<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>
<channel>
	<title>Dhammada.net &#187; มาครั้งแรก</title>
	<atom:link href="http://www.dhammada.net/category/experience/new_comer/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.dhammada.net</link>
	<description>คือความเรียบง่าย คือธรรมะ คือธรรมดา</description>
	<lastBuildDate>Mon, 06 Feb 2012 11:47:54 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.1</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<xhtml:meta xmlns:xhtml="http://www.w3.org/1999/xhtml" name="robots" content="noindex" />
		<item>
		<title>จิตใจมีหน้าที่ปรุงแต่ง เรามีหน้าที่เพียงดูเขาปรุง</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2011/09/25/11627/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2011/09/25/11627/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 25 Sep 2011 00:27:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>sawang156</dc:creator>
				<category><![CDATA[การปฎิบัติธรรมคืออะไร]]></category>
		<category><![CDATA[การภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[ก่อนลงมือปฎิบัติ]]></category>
		<category><![CDATA[คำถาม / ปัญหาในการภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[จิต]]></category>
		<category><![CDATA[ประสบการณ์นักภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[ปรุงแต่ง]]></category>
		<category><![CDATA[มาครั้งแรก]]></category>
		<category><![CDATA[รู้สึกตัว]]></category>
		<category><![CDATA[สติ]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้เริ่มต้น]]></category>
		<category><![CDATA[เพ่ง / จงใจ / ประคอง]]></category>
		<category><![CDATA[เริ่มต้นอย่างไร]]></category>
		<category><![CDATA[ครั้งแรก]]></category>
		<category><![CDATA[จิตทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ติดเพ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[รู้ทัน]]></category>
		<category><![CDATA[สร้างภพ]]></category>
		<category><![CDATA[เพ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[เพ่งรู้ว่าเพ่ง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=11627</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><div id="attachment_11695" class="wp-caption alignnone" style="width: 410px"><img src="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/09/195852-bigthumbnail-400x300.jpg" alt="จิตใจมีหน้าที่ปรุงแต่ง เรามีหน้าที่เพียงดูเขาปรุง" title="จิตใจมีหน้าที่ปรุงแต่ง เรามีหน้าที่เพียงดูเขาปรุง" width="400" height="300" class="size-large wp-image-11695" /><p class="wp-caption-text">จิตใจมีหน้าที่ปรุงแต่ง เรามีหน้าที่เพียงดูเขาปรุง</p></div><strong>mp3 for download :</strong> <a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/09/510414A_18.42_19.46.mp3" target="_blank">จิตมีหน้าที่ปรุงแต่ง เราไม่ห้าม เพียงแค่ดูเขาปรุง</a></p>
<p><strong>โยม : </strong>กราบนมัสการหลวงพ่อครับ มาครั้งแรกครับผม</p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์ : </strong>กล้าหาญนะ กล้าหาญมากเลย มาครั้งแรกมานั่งหน้า</p>
<p><strong>โยม : </strong>ก็รู้สึกว่ายังมี รู้สึกเพ่งๆอยู่น่ะครับ</p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์ : </strong>ถูกต้อง</p>
<p><strong>โยม : </strong>ทีนี้..ก็ไม่ทราบว่าจะต้องปฏิบัติอย่างไรต่อไปครับ</p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์ : </strong>ให้รู้ไปนะ เพ่งอยู่รู้ว่าเพ่ง จิตใจเป็นสุขเป็นทุกข์ เป็นกุศล-อกุศลคอยรู้ จิตใจทำงานอะไรคอยรู้ไปเรื่อยๆ <strong>การทำงานของจิตก็คือการสร้างภพ หรือความปรุงแต่ง หรือที่เรียกว่าสังขารนั่นเอง</strong> เขาปรุงไปเรื่อยๆเขาก็ทุกข์ขึ้นมาแหละ ให้เราเรียนรู้ไป อย่าไปเกลียดเขา เขาต้องปรุงนะ <strong>หน้าที่ของเขา เขาต้องปรุง ให้เราคอยรู้คอยเห็นไปอย่างที่เขาเป็นเรื่อยๆ ถึงวันหนึ่งใจมันปิ๊งขึ้นมาว่าทั้งหมดนี้ไม่มีเราเลย</strong> มีกระบวนการปรุงแต่ง มีกระบวนการทำงานของจิต แต่ไม่มีเรา ขันธุ์ ๕ ก็ทำงานของมันไป มีปรากฏการณ์ต่างๆเกิดขึ้นมากมาย แต่ทั้งหมดไม่มีตัวเรา ดูอย่างนี้เรื่อยๆ เดี๋ยวมันเห็นเอง</p>
<p><em> หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช<br />
แสดงธรรมที่ สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี<br />
แสดงธรรมเมื่อ วันที่ ๑๔ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๑ ก่อนฉันเช้า<br />
</em></p>
<p><em>CD: ๒๔<br />
File: <a href="http://03.wimutti.net/pramote/cd/024/128/510414A.mp3" target="_blank">510414A</a><br />
ระหว่างนาทีที่ ๑๘ วินาทีที่ ๔๒ ถึงนาทีที่ ๑๙ วินาทีที่ ๔๖<br />
</em>
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2011/09/25/11627/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/09/510414A_18.42_19.46.mp3" length="1029492" type="audio/mpeg" />
<enclosure url="http://03.wimutti.net/pramote/cd/024/128/510414A.mp3" length="21890126" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>เริ่มต้นภาวนาอย่างไร ?</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2011/08/22/11071/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2011/08/22/11071/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 22 Aug 2011 00:33:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>sawang156</dc:creator>
				<category><![CDATA[การปฎิบัติธรรมคืออะไร]]></category>
		<category><![CDATA[การภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[ก่อนลงมือปฎิบัติ]]></category>
		<category><![CDATA[คำถาม / ปัญหาในการภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[ดูความคิด]]></category>
		<category><![CDATA[ตัวตน]]></category>
		<category><![CDATA[ประสบการณ์นักภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[มาครั้งแรก]]></category>
		<category><![CDATA[รู้สึกตัว]]></category>
		<category><![CDATA[ศีล]]></category>
		<category><![CDATA[สติ]]></category>
		<category><![CDATA[สมาธิ]]></category>
		<category><![CDATA[เริ่มต้นอย่างไร]]></category>
		<category><![CDATA[ไตรสิกขา]]></category>
		<category><![CDATA[ตัวตัน]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้เริ่มต้น]]></category>
		<category><![CDATA[รู้ทันกาย]]></category>
		<category><![CDATA[รู้ทันใจ]]></category>
		<category><![CDATA[หัวใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[เริ่มฝึก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=11071</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>mp3 (for download): </strong><a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/08/540216_49.19_52.26.mp3" target="_blank">เริ่มต้นภาวนาอย่างไร</a></p>
<div id="attachment_11109" class="wp-caption alignnone" style="width: 410px"><img class="size-large wp-image-11109" title="เริ่มต้นภาวนาอย่างไร ?" src="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/08/kb3-400x596.jpg" alt="เริ่มต้นภาวนาอย่างไร ?" width="400" height="596" /><p class="wp-caption-text">เริ่มต้นภาวนาอย่างไร ?</p></div>
<p><strong>โยม : </strong> กราบนมัสการหลวงพ่อเจ้าค่ะ คือลูกก็สนใจธรรมะมาตั้งแต่เด็กๆ แต่ว่าด้านการปฏิบัตินี่เพิ่งจะเริ่มขั้นอนุบาลน่ะเจ้าค่ะ แล้วก็อยากจะขอคำแนะนำจากหลวงพ่อค่ะว่า จะเริ่มต้นวิธีไหนที่จะเหมาะสมกับจริตของเรา</p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์ : </strong>ถือศีล ๕ ไว้ก่อนนะ ตั้งใจไว้ก่อน แล้วก็มีสติ พัฒนาสติขึ้นมา สติเป็นเครื่องมือของการปฏิบัติ ไม่ว่าจะปฏิบัติวิธีไหน ก็ต้องมีสติทั้งนั้นแหละ แล้วก็คอยรู้ทัน อะไรเกิดขึ้นแก่ใจคอยรู้ทันเรื่อยๆ หรือร่างกายเคลื่อนไหวคอยรู้ทันมันนะ ร่างกายยิ้ม ร่างกายหัวเราะ อะไรอย่างนี้ คอยรู้ทันไปเรื่อยๆ สติจะเกิดเร็วขึ้นๆ ต่อมาก็ฝึกสมาธิ จิตแอบไปคิดรู้ทัน จิตแอบไปคิดรู้ทัน จะได้สมาธิขึ้นมา</p>
<p>จำไหวมั้ย อันแรกนะ ถือศีล ๕ ไว้ก่อน จงใจถือไว้ก่อน แล้วมีสติคอยรู้ทันใจของเรา เอาง่ายๆเลยนะ เอาย่อๆเลย ความรู้สึกอะไรเกิดขึ้นรู้ทัน แล้วก็ ร่างกายเคลื่อนไหวคอยรู้สึก จิตใจเคลื่อนไหวคอยรู้สึก คอยรู้สึกอย่างนี้เรื่อยๆ แล้วจิตหนีไปคิดคอยรู้สึก ยังงง เอาใหม่</p>
<p><strong>อันแรกเลย ถือศีล ๕ ไว้ก่อนนะ อันที่สองคอยรู้ทันจิตของตัวเองไว้ จิตใจเคลื่อนไหวก็คอยรู้สึก แล้วก็รู้ทันร่างกายด้วย ร่างกายเคลื่อนไหวก็คอยรู้สึก ดูกายก็ได้ ดูจิตก็ได้ ไม่ต้องดูจิตอย่างเดียวหรอก แล้วก็จิตแอบไปคิดคอยรู้สึก รู้จักจิตแอบไปคิดมั้ย รู้สึกมั้ยคิดทั้งวัน รู้จักจิตคิดเนี่ย ไปดูตรงนี้เลย ดูบ่อยๆ จิตจะหนีไปคิดทั้งวันนะ คอยรู้บ่อยๆไว้ ถ้าเห็นตรงนี้ได้บ่อยๆนะ จิตจะตั้งมั่น เป็นผู้รู้ผู้ตื่นขึ้นมานะ หลุดออกจากโลกของความคิดได้</strong></p>
<p><strong>พอจิตเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน หลุดออกจากโลกของความคิดแล้วนี่นะ จิตพร้อมที่จะเดินปัญญา เวลาร่างกายเคลื่อนไหวจิตเป็นผู้รู้อยู่ จะเห็นเลยว่าร่างกายไม่ใช่ตัวเรา เห็นเองเลย เวลาที่จิตตั้งมั่นเป็นผู้รู้อยู่นะ จิตใจเคลื่อนไหว เช่นความสุขความทุกข์ กุศล-อกุศลเกิดนะ สติระลึกรู้ปั๊บ จิตตั้งมั่นเป็นผู้ดูอยู่นี่ จะเห็นเลย สุขทุกข์ กุศล-อกุศล ไม่ใช่ตัวเรา</strong></p>
<p>เพราะฉะนั้นเราภาวนา เราต้องรู้นะ เป้าหมายของการภาวนาของพวกเรานี่น่ะ เพื่อล้างความเห็นผิดว่ามีตัวมีตน นี่นะขั้นแรกนะเราต้องตั้งเป้ามาตรงนี้ก่อน ทุกๆคนนะ ตั้งเป้ามาว่าเราจะฝึกกรรมฐานนี่น่ะเพื่อล้างความเห็นผิดว่ามีตัวมีตน เพราะคนใดล้างความเห็นผิดว่ามีตัวมีตนได้คือพระโสดาบัน เอาตรงนี้ก่อน ยังไม่ต้องถึงขนาดว่าจะข้ามภพข้ามชาติอย่างไร เอาโสดาให้ได้ก่อน อย่าเพิ่งไปชกมวยข้ามรุ่น</p>
<p>เพราะฉะนั้นตั้งหลักตรงนี้ พอเรารู้ว่าเราจะต้องดูจนกระทั่งเห็นว่าไม่มีตัวไม่มีตน ความจริงไม่มีตัวไม่มีตนอยู่แล้ว ความเป็นตัวเป็นตนเกิดจากการคิดขึ้นมาเอง เพราะฉะนั้นเราพยายามฝึกรู้สึกตัว รู้สึกตัว จิตหลุดออกจากโลกของความคิด เวลาเห็นกายจะเห็นเลย กายไม่ใช่ตัวตน เห็นจิตก็จะเห็นว่าจิตไม่ใช่ตัวตน ความเป็นตัวตนเกิดจากความคิดทั้งสิ้นเลย เพราะฉะนั้นต่อไปนี้ฝึกเอาง่ายที่สุดเลยนะ ถ้าจิตหนีไปคิดน่ะ คอยรู้ทันไว้ ไปฝึกตัวนี้ให้เยอะเลยนะ</p>
<p><em> หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช<br />
แสดงธรรมที่ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย</em><br />
<em> แสดงธรรมเมื่อ วันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๔<br />
</em></p>
<p><em>CD: แสดงธรรมนอกสถานที่ </em><em>การทางพิเศษแห่งประเทศไทย</em><br />
<em> File: <a href="http://02.learndhamma.com/pramote/other/128/540216.mp3" target="_blank">540216</a><br />
ระหว่างนาทีที่  ๔๙ วินาทีที่ ๑๙ ถึง นาทีที่ ๕๒ วินาทีที่ ๒๖<br />
</em>
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2011/08/22/11071/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2011/08/540216_49.19_52.26.mp3" length="2999430" type="audio/mpeg" />
<enclosure url="http://02.learndhamma.com/pramote/other/128/540216.mp3" length="70880046" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>หลวงพ่อสอนอะไร? หลวงพ่อสอนเหตุให้เกิดสติ</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2010/03/27/1575/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2010/03/27/1575/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 27 Mar 2010 03:58:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>sawang156</dc:creator>
				<category><![CDATA[การปฎิบัติธรรมคืออะไร]]></category>
		<category><![CDATA[การภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[คำถาม / ปัญหาในการภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[ดูจิต]]></category>
		<category><![CDATA[ประสบการณ์นักภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญญา]]></category>
		<category><![CDATA[มาครั้งแรก]]></category>
		<category><![CDATA[รู้สึกตัว]]></category>
		<category><![CDATA[สติ]]></category>
		<category><![CDATA[สติตัวจริง]]></category>
		<category><![CDATA[ไตรลักษณ์]]></category>
		<category><![CDATA[ตั้งมั่น]]></category>
		<category><![CDATA[รู้สภาวะ]]></category>
		<category><![CDATA[สภาวะ]]></category>
		<category><![CDATA[สัมมาสมาธิ]]></category>
		<category><![CDATA[เจริญปัญญา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=1575</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>mp3 (for download) : <a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2010/03/490505A_15_04_19_38.mp3">หลวงพ่อสอนอะไร? หลวงพ่อสอนเหตุให้เกิดสติ</a></p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์: </strong>ถ้าเมื่อไรรู้สภาวะตรงตามความเป็นจริงลงปัจจุบัน เมื่อนั้นสติก็เกิดแล้ว เพราะฉะนั้นอย่าอยากให้สติเกิดนะ ไม่มีใครสั่งให้สติเกิดได้ <strong>สติเป็นอนัตตา</strong> สติเองก็ตกอยู่ใต้อนัตตา <strong>ไม่มีใครสั่งสติให้เกิด</strong> <strong>แต่ถ้ามีเหตุสติถึงจะเกิด</strong> เพราะฉะนั้นมาเรียนที่หลวงพ่อนะ ถ้ามาเรียนบ่อยๆ จะรู้เลย <strong>หลวงพ่อสอนเหตุให้เกิดสติ เหตุให้เกิดสติก็คือการที่จิตนี้จำสภาวะธรรมได้</strong></p>
<p>เพราะฉะนั้นมาเรียนที่หลวงพ่อ ไม่ได้มาเรียนเรื่องอื่นหรอก เรียนเรื่องสภาวะธรรม เช่น ความโลภเป็นอย่างนี้ ความโกรธ ความหลง ฟุ้งซ่าน หดหู่ อิจฉา ดีใจ เสียใจ เป็นสุข เป็นทุกข์ หัดรู้สภาวะแต่ละอย่างๆ สภาวะอะไรเกิดขึ้นในจิตในใจคอยหัดรู้หัดดูไป ต่อไปจิตมันจำสภาวะได้ พอสติมันจำสภาวะได้นี่ พอสภาวะอันนั้นเกิดขึ้นสติจะเกิดเอง ทันทีที่สติเกิดเอง สัมมาสมาธิก็เกิดเอง จิตจะตั้งมั่นขึ้นมาเลย จิตจะรู้ ตื่น เบิกบาน จิตจะสงบ สะอาด สว่าง รู้ ตื่น เบิกบาน ตั้งมั่นขึ้นมา แล้วก็จะเห็นสภาวะธรรมทั้งหลายเกิดแล้วก็ดับไป เกิดแล้วก็ดับไป นี่เป็นการเจริญปัญญา</p>
<p>เพราะฉะนั้นเราจะเรียนนี่ ต้องเรียนจนสติตัวจริงเกิด ถ้ามาเรียนที่หลวงพ่อ จะเห็นว่าหลวงพ่อไม่ได้เน้นว่าให้นั่งท่าไหน ให้เดินท่าไหน หรือว่าห้ามกินข้าว หรือว่าห้ามนอนอะไรอย่างนี้ ไม่ได้เน้นตรงนั้น เพราะจริตนิสัยคนแต่ละคนไม่เหมือนกัน ใครเคยทำกรรมฐานอะไรก็ทำอย่างนั้นแหละ ถนัดอะไรก็ใช้กรรมฐานอันนั้นแหละ เพียงแต่ว่าทำให้สติตัวจริงมันเกิด</p>
<p>ส่วนใหญ่ที่เราทำกรรมฐานแล้วสติไม่ค่อยเกิดเพราะอะไร เพราะเราชอบไปเพ่ง เราไปเพ่งใส่ตัวอารมณ์กรรมฐาน เช่น เราดูท้อง เราก็ไปเพ่งท้อง เราดูลมหายใจ เราก็ไปเพ่งลมหายใจ เราขยับมือทำจังหวะ เราก็ไปเพ่งใส่มือ เราเดินจงกรม เราก็ไปเพ่งใส่เท้า พอไปเพ่งใจมันก็แข็งๆ ทื่อๆ นะ มันจงใจปฏิบัติ สติตัวจริงไม่ได้เกิดขึ้นมา สติตัวจริงไม่เกิด จิตใจก็ไม่ตั้งมั่นมีสัมมาสมาธิ จิตไม่ตั้งมั่น ไม่อ่อนโยน ไม่นุ่มนวล ไม่คล่องแคล่วว่องไว ไม่ควรแก่การงาน</p>
<p>เพราะฉะนั้นเรียนกับหลวงพ่อ บางคนฟังแล้วจะงง มาใหม่ๆ จะงงนะ ว่าหลวงพ่อพูดอะไร ฟังไม่รู้เรื่อง บอกให้ก็ได้ <strong>หลวงพ่อสอนให้พวกเราหัดดูสภาวะธรรมนั่นเอง</strong> ต้องหัดรู้สภาวะธรรม <strong>สภาวะธรรมก็คือตัวรูปธรรม นามธรรม</strong> ถ้ามาเรียนที่หลวงพ่อบางคนหลวงพ่อก็สอนให้ดูกาย ทำสมาธิก่อนแล้วก็ดูกาย แต่ส่วนมากจะสอนให้ดูจิตใจตัวเอง เพราะอะไร เพราะคนที่มาที่นี่ส่วนมากเป็นพวกคิดมาก พวกทิฏฐิจริต พวกคิดมาก วันๆ นะนั่งคิดทั้งวัน พวกคิดมากเหมาะกับการดูจิต</p>
<p>การดูจิตนี้ให้ตามรู้ตามดูไปเลย จิตใจเราแต่ละวันไม่เหมือนกัน เดี๋ยวสุขเดี๋ยวทุกข์ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย คอยรู้คอยดูไปเรื่อย ในที่สุดจิตจะจำสภาวะธรรมได้ เมื่อจิตจำสภาวะธรรมได้แล้ว พอสภาวะธรรมใดๆ ปรากฏขึ้นมานี่สติจะเกิดเอง ไม่ต้องแกล้งให้เกิดนะ เกิดเอง สติที่เกิดเองเพราะมีเหตุคือจิตจำสภาวะได้นี่อัศจรรย์ อกุศลจะดับทันทีเลย กุศลจะเกิดขึ้นทันทีเลย อย่างเรากำลังเผลอๆ อยู่ จิตมันรู้จักว่าเผลอเป็นอย่างไร มาเรียนที่หลวงพ่อๆ ชอบไล่นะว่า เผลอไปแล้วๆ นี่เพราะอะไร เพราะเผลอนี่เป็นกิเลสที่เกิดบ่อยที่สุด ความหลง โมหะ เกิดบ่อยที่สุด ถ้าเรารู้ว่าเผลอคืออะไร เราจะปฏิบัติได้แทบทั้งวันแล้ว เพราะเราเผลอทั้งวัน</p>
<p>ทีนี้พอเราจำสภาวะได้ เช่น จำว่าเผลอเป็นแบบนี้ ใจเราเผลอ เราหลงไปคิดเป็นแบบนี้ พอมันเผลอไปคิดปั๊บ สติจะเกิดเลย จะระลึกได้นะว่าเผลอไปแล้ว อ้อ เผลอไปแล้วๆ นี่จิตจะตื่นขึ้นในฉับพลันโดยที่ไม่ต้องเจตนาจะตื่นเลยนะ จิตจะตื่นในฉับพลัน จะรู้สึกตัวขึ้นมาเลย ใจก็จะตั้งมั่นอยู่กับเนื้อกับตัว สัมมาสมาธิก็เกิดขึ้น เราก็จะเห็นเลยทุกสิ่งล้วนแต่ไหลมาแล้วไหลไป ผ่านมาแล้วผ่านไป นี่เป็นขั้นเจริญปัญญา เพราะฉะนั้นการปฏิบัตินี่ขั้นต้นทำให้มีสติ ขั้นกลาง ขั้นปลายนี่ทำให้มีปัญญา คอยรู้ไปเรื่อย</p>
<p>สวนสันติธรรม 12</p>
<p><a href="http://01.learndhamma.com/pramote/cd/012/mp3/490505A.mp3" target="_blank">490505A</a></p>
<p>15.04 &#8211; 19.38
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2010/03/27/1575/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://01.learndhamma.com/pramote/cd/012/mp3/490505A.mp3" length="14195673" type="audio/mpeg" />
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2010/03/490505A_15_04_19_38.mp3" length="4390018" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>การบ้านของเด็ก12ขวบ</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2010/02/20/548/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2010/02/20/548/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 19 Feb 2010 17:21:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>TiKi-Man</dc:creator>
				<category><![CDATA[การภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[ดูจิต]]></category>
		<category><![CDATA[ประสบการณ์นักภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[มาครั้งแรก]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้เริ่มต้น]]></category>
		<category><![CDATA[เด็ก]]></category>
		<category><![CDATA[นักภาวนาตัวอย่าง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=548</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>MP3: <a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2010/02/C_Dek12.mp3">การบ้านของเด็ก12ขวบ</a></p>
<p><strong>โยม : </strong>นมัสการหลวงพ่อครับ <strong></strong></p>
<p><strong>หลวงพ่อ : </strong>กลัวไหม<strong></strong></p>
<p><strong>โยม: </strong>กลัวครับ<strong></strong></p>
<p><strong>หลวงพ่อ :</strong> กลัวก็รู้ว่ากลัวนะ  อายุเท่าไรแล้ว</p>
<p><strong>โยม : </strong>๑๒ ปี ครับ <strong></strong></p>
<p><strong>หลวงพ่อ: </strong>หลวงพ่อชอบมากเลย เด็กภาวนา ว่าไป</p>
<p><strong>โยม :</strong> คือไม่รู้ว่าจะดูอะไรครับ<strong></strong></p>
<p><strong>หลวงพ่อ:</strong> ดูอะไรก็ได้ อย่าดูแต่หนังอย่างเดียว</p>
<p><strong>โยม : </strong>อยากให้หลวงพ่อแนะนำหน่อยว่าจะดูอะไรดีครับ</p>
<p><strong>หลวงพ่อ: </strong>ดูความรู้สึกของตัวเอง คอยรู้ความรู้สึกนะ พื้นฐานเดิมที่ทำมาใช้ได้นะ มีของเดิมมา เพราะฉะนั้นเราหัดดูความรู้สึกของเราไปเรื่อยๆ เราจะเห็นเลย ใจเราแต่ละวันไม่เคยเหมือนกันเลย อย่างตอนนี้ใจลอยไปวูบหนึ่ง ดูออกไหม?<strong></strong></p>
<p><strong>โยม:</strong> ดูออกครับ<strong></strong></p>
<p><strong>หลวงพ่อ: </strong>หัดดูไปอย่างนี้ ดูเป็นแล้ว การปฏิบัติจริงๆง่ายที่สุดเลย ยิ่งเด็กยิ่งภาวนาง่าย เพราะเด็กไม่มีมารยา ใจของเราเป็นยังไงรู้ว่าเป็นอย่างนั้น รู้ซื่อๆ อย่างตอนนี้เริ่มไปกดให้นิ่งแล้วรู้สึกไหม? อย่าไปหน่วงจิตให้นิ่ง ไม่เอา ปล่อยให้จิตมันซนไป เอ้า ซนเร็วซน ซนเข้า เขินอีกแล้วรู้สึกไหม? เนี่ย ใจมันโล่งขึ้นมาดูออกไหม? ถ้าเราไปกดไว้ใจจะแน่นๆ ถ้าปล่อยแล้วใจมันจะโล่งๆ<strong> </strong>เราปล่อยมันโล่งๆแล้วเราตามรู้ไปเรื่อย อย่างตอนนี้ใจแอบไปคิดอีกแล้วทราบไหม? ใจมันไหลวูบไป แอบไปคิด เด็กคนนี้คิดนุ่มนวล บางคนคิดกระโชกโฮกฮาก เนี่ยไปอีกแล้วรู้สึกไหม? มันไหลไปนิ่มๆ มันลืมตัวเอง สังเกตไหม? ตอนที่หลงไป มันจะลืมตัวเราเอง เรามีกาย เราก็ลืมไป เรามีจิตใจ เราก็ลืมไป เวลาที่หลงนะ ถ้าเมื่อไรไม่มีกาย เมื่อไรไม่มีใจ กายหายใจหาย ก็หลงไป เราก็รู้ทันว่าหลงไปแล้ว คอยรู้สึกกายคอยรู้สึกใจบ่อยๆ</p>
<p><em>*หมายเหตุ*</em></p>
<p><em>คลิปธรรมะคือเสียงเทศน์บางช่วงของลพ.ปราโมทย์ จัดเป็นหมวดหมู่และตอบคำถามเฉพาะเรื่อง จึงไม่ใช่ข้อสรุปของการสอนธรรมะของท่าน</em>
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2010/02/20/548/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2010/02/C_Dek12.mp3" length="783645" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>มือใหม่หัดภาวนา</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2010/02/20/537/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2010/02/20/537/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 19 Feb 2010 17:08:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>TiKi-Man</dc:creator>
				<category><![CDATA[คำถาม / ปัญหาในการภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[ดูจิต]]></category>
		<category><![CDATA[ประสบการณ์นักภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[มาครั้งแรก]]></category>
		<category><![CDATA[สำหรับผู้เริ่มต้น]]></category>
		<category><![CDATA[เริ่มต้นอย่างไร]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้เริ่มต้น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=537</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>MP3: <a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2010/02/C_newcomer.mp3">มือใหม่หัดภาวนา</a></p>
<p><strong>โยม:</strong> กราบนมัสการหลวงพ่อค่ะ พึ่งมาครั้งแรก และก็ได้อ่านหนังสือมาก่อนแล้ว แต่ยังไม่ได้ฟังซีดีค่ะ ขอคำแนะนำจากหลวงพ่อค่ะ</p>
<p><strong>หลวงพ่อ :</strong> ไปฟังซีดี ไปฟังดูซิ แล้วก็ดูใจของเราไปเรื่อยๆ ใจเราแต่ละวันแต่ละเวลาไม่เคยเหมือนกัน ดูอย่างนี้ ดูเล่นๆไป แล้วไม่แทรกแซงนะ ไม่ใช่ว่าดูแล้วมันต้องดี ดูแล้วต้องสุขต้องสงบ ไม่จำเป็นเลย   ฟุ้งซ่านรู้ว่าฟุ้งซ่าน มีความทุกข์รู้ว่ามีความทุกข์ มันไม่ดีรู้ว่ามันไม่ดี มันโลภรู้ว่าโลภ โกรธรู้ว่าโกรธ หลงรู้ว่าหลง รู้ซื่อๆ ไม่แทรกแซง ทำได้ไหม? ยาก ยากตรงไหน? ตรงที่อดแทรกแซงไม่ได้   เรามันขี้โมโห แล้วไง?</p>
<p><strong>โยม :</strong> อยากจะขอคำแนะนำจากหลวงพ่อว่าจริตเหมาะกับอะไร</p>
<p><strong>หลวงพ่อ :</strong> ดูจิตไป เหมาะกับจริตแล้ว</p>
<p>ที่ฝึกอยู่ตอนนี้ใช้ได้แล้วนะ จิตมันเริ่มตื่นแล้ว รู้สึกไหม เหมือนเราตื่นขึ้นมาจริงๆ  ใช้ได้นะ ซีดีหลวงพ่อหรืออ่านหนังสือหลวงพ่อแล้วตื่นนะเป็นเรื่องแปลก</p>
<p><em>*หมายเหตุ*</em></p>
<p><em>คลิปธรรมะคือเสียงเทศน์บางช่วงของลพ.ปราโมทย์ จัดเป็นหมวดหมู่และตอบคำถามเฉพาะเรื่อง จึงไม่ใช่ข้อสรุปของการสอนธรรมะของท่าน</em>
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2010/02/20/537/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2010/02/C_newcomer.mp3" length="522271" type="audio/mpeg" />
		</item>
	</channel>
</rss>

