หมวดหมู่

ทำไมปฏิบัติแล้วความโกรธไม่ลดลง?

mp3 (for download) : anger not stable

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

โยม : การสังเกตอารมณ์ที่รู้ทัน เช่น เวลาที่เราดีใจ เสียใจ หรือโกรธ คือ หลังจากปฏิบัติแล้วไม่ได้ลดน้อยลง เพียงแต่รู้ทันว่าตอนนี้กำลังโกรธ ตอนนี้กำลังอารมณ์ไม่ดี

หลวงพ่อปราโมทย์ : เราไม่ได้ฝึกให้ลดน้อย แต่เราฝึกให้เห็นความจริงว่าทุกสิ่งเกิดแล้วดับ เห็นตรงนี้มั้ย โกรธแล้วก็ดับ โลภเกิดแล้วก็ดับ ดีใจเสียใจเกิดแล้วก็ดับเราเรียนเพื่อสิ่งนี้ต่างหาก หลวงพ่อบอกแล้วว่าเราไม่ได้เรียนเอาดี

โยม : มันดับเร็วขึ้นกว่าเดิม

หลวงพ่อปราโมทย์ : ใช่ นั่นแหละดีแล้ว นั่นมีพัฒนาการแล้ว แต่เดิมเคยโกรธทีนึงหลายชั่วโมง เดี๋ยวนี้พอความโกรธผุดแว้บก็ขาดสะบั้นไปแล้ว ภพชาติของเราสั้นลง แทนที่จะเป็นภพขี้โมโหหลายชั่วโมงนะ ก็เป็นภพขี้โมโหหนึ่งแว้บ อะไรงี้ สังสารวัฏเราก็หดสั้นลงๆ

เพราะฉะนั้นเรียนนี่ไม่ใช่เรียนเพื่อไม่ให้โกรธ ความโกรธก็เป็นอนัตตาเหมือนกัน ถ้าเหตุของความโกรธยังมีมันจะต้องโกรธอีก เหตุของความโกรธคืออะไร อันแรกเลยคือมีอนุสัยขี้โมโห พูดภาษาไทยคือมีสันดานขี้โมโห มันคุ้นเคยที่จะโมโห มันจะโมโหบ่อย มีสันดานขี้โมโหอย่างเดียวก็ยังไม่โกรธ ต้องมีอันอื่นอีก ต้องได้กระทบอารมณ์ที่ไม่พอใจถึงจะโกรธ ถ้ากระทบอารมณ์ที่ไม่พอใจอย่างเดียว แต่ไม่มีอนุสัยขี้โมโห มันก็ไม่โกรธนะ เพราะงั้นความโกรธ เกิดจากเหตุตั้งหลายอย่างมาประชุมกัน แล้วก็ปรุงเป็นความโกรธขึ้นมา ถ้าเหตุของมันยังอยู่ มันยังโกรธอีก ถ้าวันนึงเราภาวนาจนอนุนัยขี้โมโหนี้หายไป มันจะไม่โกรธละ เพราะฉะนั้น เราไม่ได้เรียนเพื่อจะไปบังคับเพื่อแทรกแซงสังสารวัฏนะ ไม่ใช่ไปแทรกแซงสภาวะนะ แต่เรียนว่าทุกสิ่งเกิดจากเหตุ ถ้าเหตุดับ สิ่งนั้นก็ดับ

CD สวนสันติธรรมแผ่นที่ 12

ไฟล์ 080749B

26min49-28min43

หมายเหตุ คลิปธรรมะที่ปรากฏอยู่บนเว็บไซต์ Dhammada.net (ธรรมดา ด็อต เน็ต) คือเสียงการแสดงธรรมเพียงบางช่วง บางตอน ของ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช สวนสันติธรรม ศรีราชา ชลบุรี ซึ่งทางกลุ่มธรรมดาเป็นผู้จัดทำเพื่อให้เป็นหมวดหมู่ และยังมีเรื่องของการตอบคำถามเฉพาะเรื่องเฉพาะบุคคลด้วย ดังนั้นจึงยังไม่ใช่ข้อสรุปของการสอนธรรมะของท่านแต่อย่างใด รวมทั้งคำพูดหรือศัพท์บัญญัติที่ใช้ อาจเป็นที่เข้าใจเฉพาะกับผู้ถามเท่านั้น มิใช่การพูดเป็นการทั่วไป จึงขอความกรุณาอย่าได้นำไปใช้อ้างอิงในที่ใดโดยเด็ดขาด ขอเป็นเพียงการฟังเพื่อเข้าใจแนวทาง และเพื่อเป็นกำลังใจในการภาวนาเท่านั้น
อนึ่ง Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทางสวนสันติธรรมแต่อย่างใด

เรื่องที่เกี่ยวข้อง:

คนขี้โมโหดูจิต

MP3 (for download) :คนขี้โมโหดูจิต

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

โยม: ขี้โมโห คือมีอะไรนิดอะไรหน่อยก็ขัดเคืองใจเก่งมาก หนูก็เลยอยากถามหลวงพ่อว่า หนูควรจะทำอย่างไร ซึ่งการดูจิตหนูก็ดูมาตั้งนานแล้วค่ะ

หลวงพ่อปราโมทย์: ให้ดูไปสินะ กิเลสหลักของเราคือ โทสะ ดูจิตมาตั้งนานเรายังโมโหเลย

โยม: ใช่ค่ะ คือเวลาอ่านหนังสือหลวงพ่อบอกว่า พอเราดูจิตปั๊บ มันจะดับ บางทีมันไม่ดับน่ะค่ะ

หลวงพ่อปราโมทย์: มันดับแต่มันดับเป็นขณะๆ นะ เหตุของมันยังอยู่มันก็ปรุงความโกรธขึ้นมาอีก เราไม่ได้ดูจนมันดับถาวรนะ มันจะดับในขณะที่เรารู้ทันเท่านั้น เดี๋ยวมันก็ขึ้นมาอีก ขึ้นมาอีก เดี๋ยวเราก็รู้อีก ทั้งวันเราจะเห็นจิตมีสองชนิดเท่านั้นเอง คือจิตที่มีโทสะกับจิตที่ไม่มีโทสะ ดูอย่างนี้นะ จิตที่มีโทสะจะเกิดก็ห้ามมันไม่ได้ จิตไม่มีโทสะนะ รักษาไว้ก็ไม่ได้ ประเดี๋ยวโทสะก็มาอีก เพราะฉะนั้น คุณไปดูจิตหนึ่งคู่นะ จิตที่มีโทสะกับจิตที่ไม่มีโทสะ มันจะเกิดสลับกันทั้งวันเลย ดูอย่างนี้ ไม่ใช่ดูเพื่อให้หายนะ ไม่ใช่ว่าดูเพื่อให้ไม่มีโทสะ ดูไปจนวันหนึ่งปัญญามันเกิด มันเห็นเลยจิตที่มีโทสะกับจิตที่ไม่มีโทสะนี้เท่าเทียมกัน เพราะเกิดแล้วดับเหมือนๆกัน ไปดูอย่างนี้นะ ใจจะเป็นกลาง จิตมีโทสะเกิดขึ้น ใจก็เป็นกลาง โทสะหายไปใจก็ยังเป็นกลาง

โยม: ค่ะ คือถ้ายิ่งแรงๆ มันก็จะรู้สึกมันก็ยังคงเดิมไม่ดับอะไรอย่างนี้ค่ะ

หลวงพ่อปราโมทย์: นั่นแหละ ใจมันไม่ชอบ มันยังไม่มีสติแท้ ในขณะที่โทสะเกิดขึ้น เราไปดูมันนะ ถ้าเรารู้เฉยๆ นี่มันดับเอง แต่ถ้าเราไปดูแล้วเราเกลียดมัน ความเกลียดโทสะนั่นแหละเป็นโทสะอีกตัวหนึ่ง เหมือนกับไฟกำลังไหม้นะเราอุตส่าห์เอาไฟไปเติมอีก เอาเชื้อไปใส่เพิ่ม ให้เรารู้ลงไปว่าใจเราไม่ชอบโทสะ

หมายเหตุ คลิปธรรมะที่ปรากฏอยู่บนเว็บไซต์ Dhammada.net (ธรรมดา ด็อต เน็ต) คือเสียงการแสดงธรรมเพียงบางช่วง บางตอน ของ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช สวนสันติธรรม ศรีราชา ชลบุรี ซึ่งทางกลุ่มธรรมดาเป็นผู้จัดทำเพื่อให้เป็นหมวดหมู่ และยังมีเรื่องของการตอบคำถามเฉพาะเรื่องเฉพาะบุคคลด้วย ดังนั้นจึงยังไม่ใช่ข้อสรุปของการสอนธรรมะของท่านแต่อย่างใด รวมทั้งคำพูดหรือศัพท์บัญญัติที่ใช้ อาจเป็นที่เข้าใจเฉพาะกับผู้ถามเท่านั้น มิใช่การพูดเป็นการทั่วไป จึงขอความกรุณาอย่าได้นำไปใช้อ้างอิงในที่ใดโดยเด็ดขาด ขอเป็นเพียงการฟังเพื่อเข้าใจแนวทาง และเพื่อเป็นกำลังใจในการภาวนาเท่านั้น
อนึ่ง Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทางสวนสันติธรรมแต่อย่างใด

เรื่องที่เกี่ยวข้อง: