<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>
<channel>
	<title>Dhammada.net &#187; ขี้โมโห / ขี้หงุดหงิด / เจ้าโทสะ</title>
	<atom:link href="http://www.dhammada.net/category/%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%b2/%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b9%82%e0%b8%ab/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.dhammada.net</link>
	<description>คือความเรียบง่าย คือธรรมะ คือธรรมดา</description>
	<lastBuildDate>Mon, 06 Feb 2012 11:47:54 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.1</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<xhtml:meta xmlns:xhtml="http://www.w3.org/1999/xhtml" name="robots" content="noindex" />
		<item>
		<title>คนใจร้อน ให้ดูจิตที่เคลื่อนไหว</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2012/02/02/13579/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2012/02/02/13579/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 01 Feb 2012 21:36:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ok2077</dc:creator>
				<category><![CDATA[การภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[ขี้เกียจ]]></category>
		<category><![CDATA[ขี้โมโห / ขี้หงุดหงิด / เจ้าโทสะ]]></category>
		<category><![CDATA[ทางโลก ทางธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[โทสะ]]></category>
		<category><![CDATA[งานเยอะ]]></category>
		<category><![CDATA[ดูจิต]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญญา]]></category>
		<category><![CDATA[วินัย]]></category>
		<category><![CDATA[สติ]]></category>
		<category><![CDATA[หงุดหงิด]]></category>
		<category><![CDATA[อารมณ์]]></category>
		<category><![CDATA[เดินจงกรม]]></category>
		<category><![CDATA[เหวี่่ยง]]></category>
		<category><![CDATA[ใจร้อน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=13579</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>mp 3 (for download) :</strong> <a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2012/01/520719-discipline-dd.mp3" target="_blank"><strong>คนใจร้อน ให้ดูจิตที่เคลื่อนไหว</strong></a></p>
<div id="attachment_13631" class="wp-caption alignnone" style="width: 410px"><img class="size-large wp-image-13631" src="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2012/02/Angry-Birds-Facebook-Release-Date-400x211.jpg" alt="คนใจร้อน ให้ดูจิตที่เคลื่อนไหว" width="400" height="211" /><p class="wp-caption-text">คนใจร้อน ให้ดูจิตที่เคลื่อนไหว</p></div>
<p><strong>โยม : </strong>จะขอคำแนะนำพระอาจารย์ว่าดูสภาวะจิตนะค่่ะ แล้วอีกคำถามก็คือว่าอยากขอคำแนะนำที่เหมาะสมในเรื่องของวิหารธรรมที่เหมาะสมกับตัวหนูค่ะ</p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์ :</strong> เราเป็นคนใจร้อนนะ เพราะงั้นเราดูจิตดูใจที่มันเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงเนี่ยมันเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงรวดเร็วเลย รู้สึกมั้ยอารมณ์ของเรามันเหวี่ยงขึ้นเหวี่ยงลงไปเรื่อยๆนะ นั่นแหล่ะดูไป เห็นแต่อารมณ์เดี๋ยวก็ดีเดี๋ยวก็ร้าย เดี๋ยวก็สุขเดี๋ยวก็ทุกข์นะ เดี๋ยวก็หงุดหงิดอะไรงี้ ไหลมาไหลไปเดี๋ยวก็หงุดหงิดอีก พอมีสติรู้ความหงุดหงิดหายไปอีกซักพักก็มาอีกอะไรงี้ เฝ้ารู้อยู่อย่างนี้บ่อยๆ</p>
<p><strong>ในที่สุดปัญญามันเกิดมันจะเห็นเลยทุกอย่างผ่านมาแล้วผ่านไป ทุกอย่างเป็นของถูกรู้ถูกดู ทุกอย่างไม่ใช่ตัวเราหรอก</strong> ของคุณทำในรูปแบบด้วยนะ พยายามไป อดทน เดินจงกรม เห็นร่างกายมันเดินไป ถึงวันหนึ่งใจมันมีเรี่ยวแรงขึ้นมา</p>
<p><span style="color: #000080"><strong><span style="color: #800000">มีผู้หญิงคนหนึ่งนะ ไปเรียนกับหลวงพ่อ เมื่อหลายเดือนแล้ว มาเดือนพฤศจิกายนไปเรียนแล้วถามหลวงพ่อว่าที่ภาวนาอยู่เป็นยังไง หลวงพ่อก็บอกว่า ภาวนาก็รู้หลักอยู่แล้ว ภาวนาก็ใช้ได้อยู่แล้ว แล้วก็เงียบๆนะไม่พูดต่อแล้ว เขาก็ถามหลวงพ่อว่าเขาขาดวินัยในการปฏิบัติใช่ไหม บอกว่า ใช่ ตั้งแต่นั้นนะ เดินจงกรมทุกวันเลย คนนี้งานเยอะนะ ดูแลบ้านดูแลครอบครัวดูแลลูกดูแลสามี งานเยอะมากเลย พอดูแลเสร็จแล้วก็ไปทำงาน ดูแลบริษัทอีก ๕ บริษัท กลับมาถึงบ้านนะ กว่าจะมีเวลาส่วนตัวเนี่ย ๕ ทุ่มแล้ว ๕ ทุมถ้าเป็นพวกเราทำงานมาตึ้งแต่เช้ามืดยัน ๕ ทุ่ม เราก็มีข้ออ้างแล้วใช่ไหม ขอนอน นี่ คนนี้ฮึดสู้นะ ลุกขึ้ันเดินจงกรม ยังไม่นอนนะ เดินจงกรมไปชั่วโมงกว่า เที่ยงคืนหมดเรี่ยวหมดแรงไปนอน นอนไปตี่นหนึ่งนะ ก็ลุกขึ้นมาเดินอีก เขาฝึกของเขามาอย่างนี้ด้วยความยากลำบากนะ แต่ว่าไม่ท้อถอยเลย เขาฝึกจนกระทั่งวันหนึ่งใจมันเป็นกลางกับทุกสิ่งทุกอย่าง ใจมันถอดถอนตัวเองออกมา เราค่อยฝึกเอา ใช้เวลาราวๆ ๗ เดินเอง ของเราอย่าขึ้เกียจนะ แล้วเราอย่าอ้างว่างานเยอะ งานทั้งหลายที่เราทำอยู่ทุกวันนี้เพื่อจะอาศัยอยู่ในโลกชั่วครั้งชั่วคราว งานในธรรมะนะข้ามภพข้ามชาติ</span> </strong></span></p>
<p>ดูเด็กนี่ เห็นไหม เด็กนี่เห็นรูปตั้งแต่เล็กๆ ยังไม่เคยฟังธรรมก็รู้จักรูปแล้ว แต่ว่าไม่รู้ชื่อมันเท่านั้นเอง คนที่เคยทำนะ มันทำง่าย</p>
<p><em><br />
หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช<br />
สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม<br />
บ้านโค้งดารา ศรีราชา<br />
ชลบุรี</em></p>
<p><em> </em></p>
<p><em>CD: ศาลาลุงชิน ครั้งที่ ๓๑<br />
File: <a href="http://02.learndhamma.com/pramote/sala/031/520719.mp3" target="_blank">520719.mp3</a><br />
ระหว่างนาทีที่ ๔๑ วินาทีที่ ๕๒ ถึง นาทีที่ ๔๔ วินาทีที่ ๒๙<br />
</em>
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2012/02/02/13579/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2012/01/520719-discipline-dd.mp3" length="2185142" type="audio/mpeg" />
<enclosure url="http://02.learndhamma.com/pramote/sala/031/520719.mp3" length="35543184" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>ปฎิบัติธรรมต้องฉลาดนะ สู้ไม่ได้ก็ต้องถอย</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2011/09/01/11120/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2011/09/01/11120/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 31 Aug 2011 22:06:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>sawang156</dc:creator>
				<category><![CDATA[การภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[ขี้โมโห / ขี้หงุดหงิด / เจ้าโทสะ]]></category>
		<category><![CDATA[คำถาม / ปัญหาในการภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[วิปัสสนา]]></category>
		<category><![CDATA[สมถะ]]></category>
		<category><![CDATA[เจริญสติในชีวิตประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[โกรธ]]></category>
		<category><![CDATA[ปฎิฆะ]]></category>
		<category><![CDATA[สู้]]></category>
		<category><![CDATA[หนี]]></category>
		<category><![CDATA[หลีกเลี่ยงอารมณ์]]></category>
		<category><![CDATA[โทสะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=11120</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>mp3 (for download): <a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/08/540216_55.32_57.33.mp3">ปฎิบัติธรรมต้องฉลาดนะ สู้ไม่ได้ก็ต้องถอย</a></strong></p>
<div id="attachment_11282" class="wp-caption alignnone" style="width: 410px"><img src="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/08/Cute596-400x287.jpg" alt="ปฎิบัติธรรมต้องฉลาดนะ สู้ไม่ได้ก็ต้องถอย" title="ปฎิบัติธรรมต้องฉลาดนะ สู้ไม่ได้ก็ต้องถอย" width="400" height="287" class="size-large wp-image-11282" /><p class="wp-caption-text">ปฎิบัติธรรมต้องฉลาดนะ สู้ไม่ได้ก็ต้องถอย</p></div>
<p><strong>โยม : </strong>กราบนมัสการหลวงพ่อค่ะ ก็มีตามรู้ว่า จิตคิดอย่างไร ทีนี้ถ้าหากว่าเราก็รู้แล้ว ก็รู้ว่าอะไรเป็นปฏิฆะให้เราเกิดเช่นโทสะ เราก็รู้ว่าโทสะ เราควรหลีกเลี่ยงปฏิฆะนั้นมั้ย เพื่อไม่ให้จิตต้องเกิดโทสะอยู่เนืองๆ</p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์ : </strong><strong>คืออยู่ที่ว่าเราจะฝึกอะไร ถ้าเราฝึกสมถะนะ เลี่ยงได้ก็เลี่ยง จิตจะได้มีความสุข เพราะสิ่งที่เราต้องการคือความสุขความสงบ แต่ถ้าเราจะเจริญปัญญานะไม่จำเป็นต้องเลี่ยง ตากระทบรูปแล้วปฏิฆะเกิด มีสติรู้ทัน ก็จะเห็นเลย แต่เดิมปฏิฆะไม่มี ตอนนี้ปฏิฆะมีขึ้นมา นี่นะมันไม่เที่ยงแล้ว ปฏิฆะมีขึ้นมาแล้ว แล้วมีสติรู้ทัน ปฏิฆะหายไป นี่ก็ไม่เที่ยงละ ดูอย่างนี้ก็ใช้ได้ แล้วแต่ว่าเราต้องการอะไร</strong></p>
<p>แต่ถ้าดู จะเจริญวิปัสสนารวดไปเลยนะ หมดแรงแล้ว ไม่ไหวแล้ว เดี๋ยวจะระเบิดอยู่แล้ว เดินหนีเลย ยังได้เลย หลบเลี่ยงเสียก่อน </p>
<p><strong>โยม : </strong>ก็เป็นวิธีหนึ่งได้ ถ้ารู้ว่าอ่อนล้า</p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์ : </strong>ใช่ ถ้าสู้ไม่ได้ก็ถอยสิ ใช่มั้ย เราต้องฉลาดนะ ปฏิบัติธรรม สู้ไม่ไหวก็หนี ครูบาอาจารย์ท่านก็ถอยนะ ยกตัวอย่างบางทีสมัยหนุ่มๆท่านไปธุดงค์ ไปเจอสาวเข้านะ ใจมันชอบนะ ทำไงได้ใจมันชอบน่ะ ห้ามไม่ได้ ท่านดูอย่างไรก็ไม่หายนะ ท่านหนีเลย คว้ากลดคว้าบาตรหนีไปเลย มีอยู่องค์นะ หนีไปแล้วไปเจอสาวที่หมู่บ้านที่หนีไปอีก ไอ้คนเดิมแหละ เวรกรรมอะไรไม่รู้ เลยหนีไปรอดน่ะองค์นั้น</p>
<p><strong>เพราะฉะนั้นอย่างบางคนนะเราเข้าใกล้แล้วเราหงุดหงิดมากเลย เจริญสติไม่ได้ สติจะแตกอย่างเดียวนะ เลี่ยงได้ก็เลี่ยงไปก่อน ไม่ใช่วิปัสสนาแต่ว่าเอาตัวรอดไว้ก่อน ถ้าเป็นวิปัสสนาแท้นะ รู้อย่างที่เขาเป็นไปเรื่อย เพื่อให้เห็นเลย ปฏิฆะก็ไม่ใช่ตัวเรา ไม่ใช่คน ไม่ใช่สัตว์ ไม่ใช่เรา จิตจะมีปฏิฆะก็ห้ามไม่ได้ ดูอย่างนั้น</strong></p>
<p><em> หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช<br />
แสดงธรรมที่ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย</em><br />
<em> แสดงธรรมเมื่อ วันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๔<br />
</em></p>
<p><em>CD: แสดงธรรมนอกสถานที่ </em><em>การทางพิเศษแห่งประเทศไทย</em><br />
<em> File: <a href="http://02.learndhamma.com/pramote/other/128/540216.mp3">540216</a><br />
ระหว่างนาทีที่  ๕๕ วินาทีที่ ๓๒ ถึง นาทีที่ ๕๗ วินาทีที่ ๓๓<br />
</em>
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2011/09/01/11120/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/08/540216_55.32_57.33.mp3" length="1947008" type="audio/mpeg" />
<enclosure url="http://02.learndhamma.com/pramote/other/128/540216.mp3" length="70880046" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>การภาวนาสำหรับคนโทสะแรง</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2011/08/19/10874/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2011/08/19/10874/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 18 Aug 2011 23:16:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>sawang156</dc:creator>
				<category><![CDATA[การภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[ขี้โมโห / ขี้หงุดหงิด / เจ้าโทสะ]]></category>
		<category><![CDATA[คำถาม / ปัญหาในการภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[ศีล]]></category>
		<category><![CDATA[โทสะ]]></category>
		<category><![CDATA[กิเลส]]></category>
		<category><![CDATA[ติดสมาธิ]]></category>
		<category><![CDATA[เบียดเบียน]]></category>
		<category><![CDATA[โทสะแรง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=10874</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>mp3 (for download) : </strong><a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/08/540319B_27.24_29.40.mp3">เป็นคนโทสะแรงมาก ควรภาวนาอย่างไร</a></p>
<div id="attachment_11084" class="wp-caption alignnone" style="width: 410px"><img class="size-large wp-image-11084" title="การภาวนาสำหรับคนโทสะแรง" src="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/08/angry-birds-550x360-400x261.png" alt="การภาวนาสำหรับคนโทสะแรง" width="400" height="261" /><p class="wp-caption-text">การภาวนาสำหรับคนโทสะแรง</p></div>
<p><strong>โยม : </strong>ค่ะ <strong>โทสะของหนูแรงมากเลยล่ะค่ะ หนูขี้โมโหแล้วก็ มันชอบไประรานคนอื่นเขาน่ะค่ะ จนทำให้คนอื่นเขาเดือดร้อน</strong></p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์ : </strong>หนูไปทำอะไรนะ</p>
<p><strong>โยม : </strong>ไปพูดจาเสียดสี อะไรพวกนี้ล่ะค่ะ พูดจาไม่ดีใส่คนอื่น ขี้โมโหใส่คนอื่น แล้วหนูก็มีสติตามรู้ไม่ทัน</p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์ : </strong>เออ..นะ ฝึกไปเรื่อย.. ต่อไปมันเร็ว สติค่อยเร็วขึ้นหรอก ดีแล้วล่ะที่หนูเห็นอย่างนั้นน่ะ</p>
<p><strong>โยม : </strong>แต่หนูสงสารคนอื่นเขาค่ะ</p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์ : </strong>หลวงพ่อก็สงสาร</p>
<p><strong>โยม : </strong>แล้วมีความรู้สึกว่า ดูเหมือนมันจะแรงขึ้นกว่าเมื่อก่อน</p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์ : </strong>เพราะว่าเราไม่เก็บกด ถ้าเราทำแต่สมาธินะ เรากดนิ่งๆนะ กิเลสไม่แรงหรอก ครูบาอาจารย์ท่านเรียกว่า กรรมฐานแบบเอาก้อนหินไปทับหญ้าไว้ วันใดเอาก้อนหินออกไปนะ หญ้าก็งอกใหม่ แถมงอกแล้วมีดอกเบี้ยด้วย จะโมโหมากกว่าคนทั่วๆไป พวกที่ติดความสงบน่ะ</p>
<p>แต่มันเป็นแค่ช่วงเดียวแหละ ต่อไปพอสติมันเร็วขึ้นนะ มันจะอ่อนลง กิเลสมันจะอ่อนลง</p>
<p><strong>โยม : </strong>แล้วช่วงนี้หนูจะต้องปล่อยมันเป็นแบบนี้หรือคะ</p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์ : หนูตั้งใจไว้เลย ตั้งแต่ตื่นนอน ทุกวัน ตั้งใจว่าเราจะรักษาศีล ๕ กลางวันก็ตั้งใจอีก ตอนค่ำก็ตั้งใจอีก ตั้งใจวันละหลายๆรอบ เป็นการย้ำกับตัวเอง เป็นการเตือนตัวเองว่า ถึงกิเลสจะครอบงำจิตอย่างไร เราก็จะไม่ละเมิดคนอื่น</strong> เพราะฉะนั้นศีลเนี่ย จำเป็น</p>
<p>พวกที่ทำสมถะนะ ไม่ค่อยไปยุ่งกับใครอยู่แล้ว แต่พวกที่จะเดินวิปัสสนาเนี่ย ไม่เก็บกด เพราะฉะนั้นกิเลสจะแรงนะ ยิ่งเคยติดสมถะมาก่อนนะ กิเลสจะแรงกว่าคนทั่วไป</p>
<p><strong>โยม : </strong>หนูนั่งสมาธิไม่เป็นน่ะค่ะ</p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์ : </strong>อ๋อ..ถ้างั้นยังไม่แรงเต็มที่หรอก ถ้าติดสมถะนะ แรงสุดๆเลย เพราะฉะนั้นหนูตั้งใจรักษาศีลไว้</p>
<p><strong>โยม : </strong>หนูก็ตั้งใจอยู่น่ะค่ะ แต่ว่า ดูเหมือนมันจะ..</p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์ : แล้วเวลาไปเล่นงานเขาแล้วเสียใจ ให้รู้ว่าเสียใจนะ ดูลงไปเลย เห็นมีแต่ทุกข์แต่โทษ ไปเล่นงานคนอื่นแล้วเนี่ย เกิดทุกข์เกิดโทษขึ้นมา เห็นอย่างนี้เรื่อยๆ ต่อไปไม่อยากเล่นงานใครหรอก</strong></p>
<p><em>หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช<br />
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม<br />
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี<br />
แสดงธรรมเมื่อ วันเสาร์ที่ ๑๙ มีนาคม</em><em> พ.ศ.๒๕๕๔</em></p>
<p>CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๓๙<br />
File: <a href="http://01.learndhamma.com/pramote/cd/039/mp3/540319B.mp3">540319B</a><br />
ลำดับที่ ๖<br />
ระหว่างนาทีที่ ๒๗ วินาทีที่ ๒๔ ถึง นาทีที่ ๒๙ วินาทีที่ ๔๐
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2011/08/19/10874/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/08/540319B_27.24_29.40.mp3" length="2176032" type="audio/mpeg" />
<enclosure url="http://01.learndhamma.com/pramote/cd/039/mp3/540319B.mp3" length="27924688" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>เสียท่ากิเลสไปแล้ว อย่าเสียท่าอีกรอบด้วยการเสียใจ</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2011/08/16/10877/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2011/08/16/10877/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 15 Aug 2011 21:29:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>sawang156</dc:creator>
				<category><![CDATA[การภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[กิเลส]]></category>
		<category><![CDATA[ขี้โมโห / ขี้หงุดหงิด / เจ้าโทสะ]]></category>
		<category><![CDATA[คำถาม / ปัญหาในการภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[ตัวตน]]></category>
		<category><![CDATA[รู้สึกตัว]]></category>
		<category><![CDATA[โทสะ]]></category>
		<category><![CDATA[กำลังกิเลส]]></category>
		<category><![CDATA[กำลังสติ]]></category>
		<category><![CDATA[ความคิด]]></category>
		<category><![CDATA[คิดซ้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[เคยชิน]]></category>
		<category><![CDATA[เสียใจ]]></category>
		<category><![CDATA[โทสะแรง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=10877</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>mp3 (for download) : </strong><a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/08/540319B_39.52_41.23.mp3" target="_blank">เสียท่ากิเลสไปแล้ว อย่าเสียท่าอีกรอบด้วยการเสียใจ</a></p>
<div id="attachment_10979" class="wp-caption alignnone" style="width: 410px"><img class="size-full wp-image-10979" title="เสียท่ากิเลสไปแล้ว อย่าเสียท่าอีกรอบด้วยการเสียใจ" src="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/08/angry_duck.bmp" alt="เสียท่ากิเลสไปแล้ว อย่าเสียท่าอีกรอบด้วยการเสียใจ" width="400" height="300" /><p class="wp-caption-text">เสียท่ากิเลสไปแล้ว อย่าเสียท่าอีกรอบด้วยการเสียใจ</p></div>
<p><strong>โยม : </strong>คือ บางทีเป็นคนที่โทสะแรงค่ะ แล้วพอเวลาที่ตัวเองโกรธเนี่ย รู้เหมือนกัน รู้สึกเหมือนแบบ เหมือนเจ็บ รู้สึกเหมือนเจ็บอยู่ที่กลางอก แต่บางทีก็.. แต่ว่าไม่เคยหายไปเลยค่ะ คือจะออกไปทาง.. กลายเป็นว่าออกไปทางกายตลอด คือแสดงกริยาที่ไม่น่ารักออกไปน่ะค่ะ แล้วก็บางทีก็มารู้สึกเสียใจเหมือนกัน แล้วก็รู้สึกว่า ทำไม เรารู้สึกแล้วว่าเราโกรธ แต่ทำไมมันไม่หายไปค่ะ</p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์ : </strong>มันเคยชินนะ กำลังของกิเลสมันแรงกว่าสติปัญญาของเรา แต่เราฝึกไปเรื่อยๆ วันหนึ่งกำลังของสติปัญญาก็แรงกว่ากิเลสเองแหละ ถ้าเราไม่ฝึกนะ ตามใจมันเรื่อย มันก็ยิ่งแรงใหญ่ เวลาโกรธแล้วรู้สึกภูมิใจมั้ย</p>
<p><strong>โยม : </strong>เป็น..</p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์ : </strong>เออ..นั่นแหละ มันยังไม่ละหรอก</p>
<p><strong>โยม : </strong>คือ รู้สึกว่า ถ้าได้ว่าเขาไปแล้ว คือชนะเขาได้เลย รู้สึกว่ากูเก่ง</p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์ : </strong>เออ.. นั่นแหละ หนูไปดูตัวนี้แหละ มันภูมิใจที่โกรธน่ะ มันไม่อยากละจริง มันรู้สึกเท่ดี แต่ว่าพอหายโกรธแล้วมันเสียใจ</p>
<p><strong>เวลาโกรธ <span style="text-decoration: underline;">เรารู้ไม่ทัน</span>เนี่ย <span style="color: #808080;">เราพลาดยกที่หนึ่ง</span>นะ พอไปว่าเขาแล้วเรากลับมาเสียใจ <span style="text-decoration: underline;">เราไม่รู้ว่ากำลังเสียใจอยู่</span> <span style="color: #808080;">เราพลาดยกที่สอง</span>แล้ว เพราะฉะนั้น<span style="text-decoration: underline;">ถ้าพลาดยกหนึ่งแล้วอย่าให้เสียยกที่สอง</span><span style="color: #888888;"> เสียใจรู้ทันลงไป</span>เลยนะ</strong></p>
<p>การที่หนูคอยรู้บ่อยๆนะ วันหนึ่งสติปัญญามันเข้มแข็งนะ กิเลสมันจะอ่อนแรงไป</p>
<p><em>หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช<br />
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม<br />
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี<br />
แสดงธรรมเมื่อ วันเสาร์ที่ ๑๙ มีนาคม</em><em> พ.ศ.๒๕๕๔</em></p>
<p>CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๓๙<br />
File: <a href="http://01.learndhamma.com/pramote/cd/039/mp3/540319B.mp3" target="_blank">540319B</a><br />
ลำดับที่ ๖<br />
ระหว่างนาทีที่ ๓๙ วินาทีที่ ๕๒ ถึง นาทีที่ ๔๑ วินาทีที่ ๒๓
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2011/08/16/10877/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/08/540319B_39.52_41.23.mp3" length="1444186" type="audio/mpeg" />
<enclosure url="http://01.learndhamma.com/pramote/cd/039/mp3/540319B.mp3" length="27924688" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>ภาวนาเหมือนเรือทอดสมอ</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2011/05/19/9203/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2011/05/19/9203/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 18 May 2011 22:15:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>sawang156</dc:creator>
				<category><![CDATA[การภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[กิเลส]]></category>
		<category><![CDATA[ขี้โมโห / ขี้หงุดหงิด / เจ้าโทสะ]]></category>
		<category><![CDATA[ความเป็นกลาง]]></category>
		<category><![CDATA[คำถาม / ปัญหาในการภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[บังคับกายใจ]]></category>
		<category><![CDATA[ศีล]]></category>
		<category><![CDATA[เพ่ง / จงใจ / ประคอง]]></category>
		<category><![CDATA[โทสะ]]></category>
		<category><![CDATA[กด]]></category>
		<category><![CDATA[ข่ม]]></category>
		<category><![CDATA[ต้านน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ผ่านมา]]></category>
		<category><![CDATA[ผ่านไป]]></category>
		<category><![CDATA[สมอ]]></category>
		<category><![CDATA[สักว่ารู้]]></category>
		<category><![CDATA[สักว่าเห็น]]></category>
		<category><![CDATA[เก็บกด]]></category>
		<category><![CDATA[เพ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[เรือ]]></category>
		<category><![CDATA[เห็นกิเลส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=9203</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>mp3 (for download): </strong><a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/05/491222_3.13_5.06.mp3" target="_blank">ภาวนาเหมือนเรือทอดสมอ</a></p>
<div id="attachment_9410" class="wp-caption alignnone" style="width: 410px"><img src="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/05/coldironingformarinevessels1-400x288.jpg" alt="ภาวนาเหมือนเรือทอดสมอ" title="ภาวนาเหมือนเรือทอดสมอ" width="400" height="288" class="size-large wp-image-9410" /><p class="wp-caption-text">ภาวนาเหมือนเรือทอดสมอ</p></div>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์: </strong>คือ ตรงที่เราเห็นโทสะเนี่ย ดีแล้วนะ ตรงที่ข่มไว้เนี่ย เป็นส่วนเกิน แต่ว่าโดยที่เรายังไม่ชำนิชำนาญการปฏิบัติ ข่มไว้ก่อนก็ดี จะได้ไม่ทำอะไรผิดทางกายทางวาจา แต่<strong>ถ้าเราเจริญสติชำนิชำนาญขึ้น พอจิตมีโทสะ เรารู้ว่ามีโทสะ เราจะเห็นเลย จิตที่มีโทสะมันไม่ใช่ตัวเรา มันมีของมันเอง ใจของเราเป็นแค่คนดู เป็นแค่ผู้รู้ผู้ดู เห็นจิตมีโทสะเกิดขึ้นมา ตั้งอยู่ ก็ดับไป</strong></p>
<p><strong>ต่อไปสภาวะอย่างอื่น นอกเหนือจากโทสะ เช่น ราคะ โมหะ อะไรต่ออะไรนะ อิจฉา กังวล อะไรเกิดขึ้นมา เราก็ดูแบบเดียวกัน คือเห็นว่า มันเกิดขึ้นมาแล้วมันก็ดับไป เราไม่ได้ไปแก้ไขมัน</strong> ทีนี้การปฏิบัติเนี่ย มันมี ส่วนมากพวกเราชอบเก็บกด เราไปกดมัน พอสภาวธรรม ยกตัวอย่างกิเลสอะไรเกิดขึ้นมา เราไปพยายามเพ่ง ไปกดๆมัน มันจะไปซ่อนตัวไว้ อย่างนี้ไม่ดี</p>
<p><strong>ถ้าเราเห็นกิเลสโผล่ขึ้น เราสักว่ารู้ สักว่าเห็นนะ จะเห็นมันผ่านมาแล้วก็ผ่านไป จะไม่ไปกดมันไว้ ต่อไปใจเราจะนิ่ง เบา สบาย ยิ่งภาวนาดี จะยิ่งสบาย</strong> แต่ถ้าเราฝืน เราต่อต้านกิเลสนะ เราจะเหนื่อย</p>
<p><strong>เราจะทำกับจิตใจเรา ให้คล้ายเรือลำใหญ่ๆ จอดอยู่ในแม่น้ำ ในทะเล จอดทอดสมออยู่ น้ำไหลมา เรือนี้ไม่ไหลตามน้ำ คือใจเราไม่ไหลไปตามกิเลส ในขณะเดียวกัน เรือไม่เคยต้านน้ำ เรือก็จะปล่อยให้น้ำไหลผ่านไป ใจเราจะสักว่ารู้สักว่าเห็น ไม่ต้าน</strong> ถ้าเราไปพยายามแก้ พยายามเก็บกด พยายามอะไรอย่างนี้ เราไปต้านมัน</p>
<p><em> หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช<br />
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม<br />
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี<br />
แสดงธรรมเมื่อ วันศุกร์ที่ ๒๒ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๙<br />
</em></p>
<p><em>CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๑๗<br />
ลำดับที่  ๒<br />
File: <a href="http://01.learndhamma.com/pramote/cd/017/mp3/491222.mp3" target="_blank">491222</a><br />
ระหว่างนาทีที่  ๐๓ วินาทีที่ ๑๓ ถึง นาทีที่ ๐๕ วินาทีที่ ๐๖<br />
</em>
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2011/05/19/9203/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/05/491222_3.13_5.06.mp3" length="1812497" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>การเดินจงกรม เมื่อมีโทสะ</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2010/11/27/5571/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2010/11/27/5571/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 26 Nov 2010 22:31:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>simpleid123</dc:creator>
				<category><![CDATA[ขี้โมโห / ขี้หงุดหงิด / เจ้าโทสะ]]></category>
		<category><![CDATA[ดูจิต]]></category>
		<category><![CDATA[เจริญสติในชีวิตประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[โทสะ]]></category>
		<category><![CDATA[ทุกก้าวที่เดิน รู้สึกตัว]]></category>
		<category><![CDATA[สมถะ]]></category>
		<category><![CDATA[เดินจงกรม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=5571</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>mp3 for download:</strong> <a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2010/11/500824_walking1.mp3" target="_blank">การเดินจงกรม</a></p>
<div id="attachment_5634" class="wp-caption alignnone" style="width: 209px"><img class="size-medium wp-image-5634" title="การเดินจงกรม เมื่อมีโทสะ" src="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2010/11/walking-199x300.jpg" alt="การเดินจงกรม เมื่อมีโทสะ" width="199" height="300" /><p class="wp-caption-text">การเดินจงกรม เมื่อมีโทสะ</p></div>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์:</strong> ที่จริงเราต้องลบภาพ ลบความรู้สึกนะ ที่ว่า การเดินจงกรมเนี่ย คือเวลาปฎิบัติธรรม ตรงนี้ต้องลบทิ้งไป แล้วก็กลมกลืนการปฏิบัติเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันจริงๆ ทุกก้าวที่เดินเนี่ย รู้สึกตัวไป</p>
<p>ส่วนที่เดินกลับไปกลับมานั้นน่ะ มันมีหลายแบบ บางทีก็เดินเรื่อยเปื่อย ใจลอยไป บางทีก็เดินทำสมถะนะ เดินเพ่งไป บางทีก็เดินรู้สึกไป บางทีก็รู้สึกกาย บางทีก็รู้สึกใจ หมุนไปเรื่อยๆ ในความเป็นจริงแล้วก็คือ <strong>ทุกก้าวที่เดิน ต้องรู้สึกตัว</strong> พยายามรู้สึก ไม่ใช่ว่าจะเลิกปฏิบัติ</p>
<p><strong>คำว่าปฏิบัติ เลิกไม่ได้ ต้องทำตั้งแต่ตื่นจนหลับ ยกเว้นตอนทีเผลอไป กับตอนที่ไปคิดๆ อะไรอย่างนี้ นอกนั้นต้องปฏิบัติทั้งวัน ห้ามเลิก</strong></p>
<p><strong>โยม:</strong> คือทีนี้มัน จะเลิก ไม่เลิก ที่มันรู้สึกตีกัน ก็เพราะว่า ที่สังเกตมาตลอดเวลาทำเนี่ย มันก็เป็น ส่วนใหญ่มันเป็นสมถะ รู้สึกว่า ถ้าทำสมถะไปเยอะๆเนี่ย พอไปเจริญสติในชีวิตประจำวันต่อแล้วเนี่ย สติมันว่องไว</p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์:</strong> งั้นก็เดินไป</p>
<p><strong>โยม:</strong> มันรู้ มันรู้ได้เร็ว แต่ถ้าเกิด มันเดินๆไปปุ๊บ มันก็ครื้น.. แล้วก็โอ๊ย โทสะมันก็ท่วมไปหมดเลย</p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์:</strong> ก็มีสติ รู้ว่าโทสะท่วมขึ้นมานะ แล้วก็เดินไป เพราะว่าร่างกายนี้มันอยู่ในอิริยาบถใด เราก็ต้องมีสติ ถ้ามันอยู่ในอิริยาบถเดิน เราก็รู้สึกไป โทสะท่วมขึ้นมาก็รู้สึกเอา นะ</p>
<div><em>หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช<br />
แสดงธรรมที่ สำนักสงฆ์ สวนสันติธรรม<br />
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี</em></div>
<div><em>CD สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๒๑<br />
ลำดับที่ ๑๔<br />
FILE <a href="http://01.learndhamma.com/pramote/cd/021/mp3/500824.mp3" target="_blank">500824</a><br />
นาทีที่ ๕ วินาทีที่๒๘ ถึงนาทีที่๖วินาทีที่๕๖</em></div>
<p><em> </p>
<p></em>
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2010/11/27/5571/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2010/11/500824_walking1.mp3" length="1400189" type="audio/mpeg" />
<enclosure url="http://01.learndhamma.com/pramote/cd/021/mp3/500824.mp3" length="26859584" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>จิตปรุงแต่งไม่มีปัญหา แต่ปัญหาอยู่ที่เราไปปรุงแต่งต่อ</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2010/11/21/5014/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2010/11/21/5014/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 20 Nov 2010 23:38:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ok2077</dc:creator>
				<category><![CDATA[การภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[ขันธ์ ๕]]></category>
		<category><![CDATA[ขี้โมโห / ขี้หงุดหงิด / เจ้าโทสะ]]></category>
		<category><![CDATA[ความเป็นกลาง]]></category>
		<category><![CDATA[จิต]]></category>
		<category><![CDATA[ดูจิต]]></category>
		<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[ทุกข์]]></category>
		<category><![CDATA[สติปัฏฐาน 4]]></category>
		<category><![CDATA[แทรกแซง]]></category>
		<category><![CDATA[โกรธ]]></category>
		<category><![CDATA[กรรม]]></category>
		<category><![CDATA[พระอรหันต์]]></category>
		<category><![CDATA[ภพ]]></category>
		<category><![CDATA[สักว่ารู้]]></category>
		<category><![CDATA[สังขตธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[แน่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=5014</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>mp 3 (for download) :</strong> <a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2010/10/500106-do-dd.mp3"><strong>จิตปรุงแต่งไม่มีปัญหา แต่ปัญหาอยู่ที่เราไปปรุงแต่งต่อ</strong></a></p>
<div id="attachment_5537" class="wp-caption alignnone" style="width: 310px"><img class="size-medium wp-image-5537" title="จิตปรุงแต่งไม่มีปัญหา แต่ปัญหาอยู่ที่เราไปปรุงแต่งต่อ" src="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2010/11/colorfulheart-300x240.jpg" alt="จิตปรุงแต่งไม่มีปัญหา แต่ปัญหาอยู่ที่เราไปปรุงแต่งต่อ" width="300" height="240" /><p class="wp-caption-text">จิตปรุงแต่งไม่มีปัญหา แต่ปัญหาอยู่ที่เราไปปรุงแต่งต่อ</p></div>
<p><strong>โยม:</strong> ช่วงนี้ก็หลงเยอะ แล้วก็นานด้วย แล้วก็จิต จิตแกว่งง่าย ไม่ค่อยมีสมาธิ บวกขี้เกียจ แล้วพอจะรู้ตัวขึ้นมา เหมือนจะรู้นิดนึง ก็จะพยามข่มไว้นิดๆ</p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์:</strong> ดีนะ ดีที่รู้ว่า มันทำยังไง ดีที่รู้ว่าไปทำอะไรมัน <strong>สังเกตมั้ย มี ๒ อันนะ อันหนึ่งจิตมันทำงานไปนะ มันปรุงดี ปรุงชั่ว ปรุงสุข ปรุงทุกข์ ไป</strong> อันนี้อันหนึ่ง <strong>อีกอันคือเราเข้าไปทำมัน เช่น เราเข้าไปข่มมันไว้ เราคล้อยตามมันไป</strong></p>
<p><strong>ตรงที่จิตปรุงดี ปรุงชั่ว ปรุงสุข ปรุงทุกข์ ไม่มีปัญหานะ ยังไม่ใช่ปัญหา ปัญหาอยู่ตรงที่พอเราไปรู้มันแล้ว ใจเราไปทำงานเข้า ไปปรุงต่อเข้าไปอีก ปัญหาไปอยู่ตรงนั้นเอง</strong></p>
<p>อย่างความโกรธเกิดขึ้นนะ จิตมันจะโกรธ ห้ามมันไม่ได้ เพราะฉะนั้นไม่มีหน้าที่ไปห้าม พอความโกรธเกิดขึ้นแล้วอยากให้หาย พออยากให้หายเนี่ย หาทางแก้ไขความโกรธ ตัวนี้เป็นปัญหาล่ะ นี่คือความปรุงแต่ง ปรุงแต่งใหม่ เป็นกรรมใหม่</p>
<p>ตรงที่จิตมันโกรธขึ้นมา มันโกรธไปตามความเคยชินเดิมๆ ของมัน มันเคยโกรธ มันก็โกรธ พอมันโกรธขึ้นมา ใจเราไม่ชอบมัน หาทางแก้ ตรงที่ใจหาทางแก้หาทางทำนี่ล่ะ เป็นกรรมใหม่ ตรงนี้ต้องรู้ทันนะ ถ้ารู้ไม่ทันความทุกข์จะเกิด ใจจะแน่นขึ้นมา</p>
<p>เพราะฉะนั้น ถ้าสภาวะใดๆ เกิดขึ้นเนี่ยไม่ใช่ปัญหา ภาวะใดๆ เกิดขึ้นนะ เราสักว่ารู้สักว่าเห็นได้นี่ใช้ได้เลย ถ้าสภาวะใดๆ เกิดขึ้นเราไม่เข้าใจ เราพยามเข้าไปแทรกแซงแก้ไข อันนี้ใช้ไม่ได้ ที่ใช้ไม่ได้ ไม่ใด้ใช้ไม่ได้ตรงที่มีสภาวะเกิดขึ้นนะ ใช้ไม่ได้ตรงที่เข้าไปแทรกแซง ไปคล้อยตามบ้าง ไปต่อต้านบ้าง</p>
<p>สภาวะใดๆ เกิดขึ้นนะ ปล่อยให้เขาเกิดขึ้น ขันธ์ ๕ เนี่ยเป็น <strong><em>&#8216;สังขตธรรม&#8217;</em></strong> เป็นธรรมะฝ่ายปรุงแต่งนะ เพราะฉะนั้น <strong>ขันธ์ ๕ ต้องปรุงแต่งไปเรื่อยๆ เราไม่ได้ไปห้ามมัน</strong> อย่างจิตมีหน้าที่คิดนะ ก็คิดทั้งวันทั้งคืน ไม่ต้องไปห้ามมัน แต่พอคิดแล้วเกิดสุขเกิดทุกข์เกิดดีเกิดชั่ว เราก็ไม่ต้องไปห้ามมัน เพราะว่ามันต้องเกิด มันมีเหตุ มันไปคิดอย่างนี้เข้า มันไปกระทบอารมณ์อย่างนี้เข้า มันมีนิสัยเคยขี้โมโห มันก็เลยโมโหขึ้นมา อันนี้ห้ามไม่ได้</p>
<p>พอมันโกรธขึ้นมาแล้วเราไม่ชอบความโกรธ ตรงนี้ปัญหาอยู่ตรงนี้ล่ะ ตรงที่เราพอใจ เราไม่พอใจ ต่อสภาวะนั้น พอเราพอใจเราก็หาทางรักษา เราไม่พอใจเราก็หาทางผลักหาทางทำลายแก้ไขมันออกไป <strong>ตรงที่เราทำงานขึ้นมานี้แหละ เรียกว่าเราสร้างกรรมใหม่ เราสร้างภพอันใหม่ขึ้นมา จิตจะมีความทุกข์เกิดขึ้นทันทีเลย</strong></p>
<p>เพราะฉะนั้น ถ้าเราเห็นสภาวธรรม เห็นรูปเห็นนาม เห็นกายเห็นใจ เขาปรุงของเขาไปเรื่อยนะ เราไม่ปรุงอะไรเราไม่ทุกข์นะ ขันธ์ต่างหากล่ะมันเป็นตัวทุกข์ มันก็ทุกข์ มันก็ทำงาน ดิ้นรนของมันตามหน้าที่ของมัน เพราะเป็นธรรมะฝ่ายปรุงแต่ง เป็นสังขตธรรม เราห้ามมันไม่ได้ มันก็ปรุงของมันไปเรื่อยๆ เราไม่เกี่ยวข้องนี้เราไม่ทุกข์นะ</p>
<p>แต่พอเรายินดียินร้ายกับมันขึ้นมา มันปรุงอย่างนี้เราชอบ มันปรุงอย่างนี้เราไม่ชอบ ไปยินดียินร้ายขึ้นมาเนี่ย ใจก็ดิ้นรน ใจก็มีความทุกข์ ให้คอยรู้เรื่อยๆ ง่ายๆ</p>
<p>จิตจะมีความสุขก็ได้ จิตจะมีความทุกข์ก็ได้ จิตจะเป็นกุศลก็ได้ อกุศลก็ได้ ไม่ต้องไปยุ่งกับมัน เมื่อไหร่เข้าไปยุ่งเมื่อนั้นก็จะมีความทุกข์อันใหม่เกิดขึ้น จิตใจมีความทุกข์ขึ้นมา ตัวนี้คือตัวที่เราต้องรู้ทัน ถ้ารู้ไม่ทันเราจะปรุงทุกข์ซ้ำซ้อนขึ้นมา ขันธ์ ๕ ก็เป็นทุกข์โดยตัวของมันเองอยู่แล้ว มันต้องดิ้นรนไปเรื่อยๆ ปรุงแต่งไปเรื่อยๆ เพราะมันเป็นตัวทุกข์น่ะ ต้องดิ้นรนปรุงแต่งไปเรื่อยๆ แต่เราไม่พอใจขึ้นมา เราพอใจขึ้นมา ใจเราปรุงแต่งซ้อนขึ้นมาอีกที คราวนี้เราจะทุกข์แล้ว</p>
<p>ขันธ์ ๕ ของพระอรหันต์ก็ปรุงแต่งนะ ไม่ใช่ขันธ์ ๕ ของพระอรหันต์ไม่ปรุงแต่ง ขันธ์ ๕ ของพระอรหันต์ปรุงแต่ง แต่จิตของพระอรหันต์นั้นไม่มีอะไรปรุงแต่งได้เลย ด้วยเหตุขันธ์มันทำงานไปโดยจิตไม่กระเพื่อมหวั่นไหว ไม่มีอะไรปรุงแต่งจิต ไม่ทำงานต่อ ที่เรียกบอกว่า หมด หมดกิจแล้ว จบกิจแล้ว คือใจไม่ต้องทำงานแล้ว เห็นแต่ขันธ์มันทำงาน ใจไม่ต้องทำอะไร ขันธ์ก็ทำงานไปตามหน้าที่ของขันธ์ จนวันหนึ่งก็สิ้นขันธ์ ตรงที่ใจมันพรากออกจากขันธ์ จิตมันพรากออกจากขันธ์ ขันธ์ไม่กระเทือนเข้าถึงจิต เรียกว่า <strong><em>&#8216;สอุปาทิเสสนิพพาน&#8217;</em></strong> จิตถึงสอุปาทิเสสนิพพาน ตรงที่สิ้นขันธ์ไปแล้ว อันนี้เรียก <strong><em>&#8216;อนุปาทิเสสนิพพาน&#8217;</em></strong></p>
<p>ค่อยๆ ฝึกนะ เราไม่ได้ฝึกเพื่อให้ขันธ์ผิดปกตินะ บางคนพยายามฝึกให้ขันธ์ผิดปกติ เช่น ไม่ให้คิดนะ ไม่ให้คิด ไม่ให้โลภ ไม่ให้โกรธ ไม่ให้หลง เนี่ยฝึกให้ขันธ์ผิดปกติ <strong>ให้มันคิดไป ให้มันโลภ ให้มันโกรธ ให้มันหลงไป แล้วตามรู้มันไป ตามรู้แล้วอย่าไปหลงยินดีกับมัน อย่าไปหลงยินร้ายกับมัน</strong></p>
<p><em><br />
สวนสันติธรรม<br />
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๑๙<br />
Track: ๖<br />
File: <a href="http://01.learndhamma.com/pramote/cd/017/mp3/500106.mp3" target="_blank">500106.mp3</a><br />
ระหว่างนาทีที่ ๒๘ วินาทีที่ ๒๕ ถึง นาทีที่ ๓๓ วินาทีที่ ๒๑<br />
</em>
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2010/11/21/5014/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2010/10/500106-do-dd.mp3" length="4758464" type="audio/mpeg" />
<enclosure url="http://01.learndhamma.com/pramote/cd/017/mp3/500106.mp3" length="24702958" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>ทำไมปฏิบัติแล้วความโกรธไม่ลดลง?</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2010/05/17/2308/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2010/05/17/2308/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 17 May 2010 02:51:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>simpleid123</dc:creator>
				<category><![CDATA[การภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[ขี้โมโห / ขี้หงุดหงิด / เจ้าโทสะ]]></category>
		<category><![CDATA[คำถาม / ปัญหาในการภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[รู้แล้วทำอย่างไร]]></category>
		<category><![CDATA[แทรกแซง]]></category>
		<category><![CDATA[โกรธ]]></category>
		<category><![CDATA[ดับ]]></category>
		<category><![CDATA[อนุสัย]]></category>
		<category><![CDATA[เกิด]]></category>
		<category><![CDATA[เหตุ]]></category>
		<category><![CDATA[โมโห]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=2308</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>mp3 (for download) :</strong> <a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2010/05/anger_not-stable.mp3">anger not stable</a></p>
<p><strong>โยม :</strong> การสังเกตอารมณ์ที่รู้ทัน เช่น เวลาที่เราดีใจ เสียใจ หรือโกรธ คือ หลังจากปฏิบัติแล้วไม่ได้ลดน้อยลง เพียงแต่รู้ทันว่าตอนนี้กำลังโกรธ ตอนนี้กำลังอารมณ์ไม่ดี</p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์ :</strong> <strong>เราไม่ได้ฝึกให้ลดน้อย แต่เราฝึกให้เห็นความจริงว่าทุกสิ่งเกิดแล้วดับ</strong> เห็นตรงนี้มั้ย โกรธแล้วก็ดับ โลภเกิดแล้วก็ดับ ดีใจเสียใจเกิดแล้วก็ดับเราเรียนเพื่อสิ่งนี้ต่างหาก หลวงพ่อบอกแล้วว่าเราไม่ได้เรียนเอาดี</p>
<p><strong>โยม :</strong> มันดับเร็วขึ้นกว่าเดิม</p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์ : </strong>ใช่ นั่นแหละดีแล้ว นั่นมีพัฒนาการแล้ว แต่เดิมเคยโกรธทีนึงหลายชั่วโมง เดี๋ยวนี้พอความโกรธผุดแว้บก็ขาดสะบั้นไปแล้ว ภพชาติของเราสั้นลง แทนที่จะเป็นภพขี้โมโหหลายชั่วโมงนะ ก็เป็นภพขี้โมโหหนึ่งแว้บ อะไรงี้ สังสารวัฏเราก็หดสั้นลงๆ</p>
<p>เพราะฉะนั้นเรียนนี่ไม่ใช่เรียนเพื่อไม่ให้โกรธ ความโกรธก็เป็นอนัตตาเหมือนกัน ถ้าเหตุของความโกรธยังมีมันจะต้องโกรธอีก เหตุของความโกรธคืออะไร อันแรกเลยคือมีอนุสัยขี้โมโห พูดภาษาไทยคือมีสันดานขี้โมโห มันคุ้นเคยที่จะโมโห มันจะโมโหบ่อย มีสันดานขี้โมโหอย่างเดียวก็ยังไม่โกรธ ต้องมีอันอื่นอีก ต้องได้กระทบอารมณ์ที่ไม่พอใจถึงจะโกรธ ถ้ากระทบอารมณ์ที่ไม่พอใจอย่างเดียว แต่ไม่มีอนุสัยขี้โมโห มันก็ไม่โกรธนะ เพราะงั้นความโกรธ เกิดจากเหตุตั้งหลายอย่างมาประชุมกัน แล้วก็ปรุงเป็นความโกรธขึ้นมา ถ้าเหตุของมันยังอยู่ มันยังโกรธอีก ถ้าวันนึงเราภาวนาจนอนุนัยขี้โมโหนี้หายไป มันจะไม่โกรธละ<strong> เพราะฉะนั้น เราไม่ได้เรียนเพื่อจะไปบังคับเพื่อแทรกแซงสังสารวัฏนะ ไม่ใช่ไปแทรกแซงสภาวะนะ แต่เรียนว่าทุกสิ่งเกิดจากเหตุ ถ้าเหตุดับ สิ่งนั้นก็ดับ</strong></p>
<p>CD สวนสันติธรรมแผ่นที่ 12</p>
<p>ไฟล์ <a href="http://01.learndhamma.com/pramote/cd/012/mp3/490708B.mp3" target="_blank">080749B</a></p>
<p>26min49-28min43
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2010/05/17/2308/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2010/05/anger_not-stable.mp3" length="1844061" type="audio/mpeg" />
<enclosure url="http://01.learndhamma.com/pramote/cd/012/mp3/490708B.mp3" length="26368316" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>คนขี้โมโหดูจิต</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2010/03/21/1547/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2010/03/21/1547/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 21 Mar 2010 16:28:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator>TiKi-Man</dc:creator>
				<category><![CDATA[ขี้โมโห / ขี้หงุดหงิด / เจ้าโทสะ]]></category>
		<category><![CDATA[คำถาม / ปัญหาในการภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[โกรธ]]></category>
		<category><![CDATA[โทสะ]]></category>
		<category><![CDATA[ดูจิต]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=1547</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>MP3 (for download) :<a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2010/03/C-Tosa.mp3">คนขี้โมโหดูจิต</a></p>
<p><strong>โยม:</strong> ขี้โมโห คือมีอะไรนิดอะไรหน่อยก็ขัดเคืองใจเก่งมาก หนูก็เลยอยากถามหลวงพ่อว่า หนูควรจะทำอย่างไร ซึ่งการดูจิตหนูก็ดูมาตั้งนานแล้วค่ะ</p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์:</strong> ให้ดูไปสินะ กิเลสหลักของเราคือ โทสะ ดูจิตมาตั้งนานเรายังโมโหเลย</p>
<p><strong>โยม:</strong> ใช่ค่ะ คือเวลาอ่านหนังสือหลวงพ่อบอกว่า พอเราดูจิตปั๊บ มันจะดับ บางทีมันไม่ดับน่ะค่ะ</p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์:</strong> มันดับแต่มันดับเป็นขณะๆ นะ เหตุของมันยังอยู่มันก็ปรุงความโกรธขึ้นมาอีก เราไม่ได้ดูจนมันดับถาวรนะ มันจะดับในขณะที่เรารู้ทันเท่านั้น เดี๋ยวมันก็ขึ้นมาอีก ขึ้นมาอีก เดี๋ยวเราก็รู้อีก ทั้งวันเราจะเห็นจิตมีสองชนิดเท่านั้นเอง คือจิตที่มีโทสะกับจิตที่ไม่มีโทสะ ดูอย่างนี้นะ จิตที่มีโทสะจะเกิดก็ห้ามมันไม่ได้ จิตไม่มีโทสะนะ รักษาไว้ก็ไม่ได้ ประเดี๋ยวโทสะก็มาอีก เพราะฉะนั้น คุณไปดูจิตหนึ่งคู่นะ จิตที่มีโทสะกับจิตที่ไม่มีโทสะ มันจะเกิดสลับกันทั้งวันเลย ดูอย่างนี้ ไม่ใช่ดูเพื่อให้หายนะ ไม่ใช่ว่าดูเพื่อให้ไม่มีโทสะ ดูไปจนวันหนึ่งปัญญามันเกิด มันเห็นเลยจิตที่มีโทสะกับจิตที่ไม่มีโทสะนี้เท่าเทียมกัน เพราะเกิดแล้วดับเหมือนๆกัน ไปดูอย่างนี้นะ ใจจะเป็นกลาง จิตมีโทสะเกิดขึ้น ใจก็เป็นกลาง โทสะหายไปใจก็ยังเป็นกลาง</p>
<p><strong>โยม:</strong> ค่ะ คือถ้ายิ่งแรงๆ มันก็จะรู้สึกมันก็ยังคงเดิมไม่ดับอะไรอย่างนี้ค่ะ</p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์:</strong> นั่นแหละ ใจมันไม่ชอบ มันยังไม่มีสติแท้ ในขณะที่โทสะเกิดขึ้น เราไปดูมันนะ ถ้าเรารู้เฉยๆ นี่มันดับเอง แต่ถ้าเราไปดูแล้วเราเกลียดมัน ความเกลียดโทสะนั่นแหละเป็นโทสะอีกตัวหนึ่ง เหมือนกับไฟกำลังไหม้นะเราอุตส่าห์เอาไฟไปเติมอีก เอาเชื้อไปใส่เพิ่ม ให้เรารู้ลงไปว่าใจเราไม่ชอบโทสะ
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2010/03/21/1547/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2010/03/C-Tosa.mp3" length="847053" type="audio/mpeg" />
		</item>
	</channel>
</rss>

