หมวดหมู่

ฝึกจิตให้ตั้งมั่นด้วยการรู้ทันนิวรณ์

ฝึกจิตให้ตั้งมั่นด้วยการรู้ทันนิวรณ์

ฝึกจิตให้ตั้งมั่นด้วยการรู้ทันนิวรณ์

mp3 (for download) : ฝึกให้จิตตั้งมั่นด้วยการรู้ทันนิวรณ์

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : ถ้าเรามีสติรู้ทันจิตที่ฟุ้งซ่าน จิตมีนิวรณ์ จิตที่ฟุ้งไปในกาม เรียกว่ามีกามฉันทะ ฟุ้งไปในกาม จิตฟุ้งไปในความพยาบาทขัดเคือง เวลาเกลียดใครก็คิดถึงคนนั้นบ่อยๆ จิตมีพยาบาท จนฟุ้งไปในพยาบาท บางทีฟุ้งสะเปะสะปะ เรียกว่าจิตฟุ้งซ่าน ฟุ้งไป ฟุ้งไป แล้วก็หงุดหงิด รำคาญใจ

บางทีฟุ้งไป แล้วก็คิดไป แล้วเกิดลังเลสงสัย ฟุ้งไป ฟุ้งไป แล้วก็หดหู่ มีมั้ยไปฟุ้งซ่านแล้วไปหดหู่ เนี่ยใจมันฟุ้งไปนะ ถ้าเรามีสติรู้ทันใจที่ไหลไป ใจที่ฟุ้งไป หลวงปู่ดูลย์เรียกจิตออกนอก ใจฟุ้งไปนะ กระทั่งฟุ้งในธรรมะก็ฟุ้งซ่านนะ ยกตัวอย่าง มีสังโยชน์ตัวหนึ่งเรียกว่าอุทธัจจะสังโยชน์ พระอรหันต์ถึงจะละได้ ตรงนี้ใจฟุ้งในธรรมะ ไม่ใช่ฟุ้งในอธรรมนะ ฟุ้งในธรรมะก็ฟุ้งนั่นแหละ ใจมันไหลไป ใจมันส่งออก

ถ้าเรามีสติรู้ทันใจที่ไหลไป ไหลไปในกาม ไหลไปในพยาบาท ไหลไปในเรื่องราวที่คิด ไหลสะเปะสะปะ ไหลไปจมแช่อยู่ในความซึมเซาหดหู่ อะไรอย่างนี้ รู้ทันลงไปนะ ใจตั้งมั่นขึ้นมา ใจตั้งมั่นขึ้นมานะนิวรณ์เหล่านี้ดับหมดเลย เกิดสมาธิ ใจอยู่กับเนื้อกับตัว ใจตั้งมั่นอยู่ทั้งวันทั้งคืน

เพราะฉะนั้นเราดูจิตดูใจไปนะ ดูจิตไปเรื่อย กิเลสหยาบมาเรารู้ทันปุ๊บ กิเลสหยาบดับ เราไม่ผิดศีลละ กิเลสอย่างกลางๆคือนิวรณ์เกิดขึ้น เรามีสติรู้ทันปั๊บ นิวรณ์ก็ดับไปเลย ใจก็ตั้งมั่น ใจไม่ฟุ้งนะ ไม่ฟุ้งไปในกาม ไม่ฟุ้งไปในพยาบาท ไม่ฟุ้งซ่านสะเปะสะปะ ไม่หดหู่ ไม่สงสัย ใจตั้งมั่นอยู่กับเนื้อกับตัว รู้เนื้อรู้ตัวอยู่

นี่อาศัยมีสติรู้ทันจิตไปนะ ได้ทั้งศีล ได้ทั้งสมาธิ


แสดงธรรมที่สวนสันติธรรม
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่  ๓๓
ลำดับที่ ๑๒
File: 521227
ระหว่างนาทีที่ ๒๖ วินาทีที่ ๑๒ ถึงนาทีที่ ๒๗ วินาทีที่ ๕๘

หมายเหตุ คลิปธรรมะที่ปรากฏอยู่บนเว็บไซต์ Dhammada.net (ธรรมดา ด็อต เน็ต) คือเสียงการแสดงธรรมเพียงบางช่วง บางตอน ของ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช สวนสันติธรรม ศรีราชา ชลบุรี ซึ่งทางกลุ่มธรรมดาเป็นผู้จัดทำเพื่อให้เป็นหมวดหมู่ และยังมีเรื่องของการตอบคำถามเฉพาะเรื่องเฉพาะบุคคลด้วย ดังนั้นจึงยังไม่ใช่ข้อสรุปของการสอนธรรมะของท่านแต่อย่างใด รวมทั้งคำพูดหรือศัพท์บัญญัติที่ใช้ อาจเป็นที่เข้าใจเฉพาะกับผู้ถามเท่านั้น มิใช่การพูดเป็นการทั่วไป จึงขอความกรุณาอย่าได้นำไปใช้อ้างอิงในที่ใดโดยเด็ดขาด ขอเป็นเพียงการฟังเพื่อเข้าใจแนวทาง และเพื่อเป็นกำลังใจในการภาวนาเท่านั้น
อนึ่ง Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทางสวนสันติธรรมแต่อย่างใด

เรื่องที่เกี่ยวข้อง:

ดูจิตได้ สติ, สมาธิ, ปัญญา

ดูจิตได้ สติ, สมาธิ, ปัญญา

ดูจิตได้ สติ, สมาธิ, ปัญญา

mp3 for download: ดูจิตได้ สติ, สมาธิ, ปัญญา

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์: พากเพียรเข้านะ ฝึกไป เพื่อตัวเราเองนั่นแหล่ะนะ   เข้าใจสิ่งที่หลวงพ่อบอก เราจะเห็นความเปลี่ยนแปลงในตัวเองอย่างเร็วเลย หลวงพ่อไม่เคยสอนให้เราเชื่องมงายนะ ไม่ใช่มาเชื่อหลวงพ่ออะไรอย่างนี้ ไร้สาระ

หลวงพ่อบอกวิธีปฏิบัติให้ ไปลองทำดู  วิญญูชนจะรู้ด้วยตัวเอง ว่าอะไรถูก อะไรผิด   เราจะเห็นความเปลี่ยนแปลงในตัวเองได้ ใช้เวลาไม่มากเท่าไรหรอก

อย่างคนเคยแต่เห็นแก่ตัว ก็ละอายใจที่จะเห็นแก่ตัว ลดความเห็นแก่ตัวลง

เคยทุศีล ไม่มีศีล ก็เริ่มจะมีศีึล ทำผิดศีลก็อาย

ใจไม่เคยมีความสุข มีความสงบ มาปฏิบัติก็เริ่มมีความสุขมีความสงบขึ้นมา มีสมาธิ มีความสุขมีความสงบ

ไม่เคยเดินปัญญา ไม่เคยรู้กายรู้ใจของตัวเองเลย ก็ได้รู้มากขึ้นๆ เห็นความจริงมากขึ้นในกายในใจ

พวกเราสังเกตไหม อย่างพวกเรามาหัดดูจิต  แรกๆ เรารู้สึกมีความสุข รู้สึกไหม?  ฝึกไปๆ ทำไมเห็นแต่ทุกข์

ตรงที่ฝึกไปแล้วมีความสุขขึ้นมานั้น เพราะเรามีสติรู้ทันจิต จิตจะตั้งมั่น จิตได้สมาธิ  มีความสุขขึ้นมา แต่สมาธิของเราเป็นขณิกะ ความสุขของเราจะเป็นแว๊บๆ รู้สึกไหม?  นั่นได้สมาธินะ ที่ดูจิตๆ อยู่

ถัดจากนั้น พอเรารู้สึกตัวขึ้นมาแล้ว จิตใจอยู่กับเนื้อกับตัว สติระลึกรู้กายบ้าง รู้เวทนาบ้าง รู้จิตบ้าง แล้วแต่เขาจะระลึก เพราะสติเป็นอนัตตา  พอระลึกมากเข้าๆ เห็นมีแต่ทุกข์ กายนี้ก็ทุกข์นะ เวทนาก็เกิดแล้วก็ดับ ความสุขก็ไม่ใช่ของจริง

ความสุขเป็นภาพลวงตา นั่นก็คือ ช่วงที่ทุกข์น้อยๆ ก็รู้สึกสุข  มีแต่ทุกข์ันั่นแหล่ะ  กุศล-อกุศลทั้งหลาย มีแต่เกิดแล้วก็ดับไปๆ เอาเป็นที่พึ่งที่อาศัยไม่ได้เลย  จิตเองก็เกิดดับไปตลอดเลย เอาเป็นที่พึ่งที่อาศัยไม่ได้  วันนี้ทำไว้ดีแล้ว พรุ่งนี้ฟุ้งอีกละ  แต่ละวันๆ จะเห็นแต่ความเปลี่ยนแปลง ไม่เห็นมันจะสุขตรงไหนเลย

ขั้นในการเจริญปัญญา จะเห็นทุกข์นะ   ฉะนั้นบางคนบอกว่า ภาวนากับหลวงพ่อมาช่วงหนึ่ง ทำไมเห็นแต่ทุกข์  ยืน เดิน นั่ง นอน มีแต่ทุกข์นะ   จะพลิกซ้ายพลิกขวาก็ทุกข์  ทำอะไรก็ทุกข์หมดเลย  เพราะว่าจิตเราเดินปัญญา  ถ้าภาวนาแล้วมีแต่สุข สุข สุข เราไปติดสมถะแล้ว

ฉะนั้นเบื้องต้นนี้ หัดดูทีแรก จิตตั้งมั่นขึ้นมาแว๊บ มีความสุข อันนั้นได้สมาธิ

ต่อไปสติระลึกรู้กาย ระลึกรู้ใจ มากเข้าๆ จะเห็นแต่ทุกข์  แต่ยิ่งเห็นทุกข์เท่าไหร่ ยิ่งมีความสุขเท่านั้น  นี่เป็นปฏิภาคกลับกันนะ เป็นเรื่องอัศจรรย์  ยิ่งเห็นขันธ์เป็นทุกข์นะ ใจยิ่งมีความสุข มีความสงบมากขึ้นๆ  ใจห่างโลกออกไปเรื่อยๆ ยิ่งฝึกแล้วยิ่งห่างโลกไปเรื่อยๆ รู้สึกไหม?

แสดงธรรมเมื่อวันที่ ๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ หลังฉันเช้า
CD สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๓๓
Track: ๔
File: 521204B.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๐ วินาทีที่ ๑๗ ถึง นาทีที่ ๓ วินาทีที่ ๒๖

หมายเหตุ คลิปธรรมะที่ปรากฏอยู่บนเว็บไซต์ Dhammada.net (ธรรมดา ด็อต เน็ต) คือเสียงการแสดงธรรมเพียงบางช่วง บางตอน ของ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช สวนสันติธรรม ศรีราชา ชลบุรี ซึ่งทางกลุ่มธรรมดาเป็นผู้จัดทำเพื่อให้เป็นหมวดหมู่ และยังมีเรื่องของการตอบคำถามเฉพาะเรื่องเฉพาะบุคคลด้วย ดังนั้นจึงยังไม่ใช่ข้อสรุปของการสอนธรรมะของท่านแต่อย่างใด รวมทั้งคำพูดหรือศัพท์บัญญัติที่ใช้ อาจเป็นที่เข้าใจเฉพาะกับผู้ถามเท่านั้น มิใช่การพูดเป็นการทั่วไป จึงขอความกรุณาอย่าได้นำไปใช้อ้างอิงในที่ใดโดยเด็ดขาด ขอเป็นเพียงการฟังเพื่อเข้าใจแนวทาง และเพื่อเป็นกำลังใจในการภาวนาเท่านั้น
อนึ่ง Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทางสวนสันติธรรมแต่อย่างใด

เรื่องที่เกี่ยวข้อง:

จิตตื่นยังไม่ใช่มรรคผล

จิตตื่นยังไม่ใช่มรรคผล

จิตตื่นยังไม่ใช่มรรคผล

mp3 (for download): จิตตื่นยังไม่ใช่มรรคผล

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : พอจิตตื่นขึ้นมาแล้ว คราวนี้เราได้เป็นพุทธะน้อยๆ  เป็นผู้รู้ ผู้ตื่นแล้ว  แต่ยังไม่ใช่มรรคผลนิพพาน จิตตื่นขึ้นมา จิตเป็นผู้รู้ขึ้นมา  จิตมีสมาธิขึ้นมาแล้ว ถัดจากนี้ต้องเดินปัญญา ต้องเดินปัญญานะ

วิธีเดินปัญญา ก็คือ มีสติรู้ความเปลี่ยนแปลงของกาย  มีสติรู้ความเปลี่ยนแปลงของใจ ดูกายดูใจอย่างที่เขาเป็น แต่ดูด้วยจิตที่ตั้งมั่น มีสมาธิ

CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่  ๓๔
File: 530423B
ระหว่างนาทีที่ ๒๘ วินาทีที่ ๓๘ ถึงนาทีที่ ๒๙ วินาทีที่ ๐๕

หมายเหตุ คลิปธรรมะที่ปรากฏอยู่บนเว็บไซต์ Dhammada.net (ธรรมดา ด็อต เน็ต) คือเสียงการแสดงธรรมเพียงบางช่วง บางตอน ของ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช สวนสันติธรรม ศรีราชา ชลบุรี ซึ่งทางกลุ่มธรรมดาเป็นผู้จัดทำเพื่อให้เป็นหมวดหมู่ และยังมีเรื่องของการตอบคำถามเฉพาะเรื่องเฉพาะบุคคลด้วย ดังนั้นจึงยังไม่ใช่ข้อสรุปของการสอนธรรมะของท่านแต่อย่างใด รวมทั้งคำพูดหรือศัพท์บัญญัติที่ใช้ อาจเป็นที่เข้าใจเฉพาะกับผู้ถามเท่านั้น มิใช่การพูดเป็นการทั่วไป จึงขอความกรุณาอย่าได้นำไปใช้อ้างอิงในที่ใดโดยเด็ดขาด ขอเป็นเพียงการฟังเพื่อเข้าใจแนวทาง และเพื่อเป็นกำลังใจในการภาวนาเท่านั้น
อนึ่ง Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทางสวนสันติธรรมแต่อย่างใด

เรื่องที่เกี่ยวข้อง:

ศีล สมาธิ ปัญญา ในองค์มรรค

mp 3 (for download) : ศีล สมาธิ ปัญญา ในองค์มรรค

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.


สวนสันติธรรม
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๓๔
Track: ๑๒
File: 530425A.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๐ วินาทีที่ ๑๕ ถึง นาทีที่ ๒๙ วินาทีที่ ๑๒

หมายเหตุ คลิปธรรมะที่ปรากฏอยู่บนเว็บไซต์ Dhammada.net (ธรรมดา ด็อต เน็ต) คือเสียงการแสดงธรรมเพียงบางช่วง บางตอน ของ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช สวนสันติธรรม ศรีราชา ชลบุรี ซึ่งทางกลุ่มธรรมดาเป็นผู้จัดทำเพื่อให้เป็นหมวดหมู่ และยังมีเรื่องของการตอบคำถามเฉพาะเรื่องเฉพาะบุคคลด้วย ดังนั้นจึงยังไม่ใช่ข้อสรุปของการสอนธรรมะของท่านแต่อย่างใด รวมทั้งคำพูดหรือศัพท์บัญญัติที่ใช้ อาจเป็นที่เข้าใจเฉพาะกับผู้ถามเท่านั้น มิใช่การพูดเป็นการทั่วไป จึงขอความกรุณาอย่าได้นำไปใช้อ้างอิงในที่ใดโดยเด็ดขาด ขอเป็นเพียงการฟังเพื่อเข้าใจแนวทาง และเพื่อเป็นกำลังใจในการภาวนาเท่านั้น
อนึ่ง Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทางสวนสันติธรรมแต่อย่างใด

เรื่องที่เกี่ยวข้อง:

รู้เท่าที่รู้ได้สบายๆ ไม่ค้นคว้า

รู้เท่าที่รู้ได้สบายๆ ไม่ค้นคว้า

รู้เท่าที่รู้ได้สบายๆ ไม่ค้นคว้า

mp3 for download: รู้เท่าที่รู้ได้สบายๆ ไม่ค้นคว้า

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์: รู้เท่าที่รู้ได้ ไม่ต้องค้นคว้านะ ยิ่งค้นคว้ายิ่งเสียเวลา รู้เฉพาะหน้าไป

โยม: แต่หนูเหมือนรู้สึกว่า บางทีการที่ให้มันรู้เป็นกลางได้นี่มันค่อนข้างยาก เหมือนกับว่ามันต้องไม่เพ่งไป มันก็เหมือนกับว่าไปส่งเข้าข้างใน บางทีก็ไปคนข้างใน

หลวงพ่อปราโมทย์: ใช่ เพราะงั้นตอนมาหัดเบื้องต้น หลวงพ่อถึงได้จ้ำจี้จ้ำไชพวกเรา ไม่เผลอไป ไม่เพ่งไว้ ไม่ส่งนอกไม่ส่งใน รู้ไป รู้ไปเล่นๆ รู้ไปสบายๆ รู้แบบมันรู้เอง เราเรียนจนกระทั่งเราได้ตัวนี้ขึ้นมา เรามีจิตรู้ที่เป็นกลาง จิตรู้ที่เกิดขึ้นเอง รู้สบายๆไม่เผลอไม่เพ่ง เมื่อมีจิตตัวนี้แล้วเรียกว่าเรามีสัมมาสมาธิ จิตนี้มีสัมมาสมาธิ ต่อไปอะไรเกิดขึ้นในกายในใจสติรู้เอง ในขณะที่สติรู้สภาวะที่เกิดขึ้นนั้น จิตก็ยังตั้งมั่นเป็นกลาง นุ่มนวล อ่อนโยนอยู่ สบายๆอยู่อย่างนี้เอง เป็นคนดูแบบไม่มีส่วนได้เสีย แล้วปัญญามันจะเกิด มันจะเห็นว่าสภาวะทั้งหลายผ่านมาแล้วผ่านไปทั้งหมดเลย

เพราะฉะนั้นจิตจะเกิดปัญญาได้ จิตต้องมีสัมมาสมาธิ จิตใจที่ตั้งมั่นเป็นผู้รู้เป็นผู้ดูที่เป็นกลาง มีความสุขอยู่อย่างนี้แหละ

CD สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๒๑
ลำดับที่ ๔
File: 500708A.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๑๑ วินาทีที่ ๒๒ ถึง นาทีที่ ๑๒ ถึงนาทีที่ ๓๔

หมายเหตุ คลิปธรรมะที่ปรากฏอยู่บนเว็บไซต์ Dhammada.net (ธรรมดา ด็อต เน็ต) คือเสียงการแสดงธรรมเพียงบางช่วง บางตอน ของ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช สวนสันติธรรม ศรีราชา ชลบุรี ซึ่งทางกลุ่มธรรมดาเป็นผู้จัดทำเพื่อให้เป็นหมวดหมู่ และยังมีเรื่องของการตอบคำถามเฉพาะเรื่องเฉพาะบุคคลด้วย ดังนั้นจึงยังไม่ใช่ข้อสรุปของการสอนธรรมะของท่านแต่อย่างใด รวมทั้งคำพูดหรือศัพท์บัญญัติที่ใช้ อาจเป็นที่เข้าใจเฉพาะกับผู้ถามเท่านั้น มิใช่การพูดเป็นการทั่วไป จึงขอความกรุณาอย่าได้นำไปใช้อ้างอิงในที่ใดโดยเด็ดขาด ขอเป็นเพียงการฟังเพื่อเข้าใจแนวทาง และเพื่อเป็นกำลังใจในการภาวนาเท่านั้น
อนึ่ง Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทางสวนสันติธรรมแต่อย่างใด

เรื่องที่เกี่ยวข้อง:

Page 1 of 612345...Last »