<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>
<channel>
	<title>Dhammada.net &#187; การภาวนา</title>
	<atom:link href="http://www.dhammada.net/category/pawana/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.dhammada.net</link>
	<description>คือความเรียบง่าย คือธรรมะ คือธรรมดา</description>
	<lastBuildDate>Mon, 06 Feb 2012 11:47:54 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.1</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<xhtml:meta xmlns:xhtml="http://www.w3.org/1999/xhtml" name="robots" content="noindex" />
		<item>
		<title>ตราบใดยังหลงเพลินกับความสุขทางโลก ยังห่างไกลต่อมรรคผลนิพพาน</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2012/02/05/13586/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2012/02/05/13586/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 05 Feb 2012 03:36:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ok2077</dc:creator>
				<category><![CDATA[การภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[นิวรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[มรรคผลนิพพาน]]></category>
		<category><![CDATA[สมาธิ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=13586</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2012/02/92003px.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-13690" title="92003px" src="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2012/02/92003px.jpg" alt="" width="400" height="480" /></a></p>
<p><strong>mp 3 (for download) :</strong> <a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2012/01/541015A-sacrifice-dd.mp3"><strong>ตราบใดยังหลงเพลินกับความสุขทางโลก ยังห่างไกลต่อมรรคผลนิพพาน</strong></a></p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์ : </strong>จะมาหัดทำสมาธิก็ต้องเสียสละกามคุณอารมณ์ กามคุณอารมณ์ก็คือรูปเสียงกลิ่นรสโผฏฐัพพะคือสัมผัสทางกาย สิ่งนี้มายั่วให้ใจหลงไป สิ่งที่เรียกว่ากามมีสองอย่าง อันนึงเรียก&#8221;วัตถุกาม&#8221;ก็คือรูปเสียงกลิ่นรสโผฏฐัพพะทั้งหลาย อันหนึ่งคือ&#8221;กิเลสกาม&#8221; กิเลสกามก็คือตัวราคะในใจเราเติบโตขึ้นมาได้ด้วยกามวิตกด้วยการตรึกถึงกาม มีกามวิตกเพราะว่ามีอนุสัยของราคะส่งทอดกันขึ้นมา</p>
<p>งั้นถ้าจะทำสมาธิได้ก็ต้องสละความสนุกสนานเพลิดเพลินในรูปในเสียงในกลิ่นในรสในสัมผัส ต้องเสียสละทั้งสิ้นเลย อย่างหลงโลกอยู่ทั้งวันทั้งวันนะนึกจะหวังว่านั่งสมาธิจะสงบ ไม่สงบหรอก มันหลงโลกแล้ว งั้นอยากได้คุณงามความดีต้องเสียสละ อย่างทำทานก็ต้องเสียสละ รักษาศีลก็ต้องเสียสละความเคยชินที่ไม่ดี ควรเสียสละแต่เสียสละยาก <strong>ทำสมาธิอยากให้จิตใจสงบตั้งมั่นอยู่กับเนื้อกับตัวมีความสุขมีความสงบอยู่ภายในก็ต้องกล้าสละความสุขความเพลิดเพลินในรูปในเสียงในกลิ่นในรสในสัมผัสให้ได้ สละไม่ได้ใจไม่มีสมาธิจริงหรอก อย่างวันๆคิดจะดูหนังฟังเพลงคิดจะเล่นอินเตอร์เนตอะไรงี้นะ คือตราบใดที่ยังหลงเพลินในรูปในเสียงในกลิ่นในรสในสัมผัสอยู่ อย่าหวังเลยมรรคผลนิพพาน ไกลเกิน แค่สมาธิยังไม่มีเลย</strong></p>
<p>งั้นต้องตั้งใจเด็ดเดี่ยวนะถ้าจะสู้ หลวงพ่อตอนเป็นฆราวาสนะแทบจะไม่ดูหนังเลยเพลงเนี่ยไม่ฟัง นอนนะมีที่นอนที่นอนก็ซื้อมาตอนแต่งงานนะก็หนาๆนะ เรามีไม้กระดานอยู่แผ่นนึงไม้บานประตูวางไว้ข้างบนอีกทีนึงนะแล้วปูผ้าทับไว้ไม่มีใครรู้หรอก เราก็ยังนอนบนไม้กระดาน พยายามฝึกตัวเองไม่ให้เพลิดเพลินในการกินการนอนนะ นอนไม้กระดานนะนอนพลิกไปพลิกมาก็โป๊กๆเลยนะ สมัยก่อนไม่มีเนื้อเยอะอย่างนี้หรอกมีกระดูกเยอะ พลิกไปพลิกมากระดูกก็โขกไม้ก็ต้องอดทนเอานะอยากได้ของดี</p>
<p>ตราบใดที่ยังเพลิดเพลินในรูปในเสียงในกลิ่นในรสในสัมผัสสมาธิเกิดยากเพราะมันเป็นศตรูของสมาธิ <strong>สิ่งที่เป็นศัตรูของสมาธิจริงๆก็คือกิเลสชื่อว่า&#8221;นิวรณ์&#8221; นิวรณ์อันแรกเลย&#8221;กามฉันทะนิวรณ์&#8221;ความยินดีพอใจในรูปในเสียงในกลิ่นในรสในสัมผัส นิวรณ์ตัวที่สองชื่อ&#8221;พยาบาท&#8221;ความไม่พอใจในรูปในเสียงในกลิ่นในรสในสัมผัสและใจไม่เป็นกลางกับรูปเสียงกลิ่นรสสัมผัส สมาธิไม่มีหรอกมันมีนิวรณ์ &#8220;อุทธัจจ&#8221;ใจฟุ้งซ่านฟุ้งซ่านไปไหนฟุ้งซ่านไปในรูปในเสียงในกลิ่นในรสในสัมผัสเติมไปอีกอันฟุ้งซ่านไปในโลกของความคิด <span style="color: #000000;">ใจฟุ้งซ่านส่วนใหญ่ก็ฟุ้งไปในกามคุณอารมณ์นั่นเอง งั้นต้องเสียสละถ้าอยากได้ของดีก็อย่าติดในกาม ค่อยๆลดค่อยๆละไป </span></strong><br />
<br />
<em> หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช</em><br />
<em> แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม</em><br />
<em> บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี</em><br />
<em> แสดงธรรมเมื่อ วันเสาร์ที่ ๑๕ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๔ ก่อนฉันเช้า</em></p>
<p><em><br />
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๒<br />
Track: ๙<br />
File: <a href="http://01.learndhamma.com/pramote/cd/042/mp3/541015A.mp3" target="_blank">541015A.mp3</a><br />
ระหว่างนาทีที่ ๔  ถึง นาทีที่ ๗ วินาทีที่ ๔๘<br />
</em>
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2012/02/05/13586/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2012/01/541015A-sacrifice-dd.mp3" length="3174399" type="audio/mpeg" />
<enclosure url="http://01.learndhamma.com/pramote/cd/042/mp3/541015A.mp3" length="12712673" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : อัตตา กับ ทิฏฐิ</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2012/02/04/13683/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2012/02/04/13683/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 04 Feb 2012 13:59:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator>TiKi-Man</dc:creator>
				<category><![CDATA[การภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[ทิฎฐิ]]></category>
		<category><![CDATA[อัตตา]]></category>
		<category><![CDATA[อัตตานุทิฐิ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=13683</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2012/02/ian0012l.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-13686" title="ian0012l" src="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2012/02/ian0012l.jpg" alt="" width="305" height="400" /></a></p>
<p style="text-align: center;"><strong>อัตตา กับ ทิฏฐิ</strong></p>
<p><span style="color: #ff6600;">ถ้าจะพูดถึง อัตตา กับ ทิฏฐิ ละก็ ผมเห็นว่า เราไม่ควรแยกสองคำนี้ออกเป็นคนละเรื่อง เพราะพอแยกเป็นคนละเรื่องก็จะเกิดความสับสนและเข้าใจต่างกันไปได้ เพราะอัตตาที่พูดๆ กันอยู่นั้น ที่จริงก็คือ อัตตานุทิฏฐิ (ความเห็นว่าเป็นตัวตน) ดังนั้นถ้าจะพูดว่า ทำลายอัตตา ก็ควรพูดว่า ทำลายอัตตานุทิฏฐิ จะดีกว่า หรือถ้าจะพูดว่า ลดอัตตา ก็ควรพูดว่า ลดอัตตานุทิฏฐิ จะดีกว่า</span></p>
<p><span style="color: #ff6600;">และหากไปอ่านในพระสูตรที่เกี่ยวกับทิฏฐิต่างๆ เช่น อเหตุกทิฏฐิ ฯลฯ ในพระไตรปิฎกเล่มที่ 17 ก็พอจะจับความได้ว่า ความเห็นหรือทิฏฐิต่างๆ (ที่ไม่ใช่สัมมาทิฏฐิ) นั้น มีเหตุมาจาก ความยึดมั่นถือมั่นในขันธ์ (อุปาทานขันธ์) ทั้งนั้น ดังนั้นที่พูดว่า ทิฏฐิมาจากอัตตา ผมเห็นว่าไม่น่าจะถูก ที่ถูกจึงน่าจะพูดว่า ทิฏฐิ มาจากความยึดมั่นถือมั่นในขันธ์ และถ้าจะไปไล่เรียงตามปฏิจจสมุปบาท ก็จะได้ต่อไปว่า อุปาทานขันธ์ก็เกิดมาจากอวิชชานั่นเอง</span></p>
<p><span style="color: #ff6600;"><a href="http://dharma.school.net.th/cgi-bin/tread.pl?start_book=17&amp;start_byte=311315" target="_blank">อัตตานุทิฏฐิสูตร</a> <a href="http://dharma.school.net.th/cgi-bin/tread.pl?start_book=17&amp;start_byte=311315">http://dharma.school.net.th/cgi-bin/tread.pl?start_book=17&amp;start_byte=311315</a></span></p>
<p><span style="color: #ff6600;">ต้องมาค้นในพระไตรปิฎก ทำให้เพิ่งรู้ว่า ทิฏฐิเกิดเพราะอุปาทานขันธ์ (วันนี้ได้ความรู้ใหม่) และเข้าใจว่า อัตตา ที่พูดๆ กัน ที่จริงก็คือ อัตตานุทิฏฐิ เพราะอัตตาที่แท้จริงที่เป็นตัวตนจริงๆ นั้น ไม่มี มีแต่ความเห็นว่าเป็นตัวตน</span>
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2012/02/04/13683/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การไปสู่มรรคผลนิพพานเหมือนขึ้นภูเขา ขึ้นได้รอบทิศทาง</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2012/02/04/13545/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2012/02/04/13545/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 04 Feb 2012 05:14:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ok2077</dc:creator>
				<category><![CDATA[การภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[นิพพาน]]></category>
		<category><![CDATA[มรรคผล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=13545</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2012/02/mou2.jpg"><img class="size-full wp-image-13665 aligncenter" title="mou2" src="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2012/02/mou2.jpg" alt="" width="560" height="420" /></a></p>
<p><strong>mp3 (for download) :</strong> <a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2012/01/510817-valley-dd.mp3"><strong>การไปสู่มรรคผลนิพพานเหมือนขึ้นภูเขา ขึ้นได้รอบทิศทาง</strong></a></p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์ : </strong>หลวงพ่อสอนหลักให้ เราไปลงมือปฏิบัตินะแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนถนัดรู้กายบางคนถนัดรู้เวทนา บางคนถนัดรู้จิต รู้ไม่เหมือนกัน เวลามาส่งการบ้านก็เลยหลากหลาย สิ่งที่หลวงพ่อบอกให้เหมือนแผนที่ เวลาพวกเราลงมือปฏิบัตินะเราไปเจอรายละเอียดในระหว่างทางเยอะแยะไปหมดเลย สนุกมาก บางคนก็เอาแต่ฟังนะสนุกจนลืมปฏิบัติก็มีนะ หรือบางคนก็น้อยใจบางคนก็อิจฉาเพื่อน พวกอิจฉาเยอะมากนะวันๆนึงเนี่ยเท่าที่สังเกต เห็นเค้าส่งการบ้านแล้วทำไมเราไม่เห็นอย่างเค้าบ้างเลยอิจฉา เป็นนะใครเคยเป็นมั้ยฟังเพื่อนแล้วอิจฉา ถ้าไม่เป็นก็แปลกนะ ความจริงไม่แปลกทำไมเราไม่เห็นสภาวะเหมือนของเค้า เพราะว่าทางใครทางมัน การไปสู่มรรคผลนิพพานนะเหมือนกับการขึ้นภูเขา คล้ายๆการขึ้นภูเขาขึ้นได้รอบทิศทาง คนที่เดินมาคนละทางก็เห็นสภาวะที่ต่างๆกันมา แต่ทุกๆสภาวะแสดงไตรลักษณ์เหมือนๆกันหมดเลย งั้นหลวงพ่อสอนให้รู้สภาวะใช่มั้ยให้เห็นไตรลักษณ์​ แต่พอเราจะไปเห็นสภาวะจริงๆเนี่ยแต่ละคนจะไปเห็นด้วยกระบวนการของตัวเองนะมีชั้นเชิงเฉพาะตัวเลียนแบบกันไม่ได้นะ ห้ามเลียนแบบกัน อย่างคนนี้ส่งการบ้านนะว่าเห็นจิตมันไหวๆแล้วมันก็ถอดขึ้นมาแล้วมันก็หลบไปอยู่ตรงนั้นแล้วมันดับลงไปตรงนี้ หลวงพ่อ(บอก)เอ้ยเก่งๆ แหมเราจะไปอยากเห็นอย่างเค้านะเราก็เป๋เลย เราไม่ต้องสนใจว่าใครเค้าเป็นยังไง เราดูของเรานะให้อยู่ในหลักในเกณฑ์​แล้วมันไปของเราได้ด้วยตัวของเราเอง สุดท้ายเราจะเข้าไปถึงความบริสุทธิ์อย่างเดียวกัน เหมือนคนขึ้นภูเขานะขึ้นมาทางไหนก็ได้แต่ต้องอยู่ในหลักที่พระพุทธเจ้าสอนนะไม่ใช่ขึ้นทางไหนก็ได้นอนชั้นจะนิพพานด้วยการกิน<br />
<em> CD: ศาลาลุงชิน ครั้งที่ ๒๓</em><br />
<em> File: </em><a style="font-style: italic;" href="http://02.learndhamma.com/pramote/sala/023/510817.mp3" target="_blank">510817.mp3</a><br />
<em> ระหว่างนาทีที่ ๑๙ วินาทีที่ ๕๒ ถึง นาทีที่ ๒๒ วินาทีที่ ๔๙</em>
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2012/02/04/13545/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2012/01/510817-valley-dd.mp3" length="2475153" type="audio/mpeg" />
<enclosure url="http://02.learndhamma.com/pramote/sala/023/510817.mp3" length="35849552" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>การปฏิบัติธรรมต้องใจเย็นๆ</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2012/02/03/13613/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2012/02/03/13613/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 02 Feb 2012 22:07:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ok2077</dc:creator>
				<category><![CDATA[การภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[จิตวิปลาส]]></category>
		<category><![CDATA[ทิฏฐิวิปลาส]]></category>
		<category><![CDATA[วิปลาส]]></category>
		<category><![CDATA[สัญญาวิปลาส]]></category>
		<category><![CDATA[โอวาทหลวงพ่อ]]></category>
		<category><![CDATA[จิต]]></category>
		<category><![CDATA[จิตเป็นอนัตตา]]></category>
		<category><![CDATA[ตัวตน]]></category>
		<category><![CDATA[สัญญา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=13613</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>mp 3 (for download) :</strong> <a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2012/01/540917A-calm-dd.mp3" target='_blank'><strong>การปฏิบัติธรรมต้องใจเย็นๆ</strong></a></p>
<div id="attachment_13655" class="wp-caption alignnone" style="width: 410px"><img src="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2012/02/1184898151-400x258.jpg" alt="การปฏิบัติธรรมต้องใจเย็นๆ" title="การปฏิบัติธรรมต้องใจเย็นๆ" width="400" height="258" class="size-large wp-image-13655" /><p class="wp-caption-text">การปฏิบัติธรรมต้องใจเย็นๆ</p></div>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์ : </strong>ใจเรามันดื้อ ใจเรามันเรียนรู้สิ่งผิดๆมาเยอะ รู้ผิดเข้าใจผิดมาตลอดนะสะสมมาในสังสารวัฏ ตั้งแต่เกิดมานะ เราก็ถูกย้ำถึงความมีตัวมีตน ถูกสอนว่าเราเป็นใครเป็นลูกใครอยู่ในตระกูลไหน ถูกปลูกฝังย้ำอยู่ตลอดเวลาว่ามีตัวตนจริงๆ ไปโรงเรียนก็มีเพื่อนมีครูโรงเรียนของเราเพื่อนเราครูเรา มันมีเราขึ้นมาตลอดถูกย้ำตลอดเวลา</p>
<p>การที่จิตมันถูกย้ำแล้วย้ำอีก <strong>จิตมีธรรมชาติเรียนรู้ได้ จิตเป็นอนัตตานะแต่จิตเป็นธรรมชาติที่อบรมสั่งสอนให้การเรียนรู้ได้</strong> พอมันถูกสั่งสอนถูกเรียนรู้มาผิดๆมาตั้งแต่แรกเกิด มันถูกสอนให้สำคัญมั่นหมายถึงความมีตัวมีตน ก็ฝังความรู้สึกนี้เข้าไปจนลึกเลย ต่อไปไม่ว่าทำอะไรนะมันก็จะมีเราซ่อนอยู่ข้างหลังตลอดเวลา กระทั่งจะแต่งผมจะแต่งหน้านะ ไปดูให้ดีเถอะต้องมีเราซ่อนอยู่ คงไม่แต่งหมาแต่งแมวเนอะวันๆแต่งเราเนี่ยแหล่ะ จะเดินจะยืนจะนั่งจะนอนนะมันประกาศความเป็นตัวตนอยู่ เวลาเราอยู่คนเดียวท่าเดินเราเหมือนตอนที่คนอื่นเห็นมั้ย ไม่เหมือนหรอกไม่เหมือน ท่านั่งท่านอนก็ไม่เหมือนกัน เวลาคุยกับคนรู้ตัวอยู่นะก็คุยดูเรียบร้อยนะ เคยเห็นคนเวลาโทรศัพท์มั้ยเดินโทรศัพท์นะผู้หญิงนะสวยเชียวนะแต่งตัวสวยเดินไปแคะฟันไปเผลอๆ โถความงามของเจ้าหล่อนนะผู้ชายเห็นแล้วสยองเลย ความจริงผู้ชายทำยิ่งกว่านั้นอีกนะ มันถูกย้ำมันถูกย้ำความมีตัวมีตนอยู่ตลอดเวลา</p>
<p>งั้น<strong>มันฝังลึกมันเข้าไปอยู่ในเรียกว่าสัญญามันลงไปอยู่ในใจ ในที่สุดมันก็ไปหมายรู้ทุกสิ่งทุกอย่างไปแบบผิดๆหมายรู้ว่ามีตัวมีตนขึ้นมา มองอะไรก็มองแง่ของความมีตัวมีตนเสมอซ้ำแล้วซ้ำอีกปลูกฝังมาอย่างนั้น การที่จะล้างความคิดผิดเรียกจิตวิปลาสความเห็นผิดเรียกทิฐิวิปลาส การหมายรู้ผิดๆเรียกสัญญาวิปลาส จะแก้ จิตวิปลาส ทิฐิวิปลาส สัญญาวิปลาสแก้วันเดียวแก้ไม่ตกหรอก คราบสกปรกมันฝังลึกสะสมมานาน</strong></p>
<p>งั้นต้องใจเย็นๆ การปฏิบัติธรรมไม่ใช่ปฏิบัติปุ๊บปั๊บๆเพื่อหลุดพ้น ไม่ใช่ ยกเว้นคนซึ่งเคยทำมาก่อนแล้ว อย่างชาติก่อนๆเค้าได้โสดา สกทาคาอะไรงี้นะชาตินี้เค้ามาภาวนาปุ๊บปั๊บๆนะเค้าไปเร็ว ของเราถ้ายังไม่เคยได้จะเริ่มต้นขั้นที่หนึ่งในชาตินี้แหล่ะก็ลำบากหน่อยก็ทนเอาหน่อย กว่าจะล้างความเห็นผิดได้ว่ามีตัวมีตนเค้าภาวนากันนานดูของจริงนาน แต่เดิมนะชอบคิดเอา ถูกปลูกฝังให้เชื่อถูกปลูกฝังให้คิดว่ามีตัวมีตน <strong>จะทำลายความเชื่อทำลายความคิดนะทำลายความเห็นผิดว่ามีตัวมีตนได้ต้องดูของจริง ต้องเอาความจริงเท่านั้นเข้าไปสู้นะ</strong></p>
<p><em><br />
หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช<br />
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม<br />
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี<br />
แสดงธรรมเมื่อ วันเสาร์ที่ ๑๗ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๔ ก่อนฉันเช้า</em></p>
<p><em><br />
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๒<br />
Track: ๑<br />
File: <a href="http://01.learndhamma.com/pramote/cd/042/mp3/540917A.mp3" target="_blank">540917A.mp3</a><br />
ระหว่างวินาทีที่ ๔๙ ถึง นาทีที่ ๔ วินาทีที่ ๓๒<br />
</em>
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2012/02/03/13613/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2012/01/540917A-calm-dd.mp3" length="3351770" type="audio/mpeg" />
<enclosure url="http://01.learndhamma.com/pramote/cd/042/mp3/540917A.mp3" length="13341702" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>คนใจร้อน ให้ดูจิตที่เคลื่อนไหว</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2012/02/02/13579/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2012/02/02/13579/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 01 Feb 2012 21:36:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ok2077</dc:creator>
				<category><![CDATA[การภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[ขี้เกียจ]]></category>
		<category><![CDATA[ขี้โมโห / ขี้หงุดหงิด / เจ้าโทสะ]]></category>
		<category><![CDATA[ทางโลก ทางธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[โทสะ]]></category>
		<category><![CDATA[งานเยอะ]]></category>
		<category><![CDATA[ดูจิต]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญญา]]></category>
		<category><![CDATA[วินัย]]></category>
		<category><![CDATA[สติ]]></category>
		<category><![CDATA[หงุดหงิด]]></category>
		<category><![CDATA[อารมณ์]]></category>
		<category><![CDATA[เดินจงกรม]]></category>
		<category><![CDATA[เหวี่่ยง]]></category>
		<category><![CDATA[ใจร้อน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=13579</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>mp 3 (for download) :</strong> <a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2012/01/520719-discipline-dd.mp3" target="_blank"><strong>คนใจร้อน ให้ดูจิตที่เคลื่อนไหว</strong></a></p>
<div id="attachment_13631" class="wp-caption alignnone" style="width: 410px"><img class="size-large wp-image-13631" src="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2012/02/Angry-Birds-Facebook-Release-Date-400x211.jpg" alt="คนใจร้อน ให้ดูจิตที่เคลื่อนไหว" width="400" height="211" /><p class="wp-caption-text">คนใจร้อน ให้ดูจิตที่เคลื่อนไหว</p></div>
<p><strong>โยม : </strong>จะขอคำแนะนำพระอาจารย์ว่าดูสภาวะจิตนะค่่ะ แล้วอีกคำถามก็คือว่าอยากขอคำแนะนำที่เหมาะสมในเรื่องของวิหารธรรมที่เหมาะสมกับตัวหนูค่ะ</p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์ :</strong> เราเป็นคนใจร้อนนะ เพราะงั้นเราดูจิตดูใจที่มันเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงเนี่ยมันเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงรวดเร็วเลย รู้สึกมั้ยอารมณ์ของเรามันเหวี่ยงขึ้นเหวี่ยงลงไปเรื่อยๆนะ นั่นแหล่ะดูไป เห็นแต่อารมณ์เดี๋ยวก็ดีเดี๋ยวก็ร้าย เดี๋ยวก็สุขเดี๋ยวก็ทุกข์นะ เดี๋ยวก็หงุดหงิดอะไรงี้ ไหลมาไหลไปเดี๋ยวก็หงุดหงิดอีก พอมีสติรู้ความหงุดหงิดหายไปอีกซักพักก็มาอีกอะไรงี้ เฝ้ารู้อยู่อย่างนี้บ่อยๆ</p>
<p><strong>ในที่สุดปัญญามันเกิดมันจะเห็นเลยทุกอย่างผ่านมาแล้วผ่านไป ทุกอย่างเป็นของถูกรู้ถูกดู ทุกอย่างไม่ใช่ตัวเราหรอก</strong> ของคุณทำในรูปแบบด้วยนะ พยายามไป อดทน เดินจงกรม เห็นร่างกายมันเดินไป ถึงวันหนึ่งใจมันมีเรี่ยวแรงขึ้นมา</p>
<p><span style="color: #000080"><strong><span style="color: #800000">มีผู้หญิงคนหนึ่งนะ ไปเรียนกับหลวงพ่อ เมื่อหลายเดือนแล้ว มาเดือนพฤศจิกายนไปเรียนแล้วถามหลวงพ่อว่าที่ภาวนาอยู่เป็นยังไง หลวงพ่อก็บอกว่า ภาวนาก็รู้หลักอยู่แล้ว ภาวนาก็ใช้ได้อยู่แล้ว แล้วก็เงียบๆนะไม่พูดต่อแล้ว เขาก็ถามหลวงพ่อว่าเขาขาดวินัยในการปฏิบัติใช่ไหม บอกว่า ใช่ ตั้งแต่นั้นนะ เดินจงกรมทุกวันเลย คนนี้งานเยอะนะ ดูแลบ้านดูแลครอบครัวดูแลลูกดูแลสามี งานเยอะมากเลย พอดูแลเสร็จแล้วก็ไปทำงาน ดูแลบริษัทอีก ๕ บริษัท กลับมาถึงบ้านนะ กว่าจะมีเวลาส่วนตัวเนี่ย ๕ ทุ่มแล้ว ๕ ทุมถ้าเป็นพวกเราทำงานมาตึ้งแต่เช้ามืดยัน ๕ ทุ่ม เราก็มีข้ออ้างแล้วใช่ไหม ขอนอน นี่ คนนี้ฮึดสู้นะ ลุกขึ้ันเดินจงกรม ยังไม่นอนนะ เดินจงกรมไปชั่วโมงกว่า เที่ยงคืนหมดเรี่ยวหมดแรงไปนอน นอนไปตี่นหนึ่งนะ ก็ลุกขึ้นมาเดินอีก เขาฝึกของเขามาอย่างนี้ด้วยความยากลำบากนะ แต่ว่าไม่ท้อถอยเลย เขาฝึกจนกระทั่งวันหนึ่งใจมันเป็นกลางกับทุกสิ่งทุกอย่าง ใจมันถอดถอนตัวเองออกมา เราค่อยฝึกเอา ใช้เวลาราวๆ ๗ เดินเอง ของเราอย่าขึ้เกียจนะ แล้วเราอย่าอ้างว่างานเยอะ งานทั้งหลายที่เราทำอยู่ทุกวันนี้เพื่อจะอาศัยอยู่ในโลกชั่วครั้งชั่วคราว งานในธรรมะนะข้ามภพข้ามชาติ</span> </strong></span></p>
<p>ดูเด็กนี่ เห็นไหม เด็กนี่เห็นรูปตั้งแต่เล็กๆ ยังไม่เคยฟังธรรมก็รู้จักรูปแล้ว แต่ว่าไม่รู้ชื่อมันเท่านั้นเอง คนที่เคยทำนะ มันทำง่าย</p>
<p><em><br />
หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช<br />
สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม<br />
บ้านโค้งดารา ศรีราชา<br />
ชลบุรี</em></p>
<p><em> </em></p>
<p><em>CD: ศาลาลุงชิน ครั้งที่ ๓๑<br />
File: <a href="http://02.learndhamma.com/pramote/sala/031/520719.mp3" target="_blank">520719.mp3</a><br />
ระหว่างนาทีที่ ๔๑ วินาทีที่ ๕๒ ถึง นาทีที่ ๔๔ วินาทีที่ ๒๙<br />
</em>
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2012/02/02/13579/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2012/01/520719-discipline-dd.mp3" length="2185142" type="audio/mpeg" />
<enclosure url="http://02.learndhamma.com/pramote/sala/031/520719.mp3" length="35543184" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>การภาวนามีแต่เจริญแล้วเสื่อม</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2012/02/01/13582/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2012/02/01/13582/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 31 Jan 2012 22:06:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ok2077</dc:creator>
				<category><![CDATA[การภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[สงสัย]]></category>
		<category><![CDATA[อนิจจัง]]></category>
		<category><![CDATA[โอวาทหลวงพ่อ]]></category>
		<category><![CDATA[ไตรลักษณ์]]></category>
		<category><![CDATA[ดีถาวร]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[สุขถาวร]]></category>
		<category><![CDATA[เจริญ]]></category>
		<category><![CDATA[เสื่อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=13582</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>mp 3 (for download) :</strong> <a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2012/01/520719-change-dd.mp3"><strong>การภาวนามีแต่เจริญแล้วเสื่อม</strong></a></p>
<div id="attachment_13624" class="wp-caption alignnone" style="width: 410px"><img src="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2012/02/3d-circular-up-and-down-arrows-thumb6076739.jpg" alt="การภาวนามีแต่เจริญแล้วเสื่อม" title="การภาวนามีแต่เจริญแล้วเสื่อม" width="400" height="400" class="size-full wp-image-13624" /><p class="wp-caption-text">การภาวนามีแต่เจริญแล้วเสื่อม</p></div>
<p><strong>โยม : </strong>สงสัยว่าบางวันน่ะค่ะ ก็รู้สึกเหมือนรู้น่ะค่ะ แต่บางวันก็เหมือนไม่แน่ใจว่าไม่รู้คิดหรือรู้</p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์ : </strong>เป็นอย่างนั้นทุกคนแหล่ะ  เป็นอย่างนั้นทุกคนนะ บางวันภาวนาง่าย บางวันเหมือนภาวนาไม่เป็น เป็นทุกคน <strong>พอรู้สึกว่าภาวนาไม่เป็นอย่าไปดิ้นรนค้นคว้าให้รู้ว่าใจมันเหมือนกับไม่รู้เรื่อง ดูไม่รู้เรื่องก็รู้ว่าดูไม่รู้เรื่องไป</strong> ถ้าเราไม่ชอบเราไปยิ่งดิ้นรนค้นคว้านะ ยิ่งเสียเลย ยิ่งดูไม่ออก <strong>การภาวนามันมีแต่เจริญแล้วเสื่อมเจริญแล้วเสื่อมไปเรื่อยนะ</strong> บางทีก็รู้บางทีก็หลงบางทีก็รู้บางทีก็หลง <strong>ไม่มีหรอกดีถาวรสุขถาวรสงบถาวร ไม่มี</strong></p>
<p><em> CD: ศาลาลุงชิน ครั้งที่ ๓๑</em><br />
<em> File: </em><a style="font-style: italic;" href="http://02.learndhamma.com/pramote/sala/031/520719.mp3" target="_blank">520719.mp3</a><br />
<em> ระหว่างชั่วโมงที่ ๑ นาทีที่ ๑๑ วินาทีที่ ๔๙ ถึง ชั่วโมงที่ ๑ นาทีที่ ๑๒ วินาทีที่ ๒๗</em>
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2012/02/01/13582/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2012/01/520719-change-dd.mp3" length="525530" type="audio/mpeg" />
<enclosure url="http://02.learndhamma.com/pramote/sala/031/520719.mp3" length="35543184" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>ชาวพุทธที่ดีต้องพึ่งตนเองได้</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2012/01/31/13548/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2012/01/31/13548/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 30 Jan 2012 22:11:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ok2077</dc:creator>
				<category><![CDATA[การภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[ดูจิต]]></category>
		<category><![CDATA[ฟุ้งซ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[สติปัฏฐาน 4]]></category>
		<category><![CDATA[เจริญสติในชีวิตประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[เพ่ง / จงใจ / ประคอง]]></category>
		<category><![CDATA[ไตรลักษณ์]]></category>
		<category><![CDATA[กด]]></category>
		<category><![CDATA[ข่ม]]></category>
		<category><![CDATA[ตื่นเต้น]]></category>
		<category><![CDATA[ทื่อๆ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=13548</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>mp3 (for download) :</strong> <a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2012/01/510817-self-dd.mp3" target='_blank'><strong>ชาวพุทธที่ดีต้องพึ่งตนเองได้</strong></a></p>
<div id="attachment_13577" class="wp-caption alignnone" style="width: 410px"><img src="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2012/01/GetAttachmentb.aspx_.jpg" alt="ชาวพุทธที่ดีต้องพึ่งตนเองได้" title="ชาวพุทธที่ดีต้องพึ่งตนเองได้" width="400" height="300" class="size-full wp-image-13577" /><p class="wp-caption-text">ชาวพุทธที่ดีต้องพึ่งตนเองได้</p></div>
<p><strong>โยม :</strong> ตอนนี้สภาวะจิตหนูเป็นยังไงบ้างคะ</p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์ : </strong>ตอนนี้เหรอบ อกหลวงพ่อได้มั้ยเป็นยังไง ทื่อๆรู้สึกมั้ย ทื่อๆไปข่มไว้ ตื่นเต้น ตื่นเต้นแล้วก็กดเอาไว้นะ แล้วก็ฟุ้งซ่านหน่อยๆรู้สึกมั้ย ใจวิ่งยุกยิกยุกยิกดูออกเปล่า เนี่ยหลงไปอีกแล้วเห็นมั้ย สงสัยทราบมั้ย เอ้อ อ๋อแล้ว หัดรู้สภาวะ</p>
<p><strong>ทำไมหลวงพ่อพาให้ดูอย่างนี้ หลวงพ่อพาให้ดูสภาวะนะ ถ้าเมื่อใดดูสภาวะได้แล้ว เราปฏิบัติได้ด้วยตนเองเมื่อนั้นเลย</strong> งั้นสิ่งที่หลวงพ่อสอนเนี่ย หลวงพ่อจะไม่ใช่ว่าขยักความรู้อะไรไว้นะ <strong>หลวงพ่อสอนเพื่อให้พวกเราเนี่ยพึ่งตัวเองได้ ชาวพุทธที่ดีต้องพึ่งตัวเองได้นะ</strong> เรียนธรรมะไปเนี่ยวันนึงต้องพึ่งตัวเองให้ได้ ไม่ใช่ว่าจะต้องพึ่งหลวงพ่อตลอดไป ต้องมาคอยถามหลวงพ่อว่าจะทำอย่างโง้นทำอย่างงี้ <strong>ถ้าเราเห็นสภาวะไปเรื่อยๆ แล้วสภาวะน่ะสอนเอง<span style="color: #993300;"><span style="text-decoration: underline;">สภาวะจะแสดงไตรลักษณ์</span></span></strong> อย่างเมื่อกี้ดูออกมั้ย จิตเดี๋ยวก็หนีไป เดี๋ยวก็รู้สึก เดี๋ยวก็หนีไป เดี๋ยวก็รู้สึก เนี่ยหัดรู้สึกอย่างนี้แหล่ะ ไม่ได้ฝึกเพื่อจะรู้สึกตัวตลอดเวลา แต่ฝึกเพื่อให้เห็นความจริงว่า เดี๋ยวจิตก็เผลอ เดี๋ยวจิตก็รู้ เดี๋ยวจิตก็เผลอ เดี๋ยวจิตก็รู้ บางคนเดี๋ยวจิตก็เผลอ เดี๋ยวก็รู้ เดี๋ยวก็เพ่ง มีหลายแบบ</p>
<p><em><br />
หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช<br />
สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม<br />
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี</p>
<p>CD: ศาลาลุงชิน ครั้งที่ ๒๓<br />
 File: </em><a style="font-style: italic;" href="http://02.learndhamma.com/pramote/sala/023/510817.mp3" target="_blank">510817.mp3</a><br />
ระหว่างนาทีที่ ๓๒ วินาทีที่ ๔๑ ถึง นาทีที่ ๓๓ วินาทีที่ ๕๘</p>
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2012/01/31/13548/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2012/01/510817-self-dd.mp3" length="1074833" type="audio/mpeg" />
<enclosure url="http://02.learndhamma.com/pramote/sala/023/510817.mp3" length="35849552" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>การภาวนาต้องไม่เว้นวรรคถึงจะได้ผล</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2012/01/30/13551/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2012/01/30/13551/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 29 Jan 2012 22:10:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ok2077</dc:creator>
				<category><![CDATA[การภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[โอวาทหลวงพ่อ]]></category>
		<category><![CDATA[จิตใจเคลื่อนไหว]]></category>
		<category><![CDATA[ฝึกอยู่ในชีวิตประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[ร่างกายเคลื่อนไหว]]></category>
		<category><![CDATA[เวทนา]]></category>
		<category><![CDATA[ไม่เว้นวรรค]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=13551</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>mp3 (for download) :</strong> <a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2012/01/510817-abstain-dd.mp3" target='_blank'><strong>การภาวนาต้องไม่เว้นวรรคถึงจะได้ผล</strong></a></p>
<p><div id="attachment_13565" class="wp-caption alignnone" style="width: 410px"><img src="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2012/01/Favim.com-2788-400x265.jpg" alt="การภาวนาต้องไม่เว้นวรรคถึงจะไ้ด้ผล" title="การภาวนาต้องไม่เว้นวรรคถึงจะไ้ด้ผล" width="400" height="265" class="size-large wp-image-13565" /><p class="wp-caption-text">การภาวนาต้องไม่เว้นวรรคถึงจะไ้ด้ผล</p></div><br />
<strong><br />
โยม :</strong> แล้วระหว่างวันล่ะคะ? เราทำแบบอาจารย์เขาทำเช้าเย็น แล้วระหว่างวันเราควรจะทำอย่างไร</p>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์ :</strong> ระหว่างวันเราก็ดูไป อย่าไปเว้นวรรคนะ ถ้าเราจะดูเวทนา เวทนามีทั้งวันนี่ ไม่ใช่มีเฉพาะตอนนั่ง ตอนเรากวาดบ้านถูบ้านเวทนาก็มีนี่ ตอนเราซักผ้าเวทนาก็มี การปฏิบัติจะได้ผลดีถ้าเราไม่เว้นวรรค</p>
<p>ถ้าเราบอกว่าเช้าปฏิบัติ ๑ ชั่วโมง เสร็จแล้วเลิกเลย แล้วเย็นปฏิบัติอีก ๑ ชั่วโมง วันหนึ่งปฏิบัติ ๒ ชั่วโมงเอง อีก ๒๒ ชั่วโมงนั้น กิเลสครอบงำ เพราะฉะนั้นเราพยายามรู้สึกตัวอยู่ อย่างพอเรานั่งได้ ๑ ชั่วโมง เราลุกขึ้นมา เรารู้สึกอิ่มอกอิ่มใจ นั่งได้ครบแล้ว ดีใจ ดีใจรู้ว่าดีใจไปเลย ไปทำงานร่างกายเคลื่อนไหว รู้สึก จิตใจเคลื่อนไหว รู้สึก ฝึกอยู่ในชีวิตประจำวัน</p>
<p><strong>การภาวนาต้องไม่เว้นวรรคเลยนะ ถึงจะได้ผล ถ้าเว้นวรรคล่ะก็ ไม่ได้หรอก</strong></p>
<p><em><br />
หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช<br />
สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม<br />
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี</p>
<p>CD: ศาลาลุงชิน ครั้งที่ ๒๓<br />
File: <a href="http://02.learndhamma.com/pramote/sala/023/510817.mp3" target="_blank">510817.mp3</a><br />
ระหว่างนาทีที่ ๕๘ วินาทีที่ ๑๙ ถึง นาทีที่ ๕๙ วินาทีที่ ๑๗<br />
</em>
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2012/01/30/13551/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2012/01/510817-abstain-dd.mp3" length="813348" type="audio/mpeg" />
<enclosure url="http://02.learndhamma.com/pramote/sala/023/510817.mp3" length="35849552" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>ต้องเลือกกรรมฐานที่เหมาะกับตัวเอง</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2012/01/28/13438/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2012/01/28/13438/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 27 Jan 2012 22:10:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ok2077</dc:creator>
				<category><![CDATA[การภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[ก่อนลงมือปฎิบัติ]]></category>
		<category><![CDATA[กรรมฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[กัลยาณมิตร]]></category>
		<category><![CDATA[กิเลส]]></category>
		<category><![CDATA[กุศล]]></category>
		<category><![CDATA[สติ]]></category>
		<category><![CDATA[หลวงปู่ดูลย์]]></category>
		<category><![CDATA[อกุศล]]></category>
		<category><![CDATA[แยกรูปแยกนาม]]></category>
		<category><![CDATA[โยนิโสมนสิการ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=13438</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>mp 3 (for download) :</strong> <a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2012/01/540902-choose-dd.mp3"><strong>ต้องเลือกกรรมฐานที่เหมาะกับตัวเอง</strong></a></p>
<div id="attachment_13543" class="wp-caption alignnone" style="width: 410px"><img class="size-large wp-image-13543" title="หลวงปู่ดูลย์ อตุโล" src="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2012/01/Luangpudule-1-400x573.jpg" alt="หลวงปู่ดูลย์ อตุโล" width="400" height="573" /><p class="wp-caption-text">หลวงปู่ดูลย์ อตุโล</p></div>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์ : </strong>เราไม่รู้หรอกว่ากรรมฐานอะไรที่เหมาะกับเรา หลวงพ่อเคยเห็นครูบาอาจารย์ที่รู้คือหลวงปู่ดูลย์ หลวงปู่ดูลย์จะสอนลูกศิษย์โดยจำแนก แต่ท่านไม่สามารถตอบโชะๆแบบพระพุทธเจ้านะว่าทำอันนี้สิทำอย่างนี้สิ เ ราไปเรียนกรรมฐานกับท่านนะ ท่านจะนั่งหลับตาเงียบๆไปร่วมชั่วโมงแหล่ะ แล้วท่านลืมตาท่านสอน ถ้าเราไม่ทำอย่างที่ท่านสอนนะ ไม่ได้ผลหรอก ยังไม่เคยเห็นครูบาอาจารย์องค์ที่สอนที่เป็นแบบนี้ อาจจะมีนะ แต่ไม่มีที่เรารู้จัก</p>
<p>งั้นถ้าเราไม่มีจะทำไง สิ่งที่จะช่วยเราได้เราขาดกัลยาณมิตร <strong>เราใช้โยนิโสมนสิการให้มาก แยบคายในการสังเกต ถ้าทำอะไรแล้วสติเกิดบ่อยก็ทำอันนั้นแหล่ะ ทำอะไรแล้วอกุศลเสื่อมไปกุศลเจริญขึ้นทำอันนั้นแหล่ะ</strong> อย่างถ้าเราปฏิบัติแล้วศีลของเราดีขึ้นเรื่อยๆ เออนี่ดีกับเรา</p>
<p>เราปฏิบัติแล้วจิตใจอยู่กับเนื้อกับตัว จิตใจเคยแต่หนีไปตลอดไม่เคยรู้เลยว่าจิตหนีไป มาภาวนาแล้วจิตใจอยู่กับเนื้อกับตัวรู้ทันแล้วจิตหลงไปก็รู้นะ เอออันนี้เหมาะกับเราแล้ว ไม่เคยแยกรูปแยกนามได้นะ มาปฏิบัติแบบนี้แยกรูปแยกนามได้ เอออันนี้เหมาะกับเราแล้ว</p>
<p>เราดูที่ผลของการปฏิบัตินะดูว่าสู้กิเลสไหวมั้ย กุศลเจริญมั้ยอกุศลเสื่อมลงไปมั้ย สำรวจตัวเองกรรมฐานอะไรที่พอเหมาะพอควรกับเราแล้วก็เลือกเอา อย่าไปเลียนแบบเพื่อนนะ เห็นเค้าส่งการบ้าน โห น่าจะดี</p>
<p>เมื่อก่อนมีนะ ฟังซีดีฟังคนนี้เค้าถามหลวงพ่อบอกให้ไปทำงี้สิ เอาไปทำ อีีกวันมาฟังอีกหลวงพ่อตอบอีกคนนึงให้ทำงี้สิ เอาไปทำอีก นี่นักทำนะทำสารพัดวิธีไม่ได้ผลซักวิธีเลย เปลี่ยนกรรมฐานไปรายวันนะไม่สำรวจตัวเองจะเลียนแบบของคนอื่น งั้นต่อไปซีดีต้องปั๊มข้างหน้านะ กรรมฐานแต่ละอย่างเนี่ยเป็นความสามารถเฉพาะตัวห้ามเลียนแบบ เนี้ยเอาไปทำหมดทุกอย่าง  ไม่ได้ผลหรอก</p>
<p>ต้องดูตัวเองนะ ทำอะไรแล้วอกุศลเสื่อมไป ทำอะไรแล้วกุศลเจริญขึ้นเอาอันนั้นแหล่ะ พากเพียรไป พอรู้ทางรู้สิ่งที่เหมาะที่ควรแก่เราแล้วนะ ไม่หลงไม่ลืมไป พากเพียรมีสติ รู้รูปนามอันนั้นแหล่ะ รู้ด้วยจิตที่ตั้งมั่น รู้ด้วยจิตที่เป็นกลาง</p>
<p><em> หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช</em><br />
<em> แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม</em><br />
<em> บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี</em><br />
<em> แสดงธรรมเมื่อ วันศุกร์ที่ ๒ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๔ ก่อนฉันเช้า</em></p>
<p><em><br />
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๑<br />
Track: ๑๗<br />
File: <a href="http://01.learndhamma.com/pramote/cd/041/mp3/540902.mp3" target="_blank">540902.mp3</a><br />
ระหว่างนาทีที่ ๒๓ วินาทีที่ ๓ ถึง นาทีที่ ๒๕ วินาทีที่ ๓๖<br />
</em>
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2012/01/28/13438/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2012/01/540902-choose-dd.mp3" length="2127359" type="audio/mpeg" />
<enclosure url="http://01.learndhamma.com/pramote/cd/041/mp3/540902.mp3" length="13876689" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>นักภาวนา มีผัสสะแล้วมีสติรู้ทันกิเลส</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2012/01/27/13492/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2012/01/27/13492/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 26 Jan 2012 22:19:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ok2077</dc:creator>
				<category><![CDATA[การภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[ก่อนลงมือปฎิบัติ]]></category>
		<category><![CDATA[ดูจิต]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมะในชีวิตประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[สติปัฏฐาน 4]]></category>
		<category><![CDATA[เจริญสติในชีวิตประจำวัน]]></category>
		<category><![CDATA[การกระทบ]]></category>
		<category><![CDATA[กิเลส]]></category>
		<category><![CDATA[กุศล]]></category>
		<category><![CDATA[ทุกข์]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมดา]]></category>
		<category><![CDATA[ผัสสะ]]></category>
		<category><![CDATA[มีสติ]]></category>
		<category><![CDATA[สุข]]></category>
		<category><![CDATA[อกุศล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=13492</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>mp 3 (for download) :</strong> <a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2012/01/540417-nature-dd.mp3"><strong>นักภาวนา มีผัสสะแล้วมีสติรู้ทันกิเลส</strong></a></p>
<div id="attachment_13540" class="wp-caption alignnone" style="width: 410px"><img src="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2012/01/greennaturepathtreesphotographyforest-392cad18fa54682949300b5d1016c377_h-400x300.jpg" alt="นักภาวนา มีผัสสะแล้วมีสติรู้ทันกิเลส" title="นักภาวนา มีผัสสะแล้วมีสติรู้ทันกิเลส" width="400" height="300" class="size-large wp-image-13540" /><p class="wp-caption-text">นักภาวนา มีผัสสะแล้วมีสติรู้ทันกิเลส</p></div>
<p>หลวงพ่อปราโมทย์ : ปล่อยให้ตาหูจมูกลิ้นกายใจทำงานไปตามธรรมชาติธรรมดา ให้ตามองเห็นรูป หูได้ยินเสียง จมูกได้กลิ่น ลิ้นได้รส กายกระทบสัมผัส ใจให้มันคิดนึกปรุงแต่งตามธรรมชาติ แต่เราต่างกับคนทั่วๆไปต่างกับสัตว์ทั่วๆไปตรงที่ <strong>เรามีสติตามรู้มัน</strong> ตามองเห็นรูปความรู้สึกเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นที่จิต เห็นรูปบางอย่างก็เกิดความสุข เห็นรูปบางอย่างเกิดความทุกข์ ตามองเห็นรูป รูปบางอย่างเกิดกุศล รูปบางอย่างเกิดอกุศล มีมั้ยตามองเห็นรูปแล้วเกิดกุศล มีมั้ย มีใช่มั้ย</p>
<p>สมมติเราเห็นภาพพระพุทธรูปเห็นวัดเห็นเจดีย์อะไรงี้ ถ้าคนเกลียดวัดนะเห็นวัดแล้วเกิดอกุศลใช่มั้ย เห็นสิ่งเดียวกันแต่ว่าบางคนเกิดกุศลบางคนเกิดอกุศล บางคนเห็นพระพุทธเจ้าเกิดกุศลบางคนเห็นพระพุทธเจ้าเกิดอกุศลเป็นไปได้มั้ย ถมเถไปใช่มั้ย บางคนมันด่าพระพุทธเจ้าด้วยซ้ำไป บางคนมันจะมาดักยิงพระพุทธเจ้าก็มี ยิงด้วยธนูเอาช้างมาให้เหยียบ นี่เรามีสติไว้เราไม่จ้องอยู่ที่จิต ห้ามจิตมีความรู้สึกเราไม่ห้าม ให้ตากระทบรูปตามธรรมชาติ กระทบแล้วเกิดสุขเกิดทุกข์เกิดกุศลอกุศลที่จิตให้เกิดไปตามธรรมชาติ</p>
<p>ไม่ห้าม <strong><span style="text-decoration: underline;">ไม่ห้าม</span>การกระทบทางตา ไม่ใช่ว่าต้องอย่าไปดูมัน พอดูแล้วก็<span style="text-decoration: underline;">ไม่ห้าม</span>การทำงานทางใจ ตามองเห็นไปตามธรรมชาติธรรมดา เห็นแล้วใจเค้าทำงานตามธรรมชาติธรรมดา <span style="color: #800000;">เห็นแล้วเกิดความสุข<em>รู้</em>ว่ามีความสุข</span><span style="color: #800000;"> เห็นแล้วเกิดความทุกข์<em>รู้</em>ว่ามีความทุกข์</span> <span style="color: #800000;">เห็นแล้วเกิดกุศล<em>รู้</em>ว่ามีกุศล เห็นแล้วโลภโกรธหลงขึ้นมา<em>รู้</em>ว่ามีโลภโกรธหลงเกิดขึ้น <span style="text-decoration: underline;">ให้เรามีสติตามดูนะ</span></span></strong></p>
<p>เพราะฉะนั้นจริงๆแล้ว <strong><span style="text-decoration: underline;">ผู้ปฏิบัติกับคนธรรมดาที่ไม่ได้ปฏิบัติใกล้เคียงกันมากเลย</span> คือปล่อยให้ตาหูจมูกลิ้นกายใจทำงานตามธรรมชาติ กระทบอารมณ์ตามธรรมชาติ <span style="text-decoration: underline;">กระทบแล้วปล่อยให้ใจเกิดปฏิกิริยาไปตามธรรมชาติแล้วมีสตินะ มีสติ คนทั่วไปขาดตรงที่มีสติตามรู้นี่แหล่ะ</span></strong></p>
<p><em> หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช<br />
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม<br />
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี<br />
แสดงธรรมเมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๑๗ เมษายน พ.ศ.๒๕๔๙ ก่อนฉันเช้า<br />
</em></p>
<p><em><br />
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๐<br />
Track: ๑<br />
File: <a href="http://01.learndhamma.com/pramote/cd/041/mp3/540417.mp3" target="_blank">540417.mp3</a><br />
ระหว่างนาทีที่ ๔  วินาทีที่ ๔๒ ถึง นาทีที่ ๗ วินาทีที่ ๑๙<br />
</em>
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2012/01/27/13492/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2012/01/540417-nature-dd.mp3" length="2185142" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>ใจที่เป็นกลาง ไม่ปฏิเสธสิ่งแวดล้อมที่มากระทบ</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2012/01/26/13495/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2012/01/26/13495/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 25 Jan 2012 21:44:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ok2077</dc:creator>
				<category><![CDATA[การภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[ครูบาอาจารย์]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมะครูบาอาจารย์]]></category>
		<category><![CDATA[ผัสสะ/การกระทบ]]></category>
		<category><![CDATA[เล่าเรื่องครูบาอาจารย์์]]></category>
		<category><![CDATA[กลิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ความร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[ความหนาว]]></category>
		<category><![CDATA[ปฏิเสธสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[พอดี]]></category>
		<category><![CDATA[รส]]></category>
		<category><![CDATA[รูป]]></category>
		<category><![CDATA[ร่างกาย]]></category>
		<category><![CDATA[หลวงปู่บุดดา]]></category>
		<category><![CDATA[เสียง]]></category>
		<category><![CDATA[โผฎฐัพพะ]]></category>
		<category><![CDATA[ใจ]]></category>
		<category><![CDATA[ใจเป็นกลาง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=13495</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>mp 3 (for download) :</strong> <a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2012/01/540501A-mid-dd.mp3"><strong>ใจที่เป็นกลาง ไม่ปฏิเสธสิ่งแวดล้อมที่มากระทบ</strong></a></p>
<div id="attachment_13529" class="wp-caption alignnone" style="width: 410px"><img src="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2012/01/20090920115653_36-400x483.jpg" alt="หลวงปู่บุดดา ถาวโร" title="หลวงปู่บุดดา ถาวโร" width="400" height="483" class="size-large wp-image-13529" /><p class="wp-caption-text">หลวงปู่บุดดา ถาวโร</p></div>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์ : </strong>ร้อนมั้ย ร้อน ไม่ร้อน จริงน่ะ ไม่จริงมั้ง มีครูบาอาจารย์หลวงปู่บุดดา น่ารัก อะไรๆท่านพอดีหมดเลย ร้อนก็ร้อนพอดี หนาวก็หนาวพอดี คนทำน้ำปานะไปถวายท่าน เห็นว่าท่านแก่แล้วต้องการวิตามินซีสูง ทำให้เปรี้ยวสุดๆเลย ตัวเองไม่ได้ชิมนะ เอาไปถวายท่าน เหลืออยู่หน่อยนึงนะแอบไปชิม โห เปรี้ยว อีกวันแก้ตัวทำให้หวาน ไปถามท่านว่าเมื่อวานน้ำปานะเปรี้ยวไปมั้ย ท่านบอกเปรี้ยวพอดี ถวายอันใหม่ไปนะท่านก็ฉันตัวเองเอามาชิมทีหลังนะ โห หวานไป ไปถามท่านนะหวานไปปล่าว ท่านบอกหวานพอดี เอากับท่านสิ</p>
<p>ถ้าใจพอดี คือใจไม่ปฏิเสธสิ่งแวดล้อม ใจท่านไม่ปฏิเสธ สิ่งแวดล้อมจะเป็นรูปเป็นเสียงเป็นกลิ่นเป็นรสเป็นโผฏฐัพพะ สิ่งที่มากระทบร่างกายความร้อนความหนาวความอ่อนความแข็ง สิ่งแวดล้อมที่มากระทบนี้ ใจท่านเป็นกลาง</p>
<p><strong>ใจเป็นกลางใจไม่ดิ้นไม่ปรุงแต่ง ถ้าใจไม่ดิ้นใจไม่ปรุงแต่งใจก็ไม่ทุกข์ มันทุกข์ขึ้นมาเพราะใจมันดิ้นรนปรุงแต่ง เกิดจากมันไม่ยอมรับความจริงของสิ่งแวดล้อม สิ่งที่มากระทบทางตาหูจมูกลิ้นกาย ไม่ยอม เช่นสิ่งที่มากระทบมันไม่ดี อยากให้ดี สิ่งที่มากระทบมันไม่ดี อยากให้หายไป อยากให้หาย อยากให้สิ่งที่ดีๆมากระทบ ถ้าสิ่งดีๆมากระทบแล้วอยากให้อยู่ตลอด ไม่ยอมรับความจริงว่าทุกอย่างมันก็มาแล้วก็ไปมาแล้วก็ไป ทุกอย่างจะมาหรือไม่มาเพราะมันมีเหตุ สิ่งที่มากระทบเรานั้นจะชั่วหรือจะดีนะ มันมีเหตุ</strong><br />
<em> หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช</em><br />
<em> แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม</em><br />
<em> บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี</em><br />
<em> แสดงธรรมเมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๑ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๔๙ ก่อนฉันเช้า</em></p>
<p><em><br />
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๐<br />
Track: ๒<br />
File: <a href="http://01.learndhamma.com/pramote/cd/041/mp3/540501A.mp3" target="_blank">540501A.mp3</a><br />
ระหว่างวินาทีที่ ๓ ถึง นาทีที่ ๒ วินาทีที่ ๑๘<br />
</em>
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2012/01/26/13495/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2012/01/540501A-mid-dd.mp3" length="1888182" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>จะละกิเลสตัวไหนก่อนดี?</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2012/01/24/13489/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2012/01/24/13489/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Jan 2012 22:09:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ok2077</dc:creator>
				<category><![CDATA[การภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[กิเลส]]></category>
		<category><![CDATA[ก่อนลงมือปฎิบัติ]]></category>
		<category><![CDATA[อริยมรรค]]></category>
		<category><![CDATA[โทสะ]]></category>
		<category><![CDATA[โมหะ]]></category>
		<category><![CDATA[โลภะ]]></category>
		<category><![CDATA[ชีวิตธรรมดา]]></category>
		<category><![CDATA[พระเจ้าอยู่หัว]]></category>
		<category><![CDATA[ราคะ]]></category>
		<category><![CDATA[สังโยชน์]]></category>
		<category><![CDATA[หลวงปู่ดูลย์]]></category>
		<category><![CDATA[เจริญปัญญา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=13489</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>mp 3 (for download) :</strong> <a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2012/01/540417-present-dd.mp3"><strong>จะละกิเลสตัวไหนก่อนดี?</strong></a></p>
<div id="attachment_13505" class="wp-caption alignnone" style="width: 410px"><img class="size-large wp-image-13505" title="จะละกิเลสตัวไหนก่อนดี?" src="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2012/01/lpdandking-400x305.jpg" alt="จะละกิเลสตัวไหนก่อนดี?" width="400" height="305" /><p class="wp-caption-text">จะละกิเลสตัวไหนก่อนดี?</p></div>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์ :</strong> ไม่มีอะไรดี ไม่มีอะไรวิเศษ สะอาดหมดจดเหมือนธรรมะหรอก</p>
<p>ในโลกเต็มไปด้วยของสกปรกโสมมนานาชนิด เกิดจากกิเลสทั้งหมดเลย เรามาภาวนาเนี่ย ช่วยตัวเองได้ คนไหนภาวนาก็ช่วยตัวเองได้ คนไหนไม่ภาวนาไม่เปิดใจให้ธรรมะ ธรรมะก็เข้าไปช่วยไม่ได้ ไปล้างกิเลสให้ใครไม่ได้ เราต้องล้างกิเลสของตัวเราเอง</p>
<p><strong>วิธีจะล้างกิเลสก็สำรวจดู สำรวจใจ กิเลสไม่ได้อยู่ที่อื่นหรอก กิเลสอยู่ที่ใจเรานี่เอง เพราะฉะนั้นคอยรู้ทันใจของเราไป กิเลสอะไรโผล่ขึ้นมารู้ทัน กิเลสอะไรโผล่ขึ้นมารู้ทัน</strong></p>
<p>พระเจ้าอยู่หัวเคยถามหลวงปู่ดูลย์ ว่าจะละกิเลสอันไหนก่อน ตัวไหนก่อน ถ้าเป็นพวกเราเราก็จะคิดว่า ต้องละโทสะก่อนอย่างนี้ เพราะโทสะมีโทษมาก ค่อยไปละราคะ ราคะมีโทษน้อย แล้วค่อยไปละโมหะ โมหะดูยากที่สุด มีโทษมากที่สุดเลยแต่ว่าดูยากที่สุด เราคิดว่ามี sequence จริงๆไม่ เวลาปฏิบัติจริงไม่ได้เป็นอย่างนั้น</p>
<p><strong>ถ้าล้างโดยมรรคเนี่ย มีลำดับ เป็นขั้นๆไป ล้างสังโยชน์มีเป็นลำดับ แต่ว่าเวลาเราเจริญสติเจริญปัญญาอยู่ในชีวิตธรรมดาของเรานี่ กิเลสตัวไหนเกิดก่อนก็เอาตัวนั้นแหละ ตัวไหนเกิดขึ้นสดๆร้อนๆก็เอาตัวนั้นแหละ</strong></p>
<p>(หมายเหตุ กิเลสใดเกิดขึ้นสดๆร้อนๆ ก็เอาตัวนั้น เบื้องต้น เพื่อฝึกให้เกิดสติโดยไม่ต้องจงใจ คือ คุ้นเคยที่จะมีสติระลึกรู้ทันกิเลสที่เกิดขึ้นสดๆร้อนๆไปอย่างอัตโนมัติ เบื้องกลางคืออาศัยสติที่ระลึกรู้ทันกิเลสที่เกิดขึ้นสดๆร้อนๆทำให้จิตปราศจากนิวรณ์เป็นสมาธิชนิดจิตตั้งมั่น เบื้องปลายคืออาศัยกิเลสที่เกิดขึ้นสดๆนั้นมีสติมีสมาธิเพื่อเจริญปัญญา คือ รู้ความเป็นไตรลักษณ์ของกิเลสด้วยใจที่เป็นกลาง จนถึงที่สุด จิตจะระลึกรู้ที่จิตได้เอง เกิดสติเกิดสมาธิเกิดปัญญา เห็นความเป็นไตรลักษณ์ของจิตเอง กระบวนแห่งอริยมรรคจะเกิดขึ้นที่ตรงนั้น &#8211; ผู้ถอด)</p>
<p><em><br />
หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช<br />
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม<br />
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี<br />
แสดงธรรมเมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๑๗ เมษายน พ.ศ.๒๕๔๙ ก่อนฉันเช้า<br />
</em></p>
<p><em><br />
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๐<br />
Track: ๑<br />
File: <a href="http://01.learndhamma.com/pramote/cd/041/mp3/540417.mp3" target="_blank">540417.mp3</a><br />
ระหว่างนาทีที่ ๑  วินาทีที่ ๑๗ ถึง นาทีที่ ๒ วินาทีที่ ๕๖<br />
</em>
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2012/01/24/13489/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2012/01/540417-present-dd.mp3" length="1386422" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>เห็นธรรมชาติตามความเป็นจริงแล้วจะไม่ทุกข์</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2012/01/23/13473/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2012/01/23/13473/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 22 Jan 2012 21:48:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>simpleid123</dc:creator>
				<category><![CDATA[การภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[สติปัฏฐาน 4]]></category>
		<category><![CDATA[อริยสัจจ์]]></category>
		<category><![CDATA[ไตรลักษณ์]]></category>
		<category><![CDATA[บังคับไม่ได้]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นทุกข์]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นอนัตตา]]></category>
		<category><![CDATA[ไม่เที่ยง]]></category>
		<category><![CDATA[ไม่เป็นไปตามปราถนา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=13473</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>Mp3 for download: <a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2012/01/450714B_3truth.mp3">เห็นธรรมชาติตามความเป็นจริงแล้วจะไม่ทุกข์</a></p>
<div id="attachment_13486" class="wp-caption alignnone" style="width: 410px"><img src="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2012/01/111-400x300.jpg" alt="เห็นธรรมชาติตามความเป็นจริงแล้วจะไม่ทุกข์" title="เห็นธรรมชาติตามความเป็นจริงแล้วจะไม่ทุกข์" width="400" height="300" class="size-large wp-image-13486" /><p class="wp-caption-text">เห็นธรรมชาติตามความเป็นจริงแล้วจะไม่ทุกข์</p></div>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์ : </strong>ระลึกรู้ตามที่มันเป็นนะ เราก็จะรู้ว่าจริงๆแล้วธรรมชาติเป็นยังไง เราจะเข้าใจธรรมชาติอย่างน้อยใน ๓ dimension อันหนึ่งธรรมชาติทั้งหลายที่ปรากฏขึ้นมามีแค่รูปกับนาม ไม่มีตัวตน ไม่มีสัตว์ ไม่มีบุคคล-เรา-เขา ธรรมชาติข้อที่ ๒ ก็คือ สิ่งทั้งหลายที่เกิดขึ้นมานี้ ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา บังคับไม่ได้ ไม่เป็นไปอย่างที่อยาก</p>
<p>อันที่ ๓ จะรู้อริยสัจจ์ คือ ลำพังสิ่งทั้งหลายเกิดขึ้นนะ เรายังไม่ทุกข์หรอก ถ้าอยากถ้ายึดเมื่อไหร่จะทุกข์ ถ้าเราเข้าใจธรรมชาติอย่างนี้แล้ว ความหลงอยากหลงยึดนั้นจะหายไป ความทุกข์ก็จะไม่เกิดขึ้นมา</p>
<p>เพราะฉะนั้นสรุปนะ <strong>พระพุทธเจ้าสอนว่า เป้าหมายของเราก็คือ ทำอย่างไรเราจะไม่ทุกข์ ท่านชี้ต่อมาว่าความทุกข์เกิดจากใจเราอยากใจเรายึด ใจเราทำไมถึงอยากถึงยึด ถ้าใจเราไม่รู้ความเป็นจริงของธรรมชาติ เช่น เราคิดว่าบ้านนี้ของเรา ร่างกายนี้ของเรา จะต้องอยู่นานๆ จะต้องไม่เจ็บป่วย เราไม่รู้ธรรมชาติ เราไม่ยอมรับธรรมชาติ ว่ามันจะต้องป่วย บ้านมันจะต้องพัง ชีวิตจะต้องเผชิญกับปัญหา เผชิญกับสุขบ้างทุกข์บ้าง เราจะต้องสัมผัสกับอารมณ์ที่ดีบ้าง อารมณ์ที่ไม่ดีบ้าง ธรรมชาติทั้งนั้นเลย เพราะฉะนั้นพอเราไม่รู้ทันการกระทบเข้ามา เราก็หลงยินดียินร้าย หลงอยากหลงยึด แล้วเราก็ยิ่งทุกข์หนักเข้าไปอีก เพราะว่าเราไปอยากในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้</strong></p>
<p><em><span style="color: #800000;">*หมายเหตุ เป็นพระธรรมเทศนาในพรรษาแรก ย่างเข้าพรรษาที่สอง ที่สวนโพธิญาณอรัญวาสี หนองตากยา ท่าม่วง กาญจนบุรี</span></em></p>
<p><em>หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช<br />
สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม<br />
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี<br />
แสดงธรรมเมื่อวันอาทิตย์ ที่ ๑๔ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๔๕ หลังฉันเช้า<br />
ณ.สวนโพธิญาณอรัญวาสี หนองตากยา ท่าม่วง กาญจนบุรี</em></p>
<p><em><br />
</em><em>CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๑</em><br />
<em>File: 450714B</em><br />
<em>ระหว่างนาทีที่ ๑๗ วินาทีที่ ๓๑ ถึง นาทีที่ ๑๙ วินาทีที่ ๑๓</em>
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2012/01/23/13473/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2012/01/450714B_3truth.mp3" length="1635500" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>อย่าทำแต่สมาธิ ต้องเดินปัญญาด้วย</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2012/01/22/13435/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2012/01/22/13435/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 22 Jan 2012 00:05:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ok2077</dc:creator>
				<category><![CDATA[การภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญญา]]></category>
		<category><![CDATA[วิปัสสนา]]></category>
		<category><![CDATA[สมถะ]]></category>
		<category><![CDATA[สมาธิ]]></category>
		<category><![CDATA[โอวาทหลวงพ่อ]]></category>
		<category><![CDATA[ไตรสิกขา]]></category>
		<category><![CDATA[ไตรลักษณ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=13435</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>mp 3 (for download) :</strong> <a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2012/01/540911-panya-dd.mp3"><strong>อย่าทำแต่สมาธิ ต้องเดินปัญญาด้วย</strong></a></p>
<div id="attachment_13471" class="wp-caption alignnone" style="width: 410px"><img src="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2012/01/tumblr_l9u3571GtB1qckzoqo1_500-400x300.jpg" alt="อย่าทำแต่สมาธิ ต้องเดินปัญญาด้วย" title="อย่าทำแต่สมาธิ ต้องเดินปัญญาด้วย" width="400" height="300" class="size-large wp-image-13471" /><p class="wp-caption-text">อย่าทำแต่สมาธิ ต้องเดินปัญญาด้วย</p></div>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์: อย่าเอาแต่ทำสมาธินะ สมาธิโง่ๆไม่เอานะ ต้องทำสมาธิพักผ่อนพอมีเรี่ยวมีแรง พอจิตใจแช่มชื่นแล้วต้องมาเดินปัญญา วิธีเดินปัญญาก็คือถอนตัวออกมาเป็นคนดู</strong> เห็นปรากฎการณ์ของรูปธรรมนามธรรมเค้าทำงานไปเรื่อย เค้าจะ<span style="color: #993300;"><span style="text-decoration: underline;">แสดงไตรลักษณ์ให้ดู</span></span> ต้องเดินอย่างนี้นะ ดูเจริญปัญญาไปช่วงนึงจิตหมดแรงกลับมาทำความสงบใหม่ กลับมาอยู่กับพุทโธมาอยู่กับลมหายใจ มาอยู่นะไม่ใช่ไปแยกออกมาอีกนะ ให้มารู้เคล้าอยู่กับลมหายใจอยู่กับพุทโธให้จิตสดชื่น เติมน้ำมันก่อน มีเรี่ยวมีแรงแล้วถอยตัวออกมาเป็นคนดู แยกธาตุแยกขันธ์ต่อไปอีก ไม่ใช่สงบนิ่ง ปีนี้ก็สงบปีหน้าก็สงบอีกชาติหน้าก็อยู่อย่างนี้อีกนะ ไม่เคยฝึกเดินปัญญาไม่ได้กินหรอก ฝึกเอานะไม่ยากเท่าที่คิดหรอก            <strong> </strong></p>
<p><em> หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช<br />
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม<br />
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี<br />
แสดงธรรมเมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๑๑ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๔ ก่อนฉันเช้า<br />
</em></p>
<p><em><br />
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๑<br />
Track: ๒๒<br />
File: <a href="http://01.learndhamma.com/pramote/cd/041/mp3/540911.mp3" target="_blank">540911.mp3</a><br />
ระหว่างนาทีที่ ๒๙ วินาทีที่ ๒๓ ถึง นาทีที่ ๓๐ วินาทีที่ ๑๘<br />
</em>
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2012/01/22/13435/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2012/01/540911-panya-dd.mp3" length="756662" type="audio/mpeg" />
<enclosure url="http://01.learndhamma.com/pramote/cd/041/mp3/540911.mp3" length="14940186" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>พุทธภูมิ หรือ สาวกภูมิ ก็ต้องภาวนาให้เต็มที่เหมือนกัน</title>
		<link>http://www.dhammada.net/2012/01/21/13432/</link>
		<comments>http://www.dhammada.net/2012/01/21/13432/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 20 Jan 2012 23:45:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ok2077</dc:creator>
				<category><![CDATA[การภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[แยกธาตุแยกขันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[โอวาทหลวงพ่อ]]></category>
		<category><![CDATA[พุทธภูมิ]]></category>
		<category><![CDATA[มหากรุณา]]></category>
		<category><![CDATA[สาวกภูมิ]]></category>
		<category><![CDATA[เหลวไหล]]></category>
		<category><![CDATA[โพธิสัตว์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.dhammada.net/?p=13432</guid>
		<description><![CDATA[[...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>mp 3 (for download) :</strong> <a href="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2012/01/540911-full-dd.mp3"><strong>พุทธภูมิ หรือ สาวกภูมิ ก็ต้องภาวนาให้เต็มที่เหมือนกัน</strong></a></p>
<div id="attachment_13465" class="wp-caption alignnone" style="width: 410px"><img src="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2012/01/33_20100630154645.-400x291.jpg" alt="พุทธภูมิ หรือ สาวกภูมิ ก็ต้องภาวนาให้เต็มที่เหมือนกัน" title="พุทธภูมิ หรือ สาวกภูมิ ก็ต้องภาวนาให้เต็มที่เหมือนกัน" width="400" height="291" class="size-large wp-image-13465" /><p class="wp-caption-text">พุทธภูมิ หรือ สาวกภูมิ ก็ต้องภาวนาให้เต็มที่เหมือนกัน</p></div>
<p><strong>หลวงพ่อปราโมทย์ : </strong>เห็นแต่รูปนามทั้งหลายนะกระจายตัวออกไป ไม่เที่ยงเป็นทุกข์เป็นอนัตตานะ เห็นแล้วเห็นอีกนะดูแล้วดูอีกนะ อย่ากลัวว่าจะไม่บรรลุมรรคผลเลย ถ้าไม่บรรลุก็ไม่เป็นไร ชาตินี้ไม่บรรลุชาติต่อๆไปก็บรรลุเอง</p>
<p>บางคนกังวลนะ เป็นพระโพธิสัตว์หรือเปล่าน้าทำไมภาวนาไม่ดีไม่บรรลุซักที เรามองหน้าแว้บนี่ไม่ใช่โพธิสัตว์หรอกนี่สัตว์เหลวไหล ขี้เกียจน่ะ พอภาวนาไม่ได้บอกเป็นโพธิสัตว์พวกนี้ก็มีนะ โพธิสัตว์เหลวๆไหลๆ ไม่มีหรอก โพธิสัตว์จริงๆไปด้วยมหากรุณานะ ใจกรุณาคนอื่นไม่ใช่อยากใหญ่อยากโตอยากเด่นอะไรหรอก ใจอยากสงสาร อยากช่วยคนเยอะๆ</p>
<p>งั้น<strong>เวลาภาวนาเนี่ยไม่ต้องกังวลว่าเราเป็นพระโพธิสัตว์หรือเปล่า ภาวนาให้เต็มที่ ยิ่งเป็นโพธิสัตว์ต้องยิ่งขยันภาวนา โพธิสัตว์โหลยโท่ยแล้วจะเอาอะไรไปสอนคนอื่นเค้าใช่มั้ย ต้องรีบทำให้เต็มที่เลยนะ ศีลสมาธิปัญญาทำให้เต็มที่เลย</strong> พอถึงจุดหนึ่งแล้วเนี่ยจิตมันจะแยกเอง ใครจะเดินไปพุทธภูมินะ ใครเห็นเอือมระอาในความทุกข์ของสังสารวัฏก็จะพลิกเข้าไปสู่สาวกภูมิ ใครเกิดมหากรุณาขึ้นมาพลิกไปสู่พุทธภูมิ ไม่ต้องไปกังวลตอนนี้หรอก ตอนนี้ภาวนาให้เต็มที่ไม่ว่าจะเป็นสาวกภูมิหรือพุทธภูมิก็ต้องทำให้เต็มที่เหมือนกัน ยิ่งจะเป็นพุทธภูมินะภาวนาขี้เกียจขี้คร้านจะไปได้กินอะไร</p>
<p><em> หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช</em><br />
<em> แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม</em><br />
<em> บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี</em><br />
<em> แสดงธรรมเมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๑๑ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๔ ก่อนฉันเช้า</em></p>
<p><em><br />
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๑<br />
Track: ๒๒<br />
File: <a href="http://01.learndhamma.com/pramote/cd/041/mp3/540911.mp3" target="_blank">540911.mp3</a><br />
ระหว่างนาทีที่ ๒๗ วินาทีที่ ๕๐ ถึง นาทีที่ ๒๙ วินาทีที่ ๑๕<br />
</em>
<p><h8>สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้<a href="http://www.dhammada.net/members/" target="_blank">ที่นี่</a></h8></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.dhammada.net/2012/01/21/13432/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://www.dhammada.net/wp-content/uploads/2012/01/540911-full-dd.mp3" length="1181622" type="audio/mpeg" />
<enclosure url="http://01.learndhamma.com/pramote/cd/041/mp3/540911.mp3" length="14940186" type="audio/mpeg" />
		</item>
	</channel>
</rss>

