<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>
<channel>
	<title>Dhammada.net &#187; ขี้เกียจ</title>
	<atom:link href="http://www.dhammada.net/category/%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%b2/%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%88/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.dhammada.net</link>
	<description>คือความเรียบง่าย คือธรรมะ คือธรรมดา</description>
	<lastBuildDate>Mon, 06 Feb 2012 11:47:54 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.1</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<xhtml:meta xmlns:xhtml="http://www.w3.org/1999/xhtml" name="robots" content="noindex" />
		<item>
		<title>คนใจร้อน ให้ดูจิตที่เคลื่อนไหว</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2012/02/02/13579/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2012/02/02/13579/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 01 Feb 2012 21:36:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ok2077</dc:creator>
				<category><![CDATA[การภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[ขี้เกียจ]]></category>
		<category><![CDATA[ขี้โมโห / ขี้หงุดหงิด / เจ้าโทสะ]]></category>
		<category><![CDATA[ทางโลก ทางธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[โทสะ]]></category>
		<category><![CDATA[งานเยอะ]]></category>
		<category><![CDATA[ดูจิต]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญญา]]></category>
		<category><![CDATA[วินัย]]></category>
		<category><![CDATA[สติ]]></category>
		<category><![CDATA[หงุดหงิด]]></category>
		<category><![CDATA[อารมณ์]]></category>
		<category><![CDATA[เดินจงกรม]]></category>
		<category><![CDATA[เหวี่่ยง]]></category>
		<category><![CDATA[ใจร้อน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=13579</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>mp 3 (for download) :</strong> <a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2012/01/520719-discipline-dd.mp3" target="_blank"><strong>คนใจร้อน ให้ดูจิตที่เคลื่อนไหว</strong></a></p>
<div id="attachment_13631" class="wp-caption alignnone" style="width: 410px"><img class="size-large wp-image-13631" src="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2012/02/Angry-Birds-Facebook-Release-Date-400x211.jpg" alt="คนใจร้อน ให้ดูจิตที่เคลื่อนไหว" width="400" height="211" /><p class="wp-caption-text">คนใจร้อน ให้ดูจิตที่เคลื่อนไหว</p></div>
<p><strong>โยม : </strong>จะขอคำแนะนำพระอาจารย์ว่าดูสภาวะจิตนะค่่ะ แล้วอีกคำถามก็คือว่าอยากขอคำแนะนำที่เหมาะสมในเรื่องของวิหารธรรมที่เหมาะสมกับตัวหนูค่ะ</p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์ :</strong> เราเป็นคนใจร้อนนะ เพราะงั้นเราดูจิตดูใจที่มันเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงเนี่ยมันเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงรวดเร็วเลย รู้สึกมั้ยอารมณ์ของเรามันเหวี่ยงขึ้นเหวี่ยงลงไปเรื่อยๆนะ นั่นแหล่ะดูไป เห็นแต่อารมณ์เดี๋ยวก็ดีเดี๋ยวก็ร้าย เดี๋ยวก็สุขเดี๋ยวก็ทุกข์นะ เดี๋ยวก็หงุดหงิดอะไรงี้ ไหลมาไหลไปเดี๋ยวก็หงุดหงิดอีก พอมีสติรู้ความหงุดหงิดหายไปอีกซักพักก็มาอีกอะไรงี้ เฝ้ารู้อยู่อย่างนี้บ่อยๆ</p>
<p><strong>ในที่สุดปัญญามันเกิดมันจะเห็นเลยทุกอย่างผ่านมาแล้วผ่านไป ทุกอย่างเป็นของถูกรู้ถูกดู ทุกอย่างไม่ใช่ตัวเราหรอก</strong> ของคุณทำในรูปแบบด้วยนะ พยายามไป อดทน เดินจงกรม เห็นร่างกายมันเดินไป ถึงวันหนึ่งใจมันมีเรี่ยวแรงขึ้นมา</p>
<p><span style="color: #000080"><strong><span style="color: #800000">มีผู้หญิงคนหนึ่งนะ ไปเรียนกับหลวงพ่อ เมื่อหลายเดือนแล้ว มาเดือนพฤศจิกายนไปเรียนแล้วถามหลวงพ่อว่าที่ภาวนาอยู่เป็นยังไง หลวงพ่อก็บอกว่า ภาวนาก็รู้หลักอยู่แล้ว ภาวนาก็ใช้ได้อยู่แล้ว แล้วก็เงียบๆนะไม่พูดต่อแล้ว เขาก็ถามหลวงพ่อว่าเขาขาดวินัยในการปฏิบัติใช่ไหม บอกว่า ใช่ ตั้งแต่นั้นนะ เดินจงกรมทุกวันเลย คนนี้งานเยอะนะ ดูแลบ้านดูแลครอบครัวดูแลลูกดูแลสามี งานเยอะมากเลย พอดูแลเสร็จแล้วก็ไปทำงาน ดูแลบริษัทอีก ๕ บริษัท กลับมาถึงบ้านนะ กว่าจะมีเวลาส่วนตัวเนี่ย ๕ ทุ่มแล้ว ๕ ทุมถ้าเป็นพวกเราทำงานมาตึ้งแต่เช้ามืดยัน ๕ ทุ่ม เราก็มีข้ออ้างแล้วใช่ไหม ขอนอน นี่ คนนี้ฮึดสู้นะ ลุกขึ้ันเดินจงกรม ยังไม่นอนนะ เดินจงกรมไปชั่วโมงกว่า เที่ยงคืนหมดเรี่ยวหมดแรงไปนอน นอนไปตี่นหนึ่งนะ ก็ลุกขึ้นมาเดินอีก เขาฝึกของเขามาอย่างนี้ด้วยความยากลำบากนะ แต่ว่าไม่ท้อถอยเลย เขาฝึกจนกระทั่งวันหนึ่งใจมันเป็นกลางกับทุกสิ่งทุกอย่าง ใจมันถอดถอนตัวเองออกมา เราค่อยฝึกเอา ใช้เวลาราวๆ ๗ เดินเอง ของเราอย่าขึ้เกียจนะ แล้วเราอย่าอ้างว่างานเยอะ งานทั้งหลายที่เราทำอยู่ทุกวันนี้เพื่อจะอาศัยอยู่ในโลกชั่วครั้งชั่วคราว งานในธรรมะนะข้ามภพข้ามชาติ</span> </strong></span></p>
<p>ดูเด็กนี่ เห็นไหม เด็กนี่เห็นรูปตั้งแต่เล็กๆ ยังไม่เคยฟังธรรมก็รู้จักรูปแล้ว แต่ว่าไม่รู้ชื่อมันเท่านั้นเอง คนที่เคยทำนะ มันทำง่าย</p>
<p><em><br />
หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช<br />
สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม<br />
บ้านโค้งดารา ศรีราชา<br />
ชลบุรี</em></p>
<p><em> </em></p>
<p><em>CD: ศาลาลุงชิน ครั้งที่ ๓๑<br />
File: <a href="http://02.learndhamma.com/pramote/sala/031/520719.mp3" target="_blank">520719.mp3</a><br />
ระหว่างนาทีที่ ๔๑ วินาทีที่ ๕๒ ถึง นาทีที่ ๔๔ วินาทีที่ ๒๙<br />
</em>
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2012/02/02/13579/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2012/01/520719-discipline-dd.mp3" length="2185142" type="audio/mpeg" />
<enclosure url="http://02.learndhamma.com/pramote/sala/031/520719.mp3" length="35543184" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>นิพพานไม่เหลือวิสัยมนุษย์ธรรมดา แต่ต้องทำจริง</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2011/12/29/13029/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2011/12/29/13029/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 29 Dec 2011 01:55:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>sawang156</dc:creator>
				<category><![CDATA[กำลังใจ]]></category>
		<category><![CDATA[ขี้เกียจ]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[นิพพาน]]></category>
		<category><![CDATA[คนจริง]]></category>
		<category><![CDATA[ทำจริง]]></category>
		<category><![CDATA[อ่อนแอ]]></category>
		<category><![CDATA[เข้มแข็ง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=13029</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/12/travel.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-13099" title="travel" src="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/12/travel.jpg" alt="" width="363" height="347" /></a></p>
<p><strong>mp3 (for download) :</strong> <a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/12/540910B_2.35_3.06.mp3">นิพพานไม่เหลือวิสัยมนุษย์ธรรมดา แต่ต้องทำจริง</a></p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์ :</strong> เมื่อเราฝึกไปนะเรามีดวงตาขึ้นเมื่อไหร่เราก็เห็นนิพพานอยู่ต่อหน้าต่อตานั้นแหล่ะ ไม่เหลือวิสัยที่มนุษย์ธรรมดาคนนึงจะทำได้ แต่ต้องทำจริง ทำเหลาะๆแหละๆวันนี้ภาวนาอีกเดือนนึงขี้เกียจนะมาภาวนาใหม่ไม่ได้กินหรอก ธรรมะไม่ใช่ของคนอ่อนแอ ไม่ใช่ของคนท้อแท้ ธรรมะเป็นของคนต้องต่อสู้เอา ต้องเข้มแข็ง</p>
<p><em>หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช<br />
แสดงธรรมที่ สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี<br />
แสดงธรรมเมื่อ วันที่ ๑๐ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๔ หลังฉันเช้า<br />
</em></p>
<p><em>CD: ๔๑<br />
File: <a href="http://02.learndhamma.com/pramote/cd/041/mp3/540910B.mp3">540910B</a><br />
ระหว่างนาทีที่ ๒ วินาทีที่ ๓๕ ถึงนาทีที่ ๓ วินาทีที่ ๐๖<br />
</em>
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2011/12/29/13029/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/12/540910B_2.35_3.06.mp3" length="499180" type="audio/mpeg" />
<enclosure url="http://02.learndhamma.com/pramote/cd/041/mp3/540910B.mp3" length="19208804" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>ขี้เกียจภาวนาอย่ามาคุยกันเลย</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2011/12/21/12920/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2011/12/21/12920/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 20 Dec 2011 21:57:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>sawang156</dc:creator>
				<category><![CDATA[การภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[กำลังใจ]]></category>
		<category><![CDATA[ขี้เกียจ]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[คำถาม / ปัญหาในการภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[ความเพียร]]></category>
		<category><![CDATA[อดทน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=12920</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>mp3 (for download) : <a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/12/540910B_4.28_5.58.mp3">ขี้เกียจภาวนาอย่ามาคุยกันเลย</a></strong></p>
<div id="attachment_12930" class="wp-caption alignnone" style="width: 410px"><img src="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/12/GarfieldLazy-400x300.jpg" alt="ขี้เกียจภาวนาอย่ามาคุยกันเลย" title="ขี้เกียจภาวนาอย่ามาคุยกันเลย" width="400" height="300" class="size-large wp-image-12930" /><p class="wp-caption-text">ขี้เกียจภาวนาอย่ามาคุยกันเลย</p></div>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์ : </strong>ตอนนี้ต้องจริงจังก่อนเบื้องต้น ขี้เกียจไม่ได้ เวลาส่งการบ้านนะใครมาส่งว่าขี้เกียจนะ หลวงพ่อไม่อยากคุยด้วยนะ พูดตรงๆนะขี้เกียจคุยด้วย เอ็งขี้เกียจภาวนาข้าก็ขี้เกียจคุยด้วย สอนเหมือนสอนวัวสอนควาย สอนแล้วไม่ทำสอนทำไมเสียเวลา เสียเวลาเหนื่อยเราเปล่าๆ </p>
<p>หลวงพ่อเรียนจากครูบาอาจารย์นะไม่เคยต้องให้ครูบาอาจารย์มาเร่งเร้าให้ปฏิบัติเลยนะ ท่านสั่งให้ทำอะไรทำ้ทำ ทำไปทุกวี่ทุกวันนะ ทำล้มลุกคลุกคลาน บางคราวภาวนานะแทบน้ำตาตกใน ภาวนาแล้วทำไม่ได้ซะทีไม่ดีซะที สมัยก่อนก็เป็นนะไม่ใช่ไม่เป็น ล้มลุกคลุกคลาน ลำบากแค่ไหนก็ท้นทนไม่เลิกอย่างเดียว อาศัยอดทนเอา </p>
<p>งั้นเวลาส่งการบ้านนะถ้าขี้เกียจอย่ายกมือเลยหัดขี้เกียจยกมือซะบ้าง ถ้าขี้เกียจภาวนาแล้วให้ขี้เกียจยกมือนะเพราะหลวงพ่อขี้เกียจตอบ เหนื่อยเราเปล่าๆ <strong>แต่ถ้าภาวนานะมีปัญหาติดขัดจริงๆ ต้องการความช่วยเหลือจริงๆนะ โอ้ หลวงพ่อเต็มใจช่วยนะ เมื่อก่อนเคยสอนเพื่อนๆบางคนสอนแทบจะโต้รุ่งเลยนะแก้กรรมฐานให้ เหนื่อยยังไงก็ยอม</strong></p>
<p><em>หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช<br />
แสดงธรรมที่ สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี<br />
แสดงธรรมเมื่อ วันที่ ๑๐ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๔ หลังฉันเช้า<br />
</em></p>
<p><em>CD: ๔๑<br />
File: <a href="http://02.learndhamma.com/pramote/cd/041/mp3/540910B.mp3">540910B</a><br />
ระหว่างนาทีที่ ๔ วินาทีที่ ๒๘ ถึงนาทีที่ ๕ วินาทีที่ ๕๘<br />
</em>
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2011/12/21/12920/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/12/540910B_4.28_5.58.mp3" length="1433319" type="audio/mpeg" />
<enclosure url="http://02.learndhamma.com/pramote/cd/041/mp3/540910B.mp3" length="19208804" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>อย่าหลอกตัวเองว่าเจริญสติในชีวิตประจำวันอย่างเดียวพอแล้ว</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2011/11/16/12436/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2011/11/16/12436/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 16 Nov 2011 02:45:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>sawang156</dc:creator>
				<category><![CDATA[การปฎิบัติในรูปแบบ]]></category>
		<category><![CDATA[การภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[ขี้เกียจ]]></category>
		<category><![CDATA[คำถาม / ปัญหาในการภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[จิตตั้งมั่น]]></category>
		<category><![CDATA[ตอนนี้ภาวนาเป็นอย่างไร]]></category>
		<category><![CDATA[สมถะ]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้เริ่มต้น]]></category>
		<category><![CDATA[เจริญสติในชีวิตประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[กำลัง]]></category>
		<category><![CDATA[จิตไม่มีกำลัง]]></category>
		<category><![CDATA[ปฎิบัติในรูปแบบ]]></category>
		<category><![CDATA[สติ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=12436</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>mp3 (for download) : </strong><a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/11/540730B_28.34_29.03.mp3">อย่าหลอกตัวเองว่าเจริญสติในชีวิตประจำวันอย่างเดียวพอแล้ว</a></p>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong></p>
<div id="attachment_12449" class="wp-caption alignnone" style="width: 310px"><a rel="attachment wp-att-12449" href="http://www.dhammada.net/2011/11/16/12436/goodboy/"><img class="size-medium wp-image-12449" title="อย่าหลอกตัวเอง" src="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/11/GoodBoy-300x345.gif" alt="อย่าหลอกตัวเอง" width="300" height="345" /></a><p class="wp-caption-text">อย่าหลอกตัวเอง</p></div>
<p></strong></p>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong>โยม : </strong>หลังๆ ขยันทำในรูปแบบมากขึ้น รู้สึกว่าการภาวนามันเริ่มก้าวหน้าครับ</p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์ : </strong>อืม <strong>ต้องทำ ถ้าเราไม่ทำในรูปแบบนะ หลอกตัวเองว่าเราเจริญสติในชีวิตประจำพอแล้ว ไม่พอหรอก เจริญไปพักดียวจิตไม่มีแรง เหมือนๆเจริญแต่ไม่เจริญ</strong></p>
<p><strong>โยม : </strong>มีอะไรแนะนำเพิ่มไหมครับ</p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์ : </strong>ทำไปทำในรูปแบบทุกวันนะ แล้วพอจิตมีกำลังนะ ดูกายทำงานดูใจทำงานไป</p>
<p><em>หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช<br />
แสดงธรรมที่ สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี<br />
แสดงธรรมเมื่อ วันที่ ๓๐ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๔ หลังฉันเช้า<br />
</em></p>
<p><em>CD: ๔๑<br />
File: <a href="http://01.learndhamma.com/pramote/cd/041/128/540730B.mp3">540730B</a><br />
ระหว่างนาทีที่ ๒๘ วินาทีที่ ๓๔ ถึงนาทีที่ ๒๙ วินาทีที่ ๐๓<br />
</em>
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2011/11/16/12436/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/11/540730B_28.34_29.03.mp3" length="461563" type="audio/mpeg" />
<enclosure url="http://01.learndhamma.com/pramote/cd/041/128/540730B.mp3" length="50300262" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>คนจริงถึงจะได้ของจริง เก่งแสนเก่งแต่เหยาะแหยะไม่ได้หรอก</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2011/10/07/11823/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2011/10/07/11823/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 06 Oct 2011 22:14:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>sawang156</dc:creator>
				<category><![CDATA[การปฎิบัติธรรมคืออะไร]]></category>
		<category><![CDATA[การปฎิบัติในรูปแบบ]]></category>
		<category><![CDATA[การภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[ก่อนลงมือปฎิบัติ]]></category>
		<category><![CDATA[ขี้เกียจ]]></category>
		<category><![CDATA[คำถาม / ปัญหาในการภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้เริ่มต้น]]></category>
		<category><![CDATA[เจริญสติในชีวิตประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[คนจริง]]></category>
		<category><![CDATA[ความเพียร]]></category>
		<category><![CDATA[ฆราวาส]]></category>
		<category><![CDATA[ต่อเนื่อง]]></category>
		<category><![CDATA[สู้]]></category>
		<category><![CDATA[เพียร]]></category>
		<category><![CDATA[เหยาะแหยะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=11823</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>mp3 for download :</strong> <a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/10/510308_1.28_2.46.mp3" target="_blank">คนจริงถึงจะได้ของจริง เก่งแสนเก่งแต่เหยาะแหยะไม่ได้หรอก</a></p>
<div id="attachment_11854" class="wp-caption alignnone" style="width: 410px"><img src="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/10/john-lopez-running-horse-ii.jpg" alt="คนจริงถึงจะได้ของจริง เก่งแสนเก่งแต่เหยาะแหยะไม่ได้หรอก" title="คนจริงถึงจะได้ของจริง เก่งแสนเก่งแต่เหยาะแหยะไม่ได้หรอก" width="400" height="400" class="size-full wp-image-11854" /><p class="wp-caption-text">คนจริงถึงจะได้ของจริง เก่งแสนเก่งแต่เหยาะแหยะไม่ได้หรอก</p></div>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์ : </strong>ครูบาอาจารย์แต่ละองค์ๆ กว่าจะดีได้ไม่มีฟลุ๊คหรอก แลกมาสาหัสสากรรจ์ แต่ละองค์ๆไม่มีลูกฟลุ๊คนะ ภาวนามาอย่างล้มลุกคลุกคลาน ทุกคนๆแหละ</p>
<p>เนี่ยพวกเราภาวนา เราอย่านึกว่า เหยาๆแหยะๆแล้วจะได้ <strong>ฆราวาสนี้มีจุดอ่อนคือ ไม่ต่อเนื่อง จุดอ่อนอยู่ที่ความต่อเนื่อง เอาไม่จริงน่ะ ถ้าเอาจริงก็ได้</strong> แต่ส่วนใหญ่ใจไม่ถึงหรอก เหยาะๆแหยะๆ ทำบ้างหยุดบ้าง</p>
<p>คนไม่จริงก็ได้ของไม่จริง <strong>คนจริงนะต้องใจถึงจริงๆ ใจถึงจริงต้องเข้มแข็ง มีความอดทนอดกลั้น ขันตินั้นสำคัญมากนะ จะเก่งแสนเก่งนะ แต่ว่าทำเหยาะๆแหยะๆ ไม่ได้กินหรอก ต้องพากเพียรจริงๆเลย</strong></p>
<p><strong>แล้วคำสอนทั้งหลายนะ สับสนอลม่านมากนะ ยุคนี้ ต้องศึกษาด้วย เป็นคนจริงอย่างเดียว เป็นคนจริงแบบวัวแบบควายใช้ไม่ได้ ต้องศึกษาว่าจริงๆแล้วพระพุทธเจ้าสอนอะไร</strong></p>
<p><em> หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช<br />
แสดงธรรมที่ สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี<br />
แสดงธรรมเมื่อ วันที่ ๘ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๑ หลังฉันเช้า<br />
</em></p>
<p><em>CD: ๒๔<br />
File: <a href="http://usa.learndhamma.com/pramote/cd/024/128/510308.mp3" target="_blank">510308</a><br />
ระหว่างนาทีที่ ๑ วินาทีที่ ๒๘ ถึงนาทีที่ ๒ วินาทีที่ ๔๖<br />
</em>
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2011/10/07/11823/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/10/510308_1.28_2.46.mp3" length="1256025" type="audio/mpeg" />
<enclosure url="http://usa.learndhamma.com/pramote/cd/024/128/510308.mp3" length="23664878" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>อย่าขี้เกียจนะ หยุดเมื่อไหร่จะถอยหลัง</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2011/09/24/11579/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2011/09/24/11579/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 23 Sep 2011 22:21:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>sawang156</dc:creator>
				<category><![CDATA[การภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[กำลังใจ]]></category>
		<category><![CDATA[ขี้เกียจ]]></category>
		<category><![CDATA[คำถาม / ปัญหาในการภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[ความเพียร]]></category>
		<category><![CDATA[ถอยหลัง]]></category>
		<category><![CDATA[พายเรือทวนน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[เพียร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=11579</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>mp3 for download :</strong> <a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/09/510324B_36.31_37.07.mp3">อย่าขี้เกียจนะ หยุดเมื่อไหร่จะถอยหลัง</a></p>
<div id="attachment_11672" class="wp-caption alignnone" style="width: 410px"><img src="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/09/size0-army.mil-29782-2009-02-10-080225-400x375.jpg" alt="อย่าขี้เกียจนะ หยุดเมื่อไหร่จะถอยหลัง" title="อย่าขี้เกียจนะ หยุดเมื่อไหร่จะถอยหลัง" width="400" height="375" class="size-large wp-image-11672" /><p class="wp-caption-text">อย่าขี้เกียจนะ หยุดเมื่อไหร่จะถอยหลัง</p></div>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์ : </strong><strong>ที่ฝึกอยู่ใช้ได้แล้วนะ อย่าขี้เกียจเท่านั้นแหละ ดูไปเรื่อยๆอย่าเว้นวรรคนะ การปฏิบัติเหมือนพายเรือทวนน้ำ ถ้าเว้นวรรคหยุดเมื่อไหร่นะ จะถอยหลัง</strong> แล้วก็พอถอยหลังนะ รวบรวมแรงมาพายอีก ทวนน้ำขึ้นไปอีกสักพักนะ เดี๋ยวก็หยุดแล้วถอยหลังอีก พอถอยหลังหลายๆหนแล้วนะ จะหมดแรง หมดกำลังใจที่จะปฏิบัติ</p>
<p><strong>มันเหมือนเราพายเรือทวนน้ำจะขึ้นแก่งสักอันหนึ่ง ต้องฮึดๆ ฮึดๆ นะ สู้ตาย ดูเรื่อยๆอย่าหยุด พอมันขึ้นไปได้แล้ว เฮ่อ..พ้นแก่งที่หนึ่งแล้วค่อยยังชั่วแล้ว น้ำจะค่อยๆอ่อนลงๆ</strong></p>
<p><em> หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช<br />
แสดงธรรมที่ สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี<br />
แสดงธรรมเมื่อ วันที่ ๒๔ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๑ หลังฉันเช้า<br />
</em></p>
<p><em>CD: ๒๔<br />
File: <a href="http://01.learndhamma.com/pramote/cd/024/mp3/510324B.mp3">510324B</a><br />
ระหว่างนาทีที่ ๓๖ วินาทีที่ ๓๑ ถึงนาทีที่ ๓๗ วินาทีที่ ๐๗<br />
</em>
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2011/09/24/11579/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/09/510324B_36.31_37.07.mp3" length="583948" type="audio/mpeg" />
<enclosure url="http://01.learndhamma.com/pramote/cd/024/mp3/510324B.mp3" length="32992672" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>การเปลี่ยนสภาพแวดล้อมใหม่ๆบ้าง จะช่วยกระตุ้นให้จิตใจคึกคักเข้มแข็ง</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2011/05/31/9342/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2011/05/31/9342/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 30 May 2011 21:57:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ok2077</dc:creator>
				<category><![CDATA[การภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[ขี้เกียจ]]></category>
		<category><![CDATA[คำถาม / ปัญหาในการภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[จิต]]></category>
		<category><![CDATA[ซึม]]></category>
		<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมะในชีวิตประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[ฟุ้งซ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[กระตุ้นจิตใจ]]></category>
		<category><![CDATA[ธัมมสัปปายะ]]></category>
		<category><![CDATA[บุคคลสัปปายะ]]></category>
		<category><![CDATA[สัปปายะ]]></category>
		<category><![CDATA[อาวาสสัปปายะ]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารสัปปายะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=9342</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>mp 3 (for download) :</strong> <a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/05/491118A-change-dd.mp3" target="_blank"><strong>การเปลี่ยนสภาพแวดล้อมใหม่ๆบ้าง จะช่วยกระตุ้นให้จิตใจคึกคักเข้มแข็ง</strong></a></p>
<div id="attachment_9523" class="wp-caption alignnone" style="width: 410px"><img src="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/05/forest-400x260.jpg" alt="การเปลี่ยนสภาพแวดล้อมใหม่ๆบ้าง จะช่วยกระตุ้นให้จิตใจคึกคักเข้มแข็ง" title="การเปลี่ยนสภาพแวดล้อมใหม่ๆบ้าง จะช่วยกระตุ้นให้จิตใจคึกคักเข้มแข็ง" width="400" height="260" class="size-large wp-image-9523" /><p class="wp-caption-text">การเปลี่ยนสภาพแวดล้อมใหม่ๆบ้าง จะช่วยกระตุ้นให้จิตใจคึกคักเข้มแข็ง</p></div>
<p><strong>โยม:</strong>  เวลาทำงานน่ะค่ะหรือว่าเวลาที่อยู่กับคนอื่น มีสติดูกายดูใจน้อย ไม่เหมือนกับอยู่คนเดียว หรือว่ามาอยู่ต่อหน้าหลวงพ่อ หรือว่าอยู่ในบรรยากาศที่มันสัปปายะน่ะค่ะ</p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์:</strong> จิตใจเรายังไม่แข็งแกร่ง เราต้องเลือกสิ่งที่สัปปายะ</p>
<p><strong>บุคคลสัปปายะ</strong> ถ้าเราไปเจอพวก toxic ก่อกวนประสาท  ภาวนายาก</p>
<p>มี<strong>สภาพแวดล้อมสัปปายะ</strong> บางคนชอบอยู่ในเมืองนะ นั่งรถไปรถติด ๆ เนี่ยภาวนาดี อย่างนี้เรียกว่ารถติดเป็นสัปปายะของเขา มีนะพวกชาวเมืองน่ะให้ไปอยู่ป่านะฟุ้งซ่านหนักเลย พวกเราที่อยู่ในเมืองมาจนชินนะลองไปอยู่ป่าวันแรกเนี่ยมันจะฟุ้งสุดๆ เลย แล้วเราจะนึกไม่ถึงว่าป่านี้เสียงดัง กลางคืนเสียงดังมากเลย เสียงประหลาด ๆ เยอะ ใจจะฟุ้งได้ง่าย มันอยู่ที่แต่ละคนไม่เหมือนกัน</p>
<p><strong>อาหารก็สัปปายะ</strong>นะ อาหารบางอย่างไม่เหมาะกับเรากินแล้วไม่สบาย จิตใจซึมกะทืออย่างนี้ใช้ไม่ได้ </p>
<p>สภาพแวดล้อมที่อยู่ <strong>ที่อยู่ก็ต้องสัปปายะ</strong> บางทีเรามาอยู่วัดไม่มีธุระอะไร อยู่บ้านมันมีธุระนะ มันมีความรับผิดชอบ มาอยู่วัดมันเหมือนไม่ต้องรับผิดชอบอะไรมาก มาอาศัยอยู่ ไม่ต้องไปดูแลอะไรมากมาย อยู่บ้านมันยังมีรายการเต็มทุกวัน ตอนนี้ทำอันนี้ ตอนนี้ทำอันนี้นะ คอยคิดล่วงหน้าไป แต่พออยู่วัดนานๆ ก็จะเหมือนอยู่บ้าน เริ่มคุ้น</p>
<p>เพราะฉะนั้น <strong>พระเวลาอยู่ที่ไหนนานๆ บางทีก็ต้องเปลี่ยนบรรยากาศ</strong> ครูบาอาจารย์บางองค์ท่านก็ให้ไปธุดงค์ บางทีท่านไม่ไว้ใจให้ไปธุดงค์ ท่านพาไปเที่ยวยังมีเลย  พาไปเที่ยวสวนเสืออะไรอย่างนี้ก็มี หลวงพ่อไม่ได้พาพระไปสวนเสือ บางองค์ก็พาไปดูน้ำตก แต่คงไม่พาไปดิสโก้เธค</p>
<p><strong>สิ่งแวดล้อมใหม่ๆ จะกระตุ้นให้ใจคึกคักเข้มแข็ง</strong> เฉื่อยๆเนือยๆนะบางทีก็ต้องเปลี่ยนสภาพแวดล้อมบ้าง จะ Active ขึ้น เหมือนเราทำงานที่เดิมหลายๆ ปีรู้สึกไหมชักเฉื่อย อะไรๆ ก็รู้หมดแล้วไม่ค่อยยอมคิดอะไรใหม่ๆ พอเปลี่ยนงานแล้ว Active นะต้องคิดใหม่เยอะแยะเลย</p>
<p><em>หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช<br />
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม<br />
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี<br />
แสดงธรรมเมื่อ วันเสาร์ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๔๙ ก่อนฉันเช้า<br />
</em></p>
<p><em>CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๑๖<br />
Track: ๙<br />
File: <a href="http://01.learndhamma.com/pramote/cd/016/mp3/491118A.mp3" target="_blank">491118A.mp3</a><br />
ระหว่างนาทีที่ ๒๑ วินาทีที่ ๑๑ ถึง นาทีที่ ๒๓ วินาทีที่ ๔๕<br />
</em>
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2011/05/31/9342/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/05/491118A-change-dd.mp3" length="6179525" type="audio/mpeg" />
<enclosure url="http://01.learndhamma.com/pramote/cd/016/mp3/491118A.mp3" length="17707784" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>พวกเราอย่าประมาท ต้องลงมือปฏิบัติตั้งแต่เดี๋ยวนี้</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2011/01/15/6192/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2011/01/15/6192/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 14 Jan 2011 22:44:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ok2077</dc:creator>
				<category><![CDATA[การภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[ก่อนลงมือปฎิบัติ]]></category>
		<category><![CDATA[ขี้เกียจ]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อคิด]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้เริ่มต้น]]></category>
		<category><![CDATA[โอวาทหลวงพ่อ]]></category>
		<category><![CDATA[ประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[พรหม]]></category>
		<category><![CDATA[พระศรีอาริย์]]></category>
		<category><![CDATA[มนุษย์]]></category>
		<category><![CDATA[สติปัฏฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[เจริญสติ]]></category>
		<category><![CDATA[เทวดา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=6192</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>mp 3 (for download) :</strong> <a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2010/12/510914-careless-dd.mp3" target="_blank"><strong>พวกเราอย่าประมาท ต้องลงมือปฏิบัติตั้งแต่เดี๋ยวนี้</strong></a></p>
<div id="attachment_6213" class="wp-caption alignnone" style="width: 310px"><img class="size-medium wp-image-6213" title="พวกเราอย่าประมาท ต้องลงมือปฏิบัติตั้งแต่เดี๋ยวนี้" src="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2010/12/252815643_9cbf53dce1-300x225.jpg" alt="พวกเราอย่าประมาท ต้องลงมือปฏิบัติตั้งแต่เดี๋ยวนี้" width="300" height="225" /><p class="wp-caption-text">พวกเราอย่าประมาท ต้องลงมือปฏิบัติตั้งแต่เดี๋ยวนี้</p></div>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์ : ถ้าเดินทางเสียแต่วันนี้นะวันข้างหน้าก็ถึง ถ้าวันนี้ไม่เริ่มต้นนะ วันข้างหน้าไปไม่ได้หรอก</strong> ลองได้ยินธรรมะเกี่ยวกับการเจริญสติจนถึงขนาดนี้แล้ว แล้วยังไม่ทำเนี่ย จะทำเมื่อไหร่ ไม่เริ่มวันนี้จะเริ่มเมื่อไหร่ รอให้แก่รึ รอให้ตายรึ หรือจะไปเริ่มชาติหน้า หรือจะไปรอพระศรีอาริย์ ถ้านิสัยสันดานขี้เกียจขี้คร้าน ไปเจอพระศรีอาริย์ก็ยิ่งขี้เกียจกว่านี้อีก เพราะสะสมนิสัยไม่ดีไป</p>
<p>เพราะฉะนั้น<strong>ต้องฝึกนะ หัดเจริญสติตั้งแต่วันนี้เลย ไม่ใช่เรื่องเหลือวิสัยที่มนุษย์คนหนึ่งจะทำได้ สติปัฏฐานนี้เป็นธรรมะที่กลางๆ ไม่ยากเกินไปไม่ง่ายเกินไปหรอก เป็นธรรมะที่พอดีๆที่มนุษย์จะทำได้</strong></p>
<p>ทำไมเหมาะกับมนุษย์ กับเทวดายังไม่เหมาะเลย พรหมก็ไม่เหมาะนะ มนุษย์นี่เหมาะที่สุดเลย เพราะอะไร? เพราะมนุษย์นี่สำส่อน ใจเราเดี๋ยวสุขเดี๋ยวทุกข์ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย เห็นมั้ย หมุนติ้วๆอยู่อย่างนี้ทั้งวัน ร่างกายของเราก็ไม่สุขเกินไปไม่ทุกข์เกินไป ทำให้ไม่ประมาทไม่มัวเมา อย่างเป็นเทวดาใช่มั้ย โอ๊ว.. มีแต่ความสุข จะดูอะไรล่ะ จะอยากปฏิบัติธรรมรึ เอาไว้ก่อนน่ะ อายุยังอีกเยอะ ถ้าเอาไว้ก่อนอายุยังอีกเยอะเนี่ยประมาทแล้ว พวกเราก็อย่าประมาทนะ ต้องลงมือปฏิบัติตั้งแต่เดี๋ยวนี้นะ ไม่ใช่ว่ามาบอกหลวงพ่อว่าขอฟังก่อนแล้วเดี๋ยวกลับบ้านจะไปปฏิบัติ นั่นพวกประมาทนะ รู้ได้อย่างไรว่าจะถึงบ้าน</p>
<p>เพราะฉะนั้น<strong>ต้องทำตั้งแต่เดี๋ยวนี้เลย มีสตินะ จิตใจเรามีความสุขขึ้นมาก็รู้ จิตใจเราฟุ้งซ่านก็รู้</strong> เห็นมั้ยพอพูดมาถึงตรงนี้จิตใจเริ่มนิ่งๆแล้วส่วนใหญ่ รู้สึกมั้ย เนี่ยรู้ลงไปอย่างนี้ รู้ลงไป</p>
<p><em><br />
CD: บ้านอารีย์ วันที่ ๑๔ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๕๑<br />
File: <a href="http://02.learndhamma.com/pramote/other/mp3/510914.mp3" target="_blank">510914.mp3</a><br />
ระหว่างนาทีที่ ๕๐ วินาทีที่ ๒๐ ถึง นาทีที่ ๕๒<br />
</em>
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2011/01/15/6192/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2010/12/510914-careless-dd.mp3" length="398864" type="audio/mpeg" />
<enclosure url="http://02.learndhamma.com/pramote/other/mp3/510914.mp3" length="37935584" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>ขี้เกียจ ต้องสู้ด้วยการตั้งอธิษฐานบารมี</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2010/12/14/5793/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2010/12/14/5793/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 13 Dec 2010 22:02:16 +0000</pubDate>
		<dc:creator>norm</dc:creator>
				<category><![CDATA[ขี้เกียจ]]></category>
		<category><![CDATA[ฟุ้งซ่าน หรือ คิดมาก]]></category>
		<category><![CDATA[ความขี้เกียจ]]></category>
		<category><![CDATA[ความคิดไหล]]></category>
		<category><![CDATA[ตั้งใจมั่น]]></category>
		<category><![CDATA[นั่งสมาธิ]]></category>
		<category><![CDATA[ปฏิบัติตามรูปแบบ]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้รู้ไม่ติด]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวนาพุทโธ]]></category>
		<category><![CDATA[สวดมนต์]]></category>
		<category><![CDATA[อธิษฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[เดินจงกรม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=5793</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>mp3 for download:</strong> <a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2010/11/521204B.42m45-46m08.mp3" target="_blank">ขี้เกียจ ต้องสู้ด้วยการตั้งอธิษฐานบารมี</a></p>
<div id="attachment_5795" class="wp-caption alignnone" style="width: 310px"><img class="size-medium wp-image-5795" title="ขี้เกียจ ต้องสู้ด้วยการตั้งอธิษฐานบารมี" src="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2010/11/164-300x200.jpg" alt="ขี้เกียจ ต้องสู้ด้วยการตั้งอธิษฐานบารมี" width="300" height="200" /><p class="wp-caption-text">ขี้เกียจ ต้องสู้ด้วยการตั้งอธิษฐานบารมี</p></div>
<p><strong>โยม:</strong> ครับ นมัสการครับหลวงพ่อ จะรบกวนขอสอบถามเกี่ยวกับสภาวะที่ๆพบน่ะครับ คือหลังจากส่งการบ้านหลวงพ่อครั้งที่แล้วครับ ผมก็ปฏิบัติตามรูปแบบตลอดน่ะครับ ก็สวดมนต์ ปฏิบัติสมาธิ เดินจงกรม อะไรอย่างนี้ครับ ก็มีคืนหนึ่งผมก็สวดมนต์เสร็จครับ ก็ตั้งใจว่าคืนนี้จะขอนอนดูจิตหน่อย แต่ว่าคืนนั้นผมสวดมนต์รู้สึกว่ามัน มันคลายมาก นอนรู้สึกสบาย แต่ปรากฎว่า ทั้งคืนนั้น ผมก็เหมือนภาวนาพุทโธไว้น่ะครับ แล้วก็ดู ก็มีความคิดไหลไปเรื่อยๆน่ะครับ สุดท้ายผมมารู้ตัวอีกที เหมือนผมไม่ได้นอนทั้งคืนเลยครับ คือตื่นมาก็เช้าแล้ว</p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์:</strong> ก็ดีนี่..</p>
<p><strong>โยม:</strong> แล้วผมก็รู้สึกว่า ทั้งวันเนี่ย ผมไม่ง่วงเลย ผมก็เลยงง ก็เลยคุยกับภรรยาว่า เอ๊..ตกลงผมเนี่ย ผมอดหลับอดนอนหรือเปล่า</p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์:</strong> ไม่นอนไม่อดหลับอดนอน ร่างกายมันนอนนะ แต่จิตมันภาวนา จิตมันอยู่ในสมาธิ จิตมันเดินปัญญา มันได้พักอยู่ในตัวของมันแล้ว</p>
<p><strong>โยม:</strong> ครับ ก็เลยสงสัยน่ะครับว่า ตอนนั้นว่า ตกลงผมคิด เพราะว่าผมเป็นคนที่คิดเยอะ คิดครั้งหนึ่งจะคิดไปทีเดียวอีก ๓ &#8211; ๔ ช็อตติดกันน่ะครับ ก็เลย..แต่ช่วงนี้หลังจากที่ แต่หลังจากวันนั้นผมก็คิดว่า เอ๊ะ..ผมจะลองทำอีก ใช่มั้ยฮะ ปรากฏว่าก็ไม่ได้แล้ว</p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์:</strong> อยากแล้วไม่ได้</p>
<p><strong>โยม:</strong> ครับ มันก็ไม่ได้แล้วครับ ก็ แต่ช่วงนี้ การภาวนาก็คือรู้สึกว่าจะเริ่มมี มันจะสัมผัสได้เร็วขึ้นน่ะครับว่า เดี๋ยวบางเรื่องมันจะโกรธเร็วขึ้น บางเรื่องจะหลงเร็วขึ้น แต่ว่า มัน มันขึ้นถี่มากครับ ถี่จนบางทีเรารู้สึกว่า อืมม..เราเหนื่อยมากน่ะครับ</p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์:</strong> ถ้าเหนื่อยเราก็ทำสมถะนะ บริกรรมไป อะไรก็ได้</p>
<p><strong>โยม:</strong> ครับ เพราะช่วงนี้ผมก็อาศัยว่าผมก็ทำทุกๆ อย่างครับ ทั้งสวดมนต์ด้วย เพราะผมเห็นว่าสวดมนต์มันจะไปได้เร็ว</p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์:</strong> ดี</p>
<p><strong>โยม:</strong> สวดปุ๊บมันเห็นวิ่งปื๊ดไปเลยครับ แล้วก็เดินจงกรมนี่ผมอาศัยว่า..</p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์:</strong> คุณ คุณเห็นมั้ย จิตของคุณเปลี่ยนไป แต่ก่อนมันฟุ้งแรงใช่มั้ย ตอนนี้มันเริ่มสงบ เริ่มตั้งมั่นขึ้นมาแล้วนะ</p>
<p><strong>โยม:</strong> แล้วที่เริ่มรู้สึกก็คือว่า อ่ะ..รู้สึกว่ามัน มันสุขไม่สุดน่ะครับ แล้วก็ทุกข์ แล้วก็ทุกข์ไม่สุดน่ะครับ เหมือนไปดูหนังอย่างนี้ครับ บางทีเหมือน ดูแป๊บนึงแล้วเราก็ เหมือนสติมัน ถ้าผมเข้าใจไม่ผิดน่ะครับ เหมือนสติมันจับปึ๊บ มัน มันจะจบไป มันก็เป็น ช็อต ช็อต ช็อต</p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์:</strong> ใช่ ใช่</p>
<p><strong>โยม:</strong> ก็เลยมองอะไรไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่ครับ</p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์:</strong> ไม่สนุกหรอก โลกนี้นะ สนุกสนานสำหรับคนหลงโลกนะ</p>
<p><strong>โยม:</strong> ครับ</p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์:</strong> ยกตัวอย่าง พระพุทธเจ้าท่านเคยบอกหรอกว่า<strong> ภิกษุทั้งหลาย ให้เธอดูโลก อันวิจิตรสวยงามดุจราชรถทรงของพระราชาที่คนเขลาพากันหลงติดอยู่ </strong>ผู้รู้ไม่ติดหรอก ผู้รู้เมื่อไม่เห็นว่ามันจะสุขตรงไหนเลย เห็นมั้ย อย่างเคยดูหนังสนุกนะ ก็งั้นๆแหละ เคยกินอันนี้อร่อยนะ ก็รู้สึกงั้นๆแหละ โลกนี้จะมีแรงดึงดูดให้ใจเราหลงใหลเนี่ย ได้น้อยลง น้อยลง นะ วันหนึ่งเราก็พ้นไป</p>
<p><strong>โยม:</strong> ครับ แล้วพอดีช่วงนี้คือ ผมคิดว่า ผมน่าจะเจอ เจอ อุปสรรคอีกสักอย่างก็คือ เริ่มมีความขี้เกียจเข้ามา</p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์:</strong> อันนี้ไม่ดีเลย</p>
<p><strong>โยม:</strong> ครับ แต่ว่ารู้ ตอนนี้คือ คือผม ผมรู้ครับ รู้ รู้ รู้</p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์:</strong> <strong>ตอนนี้เราต้องสู้ด้วยการตั้งอธิษฐานบารมี สร้างไว้ ตั้งใจมั่น หมายถึงทุกวันเราจะภาวนาในรูปแบบ</strong> อย่างน้อยครึ่งชั่วโมง สมมุติว่าอย่างนี้นะ แล้วสู้ตาย</p>
<p><strong>โยม:</strong> ครับ</p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์:</strong> <strong>ขี้เกียจอย่างไรก็ต้องทำ</strong></p>
<p><strong>โยม:</strong> ก็เลยตั้งใจเหมือนที่หลวงพ่อได้ให้คำแนะนำครับ ก็คิดว่าก็คงจะสู้ตายครับ</p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์:</strong> เออ..นะ..</p>
<p><strong>โยม:</strong> ชาตินี้ชาติเดียวครับ ขอสู้ตายครับ</p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์:</strong> เอ้า..</p>
<p><strong>โยม:</strong> ขอบพระคุณครับ</p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์:</strong> ถ้าสู้ไม่ ยังไม่จบ ก็ชาติหน้าสู้อีกนะ อย่าสู้ชาติเดียวนะ สู้มันทุกชาติเลย ให้จบให้ได้</p>
<p><strong>โยม:</strong> ขอบพระคุณครับหลวงพ่อครับ</p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์:</strong> โมทนา</p>
<div><em><br />
หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช<br />
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม<br />
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี<br />
แสดงธรรมเมื่อ วันศุกร์ที่ ๔ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๒ หลังฉันเช้า</em></div>
<div><em>CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๓๓<br />
File: <a href="http://01.learndhamma.com/pramote/cd/033/mp3/521204B.mp3" target="_blank">521204B.mp3</a><br />
ลำดับที่ ๔<br />
ระหว่างนาทีที่ ๔๒ วินาทีที่ ๔๕ ถึง นาทีที่ ๔๖ วินาทีที่ ๘</em></div>
<div><em> </em></div>
<p><em> </p>
<p></em>
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2010/12/14/5793/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2010/11/521204B.42m45-46m08.mp3" length="812368" type="audio/mpeg" />
<enclosure url="http://01.learndhamma.com/pramote/cd/033/mp3/521204B.mp3" length="23604736" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>จุดอ่อนของฆราวาส คือ ไม่อดทน และไม่ต่อเนื่อง</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2010/12/06/5228/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2010/12/06/5228/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 05 Dec 2010 23:35:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ok2077</dc:creator>
				<category><![CDATA[การภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[กำลังใจ]]></category>
		<category><![CDATA[กิเลส]]></category>
		<category><![CDATA[ขี้เกียจ]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อคิด]]></category>
		<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[โอวาทหลวงพ่อ]]></category>
		<category><![CDATA[ต่อเนื่อง]]></category>
		<category><![CDATA[รู้กาย]]></category>
		<category><![CDATA[รู้ใจ]]></category>
		<category><![CDATA[อดทน]]></category>
		<category><![CDATA[เหยาะแหยะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=5228</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>mp 3 (for download) :<a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2010/10/510202-stable-dd.mp3"><strong>จุดอ่อนของฆราวาส คือ ไม่อดทน และไม่ต่อเนื่อง</strong></a></p>
<p><img class="alignnon size-medium wp-image-5294" src="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2010/10/stable-241x300.jpg" alt="จุดอ่อนของฆราวาส คือ ไม่อดทน และไม่ต่อเนื่อง" width="241" height="300" /></p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์:</strong> เมื่อก่อนเขียนไว้ บอกว่า อะไรนะ <strong>หนทางยังมีอยู่ ผู้เดินทางยังไม่ขาดสาย ลงมือเสียแต่วันนี้ ก่อนที่กระแสลมแห่งกาลเวลา จะพัดพารอยพระบาทของท่านหายไป เพราะถ้าถึงวันนนั้นนะ เราจะระหกระเหินอีกแสนนาน</strong></p>
<p><strong>ลงมือแต่วันนี้นะ ลงมือเจริญสตินะ</strong> ไม่ใช่ลงมือทำอย่างอื่น อย่างอื่นทำมาเยอะแล้ว ลงมือเจริญสติ หัดรู้สึกกาย หัดรู้สึกใจ กายเป็นอย่างไรรู้มันไป จิตเป็นอย่างไรรู้มันไป ฝึกอยู่อย่างนี้แหละ เดี๋ยววันหนึ่งก็จะเข้าถึงความบริสุทธิ์หลุดพ้นเป็นลำดับ ลำดับไป ต้องสู้นะ เส้นทางนี้ต้องอดทน</p>
<p><strong>อดทนอย่างแรกเลย อดทนต่อคำสั่งสอนของครูบาอาจารย์</strong> ต้องอดทน <strong>อดทนอันที่สองนะ อดทนต่อความยากลำบากทางร่างกาย</strong> อย่างบางทีจะมาเรียนใช่มั้ย ต้องตื่นนอน ต้องเบิ่งตาใช่มั้ย มันตื่นไม่ขึ้น ต้องทรมาน อุตส่าห์มา พากเพียรมา เหน็ดเหนื่อย มาเรียนได้ชั่วโมงกว่าๆ ขับรถกลับบ้านไปละ เสียเวลาไปหนึ่งวันแน่ะ เหนื่อย</p>
<p>ต้องอดทนต่อความลำบากทางกาย อดทนต่อกิเลส นี้ตัวสำคัญเลย <strong>ต้องอดทนต่อกิเลสตัณหาที่มันจะมายั่วยวนให้เราไม่ปฏิบัติ มายั่วยวนให้เราเลิกรู้กายรู้ใจ</strong> ตัวนี้ต้องอดทนมากเลย อาศัยความอดทนนี้นะ ถึงจะผ่านไปได้ เรียนให้รู้หลักแล้วอดทน ปฎิบัติไปด้วยความอดทน รู้กายรู้ใจไป <strong>จุดอ่อนของฆราวาสนะ คือไม่อดทน ไม่ต่อเนื่อง ทำบ้างหยุดบ้าง เหยาะๆแหยะๆ อยากได้ของดีนะแต่เหยาะแหยะ ไม่ได้กินหรอกนะ</strong></p>
<p>รัชกาลที่ ๖ ท่านแต่งกลอน บอกอะไรนะ ไม่คิดสอยมัวแต่คอยดอกไม้ร่วง ใช่มั้ย คงชวดดวง บุปผชาติ สะอาดหอม ไม่คิดสอยนะ นั่ง..เมื่อไหร่จะบรรลุ.. บรรลุอะไร บรรลุโมหะสิ <strong>ต้องสู้นะ ขี้เกียจ ก็อย่าไปปล่อยให้ความขี้เกียจครอบงำ ขี้เกียจได้ แต่ต้องปฏิบัติ ลุกขึ้นมาเดินจงกรม ลุกขึ้นมาไหว้พระสวดมนต์ ยืน เดิน นั่ง นอน ต้องรู้สึกตัว</strong> ต้องเข้มแข็งนะ ต้องอดทนนะ ถ้าขาดสิ่งเหล่านี้ อย่ามาพูดเลยว่าจะอยากได้ มรรค ผล นิพพาน ไม่ได้อยากจริง อยากแต่ปาก อยากแต่เวลามาพูดเอาใจหลวงพ่อนะว่า หนูอยากนิพพาน พูดเอาใจเรา ลับหลังเราไปช็อปปิ้งเพลินเลย ใช่มั้ย <strong>ต้องสู้นะ ต้องเด็ดเดี่ยว ไม่มีอะไรสำคัญเท่าอดทนเลย</strong></p>
<p><em><br />
สวนสันติธรรม<br />
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๒๓<br />
Track: ๑๑<br />
File: <a href="http://01.learndhamma.com/pramote/cd/023/mp3/510202.mp3" target="_blank">510202.mp3</a><br />
ระหว่างนาทีที่ ๒๓ วินาทีที่ ๕๗ ถึง นาทีที่ ๒๖ วินาทีที่ ๒๔<br />
</em>
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2010/12/06/5228/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2010/10/510202-stable-dd.mp3" length="2379022" type="audio/mpeg" />
<enclosure url="http://01.learndhamma.com/pramote/cd/023/mp3/510202.mp3" length="14493984" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>พวกเราต้องอดทน โดยเฉพาะอดทนต่อความอยากได้ผล</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2010/12/01/5884/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2010/12/01/5884/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 30 Nov 2010 21:58:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ok2077</dc:creator>
				<category><![CDATA[การภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[กำลังใจ]]></category>
		<category><![CDATA[ขี้เกียจ]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อคิด]]></category>
		<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[อยากบรรลุธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[โอวาทหลวงพ่อ]]></category>
		<category><![CDATA[ความจริง]]></category>
		<category><![CDATA[ความปรุงแต่ง]]></category>
		<category><![CDATA[สู้]]></category>
		<category><![CDATA[อดทน]]></category>
		<category><![CDATA[อยากดี]]></category>
		<category><![CDATA[อยากบรรลุ]]></category>
		<category><![CDATA[เพียร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=5884</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>mp 3 (for download) :</strong> <a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2010/11/520816-patience-dd.mp3"><strong>พวกเราต้องอดทน โดยเฉพาะอดทนต่อความอยากได้ผล</strong></a></p>
<div id="attachment_5892" class="wp-caption alignnone" style="width: 277px"><img class="size-medium wp-image-5892" title="พวกเราต้องอดทน" src="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2010/11/patience-267x300.jpg" alt="พวกเราต้องอดทน" width="267" height="300" /><p class="wp-caption-text">พวกเราต้องอดทน</p></div>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์ :</strong> พวกเรามีบุญ เกิดในแผ่นดินที่ยังมีธรรมะอยู่ อดทนนะ อดทน พากเพียรเข้า <strong>หลวงพ่อไม่ใช่คนเก่งหรอก แต่หลวงพ่อเป็นคนที่ทนมากเลยในการฝึกตัวเอง อาศัยความอดทน ตามรู้ตามดู อดทนที่สำคัญอันหนึ่งก็คือ ทนต่อความอยากได้ผลสำเร็จ</strong> ตัวนี้ยากที่สุดเลยนะ ต้องภาวนาจนวันหนึ่งน่ะมันถอดใจเลยว่า โอ้..ไม่มีปัญญาแล้ว ไม่สามารถทำให้ผ่านด่านอันนี้ได้แล้วนะ ใจมันยอมรับความจริงแล้วว่า ไม่มีทางทำเลยนะ สู้จนหมดสติหมดปัญญาเลยนะ มันถึงจะผ่านได้ เป็นเรื่องแปลกจริงๆนะ</p>
<p>ถ้ายังมีแรงต่อสู้อยู่ ยังไม่ผ่านหรอก แต่อาศัยแรงที่ต่อสู้นั้น มาเจริญสติ มารู้กายรู้ใจไปนี่แหละ ถึงวันที่เขาพอนะ เขาจะหยุดความปรุงแต่งลงชั่วขณะนะ ถ้าหยุดลงได้จริงๆนะ จิตพรากออกจากความปรุงแต่งได้จริงๆ แล้วไม่เข้ามาปนกันอีกนะ ก็หมดธุระกันตรงนั้น ขันธ์ส่วนขันธ์นะ จิตส่วนจิต ไม่เกี่ยวข้องกัน ก็ไม่ได้ยึดถือจิตไว้ด้วย</p>
<p>ไม่ใช่ธรรมะที่เหลือวิสัยที่มนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งจะทำได้ <strong>อดทนนะ อดทน อดทนต่อความขี้เกียจ อดทนต่อความอยากดี อยากบรรลุเร็วๆ คอยรู้ทันเข้า</strong></p>
<div><em><br />
หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช<br />
แสดงธรรมที่ศาลากาญจนาภิเษก (ศาลาลุงชิน) ครั้งที่ ๓๒<br />
เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๖ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๒</em></div>
<div><em>CD: ศาลาลุงชิน ครั้งที่ ๓๒<br />
File: <a href="http://02.learndhamma.com/pramote/sala/032/520816.mp3" target="_blank">520816.mp3</a><br />
ระหว่างชั่วโมงที่ ๑ นาทีที่ ๑๓ วินาทีที่ ๓๗ ถึง ชั่วโมงที่ ๑ นาทีที่ ๑๔ วินาทีที่ ๕๖</em></div>
<p><em> </p>
<p></em>
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2010/12/01/5884/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2010/11/520816-patience-dd.mp3" length="3144097" type="audio/mpeg" />
<enclosure url="http://02.learndhamma.com/pramote/sala/032/520816.mp3" length="36351808" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>ต้องมีศีล สมาธิ ปัญญา พร้อมมูล อริยมรรคถึงจะเกิด</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2010/09/30/4568/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2010/09/30/4568/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 29 Sep 2010 22:10:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ok2077</dc:creator>
				<category><![CDATA[การภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[ขี้เกียจ]]></category>
		<category><![CDATA[ความเป็นกลาง]]></category>
		<category><![CDATA[จิต]]></category>
		<category><![CDATA[จิตตั้งมั่น]]></category>
		<category><![CDATA[ติดสุข / ว่าง ๆ]]></category>
		<category><![CDATA[นิพพาน]]></category>
		<category><![CDATA[นิ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญญา]]></category>
		<category><![CDATA[พองยุบ]]></category>
		<category><![CDATA[มรรค 8]]></category>
		<category><![CDATA[รู้สึกกาย]]></category>
		<category><![CDATA[ลมหายใจ]]></category>
		<category><![CDATA[วิปัสสนา]]></category>
		<category><![CDATA[สติ]]></category>
		<category><![CDATA[สมถะ]]></category>
		<category><![CDATA[สมาธิ]]></category>
		<category><![CDATA[เพ่ง / จงใจ / ประคอง]]></category>
		<category><![CDATA[ไตรลักษณ์]]></category>
		<category><![CDATA[ตั้งมั่น]]></category>
		<category><![CDATA[นามรูปปริจเฉทญาณ]]></category>
		<category><![CDATA[วิปัสสนาญาณ]]></category>
		<category><![CDATA[สัมมาสมาธิ]]></category>
		<category><![CDATA[อริยมรรค]]></category>
		<category><![CDATA[อาจารย์แนบ]]></category>
		<category><![CDATA[อิริยาบถสี่]]></category>
		<category><![CDATA[เกิดดับ]]></category>
		<category><![CDATA[แยกรูปนาม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=4568</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_4582" class="wp-caption alignnone" style="width: 310px"><a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2010/09/supreme-enlightment-of-gautama-buddha.jpg"><img class="size-medium wp-image-4582" title="ต้องมีศีล สมาธิ ปัญญา พร้อมมูล อริยมรรคถึงจะเกิด" src="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2010/09/supreme-enlightment-of-gautama-buddha-300x173.jpg" alt="ต้องมีศีล สมาธิ ปัญญา พร้อมมูล อริยมรรคถึงจะเกิด" width="300" height="173" /></a><p class="wp-caption-text">ต้องมีศีล สมาธิ ปัญญา พร้อมมูล อริยมรรคถึงจะเกิด</p></div>
<p><strong>mp 3 (for download) :</strong> <a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2010/09/491116B-accord-dd.mp3"><strong>ต้องมีศีล สมาธิ ปัญญา พร้อมมูล อริยมรรคถึงจะเกิด</strong></a></p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์: </strong></p>
<p>จิตต้องตั้งมั่น ตั้งมั่นเป็นคนรู้คนดู พวกเราหลายคนทำกรรมฐานมากมาย แต่สงสัยว่าทำไมมันไม่เกิดมรรคผลนิพพานตัวจริง เพราะมันไม่มีปัญญานั่นเอง ไม่มีปัญญาเห็นความจริงของรูปนาม มันคิดแต่จะบังคับรูปนาม เพ่งรูปเพ่งนาม เพ่งลูกเดียวนะ ไม่ใช่ปัญญาเห็นไตรลักษณ์</p>
<p>ทำไมไม่มีปัญญา เพราะจิตไม่มีสัมมาสมาธิ จิตไม่ตั้งมั่น จิตที่ตั้งมั่นสำคัญนะ อย่างพระอยู่กับหลวงพ่อ หลวงพ่อก็ต้องคอยควบคุม บางวันจิตตามรู้กายตามรู้ใจมากเข้าๆ จิตกระจายๆ ออกไปนี่ ต้องเพิ่มสมถะละ เพิ่มความสงบให้ใจตั้งมั่น ตั้งมั่นแล้วขี้เกียจขี้คร้านอีก ต้องไล่อีกแล้ว ให้ออกมารู้กายมารู้ใจนะ</p>
<p>เนี่ย<strong>เวลาทำกรรมฐานก็คล้ายๆ เราขับรถยนต์นะ บางเวลาก็เหยียบเบรก เนี่ยทำสมถะ บางเวลาเหยียบคันเร่งเจริญปัญญา รถมันถึงจะไปถึงที่หมายได้ งั้นเราคอยดูนะ คอยดูกายคอยดูใจไป ด้วยจิตใจที่ตั้งมั่น เป็นแค่คนดู</strong></p>
<p>หลายคนทำมาหลายปีทำไมไม่ได้ผล หลวงพ่อยกตัวอย่างนะ อย่างตอนนี้ฝึกพองยุบเยอะ ฝึกพองยุบแล้วเห็นท้องพองท้องยุบนะ ถ้าจิตเราไม่ตั้งมั่นจิตเราจะไหลไปตั้งอยู่ที่ท้อง จิตไปตั้งอยู่ที่ท้องเรียกว่าไปตั้งแช่ไม่ใช่ตั้งมั่น เข้าไปแช่อยู่ที่ตัวอารมณ์ จิตตั้งมั่นเนี่ยมันจะอยู่ต่างหากจากอารมณ์ มันจะเห็นเลยร่างกายที่พองร่างกายที่ยุบเป็นของถูกดู จิตอยู่ต่างหาก ต้องแยกรูปแยกนามให้ได้ก่อน</p>
<p>เพราะฉะนั้นก่อนจะเกิดวิปัสสนาญาณนะ ญาณตัวแรกเลยนะเขาเรียกว่า “นามรูปปริจเฉทญาณ” นามรูปปริจเฉทญาณคือแยกรูปกับนาม เห็นเลยเห็นท้องมันพองท้องมันยุบไป ใจเป็นคนดูอยู่ต่างหาก ใจมันตั้งมั่นอยู่ต่างหาก ไม่ใช่ใจถลำไปอยู่ที่ท้องนะ ตรงนี้ชอบดูลมหายใจก็ถลำไปอยู่ที่ลมหายใจ ขยับมือทำจังหวะก็ไปเพ่งใส่มือ จิตไหลไปอยู่ที่มือ เดินจงกรมจิตไหลไปอยู่ที่เท้า ดูท้องจิตไหลไปอยู่ที่ท้อง ดูอิริยาบถสี่เพ่งมันทั้งตัวเลย อันนั้นเรียกว่าจิตไม่ตั้งมั่น จิตถลำลงไปตั้งแช่ในอารมณ์ <strong>จิตต้องตั้งมั่นในการรู้อารมณ์</strong><strong> </strong><strong>ตั้งมั่นในการรู้อารมณ์ สักว่ารู้อารมณ์ อยู่ต่างหากจากอารมณ์นี่เป็นอันหนึ่ง</strong><strong> </strong><strong>ไหลเข้าไปรวมแช่อยู่กับอารมณ์เป็นอีกอันหนึ่ง</strong></p>
<p>นี่พวกเราส่วนมากจิตไหลเข้าไปแช่อยู่กับอารมณ์ ไม่มีปัญญาจริงหรอก เกิดปัญญาไม่ได้ มันแช่ไปด้วยกัน ยกตัวอย่างให้ฟังนะ คล้ายๆ เรา ถ้าเรายืนอยู่บนบกริมคลองริมแม่น้ำ เราอยู่บนบกเราไม่ได้ตกน้ำ เราจะเห็นเลยในน้ำเดี๋ยวก็มีอันโน้นลอยมาอันนี้ลอยมา เดี๋ยวกอผักตบลอยมา เดี๋ยวท่อนไม้ลอยมา เดี๋ยวหมาเน่าลอยมา ลอยมาแล้วก็ลอยไปเพราะว่าเราอยู่บนบก</p>
<p>แต่ถ้าเราตกลงไปในน้ำเราลอยไปกับมันนะ เห็นมันอยู่อย่างนั้นน่ะ เห็นมันอยู่ทั้งวัน ดูท้องก็เห็นท้องทั้งวันอยู่ทั้งวันนั่นแหละ ลอยไปด้วยกัน งั้นต้องเป็นคนดูอยู่ต่างหาก</p>
<p>อย่างสายอภิธรรม อาจารย์แนบก็ชอบสอน ต้องเป็นคนดูละครนะ เป็นคนดูละครอย่าโดดเข้าไปในเวทีละคร ถ้าพูดสมัยใหม่คนรุ่นเราชอบดูฟุตบอล เราต้องดูฟุตบอลอยู่บนอัฒจันทร์นะ อย่าไปดูฟุตบอลอยู่กลางสนามฟุตบอล เดี๋ยวถูกเขาเตะเอานะ ถูกกิเลสเตะเอา</p>
<p>งั้นเราต้องดูอยู่ห่างๆ เนี่ยเรียกว่าเราตั้งมั่น ตั้งมั่นอยู่ห่างๆ ไม่เข้าไปยินดียินร้ายกับมัน เป็นกลางในการรู้ จิตใจอ่อนโยนนุ่มนวล ตั้งมั่น คล่องแคล่วว่องไวนะ ไม่ไหลเข้าไป เนี่ยอย่างนี้จิตใจถึงจะมีปัญญาจริงเกิดขึ้น มันจะเห็นเลยทุกอย่างเกิดแล้วดับ ทุกอย่างเกิดแล้วดับ เพราะจิตมันไม่หลงตามไป จะเห็นแต่ทุกอย่างเกิดแล้วดับ ถ้าไหลคู่กันไปมันคือการเพ่ง มันจะแนบอยู่ที่อันเดียวนะ เป็นการเพ่ง ได้สมถะ ได้แต่สมถะ</p>
<p>ถ้าจิตตั้งมั่นเป็นแค่ผู้รู้ผู้ดู ทางวัดป่าท่านจะเรียกว่าจิตผู้รู้ มีจิตผู้รู้ขึ้นมาเป็นคนดู เป็นคนดูกาย ดูเวทนา ดูกุศลอกุศล ก็จะเห็นกาย เห็นเวทนา เห็นกุศลอกุศลล้วนแต่เกิดแล้วก็ดับ ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ใจตั้งมั่นเป็นคนดู ปัญญาถึงจะเกิด</p>
<p>งั้น<strong>สติเป็นเครื่องระลึกรู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นแปลกปลอมขึ้นในกายในใจ</strong><strong> </strong><strong>สัมมาสมาธิเป็นความตั้งมั่นของจิตในการไปรู้อารมณ์ไม่ถลำลงไป</strong><strong> </strong><strong>ปัญญาก็จะเห็นความเป็นจริงคือเห็นไตรลักษณ์</strong><strong> </strong><strong>ว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นสิ่งนั้นดับไปเป็นธรรมดา</strong> นี่สติสมาธิปัญญา ทำงานร่วมกันอย่างนี้นะถึงจะเกิดมรรคเกิดผลได้<strong> ทำไมเกิดมรรคเกิดผลได้เพราะว่ามีปัญญาแก่รอบแล้ว มีสมาธิบริบูรณ์ขึ้นมานะ ศีลสมาธิปัญญาพร้อมมูลขึ้นมานะ อริยมรรคถึงจะเกิด</strong> ตัวหนึ่งมากตัวหนึ่งน้อยกะพร่องกะแพร่งไม่เกิดหรอก งั้นต้องมีสติรู้กายรู้ใจด้วยจิตที่ตั้งมั่นเป็นกลางสักว่ารู้สักว่าเห็นนะ ถึงจะเห็นความจริงของกายของใจ ฟังเหมือนยากนะแต่ง่าย</p>
<p><em><br />
แสดงธรรมที่ สวนสันติธรรม<br />
เมื่อวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๔๙ หลังฉันเช้า</em></p>
<p><em>CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๑๖<br />
ลำดับที่: ๘<br />
File: <a href="http://01.learndhamma.com/pramote/cd/016/mp3/491116B.mp3" target="_blank">491123B.mp3</a><br />
ระหว่างนาทีที่ ๑๗ วินาทีที่ ๔๗ ถึง นาทีที่ ๒๒ วินาทีที่ ๕๙<br />
</em>
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2010/09/30/4568/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2010/09/491116B-accord-dd.mp3" length="4979982" type="audio/mpeg" />
<enclosure url="http://01.learndhamma.com/pramote/cd/016/mp3/491116B.mp3" length="27178112" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>เจริญสติในชีวิตประจำวัน ก็ต้องทำสมถะทำตามรูปแบบด้วย</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2010/09/27/4099/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2010/09/27/4099/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 26 Sep 2010 22:10:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ok2077</dc:creator>
				<category><![CDATA[การปฎิบัติในรูปแบบ]]></category>
		<category><![CDATA[การภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[ขี้เกียจ]]></category>
		<category><![CDATA[คำถาม / ปัญหาในการภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[จริต]]></category>
		<category><![CDATA[จิต]]></category>
		<category><![CDATA[จิตตั้งมั่น]]></category>
		<category><![CDATA[ดูกาย / เวทนา]]></category>
		<category><![CDATA[ดูจิต]]></category>
		<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[ทำสมถะไม่ได้]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมะในชีวิตประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญญา]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญญานำสมาธิ]]></category>
		<category><![CDATA[รู้สึกกาย]]></category>
		<category><![CDATA[รู้สึกตัว]]></category>
		<category><![CDATA[วิปัสสนา]]></category>
		<category><![CDATA[สติ]]></category>
		<category><![CDATA[สติปัฏฐาน 4]]></category>
		<category><![CDATA[สมถะ]]></category>
		<category><![CDATA[สมาธิ]]></category>
		<category><![CDATA[สมาธินำปัญญา]]></category>
		<category><![CDATA[สวดมนต์]]></category>
		<category><![CDATA[ฌาณ]]></category>
		<category><![CDATA[ป้อแป้]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้รู้]]></category>
		<category><![CDATA[เจริญสติในชีวิตประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[ไม่มีกำลัง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=4099</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_4433" class="wp-caption alignnone" style="width: 228px"><img src="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2010/09/meditation-218x300.jpg" alt="สมถะตามรูปแบบ" title="สมถะตามรูปแบบ" width="218" height="300" class="size-medium wp-image-4433" /><p class="wp-caption-text">สมถะตามรูปแบบ</p></div>
<p><strong>mp 3 (for download) :</strong> <a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2010/09/491022A-daily-dd.mp3"><strong>เจริญสติในชีวิตประจำวัน ก็ต้องทำสมถะทำตามรูปแบบด้วย</strong></a></p>
<p><strong>โยม: </strong>งานเยอะ แล้วก็มันวุ่นๆ ยุ่งๆ แล้วรู้สึกว่าเหมือนมันไม่ได้ทำอะไรไปเลยน่ะค่ะ หลวงพ่อ</p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์: </strong>ต้องทำนะ อย่าทิ้งการทำในรูปแบบ เป็นเครื่องช่วย ถ้าเราจะเจริญสติในชีวิตประจำวัน ก็ไม่ใช่อยู่ๆ ก็เจริญไปเรื่อยๆ นะ ถึงวันหนึ่งกำลังก็ไม่พอ ครูบาอาจารย์วัดป่าจะสอน อย่างสายวัดป่านี่ การปฏิบัติมี ๓ สเต็ป ต้องทำทั้งสามอัน</p>
<p>อันแรกเลย<strong>ทำความสงบให้จิตตั้งมั่น</strong> จิตสงบ มีกำลังขึ้นมา เป็นผู้รู้ผู้ดูขึ้นมา ที่นี้คนส่วนมากพอจิตสงบตั้งมั่นแล้วขี้เกียจ ขี้เกียจนี่ครูบาอาจารย์จะสอนให้<strong>พิจารณากาย</strong> อันนี้ก็เป็นสมถะอีกแบบหนึ่ง ให้คิดพิจารณากาย พอหมดเวลาปฏิบัติในรูปแบบแล้ว คราวนี้ต้อง<strong>มีสติในชีวิตประจำวัน</strong> เพราะฉะนั้นสติในชีวิตประจำวันนี่ตัวสำคัญที่สุด แต่การที่ทำใจสงบตั้งมั่น ทำใจให้ไม่ขี้เกียจขี้คร้าน อันนั้นก็เป็นตัวสนับสนุนที่สำคัญมาก</p>
<p>ที่นี้ถ้าพวกเราทำฌานไม่ได้ แต่ละวันนะ แบ่งเวลาไว้หน่อย ไหว้พระไว้ สวดมนต์ไว้นะ ได้สมถะ สวดมนต์แล้วจิตใจสงบได้สมถะ ถ้าสวดมนต์แล้วขี้เกียจให้รู้ว่าขี้เกียจ เราไหว้พระสวดมนต์แล้วเราก็แบ่งเวลาปฏิบัติในรูปแบบ ห้านาที สิบนาที สิบห้านาทีอะไรอย่างนี้ ต้องทำ อย่างที่หลวงพ่อพูดตั้งแต่ต้นแล้วนะ <strong>แบ่งเวลาไว้แล้วก็ทำในรูปแบบไว้หน่อย แล้วหัดรู้สภาวะไป การหัดรู้สภาวะทุกวันๆ มีประโยชน์มาก มันจะทำให้เรามีกำลัง สติมันจะมีกำลังที่จะเจริญสติในชีวิตประจำวันได้ ถ้าเราทิ้งการทำในรูปแบบไปเลยนะ มันจะไม่มีกำลังจริง มันเหมือนรู้นะ แต่ใจจะกระจายๆ รู้อย่างนี้ ผึ้งรู้สึกไหม รู้แบบไม่มีแรง รู้แบบป้อแป้ๆ ไม่มีแรง</strong></p>
<p><em>สวนสันติธรรม<br />
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๑๖<br />
Track: ๑<br />
File: <a href="http://01.learndhamma.com/pramote/cd/016/mp3/491022A.mp3" target="_blank">491022A.mp3</a><br />
ระหว่างนาทีที่ ๒๔ วินาทีที่ ๕๗ ถึง นาทีที่ ๒๗ วินาทีที่ ๗<br />
</em>
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2010/09/27/4099/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2010/09/491022A-daily-dd.mp3" length="2062209" type="audio/mpeg" />
<enclosure url="http://01.learndhamma.com/pramote/cd/016/mp3/491022A.mp3" length="16598311" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>อิทธิบาทสี่ กับการดูจิต</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2010/06/01/2410/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2010/06/01/2410/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 01 Jun 2010 00:27:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ok2077</dc:creator>
				<category><![CDATA[การภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[ขี้เกียจ]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ความสุข]]></category>
		<category><![CDATA[คำถาม / ปัญหาในการภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[จิต]]></category>
		<category><![CDATA[ดูจิต]]></category>
		<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมะในชีวิตประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[รู้สึกตัว]]></category>
		<category><![CDATA[วิปัสสนา]]></category>
		<category><![CDATA[สติ]]></category>
		<category><![CDATA[สติปัฏฐาน 4]]></category>
		<category><![CDATA[สมาธิ]]></category>
		<category><![CDATA[อินทรีย์ ๕]]></category>
		<category><![CDATA[ขยัน]]></category>
		<category><![CDATA[จิตตะ]]></category>
		<category><![CDATA[ฉันทะ]]></category>
		<category><![CDATA[วิมังสา]]></category>
		<category><![CDATA[วิริยะ]]></category>
		<category><![CDATA[สนุก]]></category>
		<category><![CDATA[อิทธิบาทสี่]]></category>
		<category><![CDATA[อินทรีย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=2410</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>mp 3 (for download) :</strong> <a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2010/05/491123B-iti4-dd.mp3"><strong>อิทธิบาทสี่ กับการดูจิต</strong></a></p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์ :</strong> พอหลวงพ่อได้ยินคำว่าดูจิตนะ หลวงพ่อมาคอยหัดดูจิต สนุกน่าดูเลย ทำไมจิตเราแต่ละวันไม่เหมือนกัน สนุกที่ได้เรียนรู้ธรรมะนะ สนุกที่ได้รู้กายรู้ใจ ไม่ได้รู้สึกลำบากที่ได้เรียนรู้กายรู้ใจนะ การที่เรามีความสุข มีความสนุกในการรู้กายรู้ใจก็คือมี<strong><em>ฉันทะ</em></strong>ที่จะรู้ มันมีความสุขมีความพอใจที่ได้รู้ <strong><em>วิริยะ</em></strong>เกิดเอง ขยันดู เพราะว่าอยากดู ชอบดู ดูแล้วมีความสุข ชอบดู ดูทุกวัน ไม่มีใครสั่ง ดูไม่เลิกเลย จิตใจก็คอยจดจ่อกับการรู้การดูนี่เรียกว่า<strong><em>จิตตะ</em></strong> วันๆ นะไม่คิดเรื่องอื่นแล้ว ใครจะยังไง ไม่สนใจ ถ้าพูดหยาบๆ ก็ช่างแม่มันนะ ใครจะทำอะไร สนใจอย่างเดียว เรียนรู้ตัวเอง จิตใจนี่ อ่านหนังสือนะ ก็ไม่ได้อ่านเรื่องอื่น ไปอ่านพระไตรปิฎก นั่งอ่านอยู่ในทำเนียบ มีห้องสมุด ของสำนักเลขานายกนะ เอาพระไตรปิฎกมาครั้งละสองเล่ม บาลีเล่มนึง ไทยเล่มนึง มานั่งดูไป บางทีก็เห็น อ้อมันแปลไม่ตรงกัน ก็มีนะ ไม่ใช่ไม่มี บางทีมีคำเกินๆ มา ภาษาไทย อย่างทุกข์ให้กำหนดรู้นี่ บาลีไม่มี นี่เวลาอ่านหนังสือก็อ่านหนังสือธรรมะ อ้าวถึงเวลาวันหยุดแล้ว ต้องไปเที่ยวสักหน่อย ไปเที่ยววัดไหนดี ๆ ไปหาอาจารย์องค์ไหนดี คราวนี้ เห็นมั้ย ใจมันเคล้าเคลียอยู่กับธรรมะ นี่เรียกว่า<strong><em>วิมังสา</em></strong>นะ เคล้าเคลียอยู่ ไม่ไปไหนหรอก <strong><em>ถ้าใครนะ มีฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา เค้าเรียกว่าอิทธิบาทสี่ ธรรมนี้แหละทำให้ประสบความสำเร็จเร็ว เร็วมาก</em> </strong>ไม่มีฉันทะ ต้องเคี่ยวเข็ญ ต้องอ้อนวอนให้ภาวนานะ ไม่ไหวนะ สู้ไม่ไหว อินทรีย์อ่อนไป ต้องขยันดูของเราเอง</p>
<p><em>สวนสันติธรรม<br />
CD: 16<br />
File: 491123B.mp3<br />
Time: 29.16 – 31.15</em>
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2010/06/01/2410/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2010/05/491123B-iti4-dd.mp3" length="1895026" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>อินทรีย์ ๕ กำลังในการปฏิบัติ</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2010/05/04/2178/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2010/05/04/2178/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 04 May 2010 00:23:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>s031979</dc:creator>
				<category><![CDATA[การภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[ขี้เกียจ]]></category>
		<category><![CDATA[จิตตั้งมั่น]]></category>
		<category><![CDATA[ดูกาย / เวทนา]]></category>
		<category><![CDATA[ดูจิต]]></category>
		<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมะในชีวิตประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[นิ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญญา]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญญานำสมาธิ]]></category>
		<category><![CDATA[ฟุ้งซ่าน หรือ คิดมาก]]></category>
		<category><![CDATA[รู้สึกตัว]]></category>
		<category><![CDATA[วิปัสสนา]]></category>
		<category><![CDATA[สติ]]></category>
		<category><![CDATA[สติปัฏฐาน 4]]></category>
		<category><![CDATA[สมาธิ]]></category>
		<category><![CDATA[สมาธินำปัญญา]]></category>
		<category><![CDATA[หลักธรรมอื่นที่น่าสนใจ]]></category>
		<category><![CDATA[อินทรีย์ ๕]]></category>
		<category><![CDATA[กัลยาณมิตร]]></category>
		<category><![CDATA[ซึม]]></category>
		<category><![CDATA[ตั้งมั่น]]></category>
		<category><![CDATA[ฟุ้งซ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[วิริยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ศรัทธา]]></category>
		<category><![CDATA[สังเกต]]></category>
		<category><![CDATA[อินทรีย์]]></category>
		<category><![CDATA[โยนิโสมนสิการ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=2178</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>mp 3 (for download) :</strong> <a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2010/05/25500106-organic-dd2.mp3"><strong>อินทรีย์๕ กำลังในการปฏิบัติ</strong></a></p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์:</strong> จริงๆ <strong>กำลังในการปฏิบัติมี ๕ อัน ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา ต้องคอยเช็คตัวเองว่า อันใดมากอันใดน้อยไป เช็คตัวเองแล้วก็ปรับสมดุลมันไป</strong> ถ้าเราดูของเราออก เราก็แก้ไปเองได้ เอาตัวรอดไปได้ ดูไม่ออกก็อาศัยเพื่อนสหธรรมิก อาศัยครูบาอาจารย์ กัลยาณมิตร อะไรอย่างนี้ บอกให้ แต่ที่ดีที่สุดนะ อาศัยการสังเกต หลวงพ่ออาศัยการสังเกตมากเลยเพราะไม่ได้อยู่กับครูบาอาจารย์ หลวงพ่อสามเดือนสี่เดือนไปทีหนึ่ง เพราะฉะนั้น เวลาที่เหลือนี่ใช้การสังเกตเอา</p>
<p>บางช่วง<strong>ศรัทธา</strong>มากไป ชักจะโง่แล้ว งมงาย คิดว่าทำๆ ไปเดี๋ยวมันก็พ้นเอง นี่ค่อนข้างโง่นะ ทำๆ ไป มันต้องมีเหตุมีผลนะ ไม่ใช่ดุ่ยๆ ไปเรื่อย ทำผิดทำถูกหรือเปล่าไม่รู้นี่ ไม่ใช่ทำไปเรื่อยๆ แล้วก็บรรลุได้นะ ถ้าทำผิดมันไม่บรรลุหรอก มันต้องมีสติปัญญารู้เลย ไม่ใช่เชื่องมงายนะว่าทำๆ ทนๆ ไปแล้ววันหนึ่งรู้ ไม่ใช่</p>
<p>มี<strong>ความเพียร</strong> ความเพียรมากไป หรือความเพียรน้อยไป วัดตัวเองดู บางช่วงขี้เกียจขี้คร้าน ก็เอาข้ออ้างนะ มีข้ออ้างนะ เวลาขี้เกียจขึ้นมาก็บอกว่า โอ จิตมันไม่ใช่เรา ไม่รู้จะขยันไปทำไม ไม่ใช่เรา ถ้าขยันเดี๋ยวจิตเป็นเราขึ้นมาอีก นี่ หาข้ออ้าง บางช่วงขยันเกินไป ภาวนาหามรุ่งหามค่ำจิตใจไม่ได้พักผ่อนเลย ไม่มีความสุข แห้งแล้ง เหน็ดเหนื่อยเกินไป ใช้ไม่ได้เหมือนกัน</p>
<p><strong>สติ </strong>สติของเราเกิดเอง หรือว่าสติบังคับให้เกิด สติเกิดเองใจก็โปร่งโล่งเบา สติบังคับให้เกิดนี่ใช้ไม่ได้ หรือสติคมกล้าเกินไป แข็งไป แข็งปึกเลย อะไรไหวแว๊บนี่รู้หมดเลยนะ รู้แบบคมกริบเลย คมเกินไปก็ใช้ไม่ได้อีก ต้องค่อยๆ สังเกตตัวเอง</p>
<p><strong>สมาธิ </strong>ใจเราตั้งมั่นจริงไหม หรือใจเราไปซึมเซาอยู่ในอารมณ์อันใดอันหนึ่ง หรือว่าใจเราตั้งมั่นสักว่ารู้สักว่าเห็นอารมณ์ ต้องคอยสังเกตเอา บางช่วงภาวนาไปแล้วเห็นสภาวะนะไม่ขาดสักทีหนึ่ง ดูใหญ่ๆ อยากให้มันขาดนะ เห็นแต่มันเกิดดับๆ ไปเรื่อยนะ ไม่ขาดไป สังเกตให้ดี ขาดสมาธิ ไหว้พระสวดมนต์ขึ้นมา หรือทำสมาธิพักผ่อนนิดเดียวนะ พอถอยออกมาเห็นสภาวะนะขาดสะบั้นเลย นี่สมาธิไม่พอ ต้องสังเกตเอา</p>
<p><strong>ปัญญา</strong>ก็ต้องสังเกตนะ ปัญญาฟุ้งซ่าน หรือว่าปัญญารู้จริงๆ ปัญญาคิด ปัญญานึก ปัญญาน้อม ปัญญาฟุ้งซ่าน ปัญญารู้ก็ปัญญาตัวจริง แต่บางครั้งก็ต้องอาศัยการคิดการน้อมเหมือนกัน มีศิลปะนะ มันไม่ใช่เป็นศาสตร์อย่างเดียวนะ การปฏิบัติเป็นศิลปะด้วย อีกหน่อยใครมีศิลปะเก่งๆ หลวงพ่อจะออกใบรับรองประกอบโรคศิลป์ มีศิลปะนะ มีศิลปะในการปฏิบัติ มันเป็นชั้นเชิงนะ เราไม่ได้วัวได้ควายมีแต่เรี่ยวแรงแล้วทุ่มเอาๆ หรือว่าชั้นเชิงมากจนไม่ต่อยสักทีนะ ฟุตเวิร์คสวยอยู่อย่างนั้น ก็ไม่ได้กินอีกนะ</p>
<p><strong>นี่มันต้องสังเกตตัวเองเลย ทั้งศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา นี่มันพอเหมาะพอควรไหม อันใดมากอันใดน้อยใช้ไม่ได้ นี่สติ ยกเว้นสตินะ สติยิ่งบ่อยยิ่งดี แต่สติกล้าแข็งไม่ดี ศรัทธามากก็โง่ วิริยะมากก็ฟุ้งซ่าน เหน็ดเหนื่อย สมาธิมากก็ซึมเซา ปัญญามากก็ฟุ้งซ่านอีก หรือไม่เชื่ออะไรเลย เชื่อตัวเอง กูเก่งๆ พวกปัญญากล้า ปัญญาอย่างนี้ไม่ใช่ปัญญาทางศาสนาพุทธหรอก ปัญญาคิดมาก</strong></p>
<p><em>สวนสันติธรรม<br />
CD: 17<br />
File: 500106.mp3<br />
Time: 12.17 – 17.25</em>
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2010/05/04/2178/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2010/05/25500106-organic-dd2.mp3" length="3881586" type="audio/mpeg" />
		</item>
	</channel>
</rss>

