแบบกัน อย่าไปมั่วนะ บอก หลวงปู่ดุลย์​บอกประคองจิตให้ว่าง โถ นั่นสอนพวกทำสมถะไม่เป็นให้ทำสมถะก่อนอะไรนี้นะ คนละเรื่องกันเลย หลวงพ่อเคยไปทำนะ ประคองไว้ โดนท่านจวกเอา ไม่ได้ดูจิต ดูจิตต้องปล่อยให้มันทำงาน ถึงเจริญปัญญา เห็นไตรลักษณ์ เห็นมันทำงานได้เองนะ</p>
<p><em>หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช<br />
แสดงธรรมที่ สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี<br />
แสดงธรรมเมื่อ วันที่ ๓๐ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๔ หลังฉันเช้า<br />
</em></p>
<p><em>CD: ๔๑<br />
File: <a href="http://01.learndhamma.com/pramote/cd/041/128/540730B.mp3">540730B</a><br />
ระหว่างนาทีที่ ๔๖ วินาทีที่ ๔๘ ถึงนาทีที่ ๕๒ วินาทีที่ ๒๖<br />
</em>
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2011/12/06/12467/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/11/540730B_46.48_52.26.mp3" length="5410618" type="audio/mpeg" />
<enclosure url="http://01.learndhamma.com/pramote/cd/041/128/540730B.mp3" length="50300262" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>พระโสดาบันตายแล้วต้องเริ่มใหม่หรือไม่?</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2010/02/19/522/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2010/02/19/522/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 19 Feb 2010 16:48:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>TiKi-Man</dc:creator>
				<category><![CDATA[โลกุตตระธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[พระอริยะ]]></category>
		<category><![CDATA[โสดาบัน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=522</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>MP3 (for download) :</strong> <a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2010/02/C_Soda.mp3">พระโสดาบันตายแล้วต้องเริ่มใหม่หรือไม่?</a></p>
<p>ลูกศิษย์ส่งการบ้านและถามว่าพระโสดาบันตายแล้วเกิดชาติใหม่ต้องเริ่มใหม่หรือไม่?</p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์ :</strong> ไม่ต้องใหม่หรอก เป็นแล้วก็เป็นเลย แต่จะลืมนะ เพราะโสดาบันยังขี้ลืมอยู่ พอกลับมาเกิดเป็นมนุษย์ได้ยินธรรมะนิดนึง จิตก็จะกลับมาที่เดิม มันไม่ได้ตัดเกิดอริยมรรคอีกแล้ว เกิดแล้วเกิดเลยไม่มีเกิดซ้ำ ในสังสารวัฏเรามีโอกาสเกิดอริยมรรคได้แค่ 4 ครั้ง ไม่มีครั้งที่ 5 นะ ไม่ต้องไปกังวลนะ ได้โสดาบันแล้วตายไปไม่ต้องเริ่มใหม่ มันจะง่าย ใจมันจะคืนมาอย่างรวดเร็ว ได้ยินธรรมะนิดเดียวก็จะคืนมาแล้ว
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2010/02/19/522/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2010/02/C_Soda.mp3" length="440150" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>กามธรรม: พรหมจรรย์ด่างพร้อยหรือไม่?</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2010/02/17/378/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2010/02/17/378/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 17 Feb 2010 14:44:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>TiKi-Man</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข้อธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[โลกุตตระธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[กาม]]></category>
		<category><![CDATA[อนาคามี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/2010/02/17/378/</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>mp3: <a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2010/02/kamdham.mp3">กามธรรม</a></p>
<p>Media Player: </p>
<p><strong>หลวงพ่อ:</strong> พระอนาคามีนะ ท่านละปฏิฆะได้ทั้งก็ละกามได้ ท่านละกามได้ท่านก็ละปฎิฆะได้ เพราะท่านไม่รักในรูป กลิ่น เสียง โผฏฐัพพะ ไม่รักในกามธรรม</p>
<p>กามธรรมคือจิตที่ไปนึกถึงรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ   เรียกว่า  กามธรรม</p>
<p>บางคนบอกประพฤติพรหมจรรย์นะ แต่ใจมีกามธรรม  นี่พรหมจรรย์ด่างพร้อย   ไม่ถึงขาด ไม่ถึงทะลุนะ</p>
<p>สมมติเป็นพระไปคิดถึงสาวนะ ถือว่าอาบัติไหม ยังไม่อาบัติ  แต่ด่างพร้อย   เพราะอะไรเพราะไปคิดถึงกามธรรมะ</p>
<p><em>*หมายเหตุ*</em></p>
<p><em>คลิปธรรมะคือเสียงเทศน์บางช่วงของลพ.ปราโมทย์ จัดเป็นหมวดหมู่และตอบคำถามเฉพาะเรื่อง จึงไม่ใช่ข้อสรุปของการสอนธรรมะของท่าน</em>
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2010/02/17/378/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2010/02/kamdham.mp3" length="317240" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>เรื่องของพระอริยะ</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2010/02/17/340/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2010/02/17/340/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 17 Feb 2010 14:03:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>TiKi-Man</dc:creator>
				<category><![CDATA[โลกุตตระธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[พระอริยะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/2010/02/17/340/</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>mp3: <a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2010/02/Ariya.mp3">พระอริยะ</a></p>
<p>Media Player: </p>
<p>หมายเหตุ</p>
<p>คลิปธรรมะคือเสียงเทศน์บางช่วงของลพ.ปราโมทย์ จัดเป็นหมวดหมู่และตอบคำถามเฉพาะเรื่อง จึงไม่ใช่ข้อสรุปของการสอนธรรมะของท่าน
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2010/02/17/340/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2010/02/Ariya.mp3" length="2053155" type="audio/mpeg" />
		</item>
	</channel>
</rss>

