Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

แรกฝึกสติก็เห็นแต่กิเลสหยาบๆ ฝึกมากเข้าๆก็จะเห็นกิเลสที่ละเอียด

mp3 for download : แรกฝึกสติก็เห็นแต่กิเลสหยาบๆ ฝึกมากเข้าๆก็จะเห็นกิเลสที่ละเอียด

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ขอขอบคุณภาพจาก บ้านจิตสบาย
retouched by Dhammada.net

หลวงพ่อปราโมทย์ :สติก็เหมือนกัน ยิ่งเราขยันภาวนานะ สติก็ยิ่งเร็วขึ้นๆ หัดใหม่ๆเรารู้แต่ของหยาบ ต้องโกรธแรงๆถึงจะรู้ว่าโกรธ ต้องโลภแรงๆถึงจะรู้ว่าโลภ บางทีโกรธแรงยังไม่รู้เลย นี่สติไม่เกิดเลย หัดใหม่ๆก็รู้ของหยาบ พอฝึกมากเข้าๆนะ ของละเอียดก็เริ่มเห็นมากขึ้น

แต่เดิมจะเห็นเมื่อโกรธแรงๆถึงจะเห็น ต่อมานะ แค่เดินออกไปนอกห้องอย่างนี้ แสงแดดกระทบเปลือกตา เกิดความขัดใจ เกิดปฏิฆะแล้ว ขัดใจแล้ว แค่แดดกระทบตานิดเดียวไม่พอใจแล้ว หรือนั่งอยู่ในห้องน้าวหนาวนะ ใครก็ไม่รู้เปิดหน้าต่างแล้วลมหนาวเยือกเข้ามานะ ไม่พอใจ แต่ถ้าเป็นหน้าร้อนลมพัดเข้ามานะ ราคะก็เกิด แค่นิดเดียวแค่นี้นะ

แสงแดด สายลมและแสงแดดนี่แหละ พาให้กิเลสเกิดเพียบเลย รักสายลมและแสงแดดระวังให้ดีนะ จะเวียนว่ายตายเกิดไม่รู้จักจบจักสิ้น รักสายลมและแสงแดด รักธรรมชาติและเสียงเพลง รักความยุติธรรม โอ้..เหลวไหล ลมพัดมาก็มีกิเลสมาด้วย แดดมากระทบก็มีกิเลสมาด้วย ไม่ราคะก็โทสะ เห็นมั้ย เล็กๆ เนี่ยค่อยฝึกนะ แม้แต่กิเลสเล็กๆก็มองเห็น

หรือฝึกแต่เดิม เซลฟ์จัด ไม่เห็นเลย พอฝึกมากเข้าๆนะ แค่ทิ้งขยะก็ยังเห็นเลย ประกอบ เบื้องหลังของการโยนขยะไปทิ้งเนี่ย มี Self อยู่ด้วย มีกูเก่ง กูแน่โว้ย กูหนึ่ง นี่แหละกู ซ่อนอยู่ มันละเอียดๆขึ้นนะ

เนี่ยหัดภาวนานะ ทีแรกสติก็เกิดช้า เกิดน้อย รู้สภาวะได้เฉพาะของหยาบ ต่อไปสติเร็วขึ้นๆนะ สภาวะละเอียดๆก็รู้ก็เห็น กิเลสชั้นละเอียดนี้ละเอียด ละเอียดมากนะ กิเลสชั้นสูงๆน่ะ หน้าตาเหมือนกุศลเลย ยิ่งสังโยชน์เบื้องสูง ๕ ตัว หน้าตาเหมือนกุศลเลย


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
แผนที่ : 1 2 3
แสดงธรรมที่ วัดสวนสันติธรรม
วันศุกร์ที่ ๑๑ เดือนมกราคม พ.ศ.๒๕๕๖ ก่อนฉันเช้า
File: 560111A
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๘
ระหว่างนาทีที่ ๑๖ วินาทีที่ ๙ ถึงนาทีที่ ๑๘ วินาทีที่ ๑๔

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ศีลทำให้กายวาจาเรียบร้อยตามธรรมชาติของแต่ละคน

mp 3 (for download) : ศีลทำให้กายวาจาเรียบร้อยตามธรรมชาติของแต่ละคน

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : คอยรู้ทันกิเลสไปเรื่อยๆ ทีแรกก็จะได้ศีลได้สมาธินะ แล้วค่อยได้ปัญญา ต่อไปค่อยๆฝึกนะ ปัญญาเป็นตัวความเข้าใจ ถ้าเรามีศีลนะ กายวาจาของเราจะเรียบร้อย ยกเว้นแต่จะมีวาสนาในทางกระโดกกระเดก ถ้ามีวาสนาทางกระโดกกระเดกนะ ถึงมีศีล กายวาจามันก็กระโดกกระเดก เป็นธรรมชาติอย่างนั้นนะ

อย่างพระอรหันต์บางองค์ไม่เรียบร้อยหรอก ไม่ได้เรียบร้อยเป็นผ้าพับไว้ องค์หนึ่งที่เป็นตัวอย่างก็คือพระสารีบุตร พระอรหันต์เบอร์หนึ่งเลย นัมเบอร์วัน นัมเบอร์วันเองเป็นคนวึบวับๆ คล่องแคล่วว่องไวมากเลย ยกตัวอย่างเดินไปเจอท้องร่อง กระโดด ไม่ไปยืนพิจารณา “ท้องร่องหนอ” “ท้องร่องหนอ” สามทีแล้วก็ “อยากข้ามหนอ” “อยากข้ามหนอ” แล้วโอ้ย.. ไปฉันเพลไม่ทันหรอก อย่างนั้นน่ะ นิมนต์ไปฉัน ฉันไม่ทันหรอกนะ เจอท้องร่อง ท่านกระโดดข้ามเลยนะ

หรือวันหนึ่งท่านจะไปลาพระพุทธเจ้า จะออกไป จาริกไปต่างเมือง เป็นธรรมเนียมเวลาพระโมคคลา-สารีบุตร จะออกเดินทางไกล พระพุทธเจ้าท่านจะให้พระไปส่ง ไปลา เผื่อท่านจะให้ธรรมะเด็ดๆ ท่านมักจะแจกการบ้านก่อนที่ท่านจะไป อะไรอย่างนี้

พระสารีบุตรนะ เห็นว่ามีพระมาหลายองค์ เยอะแยะนะ ท่านก็ทักองค์นั้นองค์นี้นะ พาดสังฆาฏิไว้นะ หมุนตัวไป หมุนตัวมา ชายสังฆาฏิของท่านไปกระทบเอาพระองค์หนึ่งเข้า พระองค์นั้นเป็นพระเซลฟ์จัด ท่านคิดว่าพระสารีบุตรต้องคุยกับท่านบ้าง ปรากฎว่าพระสารีบุตรไม่ได้คุยด้วย เพราะพระที่ท่านต้องคุยด้วยนี้เยอะ แต่องค์นี้ท่านก็ถือว่าท่านมีชื่อเสียง แต่ว่าจริงๆมีกิเลส ชายสังฆาฎิไปถูกท่านนะ ท่านรีบกลับมาฟ้องพระพุทธเจ้าเลย “พระสารีบุตรประหารข้าพระองค์” ประหารเนี่ย ภาษาแขกแปลว่า “ตี” ถือตัวว่าเป็นอัครสาวก ข้าพระองค์ไปส่งดีๆกลับมาตีข้าพระองค์ ประหารข้าพระองค์

พระพุทธเจ้ารู้ว่าไม่จริงหรอก แต่ว่าสอบสวนให้เสียหน่อย จะได้ให้สังคมรู้นะ ไม่งั้นจะเที่ยวพูดไปเรื่อยว่าพระสารีบุตรตีเอา เรียกพระสารีบุตรกลับมาสอบสวนนะ พระสารีบุตรท่านบอกเลย จิตท่านมันเหมือนแผ่นดินนะ จิตเหมือนน้ำ เหมือนลม เหมือนไฟ นะ เป็นกลางต่อทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ได้มีราคะ ไม่ได้มีโทสะ ไม่มีเจตนาจะทำร้ายอะไร ตัวท่านก็ไม่ได้ถือว่าท่านเป็น เอตทัคคะ เป็นอัครสาวก อะไรอย่างนี้ ไม่ได้ถือตัวอย่างนั้น มีความรู้สึกนะ ไปไหนมาไหนมีความรู้สึกอ่อนน้อม อ่อนโยน เหมือนตนเองเป็นจัณฑาลคนหนึ่งเท่านั้นเอง ไปไหนก็อ่อนน้อมไปเรื่อยๆ ไม่เคยคิดจะทำร้ายใครเลย

นี่ขนาดว่าท่านเป็นคนอ่อนน้อมนะ เป็นคนกตัญญูนะ แต่ท่านกระโดกกระเดกน่ะ อันนี้น่ะห้ามไม่ได้หรอก แต่ถ้าเรามีศีลนะ กิเลสชั่วหยาบไม่กระทบ กายวาจาเรียบร้อย แต่เรียบร้อยตามสไตล์ของแต่ละคน เราเรียบร้อยได้แค่นี้แหละ มันก็ได้แค่นี้แหละ

เพราะฉะนั้น ยกตัวอย่างเรามีสติรู้ทันนะ กิเลสหยาบครอบงำจิตไม่ได้ ราคะ โทสะ ไม่เกิดนะ แต่วาสนามันเป็นมาอย่างไร มันก็เป็นไปอย่างนั้นล่ะ แก้ไม่ได้หรอก และถ้าเรามีกิเลสแล้วมีสติเร็วขึ้นนะ เรารู้ทันกิเลสระดับกลางได้ สมาธิจะเกิด ใจจะเรียบร้อย ถ้าศีลเกิดเนี่ย กายวาจาเรียบร้อย แต่เรียบร้อยตามสไตล์ของแต่ละคน ถ้าสมาธิเกิดนะ มีสติรู้ทันจิตที่ฟุ้ง จิตที่ฟุ้งไปนะ รู้ทัน จิตก็ตั้งมั่นขึ้นมา ใจจะเรียบร้อย ใจจะสบาย เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานขึ้นมา

เพราะฉะนั้นศีลทำให้กายวาจาเรียบร้อย สมาธิทำให้ใจเรียบร้อย ปัญญานั้นทำให้ใจฉลาด


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันจันทร์ที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๔ ก่อนฉันเช้า


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๓
Track: ๒
File: 541205.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๒๐ วินาทีที่ ๔๘ ถึง นาทีที่ ๒๔ วินาทีที่ ๔๑

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ไม่มีศีล ๕ อย่าพูดเรื่องเจริญปัญญา

mp3 (for download): ไม่มีศีล ๕ อย่าพึ่งพูดเรื่องมรรคผล

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ไม่มีศีล ๕ อย่าพูดเรื่องเจริญปัญญา

ไม่มีศีล ๕ อย่าพูดเรื่องเจริญปัญญา

หลวงพ่อปราโมทย์ : ทีนี้ทำอย่างไรจะเกิดปัญญา ปัญญานี้แหละเป็นตัวล้างความโง่ ใช่มั้ย ศีล สมาธิ ปัญญา

ศีลสู้กิเลสหยาบๆ ราคะ โทสะ โมหะ ทำให้กายวาจาเรียบร้อย

สมาธิสู้กิเลสอย่างกลาง คือความฟุ้งซ่าน ทำให้ใจเรียบร้อย ใจสงบ

ปัญญานะ สู้กับกิเลสละเอียด คือความโง่ ความไม่รู้ เพราะฉะนั้นปัญญาเป็นเครื่องต่อสู้กับความโง่ความไม่รู้

คนเข้าถึงมรรคผลได้ก็ด้วยปัญญา แต่จะมีปัญญาได้ก็ต้องสู้กับกิเลสหยาบ กิเลสกลาง มาแล้วนะ ไม่ใช่ว่าอยู่ๆฉันจะมีปัญญา ยังรักษาศีล ๕ ไม่ได้เลย อย่ามาอวดเรื่องมรรคเรื่องผลนะ ไม่มีทางหรอก ไม่มีทางเลย เพราะกิเลสหยาบๆยังสู้ไม่ได้ จะไปสู้กิเลสละเอียดได้อย่างไร

กิเลสละเอียดคือความโง่นะ เพราะฉะนั้นศัตรูหมายเลขหนึ่งของพวกเราชาวพุทธ คือความไม่รู้นั่นแหละ ไม่ใช่คือคนอื่น ศัตรูของเราคือความไม่รู้ ความไม่รู้ของใคร ของตัวเราเองนั่นแหละ โง่เอง โง่ที่จะหยิบฉวยเอาขันธ์ ๕ มาเป็นตัวเราของเรา เป็นตัวกูของกู พอหยิบฉวยขึ้นมาก็ทุกข์เองแหละ ไม่มีใครเขาทุกข์ด้วยหรอก ใครหยิบคนนั้นก็ทุกข์นะ ใครหยิบใครแบกเอาไว้คนนั้นก็หนักของตัวเอง

เพราะฉะนั้นเราจะต้องมาพัฒนาให้เกิดปัญญา ให้เห็นแจ้ง ให้รู้แจ้ง ให้เห็นจริง ว่าขันธ์ ๕ รูปนาม กายใจนี้ ที่เราเรียกประกอบขึ้นมาเป็นตัวเรา ที่เราคิดว่าเป็นตัวเราๆนี้ ต้องมาเรียนให้เห็นความจริงเลย มันเป็นตัวทุกข์ มันไม่ใช่ของดีของวิเศษที่จะมายึดมาถือว่าเป็นตัวเราของเราอีกต่อไป

ถ้าวันใดเห็นว่าขันธ์ ๕ ว่าเป็นทุกข์นะ จิตจะสลัดขันธ์ ๕ ทิ้งเอง ไม่มีใครสั่งจิตให้บรรลุมรรคผลนิพพานได้ จิตบรรลุมรรคผลนิพพาน จิตสลัดคืนขันธ์ ๕ ให้โลกได้เอง เมื่อจิตมีปัญญา เราทำแค่เงื่อนไขนะ พัฒนาให้จิตมีปัญญา

จิตเหมือนลูกเรานะ เราไปสอบแอดมิต สอบอะไรแทนลูก ทำไม่ได้หรอก ลูกต้องมีปัญญาเอง จิตนี้ก็เหมือนกัน เหมือนเด็ก เหมือนลูกนะ เราช่วยให้มีการศึกษาได้ แต่มันจะเก่งหรือไม่เก่ง มันจะสอบได้หรือสอบไม่ได้ อยู่ที่ตัวมันเอง

เพราะฉะนั้นจะมาพัฒนาจิตให้เกิดปัญญาเนี่ย เหมือนเอาลูกเข้าโรงเรียน ลูกมันขยันก็ภาวนาไป มันก็บรรลุมรรคผลนิพพานได้ ลูกมันไม่ดี หรือพ่อแม่ไม่ให้การศึกษา ไม่เคยรับการศึกษาเลย มันก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา ไม่ได้ปัญญาขึ้นมา เราอย่าไปนึกว่าเราสั่งจิตให้บรรลุมรรคผลได้ ไม่มีใครสั่งได้ จิตเป็นอนัตตา สั่งไม่ได้หรอก สั่งให้ดีก็ไม่ได้ ห้ามชั่วก็ไม่ได้ สั่งให้สุขก็ไม่ได้ ห้ามทุกข์ก็ไม่ได้ จิตเป็นอนัตตา

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่บริษัท ดอกบัวคู่
แสดงธรรมเมื่อ วันเสาร์ที่ ๙ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๔

CD: แสดงธรรมนอกสถานที่ บริษัท ดอกบัวคู่
File: 540409A
ระหว่างนาทีที่  ๒๒ วินาทีที่ ๓๔ ถึง นาทีที่ ๒๕ วินาทีที่ ๐๘

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

วิธีรับมือกับกิเลสอย่างหยาบ

mp3 (for download): วิธีรับมือกับกิเลสอย่างหยาบ

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

วิธีรับมือกับกิเลสอย่างหยาบ

วิธีรับมือกับกิเลสอย่างหยาบ

หลวงพ่อปราโมทย์ : พระพุทธเจ้าสอนธรรมะที่แสนอัศจรรย์ อัศจรรย์มากเลย สามารถถอดถอนกิเลสได้ กิเลสนั้นมีตั้งแต่หยาบๆ กิเลสอย่างหยาบๆเรียกว่า ราคะ โทสะ โมหะ ใครรู้จักมั้ย

ราคะเป็นกิเลสตระกูลไหน ตระกูลที่ดึงเข้าตัว ยกตัวอย่างเรารักผู้หญิงคนหนึ่ง เราอยากให้เขามาอยู่กับเรา

โทสะเป็นกิเลสชนิดที่ผลักออกจากตัว ไม่ชอบหน้าคนนี้อยากผลักให้กระเด็นให้หายไป

โมหะ
เป็นกิเลสที่ฟุ้งซ่าน ที่ลังเล สงสัย หมุนไปหมุนมา หมุนซ้ายหมุนขวา ตัดสินใจไม่ได้ เป็นประเภทรักพี่เสียดายน้อง พวกโมหะนะ ไม่รู้จะเอาอะไรดี จับอะไรไม่ถูก งงไปหมดแล้ว นี่พวกตระกูลโมหะ

กิเลสนะมันมี อย่างหยาบๆเนี่ย มีราคะ โทสะ โมหะ กิเลสอย่างหยาบๆเนี่ย ถ้าเกิดขึ้นในใจเราแล้ว ครอบงำจิตใจได้ เราจะทำผิดศีล คนทำผิดศีลได้ เมื่อตะกี้นี้ขอศีล ขอด้วยปาก ขอตามประเพณี แต่จะรักษาศีลได้หรือเปล่าเนี่ย ยากมากที่เราจะรักษาศีลได้ เราจะรักษาศีลไม่ได้เพราะอะไร เพราะกิเลสมันมาครอบงำจิต คนไหนที่กิเลสครอบงำจิตก็ผิดศีลง่าย ถ้ากิเลสไม่ครอบงำก็ไม่ผิดศีลหรอก

ยกตัวอย่าง คนเราจะฆ่าเขาจะตีเขา หรือจะด่าเขา ใจมันต้องมีโทสะ เห็นมั้ย ใจมีโทสะ ถ้าจิตมีโทสะเกิดขึ้นมา เรามีสติรู้ทันนะ โทสะครอบงำจิตไม่ได้ ไม่ฆ่าใคร ไม่ตีใคร ไม่ด่าใคร ศีลอัตโนมัติมันจะเกิดขึ้น

เพราะฉะนั้นการรักษาศีลนะ จะรักษาได้ดี ถ้าเรารักษาที่ใจนะ ไม่ใช่รักษาด้วยปากนะ ไม่ใช่รักษาที่กาย ที่วาจา ร่างกายไม่ทำผิดศีล วาจาไม่ทำผิดศีล แต่ใจยังทำผิดศีลอยู่ กิเลสครอบงำใจอยู่เรื่อยๆ แป๊บเดียวก็เผลอไปทำผิดศีลทางกายทางวาจาได้

ยกตัวอย่างราคะเกิดขึ้นที่ใจ เราไม่มีสติรู้เท่าทันมัน ราคะมันครอบงำจิตได้ เดี๋ยวเราก็อาจไปเป็นลักขโมยเขา มันโลภขึ้นมาแล้วมันลักขโมยเขาก็ได้ ไปผิดศีลเป็นชู้กับเขาก็ได้ มีก๊งมีกิ๊กอะไรขึ้นมาก็ได้ เพราะราคะครอบงำใจ

ถ้าเรามีสติรู้ทันนะ มีสติรู้ทัน ราคะเกิดขึ้นที่จิต ราคะไม่ได้เกิดที่อื่น ราคะไม่ได้เกิดที่มือที่เท้าที่ปาก มัวแต่ระวังที่มือที่เท้า ไม่ระวังที่ใจ สู้กิเลสไม่ไหว เพราะฉะนั้นถ้าอยากสู้กิเลสได้นะ มีศีลจริงๆนะ รักษาจิตไว้ ไม่ใช่รักษาแค่กายวาจา

แต่เมื่อเรารักษาจิตได้ กิเลสครอบงำจิตไม่ได้ กายวาจาเราจะเรียบร้อย เรียกว่ามีศีล เพราะฉะนั้นเราต้องรักษาจิตนะ คนทำผิดศีลเพราะว่ากิเลสมันครอบงำจิตได้ ก็ค่อยๆสังเกตเอา เพราะฉะนั้นวิธีรักษาศีลได้ดีที่สุดก็คือ รักษาจิตของตนเอง คอยรู้ทัน กิเลสอะไรเกิดคอยรู้ทัน กิเลสเกิดคอยรู้ทัน

มันมีความจริงอยู่ข้อหนึ่ง ความจริงอันนี้ เป็นกฎของธรรมะ เรียกธรรมนิยาม กฎของธรรมะก็คือ กุศลกับอกุศลจะเกิดพร้อมกันไม่ได้ ถ้าเมื่อไหร่จิตเรามีสติ เมื่อนั้นจิตจะไม่มีอกุศลแน่นอน ราคะโทสะ โมหะ เกิดขึ้นไม่ได้ในขณะที่เรามีสติอยู่

แต่เราขาดสติบ่อย นึกออกมั้ย วันๆหนึ่งเรามีสตินิดเดียว แต่ขาดสติมาก เพราะฉะนั้นโอกาสที่กิเลสจะเกิดเนี่ย เกิดได้ทั้งวันเลย เราต้องมาต่อสู้นะ อย่ายอมแพ้มัน ต้องตั้งใจรักษาศีล ไม่ใช่อาราธนาแต่ปาก ต้องมีสติรู้ทันใจของเราเองไป กิเลสอะไรเกิด รู้ทัน กิเลสอะไรเกิด รู้ทัน

ไม่ใช่เรื่องยากที่เราจะรู้ทันกิเลส ความโลภ ใครไม่รู้จักว่าความโลภเป็นอย่างไร มีมั้ย ใครไม่เคยโลภมีมั้ย ใครไม่เคยโกรธมีมั้ย ใครไม่เคยฟุ้งซ่าน ใครไม่เคยหดหู่ ใครไม่เคยลังเลสงสัยมีมั้ย ไม่มีหรอก ทุกคนเคยเจอมาแล้วทั้งนั้น นี่กิเลสนานาชนิดเรารู้จักอยู่แล้วทั้งนั้น เพียงแต่เราละเลยที่จะรู้มัน

เราปล่อยให้มันเกิดแล้วมันครอบงำจิตใจของเราได้ มันก็มาครอบงำพฤติกรรมทางกายทางวาจา ทำผิดศีลขึ้นมาได้ เพราะฉะนั้นเราอาศัยสตินี่ล่ะ คอยรู้ทันใจของตัวเองบ่อยๆนะ ศีลอัตโนมัติจะเกิดขึ้น ศีลจะเกิดขึ้นเอง ถ้าศีลเกิดขึ้น กิเลสชั่วหยาบ คือ ราคะ โทสะ โมหะ เนี่ย ครอบงำใจไม่ได้ นี่เราสู้ไปได้ยกหนึ่งแล้วนะ

กิเลสหยาบๆสู้ด้วยศีล จะมีศีลได้ดีต้องมีสติรักษาจิต

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่บริษัท ดอกบัวคู่
แสดงธรรมเมื่อ วันเสาร์ที่ ๙ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๔

CD: แสดงธรรมนอกสถานที่ บริษัท ดอกบัวคู่
File: 540409A
ระหว่างนาทีที่  ๙ วินาทีที่ ๕๔ ถึง นาทีที่ ๑๔ วินาทีที่ ๒๙

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ศีล สมาธิ ปัญญา ต้องพร้อม

ศีล สมาธิ ปัญญา ต้องพร้อม

ศีล สมาธิ ปัญญา ต้องพร้อม

mp3 for download: ศีล สมาธิ ปัญญา ต้องพร้อม

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์: พอจิตตั้งมั่นแล้ว ก็มาถึงขั้นของการเดินปัญญา ปัญญาทำหน้าที่ล้างกิเลสละเอียด กิเลสหยาบ คือ ‘ราคะ โทสะ โมหะ’ เนี่ยมันล้นออกมาทางกายทางวาจาได้ มันมาควบคุมพฤติกรรมทางกายทางวาจาได้ สู้ด้วยศีล ไม่ทำผิดทางกายทางวาจา ตั้งใจไว้เลยทุกวัน ตั้งใจจะไม่ผิดศีล ๕

กิเลสอย่างกลางคือ ‘นิวรณ์’ มันทำให้จิตฟุ้งซ่าน เราก็ให้จิตมาแน่วแน่ ตั้งมั่นอยู่ เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานอยู่ โดยการมีวิหารธรรมมาเป็นเครื่องสังเกตว่าจิตหนีไปแล้ว จิตจะตั้งขึ้นมา จิตก็ไม่ฟุ้งไป นี่สู้กับกิเลสชั้นกลางได้ คือนิวรณ์ได้

กิเลสอย่างละเอียดคืออะไร กิเลสอย่างละเอียดคือ ‘มิจฉาทิฎฐิ’ จำไว้นะ เพราะฉะนั้นกิเลสละเอียดที่สุดคือตัวมิจฉาทิฎฐิ บางคนสอนเสียอีกนะ จิตดีอยู่แล้ว สัมมาทิฎฐิก็ไม่จำเป็น จิตแค่ปภัสสรเท่านั้น จิตโง่ ราคะ โทสะ โมหะ เพียบเลย นิวรณ์ก็ยังซ่อนอยู่ มองไม่เห็นหรอก มิจฉาทิฎฐิก็ยังมีอยู่ บอกไม่ต้องล้าง ไม่ล้างได้ไง พระพุทธเจ้าสอนให้ล้าง ล้างมิจฉาทิฎฐิด้วยปัญญา ปัญญาเท่านั้นแหละที่จะล้างมิจฉาทิฎฐิได้

เพราะฉะนั้นศีลเนี่ยนะ ล้าง ราคะ โทสะ ที่เป็นกิเลสชั่วหยาบ สมาธิคือความตั้งมั่นของจิต ซึ่งเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน จะล้างกิเลสชั้นกลางคือนิวรณ์ คือความฟุ้งต่างๆ ฟุ้งนานาชนิด ไม่ฟุ้ง กิเลสชั้นละเอียดคือมิจฉาทิฎฐิ ล้างด้วยปัญญา เป็นหน้าที่ของปัญญา ปัญญาเนี่ยเหมือนมีดโกนนะ เหมือนมีดผ่าตัดน่ะ ตัวศีลเหมือนขวาน เหมือนพร้า เหมือนเลื่อย เหมือนสิ่วอะไรนี่ ของหยาบๆ ตัวนิวรณ์สู้ด้วยสมาธินะ เหมือนตะไบ เหมือนอะไร กระดาษทราย เหมือนอะไร อันนี้ก็ละเอียดขึ้นมา ตัวปัญญานะ คมกริบเลย เหมือนมีดผ่าตัดนะ จะเอามีดผ่าตัดไปตัดต้นไม้ได้มั้ย ตัดได้แต่ต้นไม้ไม่ตาย ไม่ขาด เอามีดผ่าตัดไปตัดกิเลสหยาบๆ ตัดไม่ขาดหรอก กิเลสมันตัดเอาปัญญาขาดไปเลย

เพราะฉะนั้นอย่านึกนะว่า มีสติ มีปัญญา อย่างเดียว แล้วสู้กิเลสได้ทุกชนิด ต้องพร้อม ท่านถึงบอกว่า ความดีต้องพร้อม ใช่มั้ย สพฺพปาปสฺส อกรณํ ไม่ทำบาปทั้งปวง กุสลสฺสูปสมฺปทา ทำกุศลให้ถึงพร้อม ศีล สมาธิ ปัญญา ต้องพร้อม ไม่ใช่มีอันเดียว

เพราะฉะนั้น ถ้ามีศีลอย่างเดียวนะ รักษาศีลอย่างเดียวไม่มีสมาธิได้มั้ย ได้ มีสมาธิอย่างเดียวไม่มีศีล ไม่ได้แล้ว นะ ไม่ได้แล้ว มีปัญญาอย่างเดียวไม่มีศีลไม่มีสมาธินี่ไม่ได้เลยนะ ไม่ได้เลย เหมือนสร้างบ้านกลางอากาศ ไม่มีเสาเข็ม ไม่มีตอม่อ ไม่มีคาน ไม่มีอะไรอย่างนี้ สร้างไว้กลางอากาศ

ปัญญานี้จะเป็นตัวล้างความเห็นผิด เพราะฉะนั้นความเห็นผิดนี้แหละเป็นกิเลสชั่วหยาบ ชั่วร้ายสุดๆเลย ความเห็นผิดก็คือตัวอวิชานั่นเอง ซ่อนเนียนๆอยู่ในใจ ถ้าใครเชื่อว่าจิตนี้ดีอยู่แล้ว เพราะปภัสสรอยู่แล้วนะ แสดงว่าบริสุทธิ์อยู่แล้ว ไม่ต้องทำอะไรเลย ศีล สมาธิ ปัญญา ไม่ต้องใช้ สัมมาทิฎฐิไม่ต้องมี พวกนี้จะนอนจมกิเลสโดยไม่รู้เรื่องอยู่อย่างนั้น กี่ภพกี่ชาติก็จะจมอยู่กับกิเลสอยู่อย่างนั้นเลย

แสดงธรรมที่สวนสันติธรรม
เมื่อวันศุกร์ที่ ๓๐ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๓ ก่อนฉันเช้า
ระหว่างนาทีที่ ๑๖ วินาทีที่ ๒๙ ถึงนาทีที่ ๑๙ วินาทีที่ ๕๙
CD สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๓๕
ลำดับที่ ๒๑
File: 530730A.mp3
 
 

 

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่