Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : กามราคะ

กามราคะ

กามราคะ อาศัยความยึดมั่นต่อกายเป็นเหตุปัจจัยให้เกิดขึ้น
เมื่อจิตยึดมั่นต่อกาย เมื่อใดที่ตาเห็นรูป หูได้ยินเสียง
จมูกได้รับกลิ่น ลิ้นได้รับรส ร่างกายได้รับสัมผัส จิตก็จะหลงไป
จิตก็จะถูกกามราคะ(ความยินดีพอใจต่อ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส) ครอบงำจิตได้
เมื่อใดที่จิตปล่อยวางความยึดกายได้ จิตก็จะไม่หลงไปทางตา หู จมูก ลิ้น กาย อีก
กามราคะจึงไม่มีเหตุให้อาศัยเกิดขึ้นมาครอบงำจิตได้ครับ

ผมเข้าใจว่า
ถ้าทำตามอย่างมีสติรู้กายรู้ใจไปตามที่เป็น
จนจิตมีสติปัญญามากพอ ก็จะละกามราคะได้ขาดครับ
แต่คงอาจต้องใช้เวลามากบ้างน้อยบ้างตามกำลังสติปัญญาของเราเอง

อารมณ์ทางเพศ เป็นความยินดีพอใจในรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส อย่างหนึ่ง
หรือจัดเป็นกามราคะ(ในภาษาธรรม)นั่นเองครับ
แต่ในภาษาไทย คำว่ากามราคะ จะใช้ในความหมายของอารมณ์ทางเพศครับ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : เวลามีอารมณ์ทางเพศถ้าไม่ไปเตะฟุตบอลแล้วควรทำอย่างไร?

เวลามีอารมณ์ทางเพศถ้าไม่ไปเตะฟุตบอลแล้วควรทำอย่างไร?

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า
อารมณ์ทางเพศ ก็เป็นธรรมชาติอย่างหนึ่ง ที่เมื่อเกิดขึ้นแล้วย่อมดับไป
ดังนั้นเราต้องไม่รังเกียจอารมณ์แบบนี้

ส่วนการปฏิบัติในเบื้องต้นคือ ให้หลีกเลี่ยงการกระทบที่ทำให้เกิดอารมณ์ทางเพศ
ถ้าเกิดอารมณ์ขึ้น ต้องรักษาศีล ๕ ไว้ ด้วยการไม่ยอมทำอะไรที่ผิดศีล
แล้วค่อยๆหัดสังเกตจิตที่จมแช่อารมณ์นี้ไปสบายๆ
ถ้าอารมณ์รุนแรงมากจนอาจจะทำผิดศีล ก็ให้หลบไปทำงานอื่นให้ลืมๆไปก่อน

ส่วนในเวลาที่ไม่ได้มีอารมณ์แบบนี้ ก็ให้รักษาศีล ๕ ไว้
แล้วก็ให้หมั่นรู้สึกว่ามีร่างกายเคลื่อนไหว หมั่นรู้สึกไปว่าจิตใจเป็นอย่างไร
แค่หัดรู้สึกไปเท่านั้น เพื่อจะได้เรียนรู้ว่าจิตใจที่เป็นอย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดขึ้นแล้วย่อมดับไป
ทำทุกวันในขณะใช้ชีวิตประจำวัน และทุกวันให้หาเวลาสวดมนต์บ้าง หัดเดินจงกรมบ้างครับ
:D

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : กามราคะกับการพิจารณาธาตุ ๔

กามราคะกับการพิจารณาธาตุ ๔

ถาม : อยากทราบว่าการภาวนาในแบบที่จะเด็ดขาดในเรื่องกามราคะนี่
เราจำเป็นต้องพิจารณากายลงเป็นธาตุ ๔ เสมอไหมครับ ?

ตอบ : ผู้ที่จะละกามราคะได้เด็ดขาด มีแต่พระอนาคามีกับพระอรหันต์เท่านั้นครับ
ซึ่งการจะละกามราคะได้ มีเพียงทางเดียวคือ
เพียรมีสติ มีสัมปชัญญะ ที่จะเจริญสติปัฏฐาน ๔
ไปจนเกิดมรรคผลไปตามลำดับ
ซึ่งผู้ที่เจริญสติปัฏฐาน ๔ ก็จะมีปัญญาเห็นรูป เวทนา จิต ธรรม
ล้วนแต่มีความเกิดขึ้น เสื่อมดับไปเป็นธรรมดา เป็นเบื้องต้น
หรือจะเห็นตามจริงว่า รู้นาม(กายใจ-ขันธ์ ๕)นี้ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา
จนสามารถละความยึดมั่นถือมั่นในรูปนามลงได้

การพิจารณาธาตุ ๔ นั้น หากทำเพียงเพื่อให้จิตสงบ
ก็ยังไม่อาจจะละกามราคะได้เด็ดขาด
จนกว่าจะมามีสติเห็นกายเป็นไตรลักษณ์อย่างแจ่มแจ้ง
มีปัญญาพอที่จะละความยึดมั่นถือมั่นในกายลงได้ครับ
เพราะฉะนั้นการภาวนาด้วยอุบายวิถีหรือรูปแบบใด
นอกจากจะทำเพื่อให้จิตสงบแล้ว
ก็ต้องทำเพื่อให้เห็นไตรลักษณ์ของรูปนามด้วยครับ

กรณีที่คุณพิจารณากายเป็นธาตุ ๔ ก็ดีแล้วนะครับ
ส่วนที่ยังเห็นว่าจิตมักมีกามราคะนั้นก็เป็นปกติ
และเมื่อใดที่เห็นจิตมีการาคะปรากฏขึ้น
ก็ให้มาหัดรู้จิตที่กามราคะด้วยนะครับ

หัดดูจิตที่มีราคะอย่างมีสติ มีความตั้งมั่น เป็นกลาง
เพื่อจะให้เห็นว่า แม้จะไม่ได้แทรกแซงจัดการอะไร
จิตที่กามราคะที่เกิดแล้วย่อมดับไปเป็นธรรมดา

เมื่อเห็นความเกิดดับ(เห็นไตรลักษณ์)ของจิตได้บ่อยๆ
ต่อไปก็จะเกิดปัญญาละความยึดมั่นถือมั่นในรูปนามลงได้ตามลำดับ
วันใดสามารถละความยึดมั่นในกายได้อย่างเด็ดขาด
วันนั้นก็จะละกามราคะได้เด็ดขาดครับ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่