หมวดหมู่

อยู่กับโลกอย่างเท่าทันโลก

อยู่กับโลกอย่างเท่าทันโลก

อยู่กับโลกอย่างเท่าทันโลก

mp3 (for download) : อยู่กับโลกอย่างเท่าทันโลก

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : อยู่กับโลกก็อยู่อย่างฉลาด อยู่อย่างเท่าทัน อย่าอยู่แบบเป็นขี้ข้ามันนะ อยู่อย่างเท่าทันโลกนะ วิธีที่จะเท่าทันโลกก็คือเท่าทันใจตัวเอง โลกมันมาหลอกเราไม่ได้หรอก แต่เราหลอกตัวเองได้นะ อย่างเค้าโฆษณาขายของเยอะแยะใช่ไหม มันมาหลอกให้เราซื้อได้ไหม? ซื้อไม่ได้ถ้าเราไม่โลภ คนมาด่าเราเนี่ย มันจะด่าสักกี่คนก็เรื่องของมัน เราเดือดร้อนไหม ไม่เดือดร้อนถ้าเราไม่โกรธ ตัวที่ทำให้เราเดือนร้อนก็คือกิเลสในใจเรานี่เอง

เราอยู่กับโลกอย่างเท่าทันนะ สิ่งที่มากระทบดีบ้าง ร้ายบ้าง โลกมีอะไร? โลกมีลาภ มียศ มีสรรเสริญ มีสุข มีเสื่อมลาภ เสื่อมยศ มีนินทา มีทุกข์ โลกมันเป็นอย่างงั้น เราอยู่กับโลกเราก็ต้องรู้ว่าโลกเป็นอย่างงั้นนะ
โลกไม่ได้มีด้านเดียว มีแต่ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ด้านเดียว ไม่ได้เป็นอย่างงั้น ทีนี้เราอยู่กับโลกเรารู้เท่าทันจิตตัวเอง ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข เกิดขึ้น..ดีใจ เสื่อมลาภ เสื่อมยศ นินทา ทุกข์ เกิดขึ้น..เสียใจ รู้ทันใจตัวเอง ถ้าใจเข้าสู่ความเป็นกลางแล้ว เราจะอยู่กับโลกด้วยความเป็นกลาง โลกไม่กระทบกระทั่งแล้ว เรียกว่าคนพ้นโลก

CD สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๓๒
Track ๑๗
File: 521127B.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๖ วินาทีที่ ๔๖ ถึง นาทีที่ ๘ วินาทีที่ ๐๑

หมายเหตุ คลิปธรรมะที่ปรากฏอยู่บนเว็บไซต์ Dhammada.net (ธรรมดา ด็อต เน็ต) คือเสียงการแสดงธรรมเพียงบางช่วง บางตอน ของ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช สวนสันติธรรม ศรีราชา ชลบุรี ซึ่งทางกลุ่มธรรมดาเป็นผู้จัดทำเพื่อให้เป็นหมวดหมู่ และยังมีเรื่องของการตอบคำถามเฉพาะเรื่องเฉพาะบุคคลด้วย ดังนั้นจึงยังไม่ใช่ข้อสรุปของการสอนธรรมะของท่านแต่อย่างใด รวมทั้งคำพูดหรือศัพท์บัญญัติที่ใช้ อาจเป็นที่เข้าใจเฉพาะกับผู้ถามเท่านั้น มิใช่การพูดเป็นการทั่วไป จึงขอความกรุณาอย่าได้นำไปใช้อ้างอิงในที่ใดโดยเด็ดขาด ขอเป็นเพียงการฟังเพื่อเข้าใจแนวทาง และเพื่อเป็นกำลังใจในการภาวนาเท่านั้น
อนึ่ง Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทางสวนสันติธรรมแต่อย่างใด

เรื่องที่เกี่ยวข้อง:

เดินตามรอยเท้าพระพุทธเจ้า ตามทางที่พระพุทธองค์ทรงบอกทาง

mp 3 (for download) : เดินตามรอยเท้าพระพุทธเจ้า

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : พวกเราต้องอดทนนะอดทน พากเพียรเข้า อดทน เริ่มตั้งแต่อดทนฟัง พอฟังรู้เรื่อง รู้วิธีแล้วว่าเราจะต้องเจริญสติ รู้กายรู้ใจ ไม่เผลอลืมกายลืมใจ ไม่เพ่งกายเพ่งใจให้หยุดนิ่ง ปล่อยให้กายให้ใจมันทำงานไปแล้วเรามีสติตามดูมันไปเรื่อย ๆ นี่วิธีปฎิบัติ พอรู้แล้วเราก็ตามดูไปเรื่อย ตอนไหนจิตฟุ้งซ่านมากไป ตามดูกายดูใจไม่ออกก็ทำความสงบเข้ามา กรรมฐานที่ทำให้จิตสงบมีเยอะแยะ อะไรก็ได้ คิดถึงพระพุทธเจ้า คิดถึงพระธรรมนะ คิดถึงครูบาอาจารย์ คิดถึงทาน คิดถึงศีล คิดถึงอะไรดี ๆ คิดถึงลมหายใจ คิดถึงร่างกายของเราเอง คิดถึงความตาย สิ่งเหล่านี้ทำให้จิตใจสงบทั้งนั้น พอจิตใจเรามีกำลัง มีความสงบ มีความสบายแล้วนะ ก็มารู้สึกกาย มารู้สึกใจต่อ ร่างกายเคลื่อนไหวคอยรู้สึก จิตใจเคลื่อนไหวคอยรู้สึก รู้สึกไปเรื่อย ๆ พอเรารู้สึกซ้ำแล้วซ้ำอีก ซ้ำแล้วซ้ำอีก ต่อไปเราจะเห็นความจริง ทีแรกต้องรู้กายรู้ใจก่อน พอรู้กายรู้ใจไปนาน ๆ ก็จะเห็นความจริงของกายของใจ ตรงที่มีสติรู้กายรู้ใจนี่ถือว่าดีนะ มีสติแล้ว รู้กายรู้ใจ แต่ยังไม่มีปัญญา ตรงที่เห็นความจริงว่ากายนี้ใจนี้ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตาถึงจะเรียกว่ามีปัญญา พอมีปัญญาเห็นความจริง จิตจะค่อย ๆ ลดกิเลส ๆ เป็นลำดับไป พากเพียรเอานะ ที่เหลือคือพวกเราต้องช่วยตัวเองแล้ว หลวงพ่อช่วยไม่ไหวแล้วนะ ขนาดพระพุทธเจ้าท่านยังบอกว่า “ท่านเป็นแค่ผู้บอกทาง” แล้วหลวงพ่อจะเป็นแค่อะไรละ หลวงพ่อก็เป็นแค่ผู้จำทางมาบอก

“พระพุทธเจ้าท่านเป็นผู้บอกทาง หลวงพ่อเป็นเพียงผู้จำทางมาบอก พวกเรามีหน้าที่เดินทาง เส้นทางสายนี้ยังมีคนเดินอยู่ ยังไม่ขาดสาย ยังไม่ขาดระยะ ต้องรีบเดิน ถ้าขาดช่วงเมื่อไหร่จะหาเส้นทางนี้ได้อีกยากแสนยาก นานหนักหนากว่าจะมีผู้รู้เส้นทางนี้ขึ้นมา กว่าพระพุทธเจ้าจะค้นพบเส้นทางเส้นนี้ มีโอกาสแล้ว รู้ทางแล้ว ต้องรีบเดิน พระพุทธเจ้าเดินนำหายไปก่อนแล้ว ครูบาอาจารย์เดินตามหลังมา ยังเห็นรอยเท้าอยู่ นานไปรอยเท้านี้หายไป เพราะฉะนั้น เราต้องรีบเดินตาม  ก่อนที่รอยเท้าของท่านจะหายไปหมด”

ไม่มีอะไรมากหรอกนะ รู้สึกตัว รู้สึกตัวแล้วค่อย ๆ รู้สึกกายอย่างที่เขาเป็น รู้ใจอย่างที่เขาเป็น อย่าเเพ่งกาย อย่าเพ่งใจ อย่าไปกำหนดจดจ้อง ที่กำหนด ๆ นั้นนะ มันไม่ใช่นะ มันเป็นสมถะ  กำหนด แปลว่า กด กำหนดเป็นภาษาเขมรนะ มาจากคำว่ากดนั่นเอง กด กดไว้ ข่มไว้ ให้เรารู้ ไม่ใช่ให้เราบังคับ รู้ไปเรื่อยจนเห็นความจริง เห็นความจริงแล้วก็หลุดพ้นไป

พระพุทธเจ้าบอกว่า “เพราะเห็นตามความเป็นจริงจึงเบื่อหน่าย เพราะเบื่อหน่ายจึงคลายกำหนด เพราะคลายกำหนัดจึงหลุดพ้น เพราะหลุดพ้นจึงรู้ว่าหลุดพ้นแล้ว ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำทำเสร็จแล้ว กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้ไม่มีอีก” งานนี้เสร็จ จบแล้วนิ เสร็จกิจแล้วนี่ ก็หมดแค่นี้แหละ ที่เหลือไปทำเอาเอง

CD ศาลาลุงชินครั้งที่ ๒๑

510615

2045 – 2401

หมายเหตุ คลิปธรรมะที่ปรากฏอยู่บนเว็บไซต์ Dhammada.net (ธรรมดา ด็อต เน็ต) คือเสียงการแสดงธรรมเพียงบางช่วง บางตอน ของ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช สวนสันติธรรม ศรีราชา ชลบุรี ซึ่งทางกลุ่มธรรมดาเป็นผู้จัดทำเพื่อให้เป็นหมวดหมู่ และยังมีเรื่องของการตอบคำถามเฉพาะเรื่องเฉพาะบุคคลด้วย ดังนั้นจึงยังไม่ใช่ข้อสรุปของการสอนธรรมะของท่านแต่อย่างใด รวมทั้งคำพูดหรือศัพท์บัญญัติที่ใช้ อาจเป็นที่เข้าใจเฉพาะกับผู้ถามเท่านั้น มิใช่การพูดเป็นการทั่วไป จึงขอความกรุณาอย่าได้นำไปใช้อ้างอิงในที่ใดโดยเด็ดขาด ขอเป็นเพียงการฟังเพื่อเข้าใจแนวทาง และเพื่อเป็นกำลังใจในการภาวนาเท่านั้น
อนึ่ง Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทางสวนสันติธรรมแต่อย่างใด

เรื่องที่เกี่ยวข้อง:

การปฎิบัติธรรมไม่ใช่มุ่งจะเอาให้ได้ จะทำให้ได้ แต่มุ่งเรียนให้เห็นความจริง

mp3 (for download) : การปฎิบัติธรรมไม่ใช่มุ่งจะเอาให้ได้

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : อย่ากังวลนะ มันไม่ได้ยากอย่างที่คิดหรอก มันคือเส้นผมที่บังภูเขานิดเดียว เพียงแต่ใจของเรามันดิ้นไม่เลิก มันคิดว่าจะทำให้ได้ มันจะเอาให้ได้ มันเอาไม่ได้ การปฏิบัติธรรมไม่ใช่มุ่งที่จะเอาให้ได้ ไม่ใช่มุ่งที่จะทำให้ได้ แต่มุ่งเรียนเพื่อให้เห็นความจริงว่ากายนี้ใจนี้บังคับไม่ได้หรอก กายนี้ใจนี้ไม่เที่ยง กายนี้ใจนี้เป็นทุกข์นะ ไม่ใช่เป็นสุข

ถ้าเราตั้งเป้าหมายของการปฏิบัติ อยากให้จิตนี้มีความสุขถาวร อยากให้จิตนี้ดีถาวร เราก็จะดิ้นไปเรื่อยๆ ทำอย่างไรก็ทำไม่ได้หรอก มันจะดิ้นไปจนวันหนึ่งมันยอมรับความจริงว่าทำไม่ได้หรอก ตรงที่มันยอมรับความจริงนี้มันจะวาง ปล่อยวางความยึดถือกาย ปล่อยวางความยึดถือจิต ความพ้นทุกข์เกิดขึ้นเพราะปล่อยวางความยึดถือขันธ์ ความพ้นทุกข์ไม่ใช่อยู่ที่ไปบังคับของไม่เที่ยงให้เที่ยง ของที่เป็นทุกข์ให้สุข ของที่บังคับไม่ได้ให้บังคับได้ ความไม่รู้ของเรานี่แหละ พาให้เราต้องดิ้นรนฝืนธรรมชาติ จิตเป็นของไม่เที่ยง อยากให้เที่ยง จิตเป็นทุกข์ อยากให้เป็นสุข เพราะฉะนั้น ความพ้นทุกข์ไม่ใช่เกิดจากการฝึกจนมันดีถาวรมันสุขถาวร ความพ้นทุกข์อยู่ที่เราไปเห็นความจริงแล้วก็ยอมรับความจริงว่าขันธ์ห้านี้ไม่สุขหรอก ไม่ดีหรอก วางลงไปก็พ้นทุกข์ตรงนั้น

CD สวนสันติธรรม 10

481002A

19.29 – 21.04

หมายเหตุ คลิปธรรมะที่ปรากฏอยู่บนเว็บไซต์ Dhammada.net (ธรรมดา ด็อต เน็ต) คือเสียงการแสดงธรรมเพียงบางช่วง บางตอน ของ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช สวนสันติธรรม ศรีราชา ชลบุรี ซึ่งทางกลุ่มธรรมดาเป็นผู้จัดทำเพื่อให้เป็นหมวดหมู่ และยังมีเรื่องของการตอบคำถามเฉพาะเรื่องเฉพาะบุคคลด้วย ดังนั้นจึงยังไม่ใช่ข้อสรุปของการสอนธรรมะของท่านแต่อย่างใด รวมทั้งคำพูดหรือศัพท์บัญญัติที่ใช้ อาจเป็นที่เข้าใจเฉพาะกับผู้ถามเท่านั้น มิใช่การพูดเป็นการทั่วไป จึงขอความกรุณาอย่าได้นำไปใช้อ้างอิงในที่ใดโดยเด็ดขาด ขอเป็นเพียงการฟังเพื่อเข้าใจแนวทาง และเพื่อเป็นกำลังใจในการภาวนาเท่านั้น
อนึ่ง Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทางสวนสันติธรรมแต่อย่างใด

เรื่องที่เกี่ยวข้อง:

คนในโลกนี้ทะเลาะวิวาทกันเพราะตัณหาและทิฐิทั้งสิ้น

mp3 (for download) : คนในโลกนี้ทะเลาะวิวาทกันเพราะตัณหาและทิฐิทั้งสิ้น

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.


หลวงพ่อปราโมทย์ : สังเกตไหมสิ่งที่ทุกข์อยู่ที่ไหน ความทุกข์อยู่ที่กายใช่ไหม ความทุกข์อยู่ที่ใจ ความทุกข์ไม่ได้อยู่ที่อื่น   ยิ่งถ้าเรารู้สึกว่านี่เป็นกายเรานะ พอร่างกายนี้แก่ลงไป พอร่างกายนี้เจ็บป่วย พอร่างกายจะตาย มันเสียดายทุรนทุรายมันมีความทุกข์มากมาย   ร่างกายเป็นอะไรนิดๆหน่อยๆก็เต็มไปด้วยความทุกข์ ทุกข์ทางใจมันเกิดขึ้นมา   หรือเราเห็นว่าจิตใจนี้เป็นตัวเรา พอจิตใจเป็นตัวเราเดี๋ยวก็จะเกิดตัณหาเดี๋ยวก็เกิดทิฐิ พอมีเราก็จะมีความอยากโน่นอยากนี่เพื่อให้เรามีความสุขเพื่อให้เราพ้นทุกข์

ไม่ใช่เฉพาะอยากอย่างเดียวนะ ยังเจ้าความคิดเจ้าความเห็น ว่าฉันคิดอย่างนี้ฉันเชื่ออย่างนี้ สิ่งที่ฉันคิดฉันเชื่ออย่างนี้ดีที่สุด คนอื่นคิดผิดเชื่อผิด   พอมันไปเห็นว่ามีเรา ตัณหาและทิฐิจะเข้ามาแทรก พอเข้ามาแทรกแล้วอะไรเกิดขึ้น   ในโลกนี้เมื่อไรตัณหาเกิดขึ้นในใจเรานะเราจะทุกข์ทันทีเลย จิตใจจะมีความทุกข์จะเกิดขึ้น   เมื่อไรเรายึดถือความคิดความเห็นของตัวเองเมื่อนั้นความทุกข์จะเกิดขึ้น    คนในโลกนี้ทะเลาะวิวาทกันเพราะตัณหาและทิฐิทั้งสิ้น ไม่ได้ทะเลาะวิวาทกันด้วยปัจจัยอย่างที่สาม คนทั้งหลายทะเลาะกันด้วยตัณหาและทิฐิ ตัณหาก็คือมันอยาก ต่างคนต่างอยาก ความอยากมันขัดแย้งกันมันก็อยู่ด้วยกันไม่ได้ หรือบางทีความอยากมันตรงกันก็อยู่ด้วยกันไม่ได้ ตัวอย่างเช่น อยากเป็นนายกด้วยกัน ความอยากมันตรงกันนะมันเลยอยู่ด้วยกันไม่ได้   มีความอยากขึ้นมาคนก็ทะเลาะวิวาทกัน  มีทิฐิคือมีความคิดความเห็นคนก็ทะเลาะกัน   เห็นแตกต่างกันก็ตีกัน   เดี๋ยวนี้คนไทยจะบ้ากันไปหมดแล้ว กระทั่งคนในบ้านเดียวกันยังมีหลายฝ่ายทะเลาะกันเอง เริ่มตีกันเองเริ่มพูดกันไม่ได้แล้วในบ้าน   แต่เดิมอยู่แค่ในสังคมใหญ่ๆ แล้วลามเข้าไปอยู่ในที่ทำงาน มีฝ่ายซ้ายฝ่ายขวาแต่ก่อนนี้เดี๋ยวนี้เรียกฝ่ายอะไรไม่รู้นะหลวงพ่อไม่ได้ตามข่าว มันลามเข้ามาอยู่ในบ้าน เห็นไหมว่าคนมันทะเลาะกันเพราะความเห็นมันขัดแย้งกัน ทะเลาะกันเพราะผลประโยชน์มันขัดแย้งกัน

ทำไมต้องยึดถือในความเห็นยึดถือในผลประโยชน์ เพราะมันมีตัวเรา ถ้าไม่มีเราสักอย่างเดียวมันจะไปแย่งผลประโยชน์กับใคร ถ้าไม่มีเราสักอย่างเดียวมันก็ไม่มีความคิดเห็นของเรา ความคิดความเห็นมีนะแต่ไม่ได้ยึดถือว่าคนอื่นต้องเชื่อตาม ในโลกมันวุ่นวายจิตใจของเราเร่าร้อนเพราะตัณหาเพราะทิฐิ   มีตัณหามีทิฐิเพราะยังหลงผิดว่ามีเราอยู่ ถ้าเราภาวนาจนวันหนึ่งถอดถอนความเห็นผิดได้ว่ามีเราได้ชีวิตจะสบายขึ้นเยอะเลย เพราะฉะนั้นพระโสดาบันชีวิตจะมีความสุขเพิ่มขึ้นอีกมากเลย ไม่ต้องพูดถึงขนาดพระอรหันต์ผู้ซึ่งหมดความยึดถือในกายในจิต

CD สวนสันติธรรม 27

511115

13.36 – 16.42

หมายเหตุ คลิปธรรมะที่ปรากฏอยู่บนเว็บไซต์ Dhammada.net (ธรรมดา ด็อต เน็ต) คือเสียงการแสดงธรรมเพียงบางช่วง บางตอน ของ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช สวนสันติธรรม ศรีราชา ชลบุรี ซึ่งทางกลุ่มธรรมดาเป็นผู้จัดทำเพื่อให้เป็นหมวดหมู่ และยังมีเรื่องของการตอบคำถามเฉพาะเรื่องเฉพาะบุคคลด้วย ดังนั้นจึงยังไม่ใช่ข้อสรุปของการสอนธรรมะของท่านแต่อย่างใด รวมทั้งคำพูดหรือศัพท์บัญญัติที่ใช้ อาจเป็นที่เข้าใจเฉพาะกับผู้ถามเท่านั้น มิใช่การพูดเป็นการทั่วไป จึงขอความกรุณาอย่าได้นำไปใช้อ้างอิงในที่ใดโดยเด็ดขาด ขอเป็นเพียงการฟังเพื่อเข้าใจแนวทาง และเพื่อเป็นกำลังใจในการภาวนาเท่านั้น
อนึ่ง Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทางสวนสันติธรรมแต่อย่างใด

เรื่องที่เกี่ยวข้อง:

ชาวพุทธไม่งอมืองอเท้า ต้องช่วยตัวเอง

mp3 (for download) : ชาวพุทธไม่งอมืองอเท้า ต้องช่วยตัวเอง

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : คือ จิตใจที่มันเข้าไม่ถึงธรรมะนี่มันอ่อนแอ มันพร้อมจะหาอะไรก็ได้ที่มาช่วยเรา ส่วนจิตใจของชาวพุทธนี่เป็นจิตใจที่ห้าวหาญ เข้มแข็ง ช่วยตัวเอง ไม่งอมืองอเท้านะ ช่วยตัวเอง ช่วยตัวเองอยู่ในหลักของศีลธรรมที่พระพุทธเจ้าบอก

อย่างเกิดมายากจนไม่ใช่ไปขอให้เทวดาช่วยให้หายจน อันนั้นโง่นะ ถอยหลังไปหลายพันปีเลย เกิดมาจนแล้วก็หาอะไรมาห้อยไว้ให้เฮง ให้รวย โอ ไม่เฮงรวยอะไร มันเฮงซวย อย่างน้อยเสียเงินไปเป็นแสนๆ นะ ไปซื้อมาบางที อยากรวยเหรอ พระพุทธเจ้าก็สอน ไม่ใช่ไม่สอน เห็นไหม

ขยันทำมาหากิน ‘อุฏฐานสัมปทา’ ขยันหาทรัพย์อย่ามัวรีรอ งานสุจริตนั้นมีเกียรติพอ อย่ารั้งรอเร่ง อะไรนะ เร่งทำกิน อะไรอย่างนี้นะ

ได้มาแล้วต้องรู้จักอารักขา ‘อารักขสัมปทา’ ได้สมบัติมาต้องรู้จักรักษา

ต้องรู้จัก ‘กัลยาณมิตตตา’ คบคนที่ดี คนที่แนะนำในสิ่งที่มีประโยชน์ ตั้งแต่ประโยชน์ในการทำมาหากิน จนกระทั่งประโยชน์ในการดำรงชีวิต ไปคบคนที่ไม่ดีชักพาไปในทางเสียหาย อย่างไรก็ไม่รวย แล้วอีกอันหนึ่งอะไรนะ ลืมไปแล้ว

‘สมณตตา (สมชีวิตา*)’ เสมอต้นเสมอปลาย ใช้ชีวิตพอเหมาะพอควร แบบพอเหมาะพอควร ไม่บริโภคอะไรที่มันเป็นส่วนเกินมากนัก ทุกวันนี้เราบริโภคส่วนเกินนี่มหาศาลเลย อย่างเสื้อตัวหนึ่ง ร้อยบาทสองร้อยบาทก็มีใช่ไหม ต้องใส่ตัวหมื่นสองหมื่น เราบริโภคส่วนต่างตรงนี้นะ จริงๆ ไม่ได้บริโภคอะไร ถูกเขาหลอก ใส่แล้วมันโก้นะ ใส่แล้วมันภูมิใจ ไม่เหมือนคนอื่น หรือเหนือคนอื่น ดูสิ อยากเหนือคนอื่นนะ คือเซิร์ฟ (serve) อัตตา ถ้าได้ใส่สินค้านี้ มีสินค้านี้แล้วมันเหนือคนอื่น มันเซิร์ฟอัตตาทั้งหมดเลยเห็นไหม มันเอากิเลสมาหรอกเรานะ ให้เรายากจน มีเงินเท่าไรก็ไปทุ่มให้เขาหมด

ถ้าเราเป็นชาวพุทธดำรงชีวิตอย่างมีสติมีปัญญานะ รู้จักหากิน รู้จักดำรงตน รู้จักใช้จ่ายอะไรให้พอเหมาะพอควร ไม่จนหรอก

* หลวงพ่อปราโมทย์กล่าวถึงสมชีวิตา อ่านเพิ่มเติมเรื่อง ทิฏฐธัมมิกัตถสังวัตตนิกธรรม 4 (ธรรมที่เป็นไปเพื่อประโยชน์ในปัจจุบัน, หลักธรรมอันอำนวยประโยชน์สุขขั้นต้น) ได้ที่ http://84000.org/tipitaka/dic/d_item.php?i=144

CD สวนสันติธรรม 19

File 500331A

5.00 – 7.36

หมายเหตุ คลิปธรรมะที่ปรากฏอยู่บนเว็บไซต์ Dhammada.net (ธรรมดา ด็อต เน็ต) คือเสียงการแสดงธรรมเพียงบางช่วง บางตอน ของ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช สวนสันติธรรม ศรีราชา ชลบุรี ซึ่งทางกลุ่มธรรมดาเป็นผู้จัดทำเพื่อให้เป็นหมวดหมู่ และยังมีเรื่องของการตอบคำถามเฉพาะเรื่องเฉพาะบุคคลด้วย ดังนั้นจึงยังไม่ใช่ข้อสรุปของการสอนธรรมะของท่านแต่อย่างใด รวมทั้งคำพูดหรือศัพท์บัญญัติที่ใช้ อาจเป็นที่เข้าใจเฉพาะกับผู้ถามเท่านั้น มิใช่การพูดเป็นการทั่วไป จึงขอความกรุณาอย่าได้นำไปใช้อ้างอิงในที่ใดโดยเด็ดขาด ขอเป็นเพียงการฟังเพื่อเข้าใจแนวทาง และเพื่อเป็นกำลังใจในการภาวนาเท่านั้น
อนึ่ง Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทางสวนสันติธรรมแต่อย่างใด

เรื่องที่เกี่ยวข้อง:

Page 1 of 41234