Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

พละ ๕ (๒) ศรัทธา

mp 3 (for download) : พละ ๕ (๒) ศรัทธา

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
ขอขอบคุณ ภาพจากงาน “ธรรมะกลางเมือง”

หลวงพ่อปราโมทย์ : หลวงพ่อสอนเนี่ย สอนให้พวกเราพัฒนากำลังทั้ง ๕ นี้ สอนทุกวันนะ พวกเราอาจจะไม่รู้ อย่างหลวงพ่อสอนพวกเรา บอกว่า ทุกวันต้องทำในรูปแบบ ต้องไหว้พระ ต้องสวดมนต์ ต้องคิดถึงคุณของพระพุทธเจ้า กระทั่งพวกเราจะมาขอบคุณหลวงพ่อ ว่าสอนแล้วพวกเราปฏิบัติพ้นทุกข์ หลวงพ่อบอกให้ขอบคุณพระพุทธเจ้า นึกออกมั้ย เราจะต้องคิดถึงครูบาอาจารย์ของเรา พ่อแม่ของเรา สูงที่สุดนะ อาจารย์ที่สอนเรานี่ ก็เป็นแค่ลูกศิษย์ของพระพุทธเจ้า เพราะงั้นสูงสุดของเราคือพระพุทธเจ้า ใจของเราต้องยึดถือท่านนะ คิดถึงท่านเรื่อยๆ คิดถึงคุณงามความดีของท่าน

ท่านไม่ใช่เป็นอะไรกับเราซักหน่อย ทำไมมีความเมตตากรุณานะ ยอมลำบากยากเข็ญตั้งนานแสนนาน เพื่อจะค้นคว้าธรรมะมา ได้ธรรมะมาแล้ว แทนที่ท่านจะเสพสุข เป็นพระอรหันต์มีความสุขจะตายไป ท่านกลับทุกข์ทรมานนะ ต้องออกมาสู้กับพวกมิจฉาทิฏฐิ สู้กับกิเลส มิจฉาทิฏฐิก็พยายามบอมบ์ท่านนะ ถึงขนาดจ้างผู้หญิงมาแกล้งว่าทำเป็นท้องกับท่านก็มี จ้างคนมาด่าท่านก็มี ทำได้สารพัดเลยที่จะเล่นงานท่าน ต่างๆนานา ท่านต้องสู้กับพวกมิจฉาทิฏฐิ ต้องสู้กับกิเลสของพวกเราแต่ละคนด้วย เวลา(ฟัง)คำสอนของท่านเนี่ย เป็นคำสอนที่ฝืนกิเลสพวกเรา เราบางคนรับไม่ไหวนะ พวกกิเลสแรง รู้สึกคำสอนของพระพุทธเจ้าไม่เอาดีกว่า

เนี่ยท่านต้องมาต่อสู้นะ กว่าจะตั้งศาสนาขึ้นมาได้ ถ่ายทอดสืบทอดมาถึงเราเนี่ย ท่านยากลำบากมากมาย เพราะปัญญาของท่านมหาศาล ที่จะค้นพบธรรมะได้เอง ขนาดธรรมะที่ท่านค้นแล้ว เอามาสอนเรา เรายังทำได้บ้างไม่ได้บ้างเลย เห็นมั้ย ปัญญาของท่านมาก ความกรุณาของท่านมากนะ ถ้าเราหัดภาวนาไปเรื่อย ใจของเราสงบ สะอาด สว่างนะ เข้าถึงความบริสุทธิ์มากขึ้นๆ เราก็จะรู้ถึงความบริสุทธิ์ของพระพุทธเจ้าด้วย เนี่ยพอใจของเรายิ่งภาวนาไป ใจเรายิ่งห่างไกลความทุกข์ เราจะยิ่งเคารพ ยิ่งรักพระพุทธเจ้าแน่นแฟ้นนะ ศรัทธาของเราจะมีกำลังมากขึ้นๆ

งั้นบางวันถ้าหมดศรัทธานะ พยายามนะคิดถึงคุณของพระพุทธเจ้าไว้ พยายามคิดถึงคุณของท่านไว้ แล้วพอเราคิดถึงคุณของท่าน ใคร่ครวญถึงคุณงามความดีของท่านนะ ใจก็เกิดศรัทธาขึ้นมาอีก หรือเราคบกับคนที่เค้ามีศรัทธา ถ้าเราคบคนที่มีศรัทธานะ เราก็จะโน้มนำไปให้เกิดศรัทธา เราไปคบพวกมิจฉาทิฏฐิไม่มีศรัทธานะ มันก็พาเราเสื่อมศรัทธาไปด้วยนะ เรื่องคบคนก็สำคัญนะ เนี่ยหลวงพ่อก็สอนพวกเราทุกวัน ต้องไหว้พระ ต้องสวดมนต์ คิดถึงคุณของพระ อันนี้คือพัฒนาพลังของศรัทธาขึ้นมา


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่ ศาลากาญจนาภิเษก (ศาลาลุงชิน)
ถนนแจ้งวัฒนะ ซอย ๑๔
หลักสี่ กรุงเทพมหานคร
เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๒๐ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๕๖

CD: ศาลาลุงชิน ครั้งที่ ๕๖
File: 560120.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๒๑ วินาทีที่ ๕๙ ถึง นาทีที่ ๒๔ วินาทีที่ ๔๗

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

กุศลจะพลิกเป็นอกุศลได้ หากขาดสติ

mp 3 (for download) : กุศลจะพลิกเป็นอกุศลได้ หากขาดสติ

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : กุศลเป็นปัจจัยของอกุศลก็ได้นะ

อย่างเช่นว่าเราเห็นเด็ก เห็นลูกเราแล้วออกไปวิ่งอยู่ข้างถนน หรือไปเล่นน้ำฝนอะไรนี้ เรามีกรุณา กลัวว่าจะบาดเจ็บกลัวจะเจ็บป่วย กลัวรถชนกลัวจะเป็นหวัด เรามีกรุณาเรียกให้เข้าบ้าน พอเรียกให้เข้าบ้านแล้วไม่ยอมเข้า เราจะโมโหนะอาจจะจับเด็กมาตีก่อน เด็กยังไม่ทันจะป่วยเพราะเป็นหวัดเลย แต่เจ็บเพราะถูกตีแล้ว เนี่ยกุศลพลิกเป็นอกุศลไปเรียบร้อยแล้ว

หรือมีนะพระแต่ก่อนมีอยู่องค์นึงมีชื่อเสียง ท่านเจริญเมตตามากเลย พอเมตตาล้ำหน้ากว่าสติ สติตามไม่ทัน จิตพลิกเป็นราคะ งั้นเมตตาเนี่ยพลาดนิดเดียวจะพลิกเป็นราคะเลย กรุณานะพลาดนิดเดียวจะพลิกเป็นโทสะเลย ต้องระมัดระวัง


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันพฤหัสบดีที่ ๑๓ กรกฏาคม พ.ศ.๒๕๔๙ ก่อนฉันเช้า


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๑๒
File: 490713.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๓๗ วินาทีที่ ๒๐ ถึง นาทีที่ ๓๘ วินาทีที่ ๒๐

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

พอขันธ์กระจายตัวออกไปเนี่ย ปัญญามันจะเกิดได้

mp3 for download : พอขันธ์กระจายตัวออกไปเนี่ย ปัญญามันจะเกิดได้

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

พอขันธ์กระจายตัวออกไปเนี่ย ปัญญามันจะเกิดได้

พอขันธ์กระจายตัวออกไปเนี่ย ปัญญามันจะเกิดได้

หลวงพ่อปราโมทย์ : สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่แปลกปลอมเข้ามาในใจทั้งสิ้น มิใช่จิตหรอก ราคะไม่ใช่จิตนะ เป็นสิ่งที่แปลกปลอมเข้ามาในจิต โทสะก็ไม่ใช่จิต เป็นสิ่งที่แปลกปลอมเข้ามาในจิต โมหะก็ไม่ใช่จิตอีก เป็นสิ่งที่แปลกปลอมเข้ามา ปัญญา เมตตา กรุณา มุฑิตา อุเบกขา สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่จิตทั้งสิ้น เป็นสิ่งที่แปลกปลอมเข้ามาในจิต เรียกว่า “สังขาร”

สิ่งที่แปลกปลอมเข้ามาในจิตมีสองอัน มีเวทนากับสังขาร สัญญานี้เป็นตัวแปลความหมาย ไม่ต้องเรียนเยอะ เรียนเยอะแล้วเดี๋ยวเวียนหัว ถึงสัญญานี้พร้อมจะเพี้ยนแล้ว เพราะจริงๆขณะนี้ พูดตรงๆนะ พวกเรามีสัญญาวิปลาส ไม่ได้แปลว่าบ้านะ สัญญาวิปลาสคือการหมายรู้ผิดๆ จิตวิปลาสคิดผิดๆ สัญญาวิปลาสหมายรู้ผิดๆ ทิฏฐิวิปลาสมีความเห็นผิดๆ พวกเรามีวิปลาสเยอะแยะเลย หลายอย่าง ตอนนี้ยังดูยาก เพราะฉะนั้นค่อยๆหัดดูของจริง หัดเจริญสติ หัดภาวนาไปนะ วันหนึ่งหายวิปลาสได้ หายบ้าได้ ความเห็นก็เห็นถูก ความคิดก็คิดถูก การหมายรู้ ก็หมายรู้ถูกๆ จะถูกขึ้นมา ค่อยฝึกเอา

เพราะฉะนั้นตอนนี้ สิ่งที่เราต้องหัดรู้อันแรกเลย ร่างกายอยู่ส่วนหนึ่ง เวทนา ความสุขความทุกข์ในกาย ความสุขความทุกข์ ความเฉยๆในใจ อันนี้อยู่อีกกลุ่มหนึ่ง เรียกว่า “เวทนา” ความปรุงดี ความปรุงชั่ว ความปรุงกลางๆไม่ดีไม่ชั่ว อันนี้เกิดขึ้นที่ใจเรียกว่า “สังขาร” เป็นสามอันแล้วนะ มีรูป มีเวทนา มีสังขาร มีจิตเป็นคนรู้คนดู ฝึกให้ได้อย่างนี้นะ

พอขันธ์กระจายตัวออกไป ปัญญามันจะเกิดได้ ถ้าขันธ์มันมารวมตัวกัน มันรวมเป็นกลุ่มเป็นก้อน มันจะรู้สึกว่าตัวเรามีอยู่จริงๆ แต่ถ้าขันธ์นี้แยกตัวออกไป กระจายออกไป มันจะเห็นรูปที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่นี้ไม่มีเรา ตัวที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่นี้ไม่ใช่เราแล้ว เหมือนหุ่นยนต์ตัวหนึ่งเคลื่อนไหว ไม่ใช่คน ไม่ใช่สัตว์ ไม่ใช่เรา ไม่ใช่เขา เห็นทันทีเลย

เห็นได้เพราะอะไร? อันที่หนึ่ง สติระลึกรู้รูปที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ มีสติระลึกรู้รูปนี้ ถ้าใจลอยจะเห็นไม่ได้ ใจลอยก็ลืมกายลืมใจ เพราะฉะนั้นอันที่หนึ่ง มีสติรู้รูปที่กำลังเคลื่อนไหว อันที่สอง ใจนั้นมีสัมมาสมาธิ มีความตั้งมั่น เป็นผู้รู้ผู้ดู ใจมันอยู่ต่างหาก มันแยกออกมาอยู่ต่างหาก เป็นแค่คนดู มันจะเห็นว่าตัวที่เคลื่อนไหวอยู่นี้ ไม่ใช่เราเลย เป็นสิ่งที่ถูกรู้เท่านั้นเอง สิ่งใดถูกรู้ สิ่งนั้นไม่ใช่ตัวเรา

พวกเราเห็นไหม พัดนี้ถูกพวกเรารู้อยู่ รู้สึกไหม? มีใครเห็นพัดเป็นตัวเรา มีไหม? ไม่มีนะ ยกเว้นคนชื่อพัชนะ ถามว่าพัดเป็นเราไหม พัชเป็นเราค่ะ

ดูลงไปเรื่อยๆนะ ในที่สุดจะเห็นเลย รูปที่เคลื่อนไหวอยู่ รูปที่หยุดนิ่งอยู่ รูปที่หายใจ รูปที่ยืนเดินนั่งนอนอยู่ ไม่ใช่ตัวเราหรอก ไม่ใช่คนด้วย เป็นวัตถุ เป็นก้อนธาตุ ไม่ใช่คน ไม่ใช่สัตว์ ไม่ใช่เรา ไม่ใช่เขา ดูอย่างนี้

ดูความรู้สึกสุข รู้สึกทุกข์เกิดขึ้น ความสุขเกิดขึ้นมา ใครเห็นความสุขเป็นเราก็เพี้ยนแล้ว ความปวดขาเกิดขึ้น ใครเห็นความปวดเป็นเราก็เพี้ยนแล้ว ไม่เป็นหรอก ดูง่ายนะ จะเห็นว่าไม่ใช่เรา

ตัวที่เหนียวแน่นที่สุดว่าเป็นเราคือจิตนะ เหนียวแน่นอันดับสองที่ว่าเป็นเราคือกาย คือตัวรูป ส่วนตัวที่เหลือนี่เป็นตัวที่ดูง่ายว่าไม่ใช่เรา แต่ว่าดูตัวมันยากนะ มันละเอียด


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๖ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๓


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๓๓
ลำดับที่ ๗
File: 530606A.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๑๘ วินาทีที่ ๓๗ ถึง นาทีที่ ๒๒ วินาทีที่ ๑๖

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ถ้าไม่มีสติไม่มีปัญญา จิตไม่เป็นอุเบกขา

ถ้าไม่มีสติไม่มีปัญญา จิตไม่เป็นอุเบกขา

mp3 for download: ถ้าไม่มีสติไม่มีปัญญา จิตไม่เป็นอุเบกขา

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์: นี่ คนนี้ถาม บอกว่า ไปเลี้ยงไปช่วยเหลือรักษาสุนัขจรจัด เป็นมะเร็งในช่องปาก เวลาเห็นสุนัขมันจาม เห็นเลือดมันไหล จิตจะเศร้ามาก สงสาร

สงสารกับเศร้าไม่เหมือนกันนะ สงสารเป็นกุศล เศร้าเป็นอกุศล อกุศล ตัวนี้ สงสารจริงๆก็คือกรุณา เห็นเขาเป็นทุกข์อยากให้เขาพ้นทุกข์ ทีนี้ความอยากให้เขาพ้นทุกข์มันไม่ประกอบด้วยปัญญา ไม่เป็นอุเบกขา พอไม่มีปัญญาก็ไม่เกิดอุเบกขา ไม่รู้หรอกสัตว์ทั้งหลายเป็นไปตามกรรมของตนเอง ใจเราก็เลยยอมรับไม่ได้ เห็นสุนัขมันน่าสงสาร เกิดกรุณา ขาดอุเบกขากำกับมันก็พลิกเป็นโทสะ เศร้าเป็นโทสะนะ เศร้าเป็นอกุศล

เพราะฉะนั้นเลี้ยงสัตว์ เมตตา กรุณา ได้ แต่ก็ต้องมีอุเบกขานะ ถ้าไม่มีอุเบกขากำกับ ถ้าไม่พิจารณาลงไปว่าสัตว์ทั้งหลายมันก็มีกรรมเป็นของมันเอง ตัวกรุณามันจะพลิกเป็นโทสะ

อย่างตัวเมตตาก็เหมือนกันนะ เมตตา เราเห็นคนนี้น่าสงสาร เห็นคนนี้แล้วเรารู้สึกชอบอะไรอย่างนี้ เมตตา เมตตาคือความรู้สึกเป็นมิตร เมตตากับคำว่ามิตรคำเดียวกันนะ มิตร คำว่าไมตรี คำว่าเมตตา คำว่ามิตร คำว่าเมตตรัยชื่อของพระศรีอาริย์ เมตตรัย คำเดียวกัน คือไมตรีคือความรู้สึกเป็นมิตร

เวลาที่เรารู้สึกเป็นมิตรกับใคร รู้สึกดีๆกับใครเนี่ย ราคะมันจะแทรก ราคะมันจะแทรก เพราะฉะนั้นต้องมีสตินะ ถ้าไม่มีสติไม่มีปัญญา จิตไม่เป็นอุเบกขา ไม่เมตตาเฉยๆ จะกลายเป็นราคะ ทีแรกก็เมตตาเขาดีๆ เสร็จแล้วก็อยากรู้สึกว่าเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเขาขึ้นมา

จิตนี้พร้อมที่จะพลิกเป็นอกุศลตลอดเวลา มีเมตตาก็พร้อมจะเป็นราคะ มีกรุณาก็พร้อมจะเป็นโทสะ มีมุฑิตาเห็นคนอื่นเขาดีแล้วก็ดีใจกับเขานะ แต่มันชักจะดีหลายทีแล้ว ชักจะอิจฉาแล้ว มันดีเกินไป ไม่เห็นมันทำอะไรเลยทำไมมันดีอย่างนี้ มันเกินไป โลกนี้ไม่ยุติธรรม น่ะไปโน่นแล้ว เห็นมั้ย ไม่อุเบกขา อุเบกขาคือ ไปเห็นสมบัติของเขา เขาได้สมบัติ เช่น ทรัพย์สมบัติ หรือชื่อเสียงเกียรติยศ อะไรอย่างนี้ เขาทำของเขามา นะ เขาทำของเขามา เนี่ยสมควรแก่เหตุเป็นไปตามกรรม ถ้าไม่เห็นตรงนี้ไม่มีอุเบกขา แล้วไปอิจฉาเขา อุเบกขานะ ก็ไม่มีปัญญา ไม่มีสติ กลายเป็นแห้งแล้งแข็งกระด้าง แล้วบอกว่าอุเบกขา

เห็นคนจะตาย ฉันอุเบกขา คนตกน้ำป๋อมแป๋ม ป๋อมแป๋ม ฉันอุเบกขา เนี่ยเข้าใจผิดแล้ว นะ อุเบกขาหมายถึงว่า ต้องทำเมตตา กรุณา มุฑิตา ให้เต็มที่นะ แต่ทำด้วยอุเบกขา ไม่ใช่ว่า อุเบกขาคือไม่ทำอะไร เพราะฉะนั้นพวกเราที่ฝึกสติเนี่ย จำเป็น ดีมาก มีประโยชน์ แค่เลี้ยงหมาก็ตกนรกได้แล้ว หรือไปเกิดเป็นหมาได้ นะ ต้องระวังมากนะ พวกเลี้ยงหมา เลี้ยงแมว แล้วก็รักมันมาก ผูกพันธ์มาก ถ้าตายไปในขณะที่จิตเป็นห่วงมัน โอ๊ย..เราตายแล้วใครจะเลี้ยงมันนะ เรานี่แหละจะมาเป็นเปรตอยู่กับหมา นะ หรือว่ารักใคร่พอใจ นะ โอ๊ย..เอาหมาไปอุ้ม กอดอยู่ทุกวันนะ จิตใจผูกพันธ์กับหมา ตายไปก็เป็นหมาได้นะ มันแล้วแต่ว่า จิตขณะนั้นมันเป็นอกุศลหรือเปล่า เพราะฉะนั้นเราจะต้องมีสติ สติจำเป็นในที่ทุกสถานในกาลทุกเมื่อ เห็นมั้ย ใครถามเรื่องอะไรตอบได้หมด ลงด้วยเรื่องสติได้แล้ว นะ ถ้าลงได้อย่างนี้ก็เรียกว่าจบได้ ถ้าลงสติไม่ได้นะ จบไม่ลง นักปฏิบัตินะ.. มีแต่สตินี้แหละ ดีที่สุด

เพราะฉะนั้นต้องดูนะ ดูใจของเราไป ใจที่เศร้าหมอง สงสารหมา เมตตา กรุณา ได้นะ แต่อย่าให้เศร้าหมอง


แสดงธรรมที่สวนสันติธรรม ศรีราชา ชลบุรี
CD สวนสันติธรรม แผ่น ๒๕
ลำดับที่ ๘
File: 510427B.mp3
เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๒๗ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๑
ระหว่างนาทีที่ ๐ วินาทีที่ ๐ ถึง นาทีที่ ๔ วินาทีที่ ๑๖

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่