Author Topic: หลวงปู่ทา พระอริยะเจ้า ผู้สอนให้รู้ซื่อๆ รู้จิตซื่อๆ  (Read 4226 times)

Offline หงส์น้อยบ้านโค้งดารา

  • Global Moderator
  • Sr. Member
  • *
  • Posts: 118
  • คะแนนความนิยม: +4/-0
  • Gender: Male
ประวัติิหลวงปู่ทา จารุธัมโม

หลวงปู่ทา ท่านเกิดในสกุล “อารีวงศ์” นามเดิมคือ ทา อารีวงศ์ เกิดเมื่อวันที่ 1 เมษายน  พ.ศ. 2452 ตรงกับขึ้น 11 ค่ำ เดือน 4 ปีระกา ที่ตำบลคูเมือง อำเภอวารินชำราบ  จังหวัดอุบลราชธานี  ท่านเป็นบุตรของนายลี อารีวงศ์ มีอาชีพทำนา ทำไร่ มีพี่น้อง 9 คน ท่านเป็นบุตรคนที่ 7 น้อง 2 คนเสียชีวิตตั้งแต่ยังเล็ก  ตอนเป็นเด็กท่านไม่มีโอกาสได้ศึกษาเล่าเรียนหนังสือ มีชิวิตที่ค่อนข้างลำเค็ญ ต้งช่วยบิดามารดาทำงาน ทำไร่ทำนา และเลี้ยงควาย มารดาของท่านได้เสียชีวิตตั้งแต่ท่านอายุได้ 5 ขวบ หลังจากนั้นไม่นานบิดาก็เสียชีวิตอีกคน ปล่อยให้ท่านและพี่น้อง 7 คนอยู่กันตามลำพัง ภายหลังพี่น้องก็แยกย้ายไปอาศัยอยู่กับญาติผู้ใหญ่ในที่ต่าง ๆ ส่วนท่านไปอาศัยอยู่กับน้าหญิง น้าชายที่อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี

เมื่อท่านอายุได้ 15 ปี เกิดความเลื่อมใสในร่มกาสาวพัตร์  จึงขอน้าบวชเป็นสามเณร พออายุครบ 20  ปี ได้ญัตติจากสามเณรเป็นฝ่ายมหานิกายที่วัดใหญ่ชีทวน จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งท่านได้อยู่จำพรรษาที่วัดนี้เป็นเวลา 5 พรรษา น่าเสียดายที่ไม่ท่านไม่มีอาจารย์สอนอุบายธรรม  ทำให้ จิตใจว้าเหว่ไร้ที่พึ่ง เมื่อไม่ได้ดื่มด่ำในรสพระธรรมอย่างที่ใจหวัง ท่านจึงตัดสินใจลาสิกขาบทช่วยงานบ้านอีกครั้งหนึ่ง

มีอยู่วันหนึ่งในสมัยเเป็นหนุ่มฉกรรจ์ ท่านและเพื่อนอีก 5 คน ได้ไปตัดต้นพันชาติเพื่อนำมาทำเครื่องหีบอ้อย เพื่อนของท่านแต่ละคนแสดงอาการคึกคะนองลบหลู่ดูหมิ่นเทพารักษ์ พูดจาไม่สุภาพกล่าวคำหยาบ ส่วนท่านสำรวมระวังตัวอยู่ตลอดเวลา หลังจากนั้น 1 เดือน  เพื่อนของท่านแต่ละคนได้ล้มป่วยด้วยโรคที่ไม่ทราบสาเหตุ มีอาการแปลกแตกต่างไปในแต่ละคน และเสียชีวิตทีละคน ส่วนท่านล้มป่วยเป็นคนสุดท้ายมีอาการป่วยหนักปางตาย น้าชาย – หญิงของท่านได้สวดอ้อนวอนขออำนาจ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ช่วยให้ท่านหายป่วย และสัญญาว่าหากหายป่วยจะให้ท่านบวช  และให้ท่านภาวนาพุทโธ ทำให้จิตสงบ ทุกขเวทนาอันเผ็ดร้อนปางตายได้หายไป จิตใจสงบเยือกเย็น ครั้งนั้นทำให้ท่านเชื่อมั่นในคุณค่าแห่งพระพุทธศาสนา

ต่อมาเมื่อหลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล หลวงปู่มี ญาณมุนีและคณะได้เดินทางมาธุดงค์ปักกรดที่ป่าบ้านชีทวน หลวงปู่ทาได้ฟังธรรมอันมีรสชาติเข้มข้น ทำให้เกิดศรัทธาเลื่อมใสเป็นอย่างยิ่ง ท่านจึงตั้งสัจจะว่า “จะต้องบวชเป็นครั้งที่ 2 และจะไม่มีครอบครัว” ท่านจึงได้เดินทางไปขอเป็นศิษย์หลวงปู่มี ที่เสนาสนะบ้านสูงเนิน(ปัจจุบันคือวัดป่าญาณโสภิตวราราม) อำเภอสูงเนิน  จังหวัดนครราชสีมาครั้งหนึ่งหลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล หลวงปู่มี ญาณมุนีและคณะได้เดินทางมาธุดงค์ปักกรดที่ป่าบ้านชีทวน หลวงปู่ทาได้ฟังธรรมอันมีรสชาติเข้มข้น ทำให้เกิดศรัทธาเลื่อมใสเป็นอย่างยิ่ง ท่านจึงตั้งสัจจะว่า “จะต้องบวชเป็นครั้งที่ 2 และจะไม่มีครอบครัว” ท่านจึงได้เดินทางไปขอเป็นศิษย์หลวงปู่มี ที่เสนาสนะบ้านสูงเนิน(ปัจจุบันคือวัดป่าญาณโสภิตวราราม)   อำเภอสูงเนิน  จังหวัดนครราชสีมา

หลวงปู่ทาได้ติดตามรับใช้หลวงปู่มีโดยตลอดระยะเวลา 3 ปี ท่านได้เป็นตาปะขาวรักษาศีลอย่างเคร่งครัด มีกิริยามารยาทเรียบร้อย ความประพฤติดี  หลวงปู่มีจึงอนุญาตให้ท่านอุปสมบทเมื่ออายุได้ 34 ปี  วันที่ 26 กรกฎาคม 2485 ณ อุโบสถวัดใหญ่สูงเนิน อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา โดยมีหลวงปู่มี ญาณมุนี เป็นพระอุปัชฌาย์ ท่านได้รับฉายา “จารุธมฺโม” แปลว่า “ผู้มีธรรมอันงามพร้อม”
ปี พ.ศ. 2500 หลวงปู่สีลา อิสฺสโร ซึ่งเป็นศิษย์ของพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต ได้ท่องธุดงค์กรรมฐานได้พบป่าเขาและถ้ำที่วิเวกสงัด น้ำอุดมสมบูรณ์ สามารถดำรงชีพแบบสมณะ จึงนำเรื่องไปกราบเรียนหลวงปู่มี หลวงปู่มีจึงนำลูกศิษย์ปฏิบัติธรรมในป่าลึกทางซับม่วง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา พระทั้งหมดได้เข้าพักบำเพ็ญภาวนาอยู่ที่ถ้ำสวยงามที่ชื่อว่า “ถ้ำมืด” ต่อมาเรียกว่า “ถ้ำซับมืด” การธุดงค์ครั้งนี้ทำให้พระทั้ง 5 รูปต่างได้รับเชื้อมาลาเรียแม้แต่หลวงปู่มีก็ป่วยปางตาย ท่านจึงถอนธุดงค์กลับ มีพระภิกษุที่ออกธุดงค์ในครั้งนี้ได้มรณภาพ 1 รูป

หลังจากที่ ปี พ.ศ. 2506 หลวงปู่ทาได้เดินทางมาจำพรรษาที่วัดถ้ำซับมืด ตำบลจันทึก อำเภอปากช่อง ในปี พ.ศ. 2507-2511  หลวงปู่มี หลวงปู่ทาและหลวงพ่อสุพีร์ สุสญฺญโม  ได้ไปจำพรรษาที่วัดดอยพระเกิด อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่

ปี พ.ศ. 2512 หลวงปู่ทา จารุธมฺโม ได้มาจำพรรษา ณ วัดถ้ำซับมืดกับหลวงปู่มีและหลวงพ่อสุพีร์ สุสญฺญโมอีกครั้งหนึ่ง   แม้หลวงปู่มีจะมรณภาพไปแล้ว แต่หลวงปู่ทาท่านครองสมณะเพศอยู่อย่างเรียบง่าย สมถะ ถือสันโดษ เปี่ยมล้นด้วยเมตตาธรรม ให้ความเมตตาต่อสาธุชน ศิษยานุศิษย์ เสมอกัน โดยไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย เป็นผู้สืบทอดข้อวัตรปฏิบัติปฏิปทาจากหลวงปู่มีอย่างเคร่งครัด สหธรรมิกที่เดินทางมาเยี่ยมเยือนสนทนาธรรมกับท่านเสมอที่วัดถ้ำซับมืด นอกจากนั้นพระกรรมฐานทั้งฝ่ายมหานิกายและธรรมยุตก็มาอยู่ร่วมสำนักปฏิบัติธรรมกับท่านเสมอ
หลวงปู่ทา จารุธมฺโมได้ละสังขารเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2550 สิริอายุ 98 ปี
พรรษา 65
หัดรู้กาย รู้ใจ ตามความเป็นจริง ด้วยจิตที่ตั้งมั่นและเป็นกลาง

Offline หงส์น้อยบ้านโค้งดารา

  • Global Moderator
  • Sr. Member
  • *
  • Posts: 118
  • คะแนนความนิยม: +4/-0
  • Gender: Male
เกร็ดธรรม หลวงปู่ทา จารุธัมมโม


รู้ซื่อ ๆ รู้จิตซื่อ ๆ

อาการของจิตมันเป็นอย่างไรก็รู้มันตรง ๆ
อย่าไปอยากให้มันเป็นอย่างไร ให้รู้มันซื่อ ๆ
อันนี้เป็นทางเดินของมรรค
รู้ซื่อ ๆ นี้แหละคือ " ปัจจุบัน "


จิตมันเป็นอย่างไร ก็รู้มันขณะนั้น
นี้เป็นทางเดินของพระอรหันต์ทั้งหลาย


เราอย่าไปอยาก
พอจิตมันไม่ดีก็อยากให้จิตมันดี
พอจิตมันเป็นอย่างนั้น อยากให้มันเป็นอย่างโน้น
อันนี้ท่านว่ามันเป็นกิเลสตัณหา
ซึ่งเป็นทางตรงข้ามกับพระนิพพาน
ไม่ใช่ทางปฏิบัติของสมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้าและของพระอรหันต์สาวก



----------------------------------------------
« Last Edit: Wed 27 Oct 10, 16:21:10 by หงส์น้อยบ้านโค้งดารา »
หัดรู้กาย รู้ใจ ตามความเป็นจริง ด้วยจิตที่ตั้งมั่นและเป็นกลาง

Offline อรุณเบิกฟ้า

  • Clips
  • Sr. Member
  • *
  • Posts: 106
  • คะแนนความนิยม: +0/-0
  • เมตตา สันติ เจริญสติ
 _/|\_  _/|\_  _/|\_
กราบครูบาอาจารย์ครับ
ยิ่งอยากยิ่งไม่ได้ ยิ่งแสวงหายิ่งไม่เจอ

Offline ลุงถนอม

  • Administrator
  • Super Member
  • *
  • Posts: 2,296
  • คะแนนความนิยม: +8/-0
  • Gender: Male
  • สติปัฏฐาน ๔ คือทางสายเดียวที่นำไปสู่ความพ้นทุกข์
 _/|\_ _/|\_ _/|\_
ธรรมของครูบาอาจารย์ ผู้ซึ่งแจ้งในธรรม ท่านลงกันได้จริงๆ
คือความเรียบง่าย คือธรรมะ คือธรรมดา

Offline nitivit

  • Full Member
  • ***
  • Posts: 73
  • คะแนนความนิยม: +0/-0
  • Gender: Male
  • ดูอย่างเดียว
สาธุครับ
ธรรมทั่งมวลรวมไปสู่จุดเดียวกัน
"สติจำเป็นในที่ทุกสถาน ในกาลทุกเมื่อ" หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชโช

Offline เด็กน้อย

  • Full Member
  • ***
  • Posts: 62
  • คะแนนความนิยม: +0/-0
  • นโม วิมุตฺตานํ นโม วิมุตฺติยา
_/l\_ _/l\_ _/l\_ หนูขอกราบครูบาอาจารย์ค่ะ

"ธรรมเพียงหนึ่งไม่มีสอง" ^^
พระพุทธเจ้าทรงสอนว่า "อานนท์ ปฏิบัติให้มาก ทำให้มาก แล้วจะสิ้นสงสัย" ^^