<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>
<channel>
	<title>Dhammada.net &#187; ภาวนาแย่ลง</title>
	<atom:link href="http://www.dhammada.net/category/%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%b2/weaken/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.dhammada.net</link>
	<description>คือความเรียบง่าย คือธรรมะ คือธรรมดา</description>
	<lastBuildDate>Mon, 06 Feb 2012 11:47:54 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.1</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<xhtml:meta xmlns:xhtml="http://www.w3.org/1999/xhtml" name="robots" content="noindex" />
		<item>
		<title>เราไม่ได้ภาวนาเอาเจริญ เพราะเจริญไม่เที่ยง</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2011/12/04/12560/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2011/12/04/12560/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 04 Dec 2011 03:24:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>sawang156</dc:creator>
				<category><![CDATA[การภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[ความเป็นกลาง]]></category>
		<category><![CDATA[คำถาม / ปัญหาในการภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[ประสบการณ์นักภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ภาวนาดี]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวนาแย่ลง]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นกลาง]]></category>
		<category><![CDATA[ขาลง]]></category>
		<category><![CDATA[จิตเป็นกลาง]]></category>
		<category><![CDATA[เจริญ]]></category>
		<category><![CDATA[เสื่อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=12560</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/12/Buddha-Statue-31349.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-12659" title="Buddha-Statue-31349" src="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/12/Buddha-Statue-31349.jpg" alt="" width="864" height="540" /></a></p>
<p><strong>mp3 (for download) : </strong><a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/11/540709B_14.33_15.57.mp3">เราไม่ได้ภาวนาเอาเจริญ เพราะเจริญไม่เที่ยง</a></p>
<p><strong><br />
</strong></p>
<p><strong>โยม :</strong> กราบนมัสการครับหลวงพ่อครับ ก็ช่วงที่ผ่านมาติดหลงโลกอยู่ ก็ มันทั้งมานะอัตตา</p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์ : </strong>ภาวนาดีขึ้นเยอะแล้วล่ะ</p>
<p><strong>โยม </strong><strong>: </strong>ครับ แต่มันก็ยังไปหลงอยู่น่ะครับหลวงพ่อครับ</p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์ : </strong>อย่างน้อยเรารู้ว่าหลงบ้างนะก็ยังดี</p>
<p><strong>โยม : </strong>รู้ครับ แต่ว่ามันก็เพลิดเพลิน สุขไปกับทางโลกค่อนข้างเยอะนะครับ ก็ แต่ว่าในการปฏิบัติ ก็ปฏิบัติทุกวัน สวดมนต์ทุกวันครับ ดูกายดูใจทุกวัน ก็เห็นว่าช่วงนี้พอฟังซีดีหลวงพ่อก็จะรู้ว่า มันก็มีขึ้นมีลงนะครับ ช่วงนี้ก็เป็น คงเป็นช่วงขาลงมั้งครับเดือนนี้ แต่ก็ยังพอดูออก ก็เห็นน่ะครับ</p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์ : </strong>สารวัตรเห็นมั้ยว่า ทั้งๆที่ขาลงแต่จิตเป็นกลางมากขึ้น ตัวนี้ดูออกมั้ย (<strong>โยม : </strong>ใช่ครับ) <strong>เพราะฉะนั้นขาขึ้นหรือขาลงไม่สำคัญนะ สำคัญที่รู้ด้วยความเป็นกลางต่างหาก เจริญกับเสื่อมเท่าเทียมกัน เราไม่ได้ภาวนาเอาเจริญหรอกเพราะเจริญไม่เที่ยง แต่ว่าพอปัญญามันแก่รอบเนี่ย จิตจะเป็นกลางต่อความเจริญและความเสื่อม ตัวนี้ต่างหากที่ทำให้ใจไม่ดิ้นรนปรุงแต่งต่อ</strong> ภาวนาดีขึ้นนะ ไม่ใช่แย่ลง</p>
<p><strong>โยม :</strong> แล้วก็เห็นว่าจิตมันไม่เที่ยงนะครับ (<strong>หลวงพ่อปราโมทย์ : </strong>อ้อ ดี<strong> </strong>)<strong> </strong>ก็เห็นตัวนี้ขึ้นมาครับหลวงพ่อครับ</p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์ : </strong>อย่างนั้นแหล่ะ มันค่อยคลายออกนะ</p>
<p><em>หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช<br />
แสดงธรรมที่ สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี<br />
แสดงธรรมเมื่อ วันที่ ๙ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๔<br />
</em></p>
<p><em>CD: ๔๐<br />
File: <a href="http://02.learndhamma.com/pramote/cd/040/128/540709B.mp3" target="_blank">540709B</a><br />
ระหว่างนาทีที่ ๑๔ วินาทีที่ ๓๓ ถึงนาทีที่ ๑๕ วินาทีที่ ๕๗<br />
</em>
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2011/12/04/12560/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/11/540709B_14.33_15.57.mp3" length="1360176" type="audio/mpeg" />
<enclosure url="http://02.learndhamma.com/pramote/cd/040/128/540709B.mp3" length="40088349" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>จิตจะเสื่อมหรือเจริญก็ต้องภาวนาไปเรื่อย</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2011/12/03/12589/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2011/12/03/12589/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 03 Dec 2011 04:45:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>simpleid123</dc:creator>
				<category><![CDATA[กิเลส]]></category>
		<category><![CDATA[ขันธ์ ๕]]></category>
		<category><![CDATA[ทุกขัง]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวนาแย่ลง]]></category>
		<category><![CDATA[รักษาจิต]]></category>
		<category><![CDATA[อนัตตา]]></category>
		<category><![CDATA[อนิจจัง]]></category>
		<category><![CDATA[เดินจงกรม]]></category>
		<category><![CDATA[ไตรลักษณ์]]></category>
		<category><![CDATA[ขันธ์ห้า]]></category>
		<category><![CDATA[ปฏิบัติ]]></category>
		<category><![CDATA[สัมมาทิฐิ]]></category>
		<category><![CDATA[เจริญแล้วเสื่อม]]></category>
		<category><![CDATA[เศร้าหมอง]]></category>
		<category><![CDATA[แก้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=12589</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/12/turtle.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-12647" title="turtle" src="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/12/turtle.jpg" alt="" width="455" height="456" /></a></p>
<p>Mp3 for download: <a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/11/451117B_decay22.mp3">451117B_decay2</a></p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์</strong><strong>:</strong> พยายามจะให้มันดีทุกวัน กะว่าถ้ามันดีตลอดยาวๆ วันนึงเราจะรู้ธรรม ไม่รู้หรอก คนละเรื่องเลย ถ้าขืนมันดีตลอดนี่ซวยตายเลย ต้องใช้คำนี้ เพราะเราจะเกิดความหลงผิดว่าจิตนี้เป็นตัวตนของเรา บังคับได้ แต่งเอาได้ตามใจชอบ</p>
<p>แต่จิตมันไม่ยอมแมว <em>(โยมผู้ส่งการบ้านหลวงพ่อ &#8211; ผู้เรียบเรียง)</em> หรอก มันก็จะเป็นไปตามที่มันเป็นน่ะ คือเจริญแล้วเสื่อมๆ ผู้ปฏิบัติก็ตกใจ พอเสื่อมแล้วตกใจ ดิ้นใหญ่ ดิ้นพราดๆๆๆ หาทางแก้ใหญ่ แก้ไปแก้มามันดีขึ้นมาอีก โอ๊ย ฉันแก้เก่ง ความจริงไม่ต้องแก้มันก็ดีเองแหละ เพราะว่าไอ้เสื่อมมันก็ไม่เที่ยงเหมือนกัน พอมันดี โอ๊ยรักษาๆ รักษายังไงก็เสื่อมอีก เพราะมันของเสื่อม</p>
<p>เพราะฉะนั้นจับหลักให้ดี ทำความเข้าใจให้ดี เราจะเฝ้ารู้มันแต่ละวัน วันนี้จิตเจริญรู้ว่าเจริญ เจริญแล้วเกิดภูมิใจรู้ว่าภูมิใจนะ กิเลสหลอกต่อละ วันนี้จิตเสื่อม รู้ว่าจิตเสื่อม เสื่อมแล้วเศร้าหมองก็ถูกหลอกอีกละ</p>
<p><strong>ทำไปเรื่อยเลย จะเห็นแต่เจริญแล้วเสื่อมๆ ถึงจุดนึงเนี่ย ใจเรายอมรับความจริงว่าขันธ์ห้าโดยเฉพาะตัวจิตเนี่ย เป็นของที่บังคับไม่ได้หรอก นั้นน่ะคือการเข้าใจธรรมะจะเกิดขึ้นมา ต้องทำความเข้าใจตัวนี้นะ ตัวนี้ตัวสัมมาทิฐิ ให้เห็นสภาพธรรมทั้งหลายเนี่ยเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา รวมทั้งจิตของเราด้วย </strong></p>
<p>เพราะฉะนั้นแมวเดินจงกรมไป ทำแล้วเดินไป <strong>จิตเจริญก็เดิน เสื่อมก็เดิน</strong> <strong>เหมือนหลวงพ่อชาสอนน่ะขยันก็ปฏิบัติ ขี้เกียจก็ปฏิบัติ</strong> แต่บางคนเจ้าเล่ห์พอได้ยินหลวงพ่อสอนบอกว่าจิตเจริญแล้วเสื่อมๆนะ เขาก็เดินจงกรม 3 วัน เจริญละ ตอนนี้ไม่เดินขอไปเที่ยวก่อน เดี๋ยวมันต้องเสื่อมอีก ฉันจะดูว่ามันจะเสื่อมยังไง อย่างนี้ไม่ได้กินหรอก เพราะว่าจิตมันจะเกิดความสำคัญผิดเข้าไปอีกว่าถ้าเราทำมันก็เจริญ มันเสื่อมเพราะเราไม่ทำต่างหากล่ะ เพราะฉะนั้น<strong>มีหน้าที่ทำให้สม่ำเสมอนะ เดินไปเรื่อยๆ เดินไป จะเดินจะยืนจะนั่งอะไรก็ได้ แล้วก็คอยรู้ทันมันไปเรื่อย มันมีความสุข มันมีความทุกข์ มันเจริญมันเสื่อมรู้มันไปเรื่อยๆ เจริญกะเสื่อมมันเป็นธรรมะที่เท่าเทียมกันนะ</strong><strong> </strong></p>
<p><em> </em></p>
<p><em>หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช</em><em><br />
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม<br />
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี<br />
แสดงธรรมเมื่อวันอาทิตย์ ที่ ๑๗ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๔๕ หลังฉันเช้า</em><em> </em></p>
<p><em> </em><em>CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๑</em><br />
<em>File: </em><em><a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/11/451117B1.mp3">451117B</a><br />
</em><em>ระหว่างนาทีที่ ๘วินาทีที่ ๑๓ ถึง นาทีที่ ๑๐ วินาทีที่ ๓๓</em>
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2011/12/03/12589/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/11/451117B_decay21.mp3" length="2207711" type="audio/mpeg" />
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/11/451117B_decay22.mp3" length="2207711" type="audio/mpeg" />
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/11/451117B1.mp3" length="12798644" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>ภาวนามานาน ไม่ค่อยมีพัฒนาการเลย</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2011/12/02/12563/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2011/12/02/12563/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 02 Dec 2011 03:08:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>sawang156</dc:creator>
				<category><![CDATA[การภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[คำถาม / ปัญหาในการภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[ตอนนี้ภาวนาเป็นอย่างไร]]></category>
		<category><![CDATA[บังคับกายใจ]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวนาแย่ลง]]></category>
		<category><![CDATA[รู้สึกตัว]]></category>
		<category><![CDATA[วัดผลการปฎิบัติ]]></category>
		<category><![CDATA[วิหารธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เจริญสติในชีวิตประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[จิตตั้งมั่น]]></category>
		<category><![CDATA[ตรวจสอบ]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญญา]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนาการ]]></category>
		<category><![CDATA[ศีล]]></category>
		<category><![CDATA[สงบ]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องอยู่]]></category>
		<category><![CDATA[เคล็ดลับภาวนา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=12563</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/12/p29.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-12636" title="p29" src="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/12/p29.jpg" alt="" width="441" height="596" /></a></p>
<p><strong>mp3 (for download)</strong> : <a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/11/540709B_15.59_17.55.mp3">ภาวนามานาน ไม่ค่อยมีพัฒนาการเลย</a></p>
<p><strong>โยม :</strong> กราบนมัสการค่ะหลวงพ่อ หนูอ่านหนังสือแล้วก็ฟังซีดีของหลวงพ่อมาสี่ปีครึ่งแล้วค่ะ แต่ว่าไม่เคยมาส่งการบ้านเลย ที่นี้หนูก็เลยสงสัยว่า ช่วงสี่ปีครึ่งที่ผ่านมา หนูทำผิดเข้ารกเข้าพงแล้วไม่รู้ตัวหรือเปล่าคะ</p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์ : </strong>หนูเห็นความเปลี่ยนแปลงของตัวเองมั้ย</p>
<p><strong>โยม : </strong>ถ้าเทียบกับตอนยังไม่ภาวนาเลยน่ะค่ะ ก็เห็นว่าเปลี่ยนแปลง แต่ถ้าเทียบกับสี่ปีครึ่งที่ผ่านมา มันเหมือนกับมันมีพัฒนาการน้อยมากเลยค่ะ</p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์ :</strong> พัฒนาการอยู่ที่ความเข้าใจ พัฒนาการไม่ใช่ว่าดีมากขึ้นสุขมากขึ้นสงบมากขึ้นนะ  แต่เข้าใจความเป็นจริง เห็นไตรลักษณ์มากขึ้น คลายความยึดถือออกไป มากขึ้น มากขึ้น ศีลสมาธิปัญญาดีขึ้น ดีขึ้น พัฒนาการเค้าดูกันตรงนี้ อย่างแต่ก่อนเราทำผิดศีลหน้าตาเฉย เดี๋ยวนี้ทำผิดศีลแล้วละอายใจ เนี่ยพัฒนาแล้วนะ หรือแต่ก่อนนะ ใจฟุ้งทั้งวันทั้งคืนไม่เคยรู้เคยเห็นเลย เดี๋ยวนี้ใจยังกลับมาอยู่กับเนื้อกับตัวเป็นคราวๆ นี่ก็ดีขึ้นนะ แต่ก่อนไม่เคยเห็นหรอกร่างกายไม่ใช่ตัวเรา เป็นของถูกรู้ถูกดู เดี๋ยวนี้กายกับจิตแยกออกจากกันได้ นี่ก็ดีขึ้นนะ เพราะฉะนั้นเราภาวนาหาเครื่องอยู่ให้จิต ไปอยู่กับพุทโธอยู่กับลมหายใจนะทุกวัน ทำวันละสิบนาทีสิบห้านาทีก็พอ ทุกวันแบ่งเวลาไว้ซักสิบห้านาทีหรือสิบนาที สิบห้ามากไปก็เอาสิบ แล้วก็มาพุทโธ มาหายใจ ไม่ใช่ฝึกบังคับจิต แต่หายใจแล้วคอยรู้ทันจิตไป เคล็ดลับของการภาวนาอยู่ตรงนี้แหล่ะ ที่ภาวนากันล้มลุกคลุกคลานไม่ค่อยสำเร็จนะ เพราะชอบไปบังคับจิต หายใจแล้วจิตจะต้องนิ่งต้องสงบต้องดี มีคำว่าต้องเยอะแยะเลย บังคับมาก เปลี่ยนเป็นหายใจแล้วรู้ทันจิตไป หายใจแล้วจิตหนีไปคิดแล้วรู้ หายใจแล้วจิตเป็นสุขก็รู้ หายใจแล้วจิตเป็นทุกข์ก็รู้ ในที่สุดธาตุรู้ตัวรู้มันก็จะเด่นขึ้นมา จะเห็นทุกสิ่งทุกอย่างนะ หมุนเวียนไปเรื่อยๆ</p>
<p><em> หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช<br />
แสดงธรรมที่ สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี<br />
แสดงธรรมเมื่อ วันที่ ๙ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๔<br />
</em></p>
<p><em>CD: ๔๐<br />
File: <a href="http://02.learndhamma.com/pramote/cd/040/128/540709B.mp3" target="_blank">540709B</a><br />
ระหว่างนาทีที่ ๑๕ วินาทีที่ ๕๙ ถึงนาทีที่ ๑๗ วินาทีที่ ๕๕<br />
</em>
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2011/12/02/12563/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/11/540709B_15.59_17.55.mp3" length="1852532" type="audio/mpeg" />
<enclosure url="http://02.learndhamma.com/pramote/cd/040/128/540709B.mp3" length="40088349" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>ภาวนาเก่งแค่ไหนจิตก็ต้องเสื่อม</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2011/11/30/12572/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2011/11/30/12572/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 30 Nov 2011 11:08:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator>simpleid123</dc:creator>
				<category><![CDATA[ขันธ์ ๕]]></category>
		<category><![CDATA[ครูบาอาจารย์]]></category>
		<category><![CDATA[จิต]]></category>
		<category><![CDATA[ปล่อยวาง]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวนาแย่ลง]]></category>
		<category><![CDATA[รักษาจิต]]></category>
		<category><![CDATA[แทรกแซง]]></category>
		<category><![CDATA[ไตรลักษณ์]]></category>
		<category><![CDATA[กรรมฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[ขันธ์ห้า]]></category>
		<category><![CDATA[ความจริง]]></category>
		<category><![CDATA[จิตเสื่อม]]></category>
		<category><![CDATA[บังคับไม่ได้]]></category>
		<category><![CDATA[ปรุงแต่ง]]></category>
		<category><![CDATA[หลุดพ้น]]></category>
		<category><![CDATA[เจริญแล้วก็เสื่อม]]></category>
		<category><![CDATA[แก้ไข]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=12572</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/11/sunset.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-12620" title="sunset" src="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/11/sunset.jpg" alt="" width="784" height="588" /></a></p>
<p>Mp3 for download: <a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/11/451117B_decay3.mp3">451117B_decay</a></p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์</strong><strong>:</strong> มาเล่าบอกกรรมฐานมันเสื่อม  เคาะๆไปแล้วจิตมันเสื่อมไปเนี่ยนะ หาทางแก้มาเป็นปีๆ แก้ไม่ตกหรอก บอกอ๋อ แก้ยังไงก็ไม่ตกหรอก ที่จริงเนี่ยเคาะไปเนี่ยนะ เคาะกระทบๆไป จิตตื่นขึ้นมาละ ต่อมากระทบอยู่อย่างเก่าเนี่ย จิตเสื่อม จิตแสดงธรรมะให้ดูแล้วว่า<strong>จิตเป็นของที่บังคับไม่ได้ เจริญได้ก็เสื่อมได้</strong> <strong>แต่ว่าเราไม่มีความเข้าใจที่ถูกต้อง </strong>พอเจริญแล้วเราก็ดีใจใช่มั้ย ทั้งๆที่ทำอย่างเดิมมันเสื่อมได้นี่ เสื่อมคราวนี้ไม่พอใจละ หาทางแก้ไขจะไม่ให้เสื่อม นี่กำลังทำอะไร เหมือนคนที่หาทางจะไม่ตายน่ะ เกิดแล้วจะไม่ตายน่ะ พอมันแก่ลง ตีนกาขึ้น โอ๊ยทำยังไง  ทำอะไรไม่ได้ก็ไปหลอก ดึงเอา แก้จากข้างในไม่ได้แล้วนี่</p>
<p>จิตก็เหมือนกัน มันเจริญได้ก็เสื่อมได้ ถ้าเข้าใจธรรมชาติตรงนี้ปั๊บนะ ไม่ยึดมั่นในความเสื่อม จิตก็ผ่านไปเลย ง่ายนิดเดียว ทีนี้พอมาเสื่อม ตกใจ ตกใจหาทางแก้กรรมฐานใหญ่ <strong>ยิ่งแก้ยิ่งไปสิ เพราะยิ่งปรุงแทนที่จะรู้ ก็เลยไม่ตื่นเลย</strong> เพราะฉะนั้น<strong>นักปฏิบัตินะ ไม่ว่าจะเก่งแค่ไหนนะ จิตก็ต้องเสื่อม</strong></p>
<p>รู้จักหลวงตามหาบัวมั้ย เรอะ เป็นเพื่อนกับท่านเรอะถึงรู้จัก หรือว่าแค่เคยเห็น อ้อเคยเห็นท่าน บอกว่ารู้จัก หึๆ หลวงตานะ ท่านจะเป็นพระอรหันต์หรือไม่เป็นอะไรนี่ก็เรื่องของท่าน ไม่ต้องวิพากษ์วิจารณ์ เดี๋ยวท่านเป็นจะเดือดร้อน ท่านบอกว่าตอนที่ท่านอาจารย์มั่นสิ้นเนี่ย  ท่านไม่มีอาจารย์ละต้องช่วยตัวเอง ท่านก็ไปปฏิบัติอยู่บนดอยธรรมเจดีย์</p>
<p>จิตของท่านเนี่ยเป็นผู้รู้ รู้ตัวอยู่ได้ตลอดเลย ท่านก็พยายามรักษาความรู้สึกตัวนี้้ไว้ รักษาตัวรู้ไว้ รู้ตัวไปเรื่อยไม่ให้เผลอไม่ให้หลงน่ะ จิตใจไม่เศร้าหมองเลย รู้หมด อะไรกิเลสอะไรมา เห็นหมดเลย รู้มาแล้วดับไปหมด ท่านก็พยายามจะรักษาจิตผู้รู้ให้มันอยู่ตลอดไป</p>
<p>วันหนึ่งท่านเริ่มสังเกตว่าจิตผู้รู้มันไม่เที่ยง มันหมองๆได้อีก พยายามทำยังไงมันก็ยังเสื่อมได้ พอรู้ว่ามันเสื่อมได้นะ หาทางแก้ยังไงก็ไม่สำเร็จนะ วันนึงก็เฉลียวใจขึ้นมาว่า โอ้ จิตมันเป็นอนัตตานี่ บังคับมันไม่ได้นี่ พอเห็นว่าจิตเป็นของบังคับไม่ได้ เลิกคิดที่จะบังคับมัน เลิกคิดที่จะให้มันดีตลอด มันจะเป็นยังไงเรื่องของมันต่างหากล่ะ ท่านปล่อยวางจิตนะ ท่านบอกว่า ตอนนั้นท่านหลุดพ้นเลย</p>
<p>เพราะฉะนั้น <strong>ความหลุดพ้นเนี่ยไม่ได้เกิดจากการที่เราฝึกจิตของเราให้ดี ดีจนเที่ยง ดีถาวร ไม่ใช่ แต่เกิดจากการที่เราเข้าไปเห็นความจริงของธรรมชาติ ของขันธ์น่ะ ขันธ์ห้าทั้งหมด รวมทั้งจิตด้วย มันอยู่ในวิญญาณขันธ์น่ะ ว่ามันเจริญแล้วเสื่อมๆ พอเห็นความจริงแล้วปล่อยวาง แล้วถึงจะหลุดพ้น ความหลุดพ้นเกิดจากการปล่อยวาง ความหลุดพ้นไม่ได้เกิดจากการทำสิ่งที่ไม่เที่ยงให้เที่ยง</strong></p>
<p><strong> </strong></p>
<p><em>หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช</em><em><br />
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม<br />
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี<br />
แสดงธรรมเมื่อวันอาทิตย์ ที่ ๑๗ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๔๕ หลังฉันเช้า</em><em> </em></p>
<p><em> </em><em>CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๑</em></p>
<p><em>File: </em><em><a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/11/451117B.mp3">451117B</a><br />
</em><em>ระหว่างนาทีที่ ๔ วินาทีที่ ๕๔ ถึง นาทีที่ ๗ วินาทีที่ ๕๙</em></p>
<p><strong> </strong>
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2011/11/30/12572/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/11/451117B_decay2.mp3" length="2973411" type="audio/mpeg" />
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/11/451117B_decay3.mp3" length="2973411" type="audio/mpeg" />
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/11/451117B.mp3" length="12798644" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>เจริญหรือเสื่อมไม่เป็นไร อยู่ที่เป็นกลางไหม</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2011/09/22/11589/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2011/09/22/11589/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 21 Sep 2011 21:51:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>sawang156</dc:creator>
				<category><![CDATA[การภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[ความเป็นกลาง]]></category>
		<category><![CDATA[คำถาม / ปัญหาในการภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวนาแย่ลง]]></category>
		<category><![CDATA[สติ]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นกลาง]]></category>
		<category><![CDATA[ดีใจ]]></category>
		<category><![CDATA[ยินดี]]></category>
		<category><![CDATA[ยินร้าย]]></category>
		<category><![CDATA[เจริญ]]></category>
		<category><![CDATA[เสียใจ]]></category>
		<category><![CDATA[เสื่่อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=11589</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>mp3 for download :</strong> <a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/09/510324B_65.41_66.41.mp3">เจริญหรือเสื่อมไม่เป็นไร อยู่ที่เป็นกลางไหม</a></p>
<div id="attachment_11647" class="wp-caption alignnone" style="width: 410px"><img src="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/09/G7404287-11-400x276.jpg" alt="เจริญหรือเสื่อมไม่เป็นไร อยู่ที่เป็นกลางไหม" title="เจริญหรือเสื่อมไม่เป็นไร อยู่ที่เป็นกลางไหม" width="400" height="276" class="size-large wp-image-11647" /><p class="wp-caption-text">เจริญหรือเสื่อมไม่เป็นไร อยู่ที่เป็นกลางไหม</p></div>
<p><strong>โยม : </strong>กราบนมัสการหลวงพ่อครับ ผมขอโอกาสรายงานการปฏิบัติครับ ผมฟังซีดีหลวงพ่อมาปีกว่าครับ แล้วก็ปฏิบัติตาม ครั้งแรกก็ปฏิบัติได้ คิดว่าดีครับ เพราะว่าเห็นจิตเคลื่อนไหวเร็วมากครับ แต่พอตอนหลังมันกลับไม่ค่อยดีครับ มันหายไปได้เอง</p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์ : </strong>ไม่แปลกนะ<strong> เป็นเรื่องธรรมดา เวลาที่เราภาวนา เราปฏิบัติไปเนี่ย บางช่วงก็เจริญ บางช่วงก็เสื่อม ปัญหาอยู่ที่ว่าเราเป็นกลางมั้ย กับความเจริญและความเสื่อม</strong> เวลาที่มันเจริญแล้วเราหลงดีใจ ก็เรียกว่าเสียท่าไปแล้ว เวลามันเสื่อมเราหลงเสียใจนะ ก็เสียท่าไปแล้ว แต่ถ้ามันเสื่อมไปแล้วเราก็รู้ เออ..เสื่อม แกเสื่อมไป เราเป็นกลางนะ ไม่ดีใจไม่เสียใจ  ใช้ได้ละ ใจเราจะเข้าไปสู่ความเป็นกลางกับทุกๆสภาวะ เราภาวนาจนเราเป็นกลางกับทุกๆสภาวะเลย กลางอันนี้โดยที่ไม่ได้บังคับให้เป็นกลาง มันเป็นกลางของมันเองนะ</p>
<p><em> หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช<br />
แสดงธรรมที่ สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี<br />
แสดงธรรมเมื่อ วันที่ ๒๔ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๑ หลังฉันเช้า<br />
</em></p>
<p><em>CD: ๒๔<br />
File: <a href="http://01.learndhamma.com/pramote/cd/024/mp3/510324B.mp3">510324B</a><br />
ระหว่างนาทีที่ ๖๕ วินาทีที่ ๔๑ ถึงนาทีที่ ๖๖ วินาทีที่ ๔๑<br />
</em>
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2011/09/22/11589/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/09/510324B_65.41_66.41.mp3" length="970142" type="audio/mpeg" />
<enclosure url="http://01.learndhamma.com/pramote/cd/024/mp3/510324B.mp3" length="32992672" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>ทำไมภาวนาแล้วเสื่อม</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2011/06/20/10020/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2011/06/20/10020/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 19 Jun 2011 22:25:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>simpleid123</dc:creator>
				<category><![CDATA[ภาวนาแย่ลง]]></category>
		<category><![CDATA[กิเลส]]></category>
		<category><![CDATA[ขี้เกียจ]]></category>
		<category><![CDATA[ปฏิบัติ]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[สติ]]></category>
		<category><![CDATA[เจริญ]]></category>
		<category><![CDATA[เสื่อม]]></category>
		<category><![CDATA[ไตรลักษณ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=10020</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>Mp3 for download: <a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/06/เคยรู้แล้วไม่รู้.mp3" target="_blank">เคยรู้แล้วไม่รู้</a></p>
<div id="attachment_10042" class="wp-caption alignnone" style="width: 410px"><img class="size-large wp-image-10042" title="ทำไมภาวนาแล้วเสื่อม" src="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/06/dryground-400x266.jpg" alt="ทำไมภาวนาแล้วเสื่อม" width="400" height="266" /><p class="wp-caption-text">ทำไมภาวนาแล้วเสื่อม</p></div>
<p><strong>โยม :</strong> มันเคยรู้แล้วมันกลับไปไม่รู้ได้เหรอคะ</p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์: </strong>ได้ เป็นของเสื่อม เพราะฉะนั้นอย่าประมาทนะ <strong>การปฏิบัตินะทิ้งไม่ได้เลย ต้องทำทุกวันแหละ ถ้าเราทิ้งไปก็เสื่อม</strong> ทำไมเสื่อมล่ะ เพราะมันเป็นโลกียธรรม เป็นของเสื่อม ไม่ใช่โลกุตตรธรรมนะ โลกียธรรม เพราะฉะนั้น ที่ภาวนารู้กายรู้ใจ มีสติว่องไว มีจิตตั้งมั่นเป็นสมาธิ เห็นอะไรก็รู้สภาวะรู้ลักษณะไปเรื่อย บางวันไม่รู้อะไรเลย เสื่อมไป ทีนี้ถ้าเสื่อมเพราะไม่ได้ปฏิบัตินี่นะ น่าเสียดาย</p>
<p><strong>แต่ถ้าเรายังปฏิบัติ ตามรู้กายตามรู้ใจเหมือนวันปกตินั่นแหละ แต่เสื่อมเนี่ย ตรงนี้มีประโยชน์นะ เราจะเริ่มเห็นความจริงเลย  จริงๆแล้วเราบังคับไม่ได้ </strong>เพราะฉะนั้นอย่างเราตามรู้จิตใจของเราทุกวันๆนะ เราเห็นเลยบางวันจิตใจดี มีสติมีปัญญากุศลเกิดมากมาย บางวันแย่มากเลย อะไรๆก็ไม่เกิด มัวซัวไม่รู้เรื่องเลยทั้งๆที่ปฏิบัติเหมือนกัน เราจะเริ่มเห็นความจริงแล้ว จริงๆคือเราบังคับไม่ได้ มีค่าที่ error มีความเบี่ยงเบนเกิดขึ้นละ แสดงว่าเราบังคับไม่ได้จริงละ เนี่ย ใจจะค่อยๆเห็นความจริง</p>
<p><strong>แต่ถ้าวันนี้ภาวนา จิตเจริญขึ้นมาละ เอ้าต่อมา 3 วันแล้วขี้เกียจละ ขี้เกียจแล้วเสื่อม ขี้เกียจแล้วเสื่อมนี่จะไม่เห็นไตรลักษณ์หรอกนะ </strong>มันจะรู้สึกว่าที่เสื่อมเพราะเราไม่ทำ ถ้าฉันทำเมื่อไหร่ ฉันก็ดีเมื่อนั้น เกิดความรู้สึกอย่างนี้นะ เนี่ย กิเลสมันหลอกละ มันจะรู้สึกเป็นอัตตา ไม่ใช่เป็นอนัตตา</p>
<p><strong>เพราะฉะนั้นการปฏิบัตินะเว้นวรรคไม่ได้ เว้นวรรคไม่ได้ หลวงพ่อเว้นวรรคให้ได้ 2 อันนะ ที่ยินยอมยกโทษให้มี 2 อันเท่านั้น อันนึงตอนหลับ ตอนหลับมันเจริญสติไม่ได้ อีกอันนึงตอนทำงานที่ใช้ความคิด ขณะที่ทำงานใช้ความคิดเจริญสติไม่ได้</strong> เพราะจิตต้องไปรู้เรื่องงาน ต้องคิด แต่เวลานอกนั้นเนี่ย รู้สึกตัวไว้ สมมติทำงานมาตั้งหลาย ชม. ละ เหลือเวลานิดหน่อยนะ 5 นาที 10 นาทีก็อย่าทิ้งเปล่าๆ ให้รู้ทันจิตรู้ทันใจไป รู้ไม่ได้ก็รู้กายไป</p>
<p><em>หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช<br />
</em><em>แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม<br />
</em><em>บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี<br />
</em><em>แสดงธรรมเมื่อ วันพุธ ที่ ๑๔ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๐</em><em> </em></p>
<p><em>CD: </em><em>สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๑๙<br />
</em><em>ลำดับที่ </em><em>๙<br />
File:</em><a href="../wp-content/uploads/2011/06/5003141.mp3"> 500314</a></p>
<p><em>ระหว่างนาทีที่ </em><em>๒๗ วินาทีที่ ๐๘ ถึง นาทีที่ ๒๙ วินาทีที่ ๒๖</em>
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2011/06/20/10020/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/06/500314_sometimes-not-good.mp3" length="2219389" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>ดูพัฒนาการทางจิตใจ ห้ามดูรายวัน ต้องดูรายไตรมาส</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2011/05/25/9293/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2011/05/25/9293/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 24 May 2011 22:07:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ok2077</dc:creator>
				<category><![CDATA[การภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[คำถาม / ปัญหาในการภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[จิต]]></category>
		<category><![CDATA[ตอนนี้ภาวนาเป็นอย่างไร]]></category>
		<category><![CDATA[บังคับกายใจ]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวนาแย่ลง]]></category>
		<category><![CDATA[รู้สึกตัว]]></category>
		<category><![CDATA[อึดอัด /เกร็ง /ปวดหัว /ปวดหว่างคิ้ว]]></category>
		<category><![CDATA[เพ่ง / จงใจ / ประคอง]]></category>
		<category><![CDATA[คลาย]]></category>
		<category><![CDATA[ทิฏฐิ]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนาการ]]></category>
		<category><![CDATA[รูปแบบ]]></category>
		<category><![CDATA[รู้สึก]]></category>
		<category><![CDATA[อึดอัด]]></category>
		<category><![CDATA[เพ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[ไตรมาส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=9293</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>mp 3 (for download) :</strong> <a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/05/491118B-develop-dd.mp3" target="_blank"><strong>ดูพัฒนาการทางจิตใจ ห้ามดูรายวัน ต้องดูรายไตรมาส</strong></a></p>
<div id="attachment_9500" class="wp-caption alignnone" style="width: 410px"><img src="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/05/financial-report-400x266.jpg" alt="ดูพัฒนาการทางจิตใจ ห้ามดูรายวัน ต้องดูรายไตรมาส " title="ดูพัฒนาการทางจิตใจ ห้ามดูรายวัน ต้องดูรายไตรมาส " width="400" height="266" class="size-large wp-image-9500" /><p class="wp-caption-text">ดูพัฒนาการทางจิตใจ ห้ามดูรายวัน ต้องดูรายไตรมาส </p></div>
<p><strong>โยม</strong><strong> :</strong> ขอเรียนถามหลวงพ่อหน่อยครับ คือช่วงนี้ ไม่ทราบว่าสภาวะจิตของผมเป็นยังไงบ้างครับ มันเลวร้ายมากรึเปล่าครับ</p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์</strong><strong> :</strong> ไม่เลวร้ายนะ ถ้าพูดตรงไปตรงมา สภาวะตอนนี้ดี แต่ก่อนนี้อึดอัดรู้สึกมั้ย แน่นกว่านี้เยอะเลย แต่ก่อนเพ่งลูกเดียว แล้วมีทิฏฐิด้วยว่า มีทฤษฎีน่ะ ทิฏฐิ คือทฤษฎี ว่าต้องเพ่ง ที่นี้เราคอยรู้สึกเอา รู้สึกเอา ทีแรกหลวงพ่อบอกให้รู้สึกตัวนะ ยังไม่มั่นใจ ต้องภาวนา ต้องมีรูปแบบ ต้องเพ่งไว้ กำหนดไว้ ตอนนี้ใจมันเริ่มคลายออก เริ่มเป็นความรู้สึกตัว ที่ภาวนาตอนนี้ถือว่ามีพัฒนาการนะ <strong>อย่างเวลาเราดูพัฒนาการทางจิตใจนี่ ห้ามดูรายวัน ต้องดูรายไตรมาส</strong> ดูแบบสภาพัฒน์นะ</p>
<p><em> หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช<br />
สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม<br />
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี<br />
แสดงธรรมที่ สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม<br />
เมื่อวันเสาร์ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๔๙ หลังฉันเช้า<br />
</em></p>
<p><em>CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๑๖<br />
Track: ๑๐<br />
File: <a href="http://01.learndhamma.com/pramote/cd/016/mp3/491118B.mp3" target="_blank">491118B.mp3</a><br />
ระหว่างนาทีที่ ๓๔ วินาทีที่ ๓๙ ถึง นาทีที่ ๓๕ วินาทีที่ ๓๐</em>
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2011/05/25/9293/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/05/491118B-develop-dd.mp3" length="2079346" type="audio/mpeg" />
<enclosure url="http://01.learndhamma.com/pramote/cd/016/mp3/491118B.mp3" length="26262154" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>ภาวนาไปแล้วไม่สุขเหมือนตอนแรกๆ</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2010/12/30/5950/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2010/12/30/5950/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 29 Dec 2010 21:11:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>simpleid123</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความเป็นกลาง]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวนาแย่ลง]]></category>
		<category><![CDATA[อริยมรรค]]></category>
		<category><![CDATA[จิตจะหยุดความปรุงแต่ง]]></category>
		<category><![CDATA[มันเบื่อก็ดูไป]]></category>
		<category><![CDATA[อริยมรรคจะเกิดขึ้น]]></category>
		<category><![CDATA[โลกนี้เต็มไปด้วยความทุกข์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=5950</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>Mp3 for download : </strong><a href='http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2010/11/500707B_notgoodasbefore.mp3' target='_blank'>ภาวนาไปแล้วไม่สุขเหมือนตอนแรกๆ</a></p>
<div id="attachment_6133" class="wp-caption alignnone" style="width: 225px"><img class="size-medium wp-image-6133" title="ภาวนาแล้วไม่สุขเหมือนตอนแรก" src="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2010/11/2d980311387e9757f3db9fca88c39976-215x300.png" alt="ภาวนาแล้วไม่สุขเหมือนตอนแรก" width="215" height="300" /><p class="wp-caption-text">ภาวนาแล้วไม่สุขเหมือนตอนแรก</p></div>
<p><strong>โยม : </strong>หลวงพ่อครับ เวลารู้สึกตัวเนี่ย เดี๋ยวนี้ทำไมมันไม่ค่อยแฮปปี้เหมือนแต่ก่อนเลยล่ะครับ</p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์ : </strong>มันฉลาดขึ้นกว่าแต่ก่อนมั้ง มันจะแฮปปี้อะไรนักหนา <strong>โลกนี้เต็มไปด้วยความทุกข์</strong> แต่เดิมมันคล้ายๆเด็กไม่เคยรู้ไม่เคยเห็นนะ พอมันตื่นขึ้นมาก็ โอ๊..สดใส ซาบซ่า พอตื่นเนืองๆ เห็นไหม โลกเต็มไปด้วยความทุกข์ ไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจเลย</p>
<p>นอกจากไม่แฮปปี้นะ บางทีภาวนาไปแล้วรู้สึกจืดชืดที่สุดเลย ใจจะแห้งแล้งเลย บางที รู้สึกโลกนี้ไม่น่าสนใจ ความสุขก็ไม่ใช่สิ่งที่อิงอาศัยได้ ความดีก็ไม่ใช่สิ่งที่อิงอาศัยได้ ความสงบก็อิงอาศัยไม่ได้ ชั่วคราวไปหมดเลย เนี่ย ใจจะเข้าไปสู่ <strong>เห็นทุกสิ่งนะเสมอกัน น่าเบื่อเหมือนกัน เป็นทุกข์เหมือนกัน หาสาระแก่นสารเป็นที่ยึดเหนี่ยวไม่ได้เหมือนๆกันหมดเลย</strong></p>
<p>ใจจะรู้สึกจืดชืด ถ้าใจจืดชืดตรงนี้ ให้รู้ว่าจิตใจเราจืดชืด <strong>ให้รู้ลงไปอีกนะ</strong> ความจืดชืดเป็นสิ่งที่แปลกปลอมเข้ามาอีกอันหนึ่ง หรือความเบื่อ ความกลัว เป็นสิ่งแปลกปลอมเข้ามา พอใจเราเป็นกลางขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้มันจะเป็นกลางกับสภาวะทุกสิ่งทุกอย่าง โดยไม่ได้เจตนาให้เป็นกลางแล้ว คราวนี้<strong>เป็นกลางเพราะมีปัญญาเห็นว่าอย่างชั่วคราว ทุกอย่างบังคับไม่ได้เหมือนๆกันหมดเลย</strong></p>
<p>พอใจเข้ามาสู่ความเป็นกลางในระดับนี้ <strong>จิตจะหยุดความปรุงแต่ง อริยมรรคก็จะเกิดขึ้น</strong> เพราะฉะนั้นให้ดูไป มันเบื่อก็ดูไป</p>
<div><em><br />
หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช<br />
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม<br />
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี<br />
เมื่อวันเสาร์ที่ ๗ เดือนกรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๐</em></div>
<div><em>CD สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๒๑<br />
File: <a href="http://01.learndhamma.com/pramote/cd/021/mp3/500707B.mp3" target="_blank">500707B</a><br />
ระหว่างนาทีที่ ๑๑วินาทีที่ ๔๕ ถึงนาที่ที่ ๑๓ วินาทีที่ ๒๑</em></div>
<p><em> </p>
<p></em>
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2010/12/30/5950/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2010/11/500707B_notgoodasbefore.mp3" length="387944" type="audio/mpeg" />
<enclosure url="http://01.learndhamma.com/pramote/cd/021/mp3/500707B.mp3" length="33746672" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>เมื่อไรรู้สภาวธรรมตรงตามความเป็นจริง เมื่อนั้นปฏิบัติอยู่</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2010/11/18/5722/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2010/11/18/5722/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 18 Nov 2010 04:55:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>norm</dc:creator>
				<category><![CDATA[การภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[คำถาม / ปัญหาในการภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวนาแย่ลง]]></category>
		<category><![CDATA[สงสัย]]></category>
		<category><![CDATA[อิจฉา]]></category>
		<category><![CDATA[เจริญ]]></category>
		<category><![CDATA[เจริญแล้วก็เสื่อม]]></category>
		<category><![CDATA[ใจเป็นกลาง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=5722</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>mp3 for download:</strong> <a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2010/11/521204B.23m09-24m44.mp3">เมื่อไรรู้สภาวธรรมตรงตามความเป็นจริง เมื่อนั้นปฏิบัติอยู่</a></p>
<div id="attachment_5730" class="wp-caption alignnone" style="width: 310px"><img class="size-medium wp-image-5730" title="เมื่อไรรู้สภาวธรรมตรงตามความเป็นจริง เมื่อนั้นปฏิบัติอยู่" src="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2010/11/Waterfall-300x225.jpg" alt="เมื่อไรรู้สภาวธรรมตรงตามความเป็นจริง เมื่อนั้นปฏิบัติอยู่" width="300" height="225" /><p class="wp-caption-text">เมื่อไรรู้สภาวธรรมตรงตามความเป็นจริง เมื่อนั้นปฏิบัติอยู่</p></div>
<p><strong>โยม:</strong> นมัสการหลวงพ่อครับ ก็ ส่งการบ้านเหมือนกันครับ ก็ เมื่อตะกี้ก็ รู้สึกอิจฉาเพื่อนครับ แต่ว่ามันขึ้นมานิดเดียว เห็นได้ชัดมาก ก็</p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์:</strong> มีแต่อิจฉาเฉยๆ หรือมีเราอิจฉาด้วย</p>
<p><strong>โยม: </strong>เราอิจฉาด้วยครับ<br />
<strong><br />
หลวงพ่อปราโมทย์:</strong> เออ.. มีเราอิจฉาด้วย ดีที่เห็น..</p>
<p><strong>โยม:</strong> คือ หลังจากที่ มาวัดครั้งที่แล้ว กลับไปก็ เหมือนกับจิตมันเสื่อมลงไปครับ มันรู้ตัวได้ไม่เหมือนเดิม เหมือนกับตอนที่อยู่ที่ ตอนที่มาที่วัดน่ะครับ ก็พยายามดูไปครับ พอดีได้คำแนะนำจากอาจารย์สุรวัฒน์ ว่ามัน มัน เดี๋ยวมันก็พลิกกลับมาเจริญครับ</p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์:</strong> เออ.. นะ ก็ไม่ได้ภาวนาเอาเจริญอย่างเดียวหรอก แต่<strong>เราภาวนาให้เห็นว่ามันไม่คงที่หรอก เจริญแล้วก็เสื่อม</strong> เจริญแล้วก็เสื่อม ในที่สุดใจเป็นกลาง <strong>ตัวที่ดีคือตัวเป็นกลาง</strong></p>
<p><strong>โยม:</strong> แล้วก็ เหมือนกับว่า มันก็เลยเกิด เหมือนกังวลครับ ว่า ว่า ไม่รู้ว่ามันปฏิบัติอยู่หรือเปล่า หรือว่ารู้..</p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์:</strong> กังวลรู้ว่ากังวล สงสัยรู้ว่าสงสัย ถ้ากังวลรู้ว่ากังวล สงสัยรู้ว่าสงสัย ขณะนั้นปฏิบัติอยู่ นะ <strong>เมื่อไรรู้สภาวธรรมตรงตามความเป็นจริง เมื่อนั้นปฏิบัติอยู่</strong></p>
<p><strong>โยม:</strong> ครับ อยากให้หลวงพ่อ เหมือนกับว่า..</p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์:</strong> อยากแล้วรู้มั้ย?</p>
<p><strong>โยม:</strong> อยากแล้วรู้ครับ</p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์:</strong> เออ..นะ เลยเงียบไปเลย ที่ฝึกอยู่น่ะ ใช้ได้แล้ว ไปฝึกอีก <strong>มันเจริญแล้วมันก็เสื่อม ธรรมชาติของสิ่งทั้งหลายเป็นอย่างนั้นแหละ สิ่งใดเกิดขึ้นสิ่งนั้นก็เสื่อมไปดับไป เป็นธรรมดา ไม่ใช่ไปเอาดีตลอดนะ</strong></p>
<div><em><br />
หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช<br />
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม<br />
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี<br />
แสดงธรรมเมื่อ วันศุกร์ที่ ๔ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๒ หลังฉันเช้า</em></div>
<p><em>CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๓๓<br />
File: <a href="http://01.learndhamma.com/pramote/cd/033/mp3/521204B.mp3" target="_blank">521204B.mp3</a><br />
ลำดับที่ ๔<br />
ระหว่างนาทีที่ ๒๓ วินาทีที่ ๙ ถึง นาทีที่ ๒๔ วินาทีที่ ๔๔</p>
<p></em>
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2010/11/18/5722/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2010/11/521204B.23m09-24m44.mp3" length="381912" type="audio/mpeg" />
<enclosure url="http://01.learndhamma.com/pramote/cd/033/mp3/521204B.mp3" length="23604736" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>ภาวนาแล้วเสื่อม</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2010/11/14/5509/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2010/11/14/5509/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 13 Nov 2010 22:02:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>simpleid123</dc:creator>
				<category><![CDATA[การภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[ความเป็นกลาง]]></category>
		<category><![CDATA[คำถาม / ปัญหาในการภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวนาแย่ลง]]></category>
		<category><![CDATA[ชั่วคราว]]></category>
		<category><![CDATA[เจริญ]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นกลาง]]></category>
		<category><![CDATA[เสื่อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=5509</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>mp 3 (for download) :</strong> <a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2010/11/getting-worse_500720B1.mp3">getting worse_500720B</a><br />
 </p>
<div id="attachment_5526" class="wp-caption alignnone" style="width: 330px"><img class="size-full wp-image-5526" src="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2010/11/upanddown.jpg" alt="ภาวนาแล้วเสื่อม" width="320" height="240" /><p class="wp-caption-text">ภาวนาแล้วเสื่อม</p></div>
<p><strong>โยม:</strong> รู้สึกว่า มันเคยรู้สึกตัวได้มากกว่านี้ </p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์:</strong> อย่าอยากสิริน ถ้าเวลามันเสื่อมโดยธรรมชาติของการปฎิบัติเนี่ย <strong>เมื่อเจริญแล้วก็ต้องเสื่อม</strong> บางยุค บางสมัย บางวัน มันเสื่อม อย่าตกใจ ถ้าเสื่อมแล้วเราตกใจ เราจะยิ่งดิ้น ยิ่งเราดิ้นมันจะยิ่งเสื่อม </p>
<p>เพราะฉะนั้น<strong>ให้เรายอมรับสภาพที่จิตใจเรากำลังเป็นอยู่</strong> อ้อ..มันหมองๆมัวๆ ไม่ค่อยจะรู้เนื้อรู้ตัว รู้ว่ามันเป็นอย่างนี้ อยากให้มันดีกว่านี้ รู้ว่าอยาก เอามันมาดูเลย แล้วรู้มันด้วยความเป็นกลาง รู้ความเสื่อมด้วยความเป็นกลางนะ ใจจะดีดผางขึ้นมาเลย ดีขึ้นฉับพลันเลย แต่<strong>ไม่ได้ฝึกเอาดีนะ ฝึกให้เห็นว่า ดีได้ก็เสื่อมได้ เสื่อมได้ก็ดีได้</strong> ฝึกแค่ให้เห็นตรงนี้ ไม่ใช่ฝึกเอาดีตลอด ฝึกดีตลอด <strong>ดีตลอดไม่มีในสังสารวัฏฏ์นี้ มีก็ดีชั่วคราว สุขตลอดไม่มีในสังสารวัฏฏ์ มีแต่สุขชั่วคราว ครอบครองไว้ได้ ก็ได้ชั่วคราว ถึงวันหนึ่งก็หลุดไปหมดอีก</strong> </p>
<p><strong>โยม:</strong> คือ ฟังจากหลวงพ่อ หลวงพ่อก็พูดใช่มั้ยคะว่า มันจะมีเสื่อม มีดี แต่ใจมันก็เหมือนไม่ยอมรับน่ะค่ะ ว่ามันเสื่อมกับเรา </p>
<p><strong>หลวงพ่อ:</strong> อือ.. ใจมันไม่ยอมรับ นั่นแหละ <strong>พอใจมันไม่ยอมรับธรรมะนะ ใจก็ต้องมีความทุกข์นะ</strong> ยุติธรรมมั้ย ใจปฎิเสธธรรมะ ใจก็มีความทุกข์ ใจอ่อนน้อมยอมรับธรรมะนะ ยอมรับความจริง เจริญได้ก็เสื่อมได้ เกิดได้ก็แก่ได้ เจ็บได้ ตายได้ อะไรอย่างนี้ พอ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ขึ้นมา ก็ไม่สะทกสะท้าน ใจมันยอมรับ </p>
<p>หรือทางจิตใจเนี่ย เจริญได้ก็เสื่อมได้ เพราะฉะนั้น<strong>ตอนเสื่อมเนี่ยไม่กลุ้มใจ รู้ว่าเสื่อม เห็นความเป็นกลางของใจที่รู้ความเสื่อม พอใจเราเป็นกลางปั๊บ มันจะเจริญในฉับพลันนั้นเลย มันเจริญเพราะใจเราเป็นกลางนั้นแหละ ไม่ใช่เจริญเพราะไปทำให้มันดี</strong> ตรงนี้ get มั้ย ตรงนี้ เจริญเพราะใจเราเป็นกลางนะ </p>
<p><em><br />
หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี<br />
เมื่อวันที่ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๕๐ หลังฉันเช้า<br />
CD สวนสันติธรรมแผ่นที่ ๒๑<br />
ไฟล์ <a href="http://02.learndhamma.com/pramote/cd/021/mp3/500720B.mp3" target="_blank">500720B</a><br />
ระหว่างนาที่ ๒๓ วินาทีที่ ๘ ถึง นาทีที่ ๒๕ วินาทีที่ ๖<br />
</em>
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2010/11/14/5509/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2010/11/getting-worse_500720B1.mp3" length="1841554" type="audio/mpeg" />
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2010/11/getting-worse_500720B.mp3" length="1841554" type="audio/mpeg" />
<enclosure url="http://02.learndhamma.com/pramote/cd/021/mp3/500720B.mp3" length="32427120" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>การภาวนา ถ้าถูกต้องจะต้องง่าย ถ้ารู้สึกยากแสดงว่าผิด</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2010/09/04/2893/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2010/09/04/2893/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 03 Sep 2010 22:05:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ok2077</dc:creator>
				<category><![CDATA[การภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[กิเลส]]></category>
		<category><![CDATA[ขันธ์ ๕]]></category>
		<category><![CDATA[ความสุข]]></category>
		<category><![CDATA[จิต]]></category>
		<category><![CDATA[ดูกาย / เวทนา]]></category>
		<category><![CDATA[ดูจิต]]></category>
		<category><![CDATA[ตัณหา]]></category>
		<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[ทุกข์]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมะในชีวิตประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[นิพพาน]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญญานำสมาธิ]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวนาแย่ลง]]></category>
		<category><![CDATA[มรรค 8]]></category>
		<category><![CDATA[รู้สึกกาย]]></category>
		<category><![CDATA[รู้สึกตัว]]></category>
		<category><![CDATA[วิปัสสนา]]></category>
		<category><![CDATA[สติ]]></category>
		<category><![CDATA[สติปัฏฐาน 4]]></category>
		<category><![CDATA[สมาธิ]]></category>
		<category><![CDATA[สมาธินำปัญญา]]></category>
		<category><![CDATA[อยากบรรลุธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[อริยสัจจ์]]></category>
		<category><![CDATA[แทรกแซง]]></category>
		<category><![CDATA[ไตรลักษณ์]]></category>
		<category><![CDATA[ดิ้น]]></category>
		<category><![CDATA[ทุกขัง]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมดา]]></category>
		<category><![CDATA[พระอรหันต์]]></category>
		<category><![CDATA[รักษาจิต]]></category>
		<category><![CDATA[หยิบฉวยจิต]]></category>
		<category><![CDATA[อนัตตา]]></category>
		<category><![CDATA[อนิจจัง]]></category>
		<category><![CDATA[อวิชชา]]></category>
		<category><![CDATA[เสื่อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=2893</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_3655" class="wp-caption alignnone" style="width: 310px"><a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2010/09/difficult.jpg"><img src="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2010/09/difficult-300x225.jpg" alt="การภาวนา ถ้าถูกต้องจะต้องง่าย ถ้ารู้สึกยากแสดงว่าผิด" title="การภาวนา ถ้าถูกต้องจะต้องง่าย ถ้ารู้สึกยากแสดงว่าผิด" width="300" height="225" class="size-medium wp-image-3655" /></a><p class="wp-caption-text">การภาวนา ถ้าถูกต้องจะต้องง่าย ถ้ารู้สึกยากแสดงว่าผิด</p></div>
<p><strong>mp 3 (for download) :</strong> <a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2010/07/500310A-easy-dd.mp3"><strong>การภาวนา ถ้าถูกต้องจะต้องง่าย ถ้ารู้สึกยากแสดงว่าผิด</strong></a></p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์:</strong> เคยมีครูบาอาจารย์องค์หนึ่ง ท่านหลงป่าเข้าพม่าไป แล้วก็เปียกฝนสามวันสามคืน เดินหลงทาง ข้าวก็ไม่มีจะฉัน ปอดบวม เข้าไปหลบฝนอยู่ในถ้ำ ก็ยังภาวนา แล้วรู้สึกว่าคราวนี้ต้องตายแน่ๆเลย ถึงแข็งแรงนะ จะรอดออกจากป่าหรือเปล่าก็ไม่รู้เพราะหลงทาง</p>
<p>ท่านก็ภาวนาของท่านไปเรื่อย กะว่าถ้าตายแล้วจิตใจจะห่วงอะไรมั้ย ร่างกายนี้ไม่ห่วงแล้ว ดูจิตดูใจก็ไม่ห่วงแล้ว ใจไม่ยึดอะไรสักอย่าง พร้อมจะตายแล้ว จิตใจไม่ยึดอะไรสักอย่าง ท่านก็ดูไปเรื่อยๆ เอ๊ะ! ไม่ยึดอะไรเลย ทำไมมันมีอะไรก็ไม่รู้ แปลกๆ สังเกตไปเรื่อยๆ ยึดความไม่ยึดอะไร ท่านเห็นว่าท่านยึดความไม่ยึดอะไร  ยึดความว่างไว้ ตรงนี้ขาดปั๊บลงไป จิตท่านสว่างจ้าขึ้นมา</p>
<p>ท่านก็นึกว่า ในถ้ำ อยู่ในถ้ำมืดๆนะ กลางคืนนะ นึกว่าสว่างแล้ว ดูนาฬิกา ก็ยังไม่สว่างนะ ยังกลางคืนอยู่ มองข้างนอกก็มืดตึ๊ดตื๋อเลย ในถ้ำทั้งถ้ำนี่สว่าง แล้วท่านก็หายป่วย เสร็จแล้วตอนเช้า ฝนหยุดแล้ว ออกไปจากถ้ำ หิวนะ หิว ไม่มีอะไรฉันหลายวัน เจอลิงมันถือมะละกอ แล้วมันทำมะละกอตกลงมาที่พื้น แล้วมันก็มองหน้าท่านนะ มองมะละกอ มองหน้า</p>
<p>ท่านก็นึกว่า เอ๊&#8230; มันไม่กล้าหยิบกระมัง คงกลัวท่านว่า พอก้มลงหยิบเดี๋ยวท่านเล่นงาน ท่านเลยกลับเข้าถ้ำ เป็นเรา เราจะแย่งลิงกินใช่มั้ย เราก็จะมีเหตุผลเราต้องเอาตัวรอดไว้ก่อน จะได้มีแรงภาวนาต่อไปอีก ใช่มั้ย ท่านไม่เอา ท่านกลับเข้าถ้ำไป ลิงถึงได้มาเก็บมะละกอคืนไป</p>
<p>เข้าไปพักหนึ่งถึงได้ออกมา ปรากฎว่าลิงมาอยู่ที่พื้นดินละ ถือมะละกอ คราวนี้มันกลิ้งมาให้ท่านแล้วก็หนีขึ้นต้นไม้ไปเลย ลองดูมะละกอลูกนี้นะ มีรอยนกเจาะๆไว้ด้วย อุตส่าห์ไปเก็บมาให้นะ ท่านบอกว่าตั้งแต่เกิดมาไม่เคยฉันอะไรอร่อยเท่านั้นเลย ฉันเสร็จแล้วเลยเดินกลับมาเมืองไทยได้ หลงเข้าป่าพม่าไป</p>
<p>ที่หลงเพราะท่านไปเดินตามลำห้วยไป นึกว่าลำห้วยนี้จะไหลเข้าฝั่งไทย กลายเป็นลำห้วยนี้ไหลไปพม่า ตามไป ตามไป ต้นไม้ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เลยรู้ว่าไม่ใช่เมืองไทยแน่ เมืองไทยเข้ามาต้องเหลือแต่ต้นมันสำปะหลัง </p>
<p>ภาวนานะ ภาวนา ต้องทำ ฝึกไปเรื่อยๆ มีความสุขมากขึ้น มากขึ้น ไม่ใช่ภาวนาแล้วเคร่งเครียดนะ ถ้าภาวนาแล้วเคร่งเครียดแสดงว่าทำิผิด ถ้าภาวนาถูกจะมีแต่ความสุข มีความสุขมากขึ้น มากขึ้น ทุกวัน ทุกวัน นั่งอยู่เฉยๆก็มีความสุขโชยแผ่วๆขึ้นมา คุณมนเคยเป็นใช่มั้ย มันมีความสุข</p>
<p>ความสุขมันเกิดจากการมีสติ รู้ลงในกาย รู้ลงในใจ เห็นกายเห็นใจเป็นทุกข์ล้วนๆนะ ยิ่งมีความสุขมากขึ้น มากขึ้น เป็นเรื่องประหลาดนะ รู้ทุกข์แล้วมีความสุข รู้ทุกข์แล้วพ้นทุกข์ มีแต่ความสุขล้วนๆ</p>
<p>ใครๆก็อยากละทุกข์ทั้งนั้นเลย พระพุทธเจ้ากลับสอนให้รู้ทุกข์ ทุกข์อยู่ที่กายรู้ลงในกาย ทุกข์อยู่้ที่จิตใจรู้ลงในใจ รู้ไปเรื่อย จนวันหนึ่งไม่ยึดถือในกายในใจ ไม่ยึดถืออะไรเลย รวมทั้งไม่ยึดถือความไม่ยึดถือด้วยนะ เหมือนอย่างที่ครูบาอาจารย์ที่หลวงพ่อเล่า เสร็จแล้วท่านไปยึดความไม่มีอะไร พอท่านผ่านตรงนี้นะ จิตใจของท่านก็เปลี่ยนไปเยอะแยะ</p>
<p>ท่านกลับเข้ามาในเมืองนะ พอดีมีโยมคนหนึ่งรู้จักท่าน นิมนต์ท่านไปฉัน ก็มีคนรู้จักกับหลวงพ่อบอกว่าเนี่ย ท่านมาจากป่าละ เลยไปหาท่าน ไปที่บ้านเขานั่นแหละ เป็นตึกแถวนะ ไม่เจอหลายปี นานๆเจอทีหนึ่ง</p>
<p>ท่านก็เล่า การภาวนานะ เวลานักปฏิบัติเจอกัน สนทนาธรรมด้วยเรื่องการปฏิบัติล้วนๆ น่าฟังมากเลย น่าฟัง มันเป็นเรื่องของการต่อสู้กับกิเลสของตัวเองนั้นแหละ ไม่ใช่สู้คนอื่นนะ สู้กิเลสของเราเอง ล้มลุกคลุกคลาน ตอนสู้นะ ปางตาย</p>
<p>แต่ตอนสู้ขาดมาแล้ว มันขำนะ มันขำว่า แต่ก่อนทำไมมันโง่นะ ของง่ายๆเท่านี้เอง ไม่เข้าใจ สอบผ่านได้แล้วมันจะขำตัวเอง บางทีรู้สึกสมเพชตัวเองนะ ทำไมมันโง่หลายนะ โง่หลาย ของง่ายเท่านี้ไม่เห็น เห็นแล้วรู้ เห็นแล้วนะ ยังไม่เข้าใจ ง่ายกว่าที่นึกนะ</p>
<p>การภาวนา ถ้าเมื่อไรภาวนาแล้วรู้สึกยาก สังวรไว้เลยว่าผิดแน่นอน การภาวนาถ้าถูกต้อง จะต้องง่าย จิตใจมีสติ จิตใจมีสัมมาสมาธิ รู้ตื่น เบิกบาน เห็นกายตามความเป็นจริง เห็นใจตามความเป็นจริง มีแต่ความสุขล้วนๆเลย ค่อยๆภาวนา มันไม่ได้ยากเย็นเหมือนที่เราวาดภาพไว้ เราไปวาดภาพธรรมะเอาไว้ผิดธรรมดา ธรรมะคือธรรมดานั่นเอง</p>
<p>เราเรียนธรรมดาของกาย ธรรมดาของใจ ธรรมดาของกาย ก็ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ธรรมดาของใจก็ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตาเหมือนกัน เรียนจนเห็นธรรมดา เรียนไปเรื่อย เห็นไปเรื่อย จนใจยอมรับความเป็นธรรมดาของกายของใจ ยอมรับแล้วมันไม่เที่ยงนี่ จะไปยินดียินร้ายอะไรกับมัน มันเป็นทุกข์นะ มันไม่ใช่เป็นสุข มันบังคับไม่ได้ มันเป็นอนัตตา ไม่ใช่บังคับได้</p>
<p>หลายคนภาวนาแทนที่จะมุ่งมาให้เห็นกายเห็นใจเป็นไตรลักษณ์ ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา เกือบทั้งหมดที่ภาวนาแล้วล้มลุกคลุกคลานนะ ภาวนาเื่พื่อจะให้มันเที่ยง เพื่อจะให้มันสุข เพื่อจะบังคับมันให้ได้</p>
<p>ยกตัวอย่างภาวนาแล้วอยากให้จิตใจสงบถาวร ให้สุขถาวร ให้ดีถาวร อะไรอย่างนี้ ภาวนาแล้วจะเอา อยากได้ อยากได้ความสุข อยากได้ความสงบ อยากได้ความดี สุข สงบ ดี ธรรมดาก็ไม่ได้นะ อยากถาวรด้วย ลืมไปว่าถาวรไม่มี มีแต่อนิจจัง ไม่ถาวร มีแต่ทุกขัง ทนอยู่ไม่ได้ ไม่มีความสุขที่แท้จริงในกายในใจนี้</p>
<p>ไม่ใช่ว่าพระอรหันต์ภาวนาไปแล้ว ร่างกายมีความสุขนะ ไม่ใช่นะ จิตใจก็ยังทำหน้าที่รู้สึกนึกคิด ธรรมดานั่นเอง ความสุขมันอยู่ตรงที่ ไม่ได้ยึดถือขันธ์ต่างหาก ไม่ยึดถือในกาย ไม่ยึดถือในใจ เป็นอิสระ อิสระจากกายจากใจ ความสุขมันอยู่ที่พ้นขันธ์ ไม่ใช่ความสุขอยู่ที่ดัดแปลงขันธ์สำเร็จแล้ว</p>
<p>พวกเราภาวนา รู้สึกมั้ย อยากดี อยากสุข อยากสงบ อยากได้มรรคผลนิพพาน มีแต่คำว่าอยากนะ มีแต่คำว่าอยาก ลืมไปว่าความอยากเกิดทีไร ความทุกข์ก็เกิดทีนั้น พอความอยากเกิดขึ้นจิตก็ดิ้น จิตก็ดิ้น จิตก็มีความทุกข์ขึ้นมา ถ้าจิตไม่มีความอยากจิตก็ไม่ดิ้น จิตไม่ดิ้นจิตก็ไม่ทุกข์</p>
<p>แต่ตราบใดที่ยังไม่รู้แจ้งอริยสัจจ์ ไม่รู้ทุกข์ ไม่รู้แจ้งในกายในใจนี้ว่าเป็นทุกข์ล้วนๆ มันยังรักกายรักใจ มันคิดว่ากายเป็นเรา ใจเป็นเรา คิดอย่างนี้ มันอยากให้เรามีความสุข อยากให้เรามีความสงบ อยากให้เราดี อยากให้เราบรรลุมรรคผลนิพพาน พอมีความอยากแล้วใจก็ดิ้น ใจก็ดิ้นแล้วใจก็ทุกข์ เพราะฉะนั้นตราบใดที่ยังละอวิชาไม่ได้นะ ตัณหาคือความอยากก็จะไม่หมดไป</p>
<p>จะหมดเป็นคราวๆพอมีสติรู้ทันนะ ก็ดับไป พอขาดสตินะ ก็กลับมาอีก เพราะฉะนั้นเลยต้องมีสติรักษาจิตอยู่ตลอดเวลา แต่พอภาวนาจนถึงที่สุดแ้ล้วนี่ มีปัญญา มีวิชาเกิดแล้ว มันไม่ไปหยิบฉวยจิตขึ้นมา ไม่ต้องรักษาจิตน่ะ แล้วถามว่ามีสติมั้ย มีก็มีไปอย่างนั้นล่ะ ไม่ได้มีเพื่อรักษาจิต เพราะจิตนั้นไม่ต้องรักษา เพราะคืนโลกคืนธรรมชาติเขาไปแล้ว</p>
<p>เนี่ยธรรมะนะ เป็นสิ่งที่เราึนึกไม่ถึง นึกไม่ถึง เราภาวนา เราก็หวังว่าวันหนึ่งจิตของเราจะดี จะสุข จะสงบ ถาวร วาดภาพพระอรหันต์ไว้อย่างนั้น จริงๆไม่ได้เป็นอย่างที่นึกหรอก คนที่วางขันธ์ไปแล้ว กับคนที่มีขันธ์อยู่ ความรู้สึกนึกคิดไม่เหมือนกัน ของเราคิดแต่ว่าทำอย่างไรจะดี ของท่านรู้ว่าวางแล้วก็หมดเรื่องแล้ว วางแล้วก็หมดเรื่องแล้ว ไม่จำเป็นต้องสงวนรักษาอะไรต่อไป</p>
<p>ถามว่ากิเลสเกิดขึ้นมาครอบงำจิตใจได้มั้ย ไม่ได้นะ จิตใจเข้าถึงภาวะที่อะไรก็ปรุงแต่งไม่ได้ เพราะว่ามีปัญญารู้ทุกข์นี่แหละ สำคัญ ใช่รู้อย่างอื่นนะ ในขณะที่เราต่อสู้ ตะลุมบอนไป จิตใจเกิดปัญญา เกิดสติ เกิดสมาธินะ เกิดคุณงามความดีแต่ละอย่าง แต่ละอย่าง แต่ละครั้ง แต่ละครั้ง มันอิ่มอกอิ่มใจ แต่สักพักหนึ่งมันก็พบว่าไม่ใช่นะ มันเสื่อมไปอีก</p>
<p>มีสติก็ขาดสติได้นะ มีสมาธิก็ขาดสมาธิได้ มีปัญญาก็โง่ได้อีก เนี่ยยังของกลับกลอก ยังของแปรปรวนอยู่ จิตใจก็ถูกกิเลสย้อมได้อีก แ้ล้วมันยังรู้สึกลึกๆว่ายังขาดอะไรอย่างหนึ่งที่ยังไม่ีรู้แจ้ง ตราบใดที่ยังขาดอันนี้อยู่เนี่ย จิตยังไม่เลิกดิ้นรนค้นคว้า จนวันหนึ่งจิตรู้แจ้งอริยสัจจ์ พอจิตรู้แจ้งอริยสัจจ์แล้ว จิตคืนกายคืนจิตให้โลก มันคืนกายไปก่อนนะ สุดท้ายมันหวงอยู่ที่จิตอันเดียวนี่แหละ พอคืนจิตให้โลกไปแล้ว ไม่ียึดถืออะไรในโลกอีก งานตรงนั้นก็หมดลงตรงนั้นเอง เข้าถึงความสุขที่นึกไม่ถึง </p>
<p><em>สวนสันติธรรม<br />
CD: 19<br />
File: 500310A.mp3<br />
Time: 4.02 – 14.47</em>
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2010/09/04/2893/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2010/07/500310A-easy-dd.mp3" length="10299767" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>การภาวนาเจริญได้ก็เสื่อมได้ แต่ต้องปฏิบัติให้สม่ำเสมอ</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2010/08/16/3150/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2010/08/16/3150/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 15 Aug 2010 22:03:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ok2077</dc:creator>
				<category><![CDATA[การภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[ความเป็นกลาง]]></category>
		<category><![CDATA[คำถาม / ปัญหาในการภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[จิต]]></category>
		<category><![CDATA[ดูกาย / เวทนา]]></category>
		<category><![CDATA[ดูจิต]]></category>
		<category><![CDATA[ตัวตน]]></category>
		<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[ทุกข์]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมะในชีวิตประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญญานำสมาธิ]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวนาแย่ลง]]></category>
		<category><![CDATA[รู้สึกตัว]]></category>
		<category><![CDATA[วิปัสสนา]]></category>
		<category><![CDATA[สติ]]></category>
		<category><![CDATA[สติปัฏฐาน 4]]></category>
		<category><![CDATA[สมาธินำปัญญา]]></category>
		<category><![CDATA[ไตรลักษณ์]]></category>
		<category><![CDATA[ขยัน]]></category>
		<category><![CDATA[เจริญ]]></category>
		<category><![CDATA[เสื่อม]]></category>
		<category><![CDATA[ไม่เที่ยง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=3150</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_3199" class="wp-caption alignnone" style="width: 310px"><a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2010/08/upanddown.jpg"><img src="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2010/08/upanddown-300x232.jpg" alt="การภาวนาเจริญได้ก็เสื่อมได้ แต่ต้องปฏิบัติให้สม่ำเสมอ" title="การภาวนาเจริญได้ก็เสื่อมได้ แต่ต้องปฏิบัติให้สม่ำเสมอ" width="300" height="232" class="size-medium wp-image-3199" /></a><p class="wp-caption-text">การภาวนาเจริญได้ก็เสื่อมได้ แต่ต้องปฏิบัติให้สม่ำเสมอ</p></div>
<p><strong>mp 3 (for download) :</strong> <a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2010/08/491123B-input-dd.mp3"><strong>การภาวนาเจริญได้ก็เสื่อมได้ แต่ต้องปฏิบัติให้สม่ำเสมอ</strong></a></p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์ :</strong> <strong>ไม่ได้ฝึกเอาดีหรอกนะ ฝึกให้เห็นเลยของมันเสื่อม ดีบ้างไม่ดีบ้าง มันไม่เที่ยง ฝึกให้เห็นอย่างนี้</strong> นี้พวกเราอยากได้ดี ช่วงไหนภาวนาแล้วจิตใจดีเราพอใจ เราถือว่ากูเก่งๆ ช่วงนี้ดี ชมตัวเองด้วยนะ ไม่มีใครชมก็ชมเอง ช่วงไหนภาวนาไปแล้วจิตใจแย่ลง โอ้แย่แล้วหมู่นี้เราไม่ดีแล้ว</p>
<p><strong>ที่จริงภาวนาเพื่อให้เห็นว่ามันไม่เที่ยง ไม่ใช่ภาวนาให้มันเที่ยง มันดีได้มันก็เสื่อมได้ มันเจริญได้ มันก็เสื่อมได้นะ ดีได้ก็เลวได้ สุขได้ก็ทุกข์ได้</strong> แต่อย่าไปช่วยมันทุกข์นะ อย่าไปช่วยมันชั่วนะ ให้รู้มัน ให้มันเสื่อมไปเอง เสียหายไปเอง แล้วคอยรู้ <strong>ต้องขยันดูนะ ถ้าไม่ขยันดูแล้วมันเสื่อมนี่ ใช้ไม่ได้ input นี่ต้องคงที่ไว้ หมายถึงทุกวัน ภาวนาทุกวัน ไม่ละเลย แต่ผลที่เกิดขึ้นไม่เหมือนกันสักวัน</strong> อันนี้ดี ไม่ต้องเหมือนกัน มันจะสะท้อนให้เราเห็นเลย เราทำอะไรไม่ได้จริง</p>
<p><em>สวนสันติธรรม<br />
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๑๖<br />
Track: ๑๒<br />
File: </em><a href="http://01.learndhamma.com/pramote/cd/016/mp3/491123B.mp3" target="_blank"><em>491123B.mp3</em></a><br />
<em>ระหว่างนาทีที่ ๓๕ วินาทีที่ ๓๒ ถึง นาทีที่ ๓๖ วินาทีที่ ๓๔<br />
</em>
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2010/08/16/3150/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2010/08/491123B-input-dd.mp3" length="974261" type="audio/mpeg" />
<enclosure url="http://01.learndhamma.com/pramote/cd/016/mp3/491123B.mp3" length="26497048" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>พอไม่หวั่นไหวกับความเสื่อมจะพ้นจากความเสื่อม</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2010/07/29/2909/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2010/07/29/2909/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 28 Jul 2010 22:12:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>simpleid123</dc:creator>
				<category><![CDATA[ครูบาอาจารย์]]></category>
		<category><![CDATA[ประสบการณ์นักภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวนาแย่ลง]]></category>
		<category><![CDATA[อยากบรรลุธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เพ่ง / จงใจ / ประคอง]]></category>
		<category><![CDATA[ดิ้น]]></category>
		<category><![CDATA[พ้นทุกข์]]></category>
		<category><![CDATA[เจริญ]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นกลาง]]></category>
		<category><![CDATA[เสื่อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=2909</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2010/07/seam.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-2974" title="seam" src="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2010/07/seam-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p>mp3 for download: <a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2010/07/rise-and-fall_500708A.mp3">ไม่หวั่นไหวกับความเสื่อมจะพ้นจากความเสื่อม</a></p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์:</strong> กว่าจะเข้าใจว่าการปฏิบัติจริงๆนะคือการรู้ ไม่ใช่การทำ ใช้เวลา&#8230; ใช้เวลา&#8230;ค่อยๆเรียนไป จนภาวนาเป็นแล้วนะ บางครั้งก็ยังหลงไปทำอีก มันจะอดไม่ได้หรอกนะ..อดไม่ได้ จนมาบวชอยู่สวนโพธิ์พรรษาแรกเนี่ย ยังทำอยู่เลย มันอดไม่ได้ มันกลัวไม่ดี ทำไมมันกลัวไม่ดี มันรักตัวเอง เราไม่เห็นน่ะ เบื้องหลังมันคือมันรักตัวเอง เราก็รู้อยู่อย่างเดียวว่างานเราไม่เสร็จ&#8230;งานเราไม่เสร็จ ทำไปเรื่อยนะ หาทาง เมื่อไหร่จะพ้นทุกข์&#8230;เมื่อไหร่จะพ้นทุกข์</p>
<p><strong>วันนึงไปเห็นเข้า เราทำอะไรไม่ได้ มันเจริญแล้วก็เสื่อม มันเจริญแล้วก็เสื่อมอยู่ เอ้าช่างมันเถอะ มันได้แค่นี้ก็แค่นี้เนาะ ไม่ดิ้นเลย ไม่ดิ้นต่อละ ใจจะหมองๆรู้ว่าหมอง ไม่ดิ้นต่อว่าทำยังไงจะหายอีกละ พอเราไม่หวั่นไหวกับความเสื่อมนะ เราจะพ้นจากความเสื่อม จำไว้นะ</strong></p>
<p>ถ้าเรายังหวั่นไหวกับความเจริญและความเสื่อม ความเจริญและความเสื่อมก็จะเวียนมาให้ดูเรื่อยๆ ถ้าเราหมดความหวั่นไหวต่อความเจริญและความเสื่อม เข้าถึงความเป็นกลางที่แท้จริงเนี่ย คำว่าเสื่อมจะไม่มีอีกละ ค่อยหัดไปนะ หัดไป</p>
<p>แสดงธรรมที่สวนสันติธรรม วันที่ ๘ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๐<br />
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๒๑<br />
File: <a href="http://02.learndhamma.com/pramote/cd/021/mp3/500708A.mp3" target="_blank">500708A.mp3</a><br />
ระหว่างนาทีที่ ๗ วินาทีที่ ๒๑ ถึง นาทีที่ ๘ วินาทีที่ ๔๐
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2010/07/29/2909/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2010/07/rise-and-fall_500708A.mp3" length="1289848" type="audio/mpeg" />
<enclosure url="http://02.learndhamma.com/pramote/cd/021/mp3/500708A.mp3" length="15564768" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>วงรอบของการภาวนา</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2010/04/14/2000/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2010/04/14/2000/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 14 Apr 2010 03:32:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ok2077</dc:creator>
				<category><![CDATA[การภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[คำถาม / ปัญหาในการภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[จิต]]></category>
		<category><![CDATA[ดูจิต]]></category>
		<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญญานำสมาธิ]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวนาแย่ลง]]></category>
		<category><![CDATA[รู้สึกตัว]]></category>
		<category><![CDATA[วิปัสสนา]]></category>
		<category><![CDATA[สติปัฏฐาน 4]]></category>
		<category><![CDATA[ไตรลักษณ์]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[วงรอบ]]></category>
		<category><![CDATA[เสื่อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=2000</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>mp 3 (for download) :</strong> <a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2010/04/500615A-cycle-dd.mp3"><strong>วงรอบของการภาวนา</strong></a></p>
<p>เวลาเราภาวนานะ สังเกตุดู <strong>มันมีวงรอบของเราเอง แต่ละคน ดีขึ้นมาแล้วก็เสื่อมไป ดีขึ้นมาแล้วก็เสื่อมไป </strong>สมัยหลวงพ่อภาวนาแต่ก่อน ประมาณ ๗ วัน รอบนึง อย่างมันดีๆอยู่นะ แล้วมันค่อยๆเสื่อมไป แล้วก็ค่อยกลับดีอีก เป็นทุกคนน่ะ ไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหน</p>
<p><em>สวนสันติธรรม<br />
CD: 20<br />
File: 500615A.mp3<br />
Time: 0.18 – 0.45</em>
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2010/04/14/2000/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2010/04/500615A-cycle-dd.mp3" length="419212" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>ภาวนาแล้วดีบ้างไม่ดีบ้าง</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2010/02/20/640/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2010/02/20/640/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 20 Feb 2010 11:43:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>TiKi-Man</dc:creator>
				<category><![CDATA[การภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[คำถาม / ปัญหาในการภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวนาแย่ลง]]></category>
		<category><![CDATA[ไตรลักษณ์]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวนาดี]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวนาไม่ดี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=640</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>MP3: <a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2010/02/C-goodnotgood.mp3">ภาวนาแล้วดีบ้างไม่ดีบ้าง</a></p>
<p><strong>โยม</strong> : คือมีการทำรูปแบบเดินจงกรมทุกวันนะเจ้าคะ แต่ว่ามันก็ดีบ้างไม่ดีบ้าง บางวันก็เห็นการเกิดดับดี แต่บางวันก็ดูไม่รู้เรื่องเลยเจ้าค่ะ</p>
<p><strong>หลวงพ่อ</strong> : เป็นปกตินะ ปกติเป็นอย่างนั้นแหละ</p>
<p><strong>โยม</strong>: แต่ว่าใจมันเริ่มไม่เป็นกลางชัดเจนยิ่งขึ้นเจ้าค่ะ</p>
<p><strong>หลวงพ่อ</strong> : นั่นแหละรู้ไป   ใจมันไม่เป็นกลางก็รู้ทัน ใช้ได้แล้ว   <strong><em>เราไม่ได้ภาวนาเอาดี ไม่ได้ภาวนาเอาสุขเอาสงบ เราภาวนาให้เห็นว่ามันบังคับไม่ได้ </em></strong>รู้สึกไหม บังคับไม่ได้ บางวันก็ดี บางวันก็ไม่ดี ทำอะไรมันไม่ได้   แต่รู้ว่าทำอะไรไม่ได้ก็ดูไปเรื่อยๆนะ   ไม่ใช่ว่าทำอะไรไม่ได้ ก็เลิกทำไปเลย</p>
<p>หมายเหตุ</p>
<p>คลิปธรรมะคือเสียงเทศน์บางช่วงของลพ.ปราโมทย์ จัดเป็นหมวดหมู่และตอบคำถามเฉพาะเรื่อง จึงไม่ใช่ข้อสรุปของการสอนธรรมะของท่าน
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2010/02/20/640/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2010/02/C-goodnotgood.mp3" length="306877" type="audio/mpeg" />
		</item>
	</channel>
</rss>

