คำชี้แจง

    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด


    จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง

    ขอแสดงความนับถือ
    Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

ทางวิปัสสนา (๒) การรักษาศีลการทำสมาธิเป็นแค่ต้นทางของการปฏิบัติ

mp3 for download : ทางวิปัสสนา (๒) การรักษาศีลการทำสมาธิเป็นแค่ต้นทางของการปฏิบัติ

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ทางวิปัสสนา (๒) การรักษาศีลการทำสมาธิเป็นแค่ต้นทางของการปฏิบัติ

ทางวิปัสสนา (๒) การรักษาศีลการทำสมาธิเป็นแค่ต้นทางของการปฏิบัติ



หลวงพ่อปราโมทย์ :
เพราะตัวเรานี้เป็นสิ่งที่รักที่หวงแหนที่สุด แล้วพบว่า มันไม่มีจริง

มันมี เมื่อมันมีเหตุ เหตุที่ประกอบกันขึ้นมาเป็นตัวเราก็คือขันธ์ ๕ นั้นเอง มันมารวมตัวกันเข้า สิ่งที่เรียกว่าตัวเรา ก็ประกอบด้วยอะไร ก็มีร่างกายใช่มั้ย ตัวนี้เป็นตัวรูปขันธ๋์ เรียกว่ารูป แล้วก็มีส่วนที่เป็นนามธรรม นามธรรมที่มาประกอบกันเป็นตัวเรา ก็คือ ความรู้สึกนึกคิด ความรับรู้ ความรู้สึกสุขความรู้สึกทุกข์ ความรู้สึกเฉยๆ การนึกก็คือ จำได้หมายรู้ การคิดนะก็คือการปรุงแต่งปรุงดีปรุงชั่ว ปรุงโลภปรุงโกรธปรุงหลง แล้วก็ความรับรู้ ตัวนี้ล่ะตัวที่เรียกว่าจิตหรือวิญญาณ

สิ่งที่มาประกอบเป็นตัวเราก็คือขันธ์ ๕ นั้นเองนะ ประกอบด้วยร่างกาย ประกอบด้วยความรู้สึกสุขทุกข์ ประกอบด้วยความจำ ประกอบด้วยความคิดปรุงแต่ง ประกอบด้วยความรับรู้ นี่ล่ะองค์ประกอบของชีวิตเราคือสิ่งเหล่านี้ ถ้าเราเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งว่าสิ่งเหล่านี้นะ เป็นสิ่งที่มีเหตุก็เกิด หมดเหตุก็ดับ บังคับไม่ได้ ถ้าเราเข้าใจได้แจ่มแจ้งอย่างนี้ ขันธ์ ๕ แต่ละขันธ์ แตละองค์ประกอบของชีวิตแต่ละอย่างๆนั้น ล้วนแต่เป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ไม่ใช่คน ไม่ใช่สัตว์ ไม่ใช่เรา ไม่ใช่เขา เป็นแค่สภาวธรรมอย่างหนึ่ง

อย่างร่างกายเราก็เป็นแค่สภาวธรรมอย่างหนึ่ง เป็นรูปธรรม ความรู้สึกสุขทุกข์ก็เป็นนามธรรมแบบหนึ่ง ความจำก็เป็นนามธรรมแบบหนึ่ง ความคิดก็เป็นนามธรรมแบบหนึ่ง ความรู้สึกความรับรู้ต่างๆก็เป็นนามธรรมแบบหนึ่ง ทั้งรูปธรรมทั้งนามธรรมทั้งหลายเนี่ย ไม่ใช่คน ไม่ใช่สัตว์ ไม่ใช่เรา ไม่ใช่เขา แต่ว่า ถ้าพอมันมารวมตัวกัน รูปธรรมนามธรรมทั้งหลายมารวมกันเป็นกลุ่มเป็นก้อน เราก็รู้สึกว่านี่คือตัวเรา ถ้าเราแยกสิ่งที่เรียกว่าตัวเราออกเป็นส่วนๆ เราก็แยกได้ ๕ ส่วน และแต่ละส่วนนั้นไม่ใช่ตัวเรา

นี่เป็นวิธีการของพระพุทธเจ้านะ ที่จะช่วยเราให้เข้าถึงความบริสุทธิ์หลุดพ้นได้ การที่จะเข้าถึงความบริสุทธิ์หลุดพ้นได้นั้นต้องเข้าด้วยปัญญา พระพุทธเจ้าสอนไว้ชัดเจน บอกว่า บุคคลเข้าถึงความบริสุทธิ์ได้ด้วยปัญญา ไม่ใช่ด้วยสมาธินะ ไม่ใช่ด้วยสมาธิไม่ใช่ด้วยการรักษาศีลเท่านั้น การรักษาศีลการทำสมาธิเป็นแค่ต้นทางของการปฏิบัติ งานจริงๆ งานหลักจริงๆของการปฏิบัติ คือการเรียนรู้ความจริง ของสิ่งที่เรียกว่า “ตัวเรา” เพราะฉะนั้นเรา หน้าที่ของเราจริงๆ ถ้าเราอยากพ้นทุกข์จริงๆนะ เราต้องมาเรียน ถึงสิ่งที่เรียกว่า “ตัวเรา” “ตัวเรา”

550409.04m41-7m22

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา
ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่ ห้องสุวรรณภูมิบอลรูม ชั้น ๒ อาคารบี
บจก. เตียวฮงสีลม บางพลี
วันจันทร์ที่ ๙ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๕
ระหว่างเวลา ๑๓:๐๐ – ๑๕:๐๐ น.

File: 550409.mp3 (ไทย)
File: 550409.mp3 (สหรัฐอเมริกาและยุโรป)
เสียงพระธรรมเทศนา ระหว่างนาที่ ๔ วินาทีที่ ๔๑ ถึง นาทีที่ ๗ วินาทีที่ ๒๒

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่
สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ที่นี่

เรื่องที่เกี่ยวข้อง:

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : เรื่องของความสุขจากการภาวนา

เรื่องของความสุขจากการภาวนา

ก็เป็นความสุขอย่างหนึ่ง แต่เกิดจากการภาวนา ต้องมองความสุขแบบนั้นให้เป็นเพียงสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วก็ต้องเสื่อมไป เราไม่ได้ภาวนาเพื่อเอาความสุขแบบนั้น แต่ก็ไม่ปฏิเสธด้วยนะครับ (หมายถึงให้เพียงแค่รู้เฉยๆ) ถ้าเราเกิดหลงยินดีกับความสุขจากการภาวนา เราก็จะพยายามทำให้เกิดความสุขแบบนั้นอีก ซึ่งเท่ากับเราหลงออกนอกทางทันที อย่างไรก็ตามการหลงยินดีกับความสุขก็เป็นเรื่องปกติ ขอเพียงเรารู้ว่าจิตยินดี เราก็จะกลับเข้ามาสู่ทางทันทีเหมือนกัน

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่
สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ที่นี่

เรื่องที่เกี่ยวข้อง:

ทางวิปัสสนา (๑) มิจฉาทิฎฐิที่ปลอมปนในพุทธบริษัทฯ

mp3 for download : ทางวิปัสสนา (๑)

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ทางวิปัสสนา (๑)

ทางวิปัสสนา (๑)

หลวงพ่อปราโมทย์ : เจริญพรทุกท่าน บางทีการฟังธรรมเข้าใจยาก นิดหน่อย แต่ไม่เหนือความพยายามที่พวกเราจะเข้าใจหรอก ธรรมะแท้ๆนั้นถ่ายทอดสืบทอดกันมาจนถึงยุคของเราเนี่ย มันมีธรรมะที่ไม่แท้เนี่ยเข้ามาปลอมปนอยู่เป็นอันมาก โดยเฉพาะอย่างพวกการปฏิบัติ ที่ออกนอกแนวทางที่พระพุทธเจ้าสอนไว้เนี่ย มันปลอมปนเข้ามาอยู่ในแวดวงพระพุทธศาสนาเนี่ย เยอะมาก

อย่างบางคนก็เชื่อว่าตายแล้วเกิด ส่วนใหญ่เชื่ออย่างนี้ ตายแล้วเกิด นี่ก็เป็นมิจฉาทิฎฐิอย่างหนึ่ง บางพวกเชื่อว่าตายแล้วสูญ นี่ก็เป็นมิจฉาทิฎฐิอีกอย่างหนึ่ง บางคนก็เชื่อบอกว่า ทุกสิ่งทุกอย่างไม่มีเหตุมีผลอะไร คล้ายๆฟลุ๊ค คล้ายๆทฤษฎีที่ว่า พระเจ้าทอดลูกเต๋าน่ะ แล้วแต่ฟลุ๊ค (แนวคิดของทฤษฎีควอนตั้มในปัจจุบัน – ผู้ถอด) หรือบางคนก็เชื่อว่าหลังจากนิพพานแล้ว ยังมีตัวมีตนอยู่ พระพุทธเจ้าก็ยังดำรงชีวิตอยู่ ความเชื่อแปลกพวกนี้ ปลอมปนมาอยู่ในพระพุทธศาสนานานมากแล้ว จนบางทีเรา คนรุ่นหลังเนี่ย เราแยกไม่ออกว่า อะไรคือคำสอนของพระพุทธเจ้า อะไรไม่ใช่

ในสมัยพุทธกาลเนี่ย การแยกแยะคำสอน ว่าอันนี้ของพระพุทธเจ้า อันนี้ไม่ใช่ของพระพุทธเจ้าเนี่ย ทำง่าย เพราะพระพุทธเจ้ายังดำรงชีวิตอยู่ แต่ถึงขนาดนั้นบางครั้ง พระแท้ๆนี่แหละ พระทีใฝ่ดีแท้ๆนี่แหละ ปฎิบัติไปแล้วก็เกิดความเห็นผิดขึ้นได้ ก็ยังดี มีพระผู้ใหญ่ มีพระพุทธเจ้าอะไรอย่างนี้ แก้ให้

อย่างมีพระองค์หนึ่ง ท่านภาวนาไปแล้วท่านก็เกิดความเห็นผิดว่า พระอรหันต์ตายแล้วสูญ คิดว่าตายแล้วสูญ ประกาศสัจจะ ประกาศความเห็นอันนี้ออกมา พระทั้งหลายก็กลุ้มใจว่า โอ้..เข้าใจผิดนะ ก็พยายามจะแก้ไขให้ท่านเข้าใจถูก ท่านก็ไม่เข้าใจ ในที่สุดก็ต้องไปเชิญพระสารีบุตรมาช่วยแก้ให้ พระสารีบุตรท่านก็แสดงธรรมเรื่องขันธ์ ๕ ใครเคยได้ยินคำว่าขันธ์ ๕ มั้ย ขันธ์ ๕ ใครไม่เคยได้ยิน ที่นี่เป็นอนัตตาจริงๆ ได้ยินก็เงียบๆนะ (หัวเราะ)ไม่ได้ยินก็เงียบๆ

พระสารีบุตรสอนว่า รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา สอนอย่างนี้ พระองค์นี้ปิ๊งขึ้นมา ท่านบรรลุพระอรหันต์ พระสารีบุตรถามว่า ต่อไปถ้ามีคนมาถามท่านว่า พระอรหันต์ตายแล้วไปไหน ท่านจะตอบว่าอะไร ที่จะไม่เป็นมิจฉาทิฎฐิ ท่านตอบบอกว่า ถ้าใครมาถามท่านนะ ท่านจะตอบว่า รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ เกิดขึ้นแล้วก็ดับไป ปรากฎว่าสอบผ่าน เราฟังไม่รู้เรื่อง ใช่มั้ย ไม่แปลก เราไม่ใช่พระอรหันต์ ทำข้อสอบนี้ไม่ผ่าน

ตรงนี้ หลวงพ่อพูดให้ฟังน่ะ หมายถึงว่า กระทั่งในสมัยที่พระพุทธเจ้ายังดำรงพระชนม์อยู่นะ มิจฉาทิฎฐิก็มีอยู่แล้ว แล้วมันปลอมปนมันเจือปนเข้ามา ทั้งที่ตั้งใจและโดยไม่ตั้งใจ บางทีก็ไม่ได้ตั้งใจ หวังภาวนาให้ดี แต่ก็ยังหลงผิดไปได้ หลงผิดตรงที่คิดว่าพระอรหันต์มีจริงๆ มีตัวมีตนอยู่ พอตายแล้ว ตายแล้วสูญก็มี ตายแล้วยังอยู่ก็มี มันไม่ได้ผิดตรงที่ตายแล้วสูญหรือตายแล้วยังอยู่นะ มันเริ่มตั้งแต่ว่ามีตัวมีตน มีคนจริงๆมีพระอรหันต์จริงๆ ท่านจึงตอบว่า คำตอบที่ถูกนั้นคือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ เกิดขึ้นแล้วดับไป ไม่มีพระอรหันตหรอก ไม่มีสิ่งที่เรียกว่าคน ไม่มีสิ่งที่เรียกว่าสัตว์ ไม่มีสิ่งที่เรียกว่าเราว่าเขา

เนี่ย ตัวเนื้อแท้ของพระพุทธศาสนาเข้าใจยาก ถ้าเราเข้าใจแล้วเราจะรู้ว่า ตัวเราไม่มี นี่เป็นเรื่องที่คนทั้งหลายทนไม่ไหว คนทั้งหลายนั้นรักในสิ่งที่เรียกว่าตัวเราๆนี้ รักที่สุดเลย หวงแหนที่สุด ถ้ามาหัดภาวนาแล้วมาเห็นว่าตัวเราไม่มีนะ แรกๆนะ จะทนไม่ได้สักรายหนึ่ง กลัวบ้างนะ บางทีก็สยดสยอง บางคนก็ขวัญหนีดีฝ่อ บางคนก็เซ็งไปเลยนะ เหี่ยวเฉาไปเลย เพราะตัวเรานี้เป็นสิ่งที่รักที่หวงแหนที่สุด แล้วพบว่า มันไม่มีจริง

550409.00m00-04m46

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา
ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่ ห้องสุวรรณภูมิบอลรูม ชั้น ๒ อาคารบี
บจก. เตียวฮงสีลม บางพลี
วันจันทร์ที่ ๙ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๕
ระหว่างเวลา ๑๓:๐๐ – ๑๕:๐๐ น.

File: 550409.mp3 (ไทย)
File: 550409.mp3 (สหรัฐอเมริกาและยุโรป)

เสียงพระธรรมเทศนา ระหว่างนาที่ ๐ วินาทีที่ ๐ ถึง นาทีที่ ๔ วินาทีที่ ๔๖

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่
สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ที่นี่

เรื่องที่เกี่ยวข้อง:

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : รู้ว่าโกรธแล้ว ไม่หายโกรธ เราควรจะข่มบังคับจิตใจหรือไม่?

รู้ว่าโกรธแล้ว ไม่หายโกรธ เราควรจะข่มบังคับจิตใจหรือไม่?

ถ้าจะเอาเรื่องความโกรธมาเป็นกรณีศึกษาก็จะเห็นได้ว่า ตอนที่จิตจะมีความโกรธ เราก็เลือกไม่ได้ว่าควรโกรธหรือไม่ พอมีการกระทบอารมณ์แล้วไม่พอใจ ความโกรธก็จะเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ พอโกรธแล้วเราก็เลือกไม่ได้หรอกครับว่าจะข่มบังคับดีไหม ถ้ายังเลือกได้ก็แสดงว่ายังภาวนาไม่ชำนาญ (อันนี้พูดเฉพาะกรณีของนักภาวนานะครับ) หากเป็นนักดูจิตที่ชำนาญ ก็จะไม่ทำการข่มบังคับหรือไม่เอาแต่ดูจิตจนแก้ไขสถานการณ์ไม่ได้หรอกครับ เพราะทันทีที่เกิดความโกรธ จิตที่ฝึกมาจนจำความโกรธได้ก็จะตื่นรู้ขึ้นเอง แล้วก็จะสามารถจัดการแก้ไขสถานการณ์ไปด้วยความมีสติ สัมปชัญญะ และถ้าความโกรธนั้นรุนแรงมาก ตัวสติสัมปชัญญะนั่นแหละที่จะเป็นตัวจัดการว่า เฮ้ย..เผ่นเถอะอยู่ไม่ได้แล้ว การจัดการต่างๆ ของจิต ถ้าจะมองว่าเป็นไปด้วยอำนาจของศีล สมาธิ ปัญญา ก็ได้ครับ แต่ถ้าไม่ใช่นักภาวนาละก็ การจัดการทุกอย่างเป็นไปตาม ยถากรรม

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่
สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ที่นี่

เรื่องที่เกี่ยวข้อง:

รู้สึกตัวเพื่อตัดชีวิตให้ขาดเป็นท่อนๆ

mp 3 (for download) : รู้สึกตัวเพื่อตัดชีวิตให้ขาดเป็นท่อนๆ

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

รู้สึกตัวเพื่อตัดชีวิตให้ขาดเป็นท่อนๆ

รู้สึกตัวเพื่อตัดชีวิตให้ขาดเป็นท่อนๆ

หลวงพ่อปราโมทย์ : คอยรู้ไปเรื่อยนะ มีสติรู้สึกขึ้นมา สะสมไปทีละเล็กทีละน้อยอย่างนี้ ไม่รีบร้อน ไม่ต้องไปพยายามทำสติให้เกิดตลอดเวลา เราไม่ต้องการสติตลอดเวลา เราต้องการสติทีละแว้บเดียว

เพราะงั้นเรารู้สึกตัวขึ้นแว้บแล้วหลงไปอีก เราก็รู้สึกอีกแว้บนึงแล้วค่อยหลงไปอีก แล้วฝึกอย่างนี้นะ ไม่ใช่รู้สึกๆๆไม่มีหลงเลย ถ้ารู้สึกๆๆไม่มีหลงเลยน่ะคือการทำฌาน เพราะจิตที่จะเกิดซ้ำซากมีสติซ้ำซากอยู่ได้อย่างเดียวตลอดนานๆเนี่ยคือฌานจิตเท่านั้น จิตธรรมดาๆไม่เป็นอย่างนั้นหรอก ให้รู้ขึ้นแว้บนึงแล้วหลง รู้แว้บนึงแล้วก็หลง ตรงนี้สำคัญ

ไม่ต้องฝึกให้รู้สึกตัวตลอดเวลา แต่ฝึกให้รู้สึกบ่อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ฝึกบ่อยๆไม่ใช่ให้ต่อเนื่องยาวนาน ทีละแว้บนี่แหล่ะ มันจำเป็นยังไง คนในโลกนี้นะไม่เคยมีสติ ไม่เคยรู้สึกตัว คนในโลกอยู่ในความฝันตลอดเวลา ฝันทั้งวันทั้งคืนทั้งตื่นทั้งหลับ แล้วมันจะเกิดความสำคัญผิดขึ้นมา ว่ามันมีตัวเราจริงๆ

พวกเรารู้สึกมั้ยในนี้มีเราอยู่คนนึง เราคนนี้นะกับเราตอนเด็กๆก็ยังเป็นเราคนเดิม รู้สึกมั้ยมันมีเราอยู่คนหนึ่ง เรามาตั้งแต่เด็กนะจนวันนี้ยังเป็นคนเก่าอยู่ เราคนเดิมหรอกหน้าตาต่างหากที่เปลี่ยนไปแต่ข้างในนี้มีเราที่คงเดิมอยู่คนหนึ่ง เนี่ยเพราะอะไร เพราะเราไม่เคยเห็นมันเกิดดับ เราไม่เคยเห็นจิตเกิดดับ ถ้าเราเห็นจิตเกิดดับเราจะรู้ว่าไม่มีเราหรอก ข้างในนี้

งั้นที่เราหัดรู้สึกตัวขึ้นมานะเพื่อตัดชีวิตให้ขาดเป็นท่่อนๆ ถ้าชีวิตเรายาวอย่างนี้อันเดียวเนี่ย หลง หลงตั้งแต่เกิดจนตาย ตั้งแต่นี้หลงมาเรื่ิอยๆๆจนหมดเวลาตาย เราจะรู้สึกมีเราคงที่อยู่ เหมือนเราดูการ์ตูนนะ มีโดเรมอนใช่มั้ยมีอิคคิวซัง หลวงพ่อรู้จักแค่รุ่นเนี่ยหลังจากนั้นไม่รู้จักแล้ว โดเรมอนมันเดินไปเดินมาได้ นี่เป็นภาพลวงตาจริงๆมันเป็นรูปแต่ละช็อตแต่ละช็อต รูปแต่ละรูปแต่ละรูป แล้วมันเกิดดับต่อเนื่องกันอย่างรวดเร็ว เราเลยรู้สึกมีเรา ถ้าเราเห็นรูปแต่ละรูปเกิดแล้วหายไปๆ เราจะไม่รู้สึกว่ามีโดเรมอนตัวจริงขึ้นมา โดเรมอนไม่มีจริง

การที่เราฝึกให้มีสติขึ้นมานี่ก็เหมือนกัน เราจะเห็นเลยเดี๋ยวจิตก็หลงไปเดี๋ยวจิตก็รู้สึก เดี๋ยวจิตก็หลงไปเดี๋ยวจิตก็รู้สึก พอจิตมันหลงไปคิดไปนึกไปปรุงไปแต่งนะ หลงไปทางทวารทั้งหก หลงไปทางตาหูจมูกลิ้นกาย หลงไปทางใจคือหลงไปคิด หรือบางทีก็หลงไปเพ่ง นี่หลงทางใจ แล้วตามมามีสติมันจะรู้ว่าเมื่อกี๊นี้หลงแต่จิตที่หลงนั้นดับไปแล้ว จะเห็นเลยจิตที่รู้กับจิตที่หลงเนี่ยเป็นคนละดวงกัน

การที่เราเห็นจิตที่รู้กับจิตที่หลงเป็นคนละอันกันเนี่ย เรียกว่าสันตติคือความสืบเนื่องเนี่ยขาดลงแล้ว การภาวนาจนสันตติขาดเนี่ยนะ คือการทำวิปัสสนาที่แท้จริงแล้ว งั้นเราจะเห็นจิตเนี่ยเกิดแล้วก็ดับนะ เช่นจิตที่หลงไปพอเรารู้สึกตัวเราจะเห็นเลยจิตที่หลงดับไปแล้วเกิดจิตที่รู้สึก แล้วจิตที่รู้สึกอยู่ได้แว้บเดียวก็หลงใหม่ เห็นมั้ย แล้วก็รู้สึกขึ้นมาอีกครั้งนึง คราวนี้รู้สองทีเลย รู้ว่าจิตที่รู้สึกตัวอันแรกนั้นดับไปแล้วเกิดจิตที่หลง จิตที่หลงก็ดับไปแล้วอีก เกิดมีจิตรู้สึกตัวอันใหม่

เนี่ยฝึกดูไปเรื่อยนะจะเห็นนะมีแต่เกิดแล้วก็ดับ เกิดแล้วก็ดับ ขาดเป็นช่วงๆ หรือถ้าสติระลึกรู้กายนะจะเห็นเลยร่างกายที่หายใจออกร่างกายที่หายใจเข้า ร่างกายที่ยืนเดินนั่งนอน ร่างกายที่คู้ที่เหยียดเนี่ย เกิดดับตลอดเวลา

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันพฤหัสบดีที่ ๑๗ กรกฎาคมพ.ศ.๒๕๕๑ ก่อนฉันเช้า


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๒๖
Track: ๑
File: 510717.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๑๖ วินาทีที่ ๓๖ ถึง นาทีที่ ๒๐ วินาทีที่ ๒๑

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่
สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ที่นี่

เรื่องที่เกี่ยวข้อง:

Page 5 of 381« First...34567102030...Last »