<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>
<channel>
	<title>Dhammada.net &#187; รู้แล้วทำอย่างไร</title>
	<atom:link href="http://www.dhammada.net/category/%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%b2/then_what/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.dhammada.net</link>
	<description>คือความเรียบง่าย คือธรรมะ คือธรรมดา</description>
	<lastBuildDate>Mon, 06 Feb 2012 11:47:54 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.1</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<xhtml:meta xmlns:xhtml="http://www.w3.org/1999/xhtml" name="robots" content="noindex" />
		<item>
		<title>ไม่ได้ฝึกเพื่อจะทำอะไร แต่ฝึกให้รู้ทันว่าจิตแอบไปทำ</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2011/10/27/12176/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2011/10/27/12176/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 26 Oct 2011 23:01:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>sawang156</dc:creator>
				<category><![CDATA[การปฎิบัติธรรมคืออะไร]]></category>
		<category><![CDATA[การภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[คำถาม / ปัญหาในการภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[รู้สึกตัว]]></category>
		<category><![CDATA[รู้แล้วทำอย่างไร]]></category>
		<category><![CDATA[สภาวะ]]></category>
		<category><![CDATA[เจริญสติในชีวิตประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[ทำ]]></category>
		<category><![CDATA[รู้]]></category>
		<category><![CDATA[รู้ทันจิต]]></category>
		<category><![CDATA[แอบไปทำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=12176</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>mp3 for download :</strong> <a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/10/510315_18.37_19.21.mp3" target="_blank">ไมได้ฝึกเพื่อจะทำอะไร แต่ฝึกให้รู้ทันว่าจิตแอบไปทำ</a></p>
<div class="wp-caption alignnone" style="width: 410px"><img alt="ไม่ได้ฝึกเพื่อจะทำอะไร แต่ฝึกให้รู้ทันว่าจิตแอบไปทำ" src="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/09/work.3278762.2.flat550x550075f.log-in-the-stream.jpg" title="ไม่ได้ฝึกเพื่อจะทำอะไร แต่ฝึกให้รู้ทันว่าจิตแอบไปทำ" width="400" height="267" /><p class="wp-caption-text">ไม่ได้ฝึกเพื่อจะทำอะไร แต่ฝึกให้รู้ทันว่าจิตแอบไปทำ</p></div>
<p><strong>โยม : </strong>แต่พอ หลังจาก 2 &#8211; 3 วัน ก็ปรากฎว่า มันค่อยๆหายไปแล้ว จนถึงตอนนี้ก็คือ เหมือนทำอะไรไม่เป็นแล้ว</p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์ : </strong>ก็ดีแล้วนี่ ก็ไม่ต้องทำอะไร นะ ก็<strong>รู้ตัวไปอย่างนี้แหละ รู้ว่าไม่ได้ทำอะไร รู้ว่าทำอะไร รู้ว่าทำอะไรไม่ได้</strong></p>
<p>แต่สังเกตมั้ย ใจมันโปร่งๆ โล่งๆ ก็รู้ว่ามันโปร่งๆโล่งๆ เพราะมันไม่ได้ทำอะไร เราไม่ได้ฝึกเพื่อจะทำนะ <strong>เราฝึกเพื่อรู้ทันว่าจิตแอบไปทำอะไร ฝึกตรงนี้ต่างหาก ไม่ได้ฝึกทำอะไร แต่ฝึกเพื่อรู้ทันว่าจิตแอบไปทำอะไรอยู่</strong> เช่นจิตแอบไปเพ่ง เรารู้ทัน มันก็เลิกเพ่ง จิตแอบไปคิด เรารู้ทัน มันก็เลิกคิดไป จิตปรุงแต่งขึ้นมา เรารู้ทัน มันก็หมดความปรุงแต่งไป</p>
<p><span style="color: #808080;">*หมายเหตุ เมื่อรู้ทัน กระบวนการปรุงแต่งต่างๆก่อนหน้านั้นจะดับไป แต่เมื่อดับไปแล้วก็อาจไปปรุงแต่งอย่างเก่ากลับมาได้ใหม่ ให้ตามรู้ตามดูต่อไปเป็นระยะๆ อย่าไปพยายามทำให้ไม่ปรุงแต่ง อย่าไปพยายามทำให้จิตปรุงแต่งแต่กุศล อย่าไปพยายามห้ามจิตไม่ให้มีกิเลส &#8211; ผู้ถอด</span></p>
<p><em>หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช<br />
แสดงธรรมที่ สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี<br />
แสดงธรรมเมื่อ วันที่ ๑๕ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๑ หลังฉันเช้า<br />
</em></p>
<p><em>CD: ๒๔<br />
File: <a href="http://usa.learndhamma.com/pramote/cd/024/128/510315.mp3" target="_blank">510315</a><br />
ระหว่างนาทีที่ ๑๘ วินาทีที่ ๓๗ ถึงนาทีที่ ๑๙ วินาทีที่ ๒๑<br />
</em>
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2011/10/27/12176/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/10/510315_18.37_19.21.mp3" length="691780" type="audio/mpeg" />
<enclosure url="http://usa.learndhamma.com/pramote/cd/024/128/510315.mp3" length="53837330" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>จิตดีหรือไม่ดีก็ได้ ถ้ารู้ทัน</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2011/10/05/11484/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2011/10/05/11484/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 04 Oct 2011 22:25:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>sawang156</dc:creator>
				<category><![CDATA[การภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[ความเป็นกลาง]]></category>
		<category><![CDATA[คำถาม / ปัญหาในการภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[รู้แล้วทำอย่างไร]]></category>
		<category><![CDATA[สงสัย]]></category>
		<category><![CDATA[แทรกแซง]]></category>
		<category><![CDATA[กุศล]]></category>
		<category><![CDATA[รู้]]></category>
		<category><![CDATA[รู้ทัน]]></category>
		<category><![CDATA[อกุศล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=11484</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>mp3 for download :</strong> <a href="../wp-content/uploads/2011/09/510428B_9.03_9.56.mp3"></a><a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/09/510428B_34.45_35.11.mp3" target="_blank">จิตดีหรือไม่ดีก็ได้ ถ้ารู้ทัน</a></p>
<div id="attachment_11837" class="wp-caption alignnone" style="width: 404px"><img src="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/10/m115960.jpg" alt="จิตดีหรือไม่ดีก็ได้ ถ้ารู้ทัน" title="จิตดีหรือไม่ดีก็ได้ ถ้ารู้ทัน" width="394" height="394" class="size-full wp-image-11837" /><p class="wp-caption-text">จิตดีหรือไม่ดีก็ได้ ถ้ารู้ทัน</p></div>
<p><strong>โยม : </strong>แต่นิ่งๆแบบวันนี้ ตอนที่หลวงพ่อเทศน์หลังอาหารนี้ ไม่ดีใช่มั้ยเจ้าคะ</p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์ : </strong>เป็นเพราะเพิ่งจะทานข้าวมั้ง มั้นก็มัวไปนิดหน่อย</p>
<p><strong>โยม : </strong>อ๋อ.. เจ้าค่ะ</p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์ : </strong>ไม่มีปัญหา</p>
<p><strong>โยม : </strong>แต่..เบิกบานอย่างเมื่อเช้านี้โอเคใช่มั้ยเจ้าคะ?</p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์ : </strong>ก็โอเคนะ แต่จริงๆน่ะโอเคทั้งหมดเลย ถ้าเรารู้สภาวะ จิตเราเศร้าหมองรู้ว่าเศร้าหมองก็โอเค จิตเบิกบานรู้ว่าเบิกบานก็โอเค จิตเบิกบานแล้วไม่รู้ว่าเบิกบานไม่โอเคนะ</p>
<p><em> หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช<br />
แสดงธรรมที่ สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี<br />
แสดงธรรมเมื่อ วันจันทร์ที่ ๒๖ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๑ หลังฉันเช้า<br />
</em></p>
<p><em>CD: ๒๕<br />
File: <a href="http://02.learndhamma.com/pramote/cd/025/128/510428B.mp3" target="_blank">510428B</a><br />
ระหว่างนาทีที่ ๓๔ วินาทีที่ ๔๕ ถึงนาทีที่ ๓๕ วินาทีที่ ๑๑<br />
</em>
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2011/10/05/11484/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/09/510428B_34.45_35.11.mp3" length="417600" type="audio/mpeg" />
<enclosure url="http://02.learndhamma.com/pramote/cd/025/128/510428B.mp3" length="60671960" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>รู้ว่าโกรธแล้ว ทำไมยังไม่หายโกรธ</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2011/09/04/11368/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2011/09/04/11368/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 04 Sep 2011 15:01:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>sawang156</dc:creator>
				<category><![CDATA[การภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[กิเลส]]></category>
		<category><![CDATA[คำถาม / ปัญหาในการภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[รู้แล้วทำอย่างไร]]></category>
		<category><![CDATA[สงสัย]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้เริ่มต้น]]></category>
		<category><![CDATA[โกรธ]]></category>
		<category><![CDATA[โทสะ]]></category>
		<category><![CDATA[จิต]]></category>
		<category><![CDATA[ฟุ้งซ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[ศีล]]></category>
		<category><![CDATA[อยาก]]></category>
		<category><![CDATA[อยากหาย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=11368</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>mp3 (for download): </strong><a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/09/540810A_48.52_49.59.mp3" target='_blank'>รู้ว่าโกรธแล้ว ทำไมยังไม่หายโกรธ</a></p>
<div id="attachment_11379" class="wp-caption alignnone" style="width: 357px"><img src="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/09/638_angry_man_at_work_blowing_his_top.jpg.png" alt="รู้ว่าโกรธแล้ว ทำไมยังไม่หายโกรธ" title="รู้ว่าโกรธแล้ว ทำไมยังไม่หายโกรธ" width="347" height="350" class="size-full wp-image-11379" /><p class="wp-caption-text">รู้ว่าโกรธแล้ว ทำไมยังไม่หายโกรธ</p></div>
<p><strong>โยม : </strong>ถ้าเรารู้ สมมุติว่าเรารู้ว่าเราฟุ้งซ่านอยู่ เราโกรธอยู่ เราหงุดหงิดอยู่ เรารู้แล้วทำไมมันไม่หายไปสักทีล่ะคะ</p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์ : </strong>โอ้.. <strong>ถ้าอยากให้หาย ไม่หายหรอกนะ ความอยากเป็นต้นเหตุให้เกิดความทุกข์นะ ยิ่งอยากมากยิ่งทุกข์มาก</strong> ก็เอาอย่างที่หลวงพ่อสอนตะกี้นี้นะ <strong>ความโกรธเกิดขึ้นเราก็ดูไป ความโกรธเป็นสิ่งที่จิตไปรู้เข้า</strong> เราเป็นคนดูเฉยๆนะ ไม่ไปต่อต้านมัน ไม่ไปคล้อยตามมัน ต่อต้านมันก็คืออยากให้มันหายไป นี่สุดโต่งไปในข้างบังคับตัวเอง จะยิ่งเครียดหนักเลย ยกตัวอย่างโมโหขึ้นมาแล้วอยากหายโมโห มันไม่ยอมหายเลย โมโหตัวเองอีกที่มันโมโหไม่หาย เออ..นะ เลยยิ่งโมโหซ้อนโมโหไป อันนี้สุดโต่งไปในข้างทรมานตัวเองมากไป อีกพวกหนึ่งสุดโต่งตามใจกิเลส โมโหแล้วไปตีกับเขาเลย ลืมตัว ถูกกิเลสครอบเอา</p>
<p><strong>เราเอาทางสายกลางนะ จิตมันโกรธก็เห็นเลย ความโกรธมันแยกขึ้นมา จิตเป็นคนดูนะ ความโกรธอยู่ต่างหาก ถ้าเห็นได้อย่างนี้นะ ความโกรธมันมาไม่ถึงจิตหรอก ศีล สมาธิ ปัญญา มันเกิดนะ ค่อยๆฝึกเอา ไม่ยากนะ</strong></p>
<div><em>หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช<br />
แสดงธรรมที่</em><em>มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช</em><br />
<em>แสดงธรรมเมื่อ วันพุธที่ ๑๐ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๔<br />
</em></div>
<p><em>CD: แสดงธรรมเทศนานอกสถานที่ </em><em>มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช</em><br />
<em>File: <a href="http://01.learndhamma.com/pramote/other/128/540810A.mp3" target='_blank'>540810A</a><br />
ระหว่างนาทีที่ ๔๘ วินาทีที่ ๕๒ ถึง นาทีที่ ๔๙ วินาทีที่ ๕๙<br />
</em>
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2011/09/04/11368/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/09/540810A_48.52_49.59.mp3" length="1068463" type="audio/mpeg" />
<enclosure url="http://01.learndhamma.com/pramote/other/128/540810A.mp3" length="81757908" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>จิตที่เป็นผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบานนั้น เป็นจุดตั้งต้นของการเดินปัญญา</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2011/08/27/11185/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2011/08/27/11185/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 27 Aug 2011 00:40:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>norm</dc:creator>
				<category><![CDATA[การปฎิบัติธรรมคืออะไร]]></category>
		<category><![CDATA[การภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[จิตตั้งมั่น]]></category>
		<category><![CDATA[ดูจิต]]></category>
		<category><![CDATA[บังคับกายใจ]]></category>
		<category><![CDATA[รู้สึกตัว]]></category>
		<category><![CDATA[รู้แล้วทำอย่างไร]]></category>
		<category><![CDATA[สติ]]></category>
		<category><![CDATA[สติตัวจริง]]></category>
		<category><![CDATA[สติปัฏฐาน 4]]></category>
		<category><![CDATA[สมถะ]]></category>
		<category><![CDATA[เพ่ง / จงใจ / ประคอง]]></category>
		<category><![CDATA[แทรกแซง]]></category>
		<category><![CDATA[แยกธาตุแยกขันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[จิตคล่องแคล่วว่องไว]]></category>
		<category><![CDATA[จิตตื่น]]></category>
		<category><![CDATA[จิตที่ตั้งมั่น]]></category>
		<category><![CDATA[จิตที่เป็นกลาง]]></category>
		<category><![CDATA[จิตนุ่มนวล]]></category>
		<category><![CDATA[จิตผู้คิด]]></category>
		<category><![CDATA[จิตผู้เพ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[จิตสงบ]]></category>
		<category><![CDATA[จิตเข้าถึงฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[ซื่อตรงในการรู้อารมณ์]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้รู้]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบาน]]></category>
		<category><![CDATA[มีสติ]]></category>
		<category><![CDATA[รู้กายรู้ใจ]]></category>
		<category><![CDATA[วิปัสสนากรรมฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[อารัมมณูปนิชฌาน]]></category>
		<category><![CDATA[เจริญวิปัสสนา]]></category>
		<category><![CDATA[เดินปัญญา]]></category>
		<category><![CDATA[เผลอ]]></category>
		<category><![CDATA[เพ่ง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=11185</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>mp3 for download : </strong><a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/08/540226A.0m0-4m46.mp3" target="_blank">จิตที่เป็นผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบานนั้น เป็นจุดตั้งต้นของการเดินปัญญา</a></p>
<div id="attachment_11191" class="wp-caption alignnone" style="width: 370px"><img src="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/08/1295848770.gif" alt="จิตที่เป็นผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบานนั้น เป็นจุดตั้งต้นของการเดินปัญญา" title="จิตที่เป็นผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบานนั้น เป็นจุดตั้งต้นของการเดินปัญญา" width="360" height="256" class="size-full wp-image-11191" /><p class="wp-caption-text">จิตที่เป็นผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบานนั้น เป็นจุดตั้งต้นของการเดินปัญญา</p></div>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์ : ตอนนี้ออกไปหลายจังหวัด ไปเห็น เราก็ไปเทศน์ที่โน่นที่นี่ ก็พบปรากฏการณ์อันหนึ่งก็คือ ทั้งพระทั้งโยมนะ ภาวนามาถึงขั้น แยกธาตุแยกขันธ์เป็นน่ะ เยอะมาก เยอะๆ ยังไม่เคยเจอว่าทำกันได้เยอะขนาดนี้มาก่อน</strong></p>
<p>ช่วงปีแรกๆที่หลวงพ่อเทศน์นะ พวกเราตื่นกันเยอะนะ จิตก็ตื่นขึ้นๆ จิตเป็นผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบาน นับไม่ถ้วน ตอนนี้เลยขั้นนั้นมาแล้ว <strong>พอจิตเป็นผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบานแล้วนะ ก็ต้องมาฝึกแยกธาตุแยกขันธ์ เข้าสู่การเดินปัญญา จิตที่เป็นผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบานนั้น เป็นจุดตั้งต้นของการเดินปัญญา</strong> ถ้าเราไม่มีจิตเป็นผู้รู้นะ เราเดินปัญญาไม่ได้ เพราะจิตที่ไม่เป็นผู้รู้มันจะเป็นสองอย่าง ถ้าไม่เป็นผู้คิดก็เป็นผู้เพ่ง จิตที่ไปหลงไปคิด แล้วเพ่ง</p>
<p>เพราะฉะนั้นช่วงแรกๆสอนพวกเรานะ จะสอนให้รู้จักสภาวะสองอย่าง เผลอไปกับเพ่งไว้ คนทั่วไปมันเผลอ ไม่เคยรู้เรื่องเลย หลงตลอดชีวิตไม่เคยรู้สึกตัว นักปฏิบัติก็เพ่งไม่ว่าไปที่ไหนก็เพ่งๆนะ ฝึกแบบไหนก็เพ่งทุกแบบเลย เหมือนกันหมดเลย พอเราไม่เผลอไม่เพ่งนะ ใจเราเป็นกลาง รู้ตื่นขึ้นมาได้ ค่อยๆฝึก ใจค่อย..</p>
<p>แต่เดิมคิดว่าการปฏิบัติธรรมต้องเพ่งเอา คนละเรื่องเลย การเพ่งจิตให้นิ่ง เป็นสมาธิชนิดทำสมถะ เรียกว่า อารัมณูปนิชฌาน เพ่งอารมณ์อันเดียว จิตแนบอยู่ในอารมณ์อันเดียวนิ่งๆ ไม่เดินปัญญา แต่การที่เรารู้ทันจิตที่เผลอไป แล้วก็ไม่ไปเพ่งไว้ จิตเผลอไปทำอะไร จิตเผลอไปคิดเป็นส่วนใหญ่ ทันทีที่เรารู้ว่าจิตเผลอไปคิดนะ หัดใหม่ๆมันจะเพ่ง ถัดจากรู้ว่าเผลอจะเพ่ง ก็ฝึกไปเรื่อย เผลออีกก็รู้แล้วก็เพ่ง เผลอแล้วก็รู้แล้วก็เพ่ง</p>
<p>ทีแรกจับรู้ไม่ติดหรอก มองไม่ออกว่ามีรู้มาคั่น ระหว่างเผลอกับเพ่ง ทีนี้ฝึกมาช่วงหนึ่งแล้วเริ่มเห็นน่ะ จิตเผลอไป ตรงที่รู้ว่าเผลอนี่ ไม่เผลอด้วยไม่เพ่งด้วย อยู่ตรงกลางนี่เอง ทีนี้ความรักดี กล้วจะเผลออีกก็เลยไปเพ่งเอาไว้ นักปฏิบัติ พอรู้ทันว่าเอ้า..มันเกินจากรู้ไปแล้ว เริ่มคุ้นเคยกับรู้นะ จิตเผลอไปคิดแล้วรู้ทัน จิตเผลอไปคิดแล้วรู้ทัน ไม่ไปเพ่งต่อ คราวนี้ &#8220;รู้&#8221; ค่อยเด่นขึ้นๆ</p>
<p><strong>พอรู้เด่นขึ้นหลวงพ่อก็บอกว่า จิตมันตื่นแล้ว จิตตื่นแล้ว จิตตื่นเนี่ยจิตมันเข้าถึงฐานจริงๆนะ จิตเป็นผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบาน จิตสงบ สะอาด สว่าง จิตเบา จิตนุ่มนวล อ่อนโยน คล่องแคล่วว่องไว จิตซื่อตรงในการรู้อารมณ์ จิตควรแก่การทำวิปัสสนา ควรแก่การงาน นี่ล่ะคือจิตที่เป็นผู้รู้ผู้ตื่นขึ้นมา </strong></p>
<p>หลวงพ่อก็พยายามพาพวกเราเดินมาเป็นลำดับๆนะ หัดรู้เผลอรู้เพ่งก่อน จนกระทั่งในที่สุด ตัวรู้ก็ค่อยๆเด่นขึ้นๆ พอตัวรู้เด่นแล้วอย่าหยุดอยู่แค่นั้น มาเดินต่อ เรามาฝึกจนได้ตัวรู้มานี่น่ะ คล้ายๆเราเตรียมความพร้อมของจิตเพื่อการเดินวิปัสสนา เพื่อการเจริญปัญญา การเจริญปัญญาก็คือการทำวิปัสสนากรรมฐานนั่นแหละ</p>
<p><strong>หลักของการเดินปัญญาก็คือ ให้มีสติ รู้กายรู้ใจ ตามความเป็นจริง ตามความเป็นจริงไม่เข้าไปแทรกแซง และต้องรู้ด้วยจิตที่ตั้งมั่น จิตที่เป็นกลาง คือจิตที่เป็นผู้รู้ผู้ตื่นนั่นเอง มิใช่จิตผู้คิดผู้นึกผู้ปรุงผู้แต่ง ไม่ใช่จิตผู้เพ่ง ให้ไปรู้ด้วยจิตที่เป็นผู้รู้</strong> จิตที่หลุดออกจากโลกของความคิด มาอยู่ในโลกของความรับรู้ รู้กายอย่างที่เขาเป็น รู้จิตใจอย่างที่เขาเป็น เรียนรู้ทุกอย่างอย่างที่มันเป็น ทำตัวเป็นแค่คนดู ไม่เข้าไปแทรกแซง</p>
<p><strong>เมื่อเราทำตัวเป็นแค่คนดูโดยไม่เข้าไปแทรกแซง เราจะเห็นความจริง ถ้าเราเป็นคนดูแล้วแทรกแซงไปด้วย จะดูไม่ตรงกับความจริง</strong></p>
<p><em> หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช<br />
แสดงธรรมที่ สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี<br />
แสดงธรรมเมื่อ วันเสาร์ที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๔ ก่อนฉันเช้า<br />
</em></p>
<p><em>CD: ๓๙<br />
File: <a href="http://03.wimutti.net/pramote/cd/039/128/540226A.mp3" target="_blank">540226A</a><br />
ระหว่างนาทีที่  ๐ วินาทีที่ ๐ ถึง นาทีที่ ๔ วินาทีที่ ๔๖</em>
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2011/08/27/11185/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/08/540226A.0m0-4m46.mp3" length="1141133" type="audio/mpeg" />
<enclosure url="http://03.wimutti.net/pramote/cd/039/128/540226A.mp3" length="27851484" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>ทำไมปฏิบัติแล้วความโกรธไม่ลดลง?</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2010/05/17/2308/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2010/05/17/2308/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 17 May 2010 02:51:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>simpleid123</dc:creator>
				<category><![CDATA[การภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[ขี้โมโห / ขี้หงุดหงิด / เจ้าโทสะ]]></category>
		<category><![CDATA[คำถาม / ปัญหาในการภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[รู้แล้วทำอย่างไร]]></category>
		<category><![CDATA[แทรกแซง]]></category>
		<category><![CDATA[โกรธ]]></category>
		<category><![CDATA[ดับ]]></category>
		<category><![CDATA[อนุสัย]]></category>
		<category><![CDATA[เกิด]]></category>
		<category><![CDATA[เหตุ]]></category>
		<category><![CDATA[โมโห]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=2308</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>mp3 (for download) :</strong> <a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2010/05/anger_not-stable.mp3">anger not stable</a></p>
<p><strong>โยม :</strong> การสังเกตอารมณ์ที่รู้ทัน เช่น เวลาที่เราดีใจ เสียใจ หรือโกรธ คือ หลังจากปฏิบัติแล้วไม่ได้ลดน้อยลง เพียงแต่รู้ทันว่าตอนนี้กำลังโกรธ ตอนนี้กำลังอารมณ์ไม่ดี</p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์ :</strong> <strong>เราไม่ได้ฝึกให้ลดน้อย แต่เราฝึกให้เห็นความจริงว่าทุกสิ่งเกิดแล้วดับ</strong> เห็นตรงนี้มั้ย โกรธแล้วก็ดับ โลภเกิดแล้วก็ดับ ดีใจเสียใจเกิดแล้วก็ดับเราเรียนเพื่อสิ่งนี้ต่างหาก หลวงพ่อบอกแล้วว่าเราไม่ได้เรียนเอาดี</p>
<p><strong>โยม :</strong> มันดับเร็วขึ้นกว่าเดิม</p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์ : </strong>ใช่ นั่นแหละดีแล้ว นั่นมีพัฒนาการแล้ว แต่เดิมเคยโกรธทีนึงหลายชั่วโมง เดี๋ยวนี้พอความโกรธผุดแว้บก็ขาดสะบั้นไปแล้ว ภพชาติของเราสั้นลง แทนที่จะเป็นภพขี้โมโหหลายชั่วโมงนะ ก็เป็นภพขี้โมโหหนึ่งแว้บ อะไรงี้ สังสารวัฏเราก็หดสั้นลงๆ</p>
<p>เพราะฉะนั้นเรียนนี่ไม่ใช่เรียนเพื่อไม่ให้โกรธ ความโกรธก็เป็นอนัตตาเหมือนกัน ถ้าเหตุของความโกรธยังมีมันจะต้องโกรธอีก เหตุของความโกรธคืออะไร อันแรกเลยคือมีอนุสัยขี้โมโห พูดภาษาไทยคือมีสันดานขี้โมโห มันคุ้นเคยที่จะโมโห มันจะโมโหบ่อย มีสันดานขี้โมโหอย่างเดียวก็ยังไม่โกรธ ต้องมีอันอื่นอีก ต้องได้กระทบอารมณ์ที่ไม่พอใจถึงจะโกรธ ถ้ากระทบอารมณ์ที่ไม่พอใจอย่างเดียว แต่ไม่มีอนุสัยขี้โมโห มันก็ไม่โกรธนะ เพราะงั้นความโกรธ เกิดจากเหตุตั้งหลายอย่างมาประชุมกัน แล้วก็ปรุงเป็นความโกรธขึ้นมา ถ้าเหตุของมันยังอยู่ มันยังโกรธอีก ถ้าวันนึงเราภาวนาจนอนุนัยขี้โมโหนี้หายไป มันจะไม่โกรธละ<strong> เพราะฉะนั้น เราไม่ได้เรียนเพื่อจะไปบังคับเพื่อแทรกแซงสังสารวัฏนะ ไม่ใช่ไปแทรกแซงสภาวะนะ แต่เรียนว่าทุกสิ่งเกิดจากเหตุ ถ้าเหตุดับ สิ่งนั้นก็ดับ</strong></p>
<p>CD สวนสันติธรรมแผ่นที่ 12</p>
<p>ไฟล์ <a href="http://01.learndhamma.com/pramote/cd/012/mp3/490708B.mp3" target="_blank">080749B</a></p>
<p>26min49-28min43
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2010/05/17/2308/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2010/05/anger_not-stable.mp3" length="1844061" type="audio/mpeg" />
<enclosure url="http://01.learndhamma.com/pramote/cd/012/mp3/490708B.mp3" length="26368316" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>การรู้สภาวะต้องใส่ชื่อหรือไม่?</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2010/03/13/1439/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2010/03/13/1439/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 13 Mar 2010 16:33:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>TiKi-Man</dc:creator>
				<category><![CDATA[คำถาม / ปัญหาในการภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[พากย์]]></category>
		<category><![CDATA[รู้แล้วทำอย่างไร]]></category>
		<category><![CDATA[ชื่อ]]></category>
		<category><![CDATA[รู้]]></category>
		<category><![CDATA[สภาวะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=1439</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>MP3 (for download): <a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2010/03/C-nameornot.mp3">การรู้สภาวะต้องใส่ชื่อหรือไม่?</a></p>
<p><strong>โยม:</strong> คือเราไม่ต้องไปตั้งชื่อใช่ไหมฮะ</p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์:</strong> ไม่ต้อง แต่ถ้าจิตมันจะใส่ชื่อให้ ไม่เป็นไร เราไม่ต้องไปหาชื่อให้มัน ชื่ออะไรก็ได้ ชื่อนั้นไม่สำคัญ</p>
<p>ของจริงไม่มีชื่อหรอก มีชื่อนี่ใส่บัญญัติลงไปแล้ว เช่น อันนี้คือความโกรธ ตัวความโกรธไม่มีชื่อ ตัวชื่อของมันเราใส่ขึ้นทีหลัง
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2010/03/13/1439/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2010/03/C-nameornot.mp3" length="156782" type="audio/mpeg" />
		</item>
	</channel>
</rss>

