Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

การภาวนาต้องถึงจิตถึงใจ

mp 3 (for download) : การภาวนาต้องถึงจิตถึงใจ

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์: ภาวนาต้องถึงจิตถึงใจนะ ภาวนาไม่ถึงจิตถึงใจสู้กิเลสไม่ได้ กิเลสมันอยู่ที่ใจ เพราะฉะนั้นต้องสอดส่องมัน กุศลอะไรยังไม่ทำ หัดทำซะ อกุศลอะไรยังไม่ละ ก็หัดละซะ ละด้วยวิธีไหน ละด้วยการรู้ทันมัน อย่าไปตามใจมัน มันขี้เกียจ มันอยากนอน ดูแล้วนี่ไม่ใช่ร่างกายอ่อนแอ ไม่ใช่ร่างกายอ่อนเพลีย ใจมันขี้เกียจ ไม่นอน ภาวนาต่อ

เดินจงกรมขาบวมฉึ่งเลย เดินไม่ได้แล้ว เดินไม่ได้ทำไงดีล่ะ ครูบาอาจารย์สอนมานะ หลวงพ่อพุธนะเคยสอน เดินไม่ได้ก็คลานสิ พวกเราเอาไหม เดินไม่ได้ก็นอนสิ (หัวเราะ) ครูบาอาจารย์สอน เดินไม่ได้คลาน เอ้า คลานจนมือแตกเข่าแตก ทำไง กลิ้งสิ ยังไม่ได้บอกให้นอนเลยนะ จนกระทั่งสุดท้ายนอนแขม่วๆ ก็ขยับไปสิ เนี่ยสอนขนาดนี้เลยนะ คือไม่ให้เราทิ้งการปฏิบัติเลย ต้องหัดดูเอา ไม่นานก็เป็น


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
เมื่อ วันเสาร์ ที่ ๑๑ เดือนตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๗
File: 571011B
ระหว่างนาทีที่ ๒๐ วินาทีที่ ๑๑ ถึง นาทีที่ ๒๑ วินาทีที่ ๒๔

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ปัญญากับฟุ้งซ่าน คาบเส้นกันนิดเดียว

mp 3 (for download) : ปัญญากับฟุ้งซ่าน คาบเส้นกันนิดเดียว

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : ให้รู้ทันตอนที่จิตไหลไปนะ จิตไหลไปคิดนึกปรุงแต่งเนี่ย ถ้าเรารู้ทันจิตที่ไหลไปคิดนึกปรุงแต่ง จิตจะตั้งมั่นขึ้นมา พอจิตตั้งมั่นขึ้นมาเป็นผู้รู้ผู้ดูขึ้นมาได้ คราวนี้เราถึงจะเจริญปัญญาได้ ถ้าจิตไม่ตั้งมั่นจะเจริญปัญญาไม่ได้ นี่เป็นสูตรเลยนะ เพราะว่าสมาธิเป็นเหตุใกล้ให้เกิดปัญญา ถ้าจิตไม่ตั้งมั่นจะไม่สามารถเจริญปัญญาได้ แต่เราอย่าไปแปลสมาธิว่าสงบ บางคนบอกว่า ต้องจิตสงบถึงจะเจริญปัญญาได้ จิตสงบจิตจะไม่เจริญปัญญา จิตจะพักผ่อนเฉยๆ ต้องจิตฟุ้งซ่าน จิตทำงานไป แต่จิตตั้งมั่น แล้วปล่อยให้มันเกิดการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลง ให้มันทำงานไป

ใครเคยรู้จักหลวงพ่อพุธ ฐานิโยบ้าง มีมั้ย ใครเคยเจอ ใครเคยได้ยินชื่อ อ่อ ได้ยินชื่อเยอะอยู่ ก็ยังดี หลวงพ่อพุธเคยสอนหลวงพ่อนะ บอกว่า ความฟุ้งซ่านกับการเจริญปัญญานั้นคาบเส้นกันนิดเดียว ความฟุ้งซ่านก็คือจิตมันคิดนึกปรุงแต่งไป โดยที่เราไม่มีสติไม่มีสมาธิ ไม่มีความตั้งมั่น จิตมันหลงตามความปรุงแต่งไป อันนี้เรียกว่าความฟุ้งซ่าน ส่วนการเจริญปัญญา จิตก็ทำงานไปตามปกติเหมือนที่จิตฟุ้งซ่านนั่นแหละ แต่เรามีสติ รู้ทันความปรุงแต่งของจิต มีจิตที่ตั้งมั่นเป็นแค่ผู้รู้ผู้ดูอยู่ มีสติ กับมีสมาธิอยู่ ปัญญาก็เกิด

เพราะฉะนั้นการที่จะมีปัญญาขึ้นมานั้น ไม่ใช่ไปทำจิตให้นิ่ง ทำจิตให้นิ่งจะไม่มีปัญญา จิตมันจะขี้เกียจ จิตจะพักผ่อนอยู่เฉยๆ


CD: บ้านเนินแสนสุข จ.ชลบุรี วันพุธที่ ๘ เดือนสิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๕
File: 550808
ระหว่างนาทีที่ ๙ วินาทีที่ ๒๒ ถึง นาทีที่ ๑๑ วินาทีที่ ๑๑

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

พวกเราต้องไม่ท้อถอยกับความยากลำบาก

mp 3 (for download) : พวกเราต้องไม่ท้อถอยกับความยากลำบาก

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

พระมหาชนก

พระมหาชนก

หลวงพ่อปราโมทย์ : อย่าท้อใจนะ ห้ามท้อแท้นะ เห็นมั้ยคนที่สร้างบารมีจะเป็นพระพุทธเจ้า เกิดเป็นพระมหาชนกนะตกน้ำทะเลไม่เห็นฝั่ง ไม่ยอมตาย ไม่ยอมจมน้ำ อุตส่าห์ว่าย เนี่ยคือคนที่ฝึกใจไม่ยอมท้อถอย เจอกับความยากลำบากก็ไม่ท้อถอย

พวกเราก็ต้องฝึกนะ ปฏิบัติ ถ้ารู้สึกมันเบื่อหน่ายท้อแท้ รู้ทันเลย ขี้เกียจปฏิบัติแล้วรู้ว่าขี้เกียจเข้าไปเลย เบื่อแล้วรู้ว่าเบื่อเข้าเลยอย่าเลิกนะ ดูลูกเดียวเลย หลวงพ่อชาท่านก็สอนนะ ขยันก็ปฏิบัตินะขี้เกียจก็ปฏิบัติ ขยันก็รู้นะขี้เกียจก็รู้ไปเลย อย่าเลิกนะ

อย่าให้ความท้อแท้ครอบงำได้ ลำบากซะตอนนี้ ข้างหน้าจะได้สบาย ถ้าตอนนี้จะเอาสบายเดี๋ยวลำบากทีหลัง เวลาเกิดชาตินี้ไม่บรรลุน ะสมมติชาตินี้ไม่บรรลุ ไปเจอพระศรีอาริย์นะ เอ้าเพื่อนเค้าฟังท่านนิดเดียวก็บรรลุกันหมดแล้ว เรายังต้องเริ่มใหม่ ชักช้า

งั้นเริ่มซะตั้งแต่วันนี้ กำลังแก่รอบแล้วก็พ้นไปเลย ถ้าไม่พ้นก็จะไปเจอพระศรีอาริย์ไปเรียนต่ออีกนิดหน่อย ต้องทำนะไม่ทำไม่ได้

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันเสาร์ที่ ๙ กรกฏาคม พ.ศ.๒๕๔๘ หลังฉันเช้า


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๙
Track: ๘
File: 480709B.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๕๔ วินาทีที่ ๒๖ ถึง นาทีที่ ๕๕ วินาทีที่ ๔๖

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ขี้เกียจภาวนาอย่ามาคุยกันเลย

mp3 (for download) : ขี้เกียจภาวนาอย่ามาคุยกันเลย

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ขี้เกียจภาวนาอย่ามาคุยกันเลย

ขี้เกียจภาวนาอย่ามาคุยกันเลย

หลวงพ่อปราโมทย์ : ตอนนี้ต้องจริงจังก่อนเบื้องต้น ขี้เกียจไม่ได้ เวลาส่งการบ้านนะใครมาส่งว่าขี้เกียจนะ หลวงพ่อไม่อยากคุยด้วยนะ พูดตรงๆนะขี้เกียจคุยด้วย เอ็งขี้เกียจภาวนาข้าก็ขี้เกียจคุยด้วย สอนเหมือนสอนวัวสอนควาย สอนแล้วไม่ทำสอนทำไมเสียเวลา เสียเวลาเหนื่อยเราเปล่าๆ

หลวงพ่อเรียนจากครูบาอาจารย์นะไม่เคยต้องให้ครูบาอาจารย์มาเร่งเร้าให้ปฏิบัติเลยนะ ท่านสั่งให้ทำอะไรทำ้ทำ ทำไปทุกวี่ทุกวันนะ ทำล้มลุกคลุกคลาน บางคราวภาวนานะแทบน้ำตาตกใน ภาวนาแล้วทำไม่ได้ซะทีไม่ดีซะที สมัยก่อนก็เป็นนะไม่ใช่ไม่เป็น ล้มลุกคลุกคลาน ลำบากแค่ไหนก็ท้นทนไม่เลิกอย่างเดียว อาศัยอดทนเอา

งั้นเวลาส่งการบ้านนะถ้าขี้เกียจอย่ายกมือเลยหัดขี้เกียจยกมือซะบ้าง ถ้าขี้เกียจภาวนาแล้วให้ขี้เกียจยกมือนะเพราะหลวงพ่อขี้เกียจตอบ เหนื่อยเราเปล่าๆ แต่ถ้าภาวนานะมีปัญหาติดขัดจริงๆ ต้องการความช่วยเหลือจริงๆนะ โอ้ หลวงพ่อเต็มใจช่วยนะ เมื่อก่อนเคยสอนเพื่อนๆบางคนสอนแทบจะโต้รุ่งเลยนะแก้กรรมฐานให้ เหนื่อยยังไงก็ยอม

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่ สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันที่ ๑๐ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๔ หลังฉันเช้า

CD: ๔๑
File: 540910B
ระหว่างนาทีที่ ๔ วินาทีที่ ๒๘ ถึงนาทีที่ ๕ วินาทีที่ ๕๘

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

คนจริงถึงจะได้ของจริง เก่งแสนเก่งแต่เหยาะแหยะไม่ได้หรอก

mp3 for download : คนจริงถึงจะได้ของจริง เก่งแสนเก่งแต่เหยาะแหยะไม่ได้หรอก

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

คนจริงถึงจะได้ของจริง เก่งแสนเก่งแต่เหยาะแหยะไม่ได้หรอก

คนจริงถึงจะได้ของจริง เก่งแสนเก่งแต่เหยาะแหยะไม่ได้หรอก

หลวงพ่อปราโมทย์ : ครูบาอาจารย์แต่ละองค์ๆ กว่าจะดีได้ไม่มีฟลุ๊คหรอก แลกมาสาหัสสากรรจ์ แต่ละองค์ๆไม่มีลูกฟลุ๊คนะ ภาวนามาอย่างล้มลุกคลุกคลาน ทุกคนๆแหละ

เนี่ยพวกเราภาวนา เราอย่านึกว่า เหยาๆแหยะๆแล้วจะได้ ฆราวาสนี้มีจุดอ่อนคือ ไม่ต่อเนื่อง จุดอ่อนอยู่ที่ความต่อเนื่อง เอาไม่จริงน่ะ ถ้าเอาจริงก็ได้ แต่ส่วนใหญ่ใจไม่ถึงหรอก เหยาะๆแหยะๆ ทำบ้างหยุดบ้าง

คนไม่จริงก็ได้ของไม่จริง คนจริงนะต้องใจถึงจริงๆ ใจถึงจริงต้องเข้มแข็ง มีความอดทนอดกลั้น ขันตินั้นสำคัญมากนะ จะเก่งแสนเก่งนะ แต่ว่าทำเหยาะๆแหยะๆ ไม่ได้กินหรอก ต้องพากเพียรจริงๆเลย

แล้วคำสอนทั้งหลายนะ สับสนอลม่านมากนะ ยุคนี้ ต้องศึกษาด้วย เป็นคนจริงอย่างเดียว เป็นคนจริงแบบวัวแบบควายใช้ไม่ได้ ต้องศึกษาว่าจริงๆแล้วพระพุทธเจ้าสอนอะไร

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่ สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันที่ ๘ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๑ หลังฉันเช้า

CD: ๒๔
File: 510308
ระหว่างนาทีที่ ๑ วินาทีที่ ๒๘ ถึงนาทีที่ ๒ วินาทีที่ ๔๖

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

อย่าขี้เกียจนะ หยุดเมื่อไหร่จะถอยหลัง

mp3 for download : อย่าขี้เกียจนะ หยุดเมื่อไหร่จะถอยหลัง

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

อย่าขี้เกียจนะ หยุดเมื่อไหร่จะถอยหลัง

อย่าขี้เกียจนะ หยุดเมื่อไหร่จะถอยหลัง

หลวงพ่อปราโมทย์ : ที่ฝึกอยู่ใช้ได้แล้วนะ อย่าขี้เกียจเท่านั้นแหละ ดูไปเรื่อยๆอย่าเว้นวรรคนะ การปฏิบัติเหมือนพายเรือทวนน้ำ ถ้าเว้นวรรคหยุดเมื่อไหร่นะ จะถอยหลัง แล้วก็พอถอยหลังนะ รวบรวมแรงมาพายอีก ทวนน้ำขึ้นไปอีกสักพักนะ เดี๋ยวก็หยุดแล้วถอยหลังอีก พอถอยหลังหลายๆหนแล้วนะ จะหมดแรง หมดกำลังใจที่จะปฏิบัติ

มันเหมือนเราพายเรือทวนน้ำจะขึ้นแก่งสักอันหนึ่ง ต้องฮึดๆ ฮึดๆ นะ สู้ตาย ดูเรื่อยๆอย่าหยุด พอมันขึ้นไปได้แล้ว เฮ่อ..พ้นแก่งที่หนึ่งแล้วค่อยยังชั่วแล้ว น้ำจะค่อยๆอ่อนลงๆ

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่ สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันที่ ๒๔ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๑ หลังฉันเช้า

CD: ๒๔
File: 510324B
ระหว่างนาทีที่ ๓๖ วินาทีที่ ๓๑ ถึงนาทีที่ ๓๗ วินาทีที่ ๐๗

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ปฎิบัติอย่างไรจึงเรียกว่า ทางสายกลาง

mp3 (for download): ปฎิบัติอย่างไรจึงเรียกว่า ทางสายกลาง

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.


ปฎิบัติอย่างไรจึงเรียกว่า ทางสายกลาง

ปฎิบัติอย่างไรจึงเรียกว่า ทางสายกลาง

โยม : คำว่ามัชฌิมาปฏิปทานี่นะฟังมาหลายแห่งเหลือเกิน หลวงพ่อว่ามันคืออะไรคะ ไม่ตึงไม่หย่อนเกินไป แล้วถ้าปฏิบัติไปๆ เกิดขี้เกียจขึ้นมาแล้วก็มาบอกว่า เฮ้ยวันนี้มันตึงเกินไป หรือว่าอะไรทำนองนี้นะคะหลวงพ่อ

หลวงพ่อปราโมทย์ : ก็ต้องไม่เข้าข้างตัวเอง ครั้งหนึ่งมีเทวดาองค์หนึ่งไปเฝ้าพระพุทธเจ้า เทวดาองค์นี้น่ะแกคิดว่าแกเป็นพระโสดาบันแล้ว เวลาลงมาเฝ้าพระพุทธเจ้าแล้วรัศมีของเทวดานี้สว่างไปหมดเลย คนมีบุญไปแล้วสว่าง ไปถึงก็ไปทูลถามพระพุทธเจ้า บอกว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระองค์ข้ามโอฆะได้อย่างไร โอฆะคือห้วงน้ำห้วงกิเลส คือพูดง่ายๆ พระองค์เป็นพระอรหันต์ได้อย่างไร

พระพุทธเจ้าท่านก็พูดเพราะนะ ท่านบอกว่า ดูก่อนท่านผู้นิรทุกข์ ท่านผู้ไม่มีความทุกข์ เพราะกำลังหลงอยู่ในความสุขนั่นแหละ ท่านเลยพูดเอาใจเสียหน่อย ถ้าท่านบอกว่าสัตว์โลกผู้มีความทุกข์เทวดาคงไม่ฟังต่อละ อารมณ์ไม่ดี ท่านบอก “ดูก่อนท่านนิรทุกข์ ตถาคตข้ามโอฆะได้เพราะไม่พักอยู่และไม่เพียรอยู่ นี่เทวดาที่คิดว่าตัวเองเป็นพระอรหันต์นะ คิดว่าตัวเองก็แน่เหมือนกัน ฟังแล้วสะอึกเลย

พระพุทธเจ้าท่านบอกว่า ท่านข้ามกิเลสได้โดยไม่พักและไม่เพียร ถ้าไม่พักนี่น่ะก็พอรู้เรื่องใช่มั้ย แต่ไม่เพียรนี่แปลก เทวดาก็เลยบอกว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ช่วยขยายความหน่อย ท่านก็สอนต่อ บอกว่า “ดูก่อนท่านผู้นิรทุกข์ ถ้าเมื่อใดเราพักอยู่เราจะจมลง ถ้าเมื่อไรเราเพียรเราจะฟูขึ้น” เราจะลอยขึ้น เทวดาก็ได้ธรรมะนะ ได้โสดาบัน เราได้หรือยัง ฟังเหมือนกันนะ ยังไม่ได้ ตรงนี้นะเทวดาเข้าใจ พวกเรายังไม่เข้าใจ ก็มีคำอธิบาย คำอธิบายธรรมะอธิบายพระไตรปิฎกเรียกว่าอรรถกถา

คำว่าพักอยู่นี่ก็คือ การปล่อยตัวปล่อยใจตามกิเลส อันนี้มีอีกอันหนึ่ง มีอีกชื่อหนึ่งว่า “กามสุขัลลิกานุโยค” การปล่อยตัวให้ชุ่มด้วยกาม สิ่งที่เรียกว่ากามก็คือความเพลิดเพลินไปในรูป ในเสียง ในกลิ่น ในรส ในสัมผัสทั้งหลาย ฉะนั้นเมื่อไหร่เราหลงโลกเมื่อนั้นเราหย่อนไป เราหย่อนไป เราพักแล้ว เราไม่มีความเพียรเลย ใช้ไม่ได้ ข้ามฝั่งไม่ได้ ถ้าตรงที่ว่ามีความเพียรแล้วฟูขึ้น คำว่ามีความเพียรท่านอธิบายว่า หมายถึง “อัตตกิลมถานุโยค” การคอยควบคุมบังคับตัวเองตลอดเวลา

ดังนั้นถ้าปล่อยตัวปล่อยใจตามกิเลสก็สุดโต่งไปข้างกามสุขัลลิกานุโยค ถ้าบังคับกายบังคับใจ ทำกายทำใจให้ลำบาก ก็สุดโต่งมาข้างทำความเพียรแบบทรมาณตัวเอง อัตตกิลมถานุโยค ทางสายกลางไม่ได้เป็นอย่างนั้น ทางสายกลางก็คือทางของศีล ของสมาธิ ของปัญญา นั้นเอง คนมีศีล ถ้าถือศีลไม่เป็นนะก็จะสุดโต่งมาข้างบังคับตัวเอง ถ้าถือศีลแล้วไม่ฉลาดพอก็ถือศีลตามใจกิเลส มีสมาธิก็เหมือนกัน มีสมาธิก็ชอบบังคับจิตตัวเองให้นิ่ง นี่สุดโต่งไปข้างบังคับ อีกพวกนึงทำสมาธิแล้วก็มีความสุข เคลิบเคลิ้มไป นี่หลงตามกิเลส หรือเจริญปัญญา คอยคิดค้นคว้าพิจารณามาก จิตฟุ้งซ่านตามกิเลสไป ไปบังคับจิตให้นิ่งๆ ไม่ให้คิดพิจารณาเลย ข่มไว้เฉยๆ ก็ทรมานตัวเองไปอีก

ทางสายกลางอยู่ตรงไหน ทางสายกลางอยู่ตรงที่มีศีลก็ไม่สุดโต่งไปสองข้าง มีสมาธิก็ไม่สุดโต่ง มีปัญญาก็ไม่สุดโต่งสองข้าง พูดอธิบายยากนะ แต่ลงมือปฎิบัติไม่ยาก คอยรู้ทันใจตัวเองไว้ให้ได้ก็แล้วกัน ถ้ารู้ทันใจตัวเองไม่ได้นะ ไม่บังคับตัวเองก็ตามใจกิเลส ถ้ารู้ทันใจตัวเองได้นะก็ไม่เข้าไปติดสองฝั่งนี้ เช่นนั่งสมาธิอยู่ พอนั่งสมาธิอยู่พอเมื่อยหลังนะก็บอกตัวเองเลย อย่านั่งต่อไปเลยนอนดีกว่า ถ้านั่งต่อไปเป็นอัตตกิลมถานุโยค ทรมานตัวเอง นี่ถูกกิเลสหลอกแล้ว หรือเตลิดเปิดเปิงนะวันๆ นึง มีนะบางคนบอกว่าใช้ชีวิตให้เต็มอิ่มมีความสุขนะ แล้ววันนึงมันก็เบื่อไปเอง เสพสุขให้มากๆ เลยแล้ววันนึงก็เบื่อ นี่ไม่รู้จักธรรมะหรอก กิเลสนั้นเสพเท่าไหร่มันก็ไม่เบื่อ เบื่ออันนี้มันจะไปเอาอันอื่น ยากนะ ถ้าไม่รู้ทันใจตัวเอง

ถ้าเรารู้ทันใจตัวเองได้เราถึงจะเข้าทางสายกลางได้ รู้ว่าขณะนี้สุดโต่งไปแล้วในข้างตามใจกิเลส รู้ว่าขณะนี้สุดโต่งไปแล้วในข้างบังคับตัวเอง ต้องรู้ลงที่ใจให้ได้

โยม : คะ งั้นพอจะเข้าใจด้วยระดับปัญญานิดๆ ว่ามันต้องอยู่ที่การพิจารณาในลักษณะการปฎิบัติ คงไม่ใช่จะมาแปลว่ามัชชิมาหมายถึงกลาง คงไม่ใช่อย่างนั้นนะเจ้าคะ

หลวงพ่อปราโมทย์ : ไม่ใช่นะ ต้องดูสภาวะที่แท้จริง ถ้าเมื่อไหร่จิตยังโหยหาอาลัยอาวรณ์ในรูป ในเสียง ในรส ในกลิ่น ในสัมผัส เนี่ยนะ กามสุขัลลิกานุโยค ถ้าเมื่อไหร่บังคับกายบังคับใจ เมื่อนั้นอัตตกิลมถานุโยค

คนทั่วไปซึ่งไม่เคยภาวนาเนี่ยจะสุดโต่งไปในกามสุขัลลิกานุโยค พวกที่ไม่เคยภาวนานะ จะเตลิดไปด้านนี้เลย พวกนี้จะจมลง คือจมลงสู่อบาย ส่วนนักปฎิบัติเนี่ยชอบบังคับกายบังคับใจ คิดถึงการเดินจงกรมก็ต้องรีบตั้งท่าเดิน ถามว่าตอนท่าเดินจงกรมเนี่ย เดินธรรมชาติไหม ไม่นะ บังคับตัวเองนะ บังคับกาย บังคับกายต้องเริ่มต้นจาก..เข้าที่ก่อนนะ ถัดจากนั้นบังคับใจ..บังคับได้ที่ค่อยเดิน เนี่ยบังคับเรียบร้อยแล้วทั้งกายทั้งใจ เวลาที่เราจะนั่งสมาธิ เริ่มต้นบังคับกายก่อน ต้องงี้ เสร็จแล้วก็บังคับใจต่อ ดัดแปลงใจ สุดท้ายก็คือไม่บังคับกายก็บังคับใจ ถ้าทำได้ที่ก็บังคับทั้งกายทั้งใจ

แต่การปฎิบัติแบบไม่บังคับกายบังคับใจทำอย่างไร รู้สึกลงไป นั่งอยู่รู้ว่านั่งอยู่ หายใจอยู่รู้ว่าหายใจอยู่ ตามที่พระพุทธเจ้าสอนนะพอดี พระพุทธเจ้าสอน ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อเดินอยู่ให้รู้ว่าเดินอยู่ ไม่ใช่ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เวลาเดินต้องทำท่าอย่างนี้ ไม่เคยพูดเลย ดูกรภิกษุทั้งหลาย ท่านสอน ดูกรภิกษุทั้งหลาย จิตมีราคะให้รู้ว่ามีราคะ เห็นไหม ง่ายๆ มีราคะรู้ว่ามีราคะ นี่แหละทางสายกลาง ท่านไม่เคยสอนนะ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ห้ามมีราคะ ห้ามได้ไหม ห้ามไม่ได้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย มีราคะไปเรื่อยๆ เดี๋ยวมันก็เบื่อไปเอง ไม่ใช่คำสอนของพระพุทธเจ้

เพราะงั้นเมื่อไหร่รู้ได้นะ “รู้นั้นแหละกลาง เกินจากรู้ไม่กลางหรอก”

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่ โรงพยาบาลตำรวจ
แสดงธรรมเมื่อ วันที่ ๓๐ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๔

CD: แสดงธรรมนอกสถานที่ โรงพยาบาลตำรวจ
File: 540330
ระหว่างนาทีที่  ๔๓ วินาทีที่ ๑๐ ถึง นาทีที่ ๕๐ วินาทีที่ ๓๗

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ทำไมภาวนาแล้วเสื่อม

Mp3 for download: เคยรู้แล้วไม่รู้

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ทำไมภาวนาแล้วเสื่อม

ทำไมภาวนาแล้วเสื่อม

โยม : มันเคยรู้แล้วมันกลับไปไม่รู้ได้เหรอคะ

หลวงพ่อปราโมทย์: ได้ เป็นของเสื่อม เพราะฉะนั้นอย่าประมาทนะ การปฏิบัตินะทิ้งไม่ได้เลย ต้องทำทุกวันแหละ ถ้าเราทิ้งไปก็เสื่อม ทำไมเสื่อมล่ะ เพราะมันเป็นโลกียธรรม เป็นของเสื่อม ไม่ใช่โลกุตตรธรรมนะ โลกียธรรม เพราะฉะนั้น ที่ภาวนารู้กายรู้ใจ มีสติว่องไว มีจิตตั้งมั่นเป็นสมาธิ เห็นอะไรก็รู้สภาวะรู้ลักษณะไปเรื่อย บางวันไม่รู้อะไรเลย เสื่อมไป ทีนี้ถ้าเสื่อมเพราะไม่ได้ปฏิบัตินี่นะ น่าเสียดาย

แต่ถ้าเรายังปฏิบัติ ตามรู้กายตามรู้ใจเหมือนวันปกตินั่นแหละ แต่เสื่อมเนี่ย ตรงนี้มีประโยชน์นะ เราจะเริ่มเห็นความจริงเลย  จริงๆแล้วเราบังคับไม่ได้ เพราะฉะนั้นอย่างเราตามรู้จิตใจของเราทุกวันๆนะ เราเห็นเลยบางวันจิตใจดี มีสติมีปัญญากุศลเกิดมากมาย บางวันแย่มากเลย อะไรๆก็ไม่เกิด มัวซัวไม่รู้เรื่องเลยทั้งๆที่ปฏิบัติเหมือนกัน เราจะเริ่มเห็นความจริงแล้ว จริงๆคือเราบังคับไม่ได้ มีค่าที่ error มีความเบี่ยงเบนเกิดขึ้นละ แสดงว่าเราบังคับไม่ได้จริงละ เนี่ย ใจจะค่อยๆเห็นความจริง

แต่ถ้าวันนี้ภาวนา จิตเจริญขึ้นมาละ เอ้าต่อมา 3 วันแล้วขี้เกียจละ ขี้เกียจแล้วเสื่อม ขี้เกียจแล้วเสื่อมนี่จะไม่เห็นไตรลักษณ์หรอกนะ มันจะรู้สึกว่าที่เสื่อมเพราะเราไม่ทำ ถ้าฉันทำเมื่อไหร่ ฉันก็ดีเมื่อนั้น เกิดความรู้สึกอย่างนี้นะ เนี่ย กิเลสมันหลอกละ มันจะรู้สึกเป็นอัตตา ไม่ใช่เป็นอนัตตา

เพราะฉะนั้นการปฏิบัตินะเว้นวรรคไม่ได้ เว้นวรรคไม่ได้ หลวงพ่อเว้นวรรคให้ได้ 2 อันนะ ที่ยินยอมยกโทษให้มี 2 อันเท่านั้น อันนึงตอนหลับ ตอนหลับมันเจริญสติไม่ได้ อีกอันนึงตอนทำงานที่ใช้ความคิด ขณะที่ทำงานใช้ความคิดเจริญสติไม่ได้ เพราะจิตต้องไปรู้เรื่องงาน ต้องคิด แต่เวลานอกนั้นเนี่ย รู้สึกตัวไว้ สมมติทำงานมาตั้งหลาย ชม. ละ เหลือเวลานิดหน่อยนะ 5 นาที 10 นาทีก็อย่าทิ้งเปล่าๆ ให้รู้ทันจิตรู้ทันใจไป รู้ไม่ได้ก็รู้กายไป

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันพุธ ที่ ๑๔ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๐

CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๑๙
ลำดับที่
File:
500314

ระหว่างนาทีที่ ๒๗ วินาทีที่ ๐๘ ถึง นาทีที่ ๒๙ วินาทีที่ ๒๖

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : ขี้เกียจภาวนา

ขี้เกียจภาวนา

ถาม : ตั้งแต่มีการปรับเปลี่ยนงานที่รับผิดชอบ งานยุ่งมากกว่าเดิม ภาวนาได้น้อยลงมากและยอมรับว่าขี้เกียจเพิ่มมากขึ้นด้วยค่ะ  …จำเป็นต้องให้ความอดทนภาวนามากกว่าเดิม ช่วงนี้นอกจากขี้เกียจภาวนาแล้ว ยังขี้เกียจส่วดมนต์ด้วยค่ะ ความขี้เกียจเป็นกิเลสหรือไม่คะ ?

ตอบ : ขี้เกียจก็เป็นกิเลสตัวหนึ่ง
พอรู้สึกว่าขี้เกียจภาวนา ขี้เกียจสวดมนต์ก็อย่าไปเชื่อตามมัน
รู้ว่าขี้เกียจภาวนา รู้ว่าขี้เกียจสวดมนต์ แล้วให้ภาวนาให้สวดมนต์เลยครับ  :D

ความขี้เกียจบางทีมันก็มาจากร่างกายเหนื่อยจากการทำงานแล้วอยากพักสบายๆ
เพราะฉะนั้นเลิกงานแล้วให้พักร่างกายจิตใจให้สบายๆ บ้างนะครับ
พักแล้วจะมีแรงขยันภาวนาได้ครับ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์ กับ อ.สุรวัฒน์ : เมื่อความเพียรบกพร่อง

เมื่อความเพียรบกพร่อง

ก็คงต้องเตือนตัวเองให้เพียรภาวนาเอาไว้ครับ
อาจจะนึกถึงความตาย นึกถึงวิบากที่ทำให้เกิดทุกขเวทนา
นึกถึงอะไรที่นึกถึงแล้วทำให้จิตใจขยันภาวนาเอาไว้
หรือจะเอารูปครูบาอาจารย์ เอาข้อธรรมะที่โดนใจ มาติดไว้ให้เห็นบ่อยๆก็ได้ครับ :D

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

อินทรีย์ ๕ กำลังในการปฏิบัติ

mp 3 (for download) : อินทรีย์๕ กำลังในการปฏิบัติ

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์: จริงๆ กำลังในการปฏิบัติมี ๕ อัน ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา ต้องคอยเช็คตัวเองว่า อันใดมากอันใดน้อยไป เช็คตัวเองแล้วก็ปรับสมดุลมันไป ถ้าเราดูของเราออก เราก็แก้ไปเองได้ เอาตัวรอดไปได้ ดูไม่ออกก็อาศัยเพื่อนสหธรรมิก อาศัยครูบาอาจารย์ กัลยาณมิตร อะไรอย่างนี้ บอกให้ แต่ที่ดีที่สุดนะ อาศัยการสังเกต หลวงพ่ออาศัยการสังเกตมากเลยเพราะไม่ได้อยู่กับครูบาอาจารย์ หลวงพ่อสามเดือนสี่เดือนไปทีหนึ่ง เพราะฉะนั้น เวลาที่เหลือนี่ใช้การสังเกตเอา

บางช่วงศรัทธามากไป ชักจะโง่แล้ว งมงาย คิดว่าทำๆ ไปเดี๋ยวมันก็พ้นเอง นี่ค่อนข้างโง่นะ ทำๆ ไป มันต้องมีเหตุมีผลนะ ไม่ใช่ดุ่ยๆ ไปเรื่อย ทำผิดทำถูกหรือเปล่าไม่รู้นี่ ไม่ใช่ทำไปเรื่อยๆ แล้วก็บรรลุได้นะ ถ้าทำผิดมันไม่บรรลุหรอก มันต้องมีสติปัญญารู้เลย ไม่ใช่เชื่องมงายนะว่าทำๆ ทนๆ ไปแล้ววันหนึ่งรู้ ไม่ใช่

มีความเพียร ความเพียรมากไป หรือความเพียรน้อยไป วัดตัวเองดู บางช่วงขี้เกียจขี้คร้าน ก็เอาข้ออ้างนะ มีข้ออ้างนะ เวลาขี้เกียจขึ้นมาก็บอกว่า โอ จิตมันไม่ใช่เรา ไม่รู้จะขยันไปทำไม ไม่ใช่เรา ถ้าขยันเดี๋ยวจิตเป็นเราขึ้นมาอีก นี่ หาข้ออ้าง บางช่วงขยันเกินไป ภาวนาหามรุ่งหามค่ำจิตใจไม่ได้พักผ่อนเลย ไม่มีความสุข แห้งแล้ง เหน็ดเหนื่อยเกินไป ใช้ไม่ได้เหมือนกัน

สติ สติของเราเกิดเอง หรือว่าสติบังคับให้เกิด สติเกิดเองใจก็โปร่งโล่งเบา สติบังคับให้เกิดนี่ใช้ไม่ได้ หรือสติคมกล้าเกินไป แข็งไป แข็งปึกเลย อะไรไหวแว๊บนี่รู้หมดเลยนะ รู้แบบคมกริบเลย คมเกินไปก็ใช้ไม่ได้อีก ต้องค่อยๆ สังเกตตัวเอง

สมาธิ ใจเราตั้งมั่นจริงไหม หรือใจเราไปซึมเซาอยู่ในอารมณ์อันใดอันหนึ่ง หรือว่าใจเราตั้งมั่นสักว่ารู้สักว่าเห็นอารมณ์ ต้องคอยสังเกตเอา บางช่วงภาวนาไปแล้วเห็นสภาวะนะไม่ขาดสักทีหนึ่ง ดูใหญ่ๆ อยากให้มันขาดนะ เห็นแต่มันเกิดดับๆ ไปเรื่อยนะ ไม่ขาดไป สังเกตให้ดี ขาดสมาธิ ไหว้พระสวดมนต์ขึ้นมา หรือทำสมาธิพักผ่อนนิดเดียวนะ พอถอยออกมาเห็นสภาวะนะขาดสะบั้นเลย นี่สมาธิไม่พอ ต้องสังเกตเอา

ปัญญาก็ต้องสังเกตนะ ปัญญาฟุ้งซ่าน หรือว่าปัญญารู้จริงๆ ปัญญาคิด ปัญญานึก ปัญญาน้อม ปัญญาฟุ้งซ่าน ปัญญารู้ก็ปัญญาตัวจริง แต่บางครั้งก็ต้องอาศัยการคิดการน้อมเหมือนกัน มีศิลปะนะ มันไม่ใช่เป็นศาสตร์อย่างเดียวนะ การปฏิบัติเป็นศิลปะด้วย อีกหน่อยใครมีศิลปะเก่งๆ หลวงพ่อจะออกใบรับรองประกอบโรคศิลป์ มีศิลปะนะ มีศิลปะในการปฏิบัติ มันเป็นชั้นเชิงนะ เราไม่ได้วัวได้ควายมีแต่เรี่ยวแรงแล้วทุ่มเอาๆ หรือว่าชั้นเชิงมากจนไม่ต่อยสักทีนะ ฟุตเวิร์คสวยอยู่อย่างนั้น ก็ไม่ได้กินอีกนะ

นี่มันต้องสังเกตตัวเองเลย ทั้งศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา นี่มันพอเหมาะพอควรไหม อันใดมากอันใดน้อยใช้ไม่ได้ นี่สติ ยกเว้นสตินะ สติยิ่งบ่อยยิ่งดี แต่สติกล้าแข็งไม่ดี ศรัทธามากก็โง่ วิริยะมากก็ฟุ้งซ่าน เหน็ดเหนื่อย สมาธิมากก็ซึมเซา ปัญญามากก็ฟุ้งซ่านอีก หรือไม่เชื่ออะไรเลย เชื่อตัวเอง กูเก่งๆ พวกปัญญากล้า ปัญญาอย่างนี้ไม่ใช่ปัญญาทางศาสนาพุทธหรอก ปัญญาคิดมาก

สวนสันติธรรม
CD: 17
File: 500106.mp3
Time: 12.17 – 17.25

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

การปฏิบัติธรรมคล้ายขับรถ บางเวลาก็ต้องเหยียบคันเร่ง บางเวลาก็เหยียบเบรก

mp 3 (for download) : การปฏิบัติธรรมคล้ายขับรถ บางเวลาก็ต้องเหยียบคันเร่ง บางเวลาก็เหยียบเบรก

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ :

สมัยก่อนครูบาอาจารย์ท่านสอนสมาธินะ พอจิตใจเราสงบ เช่น เราพุทธโธ หรือ หายใจ จิตใจสงบแล้วมักจะขี้เกียจขี้คร้าน เพราะมีความสุข ท่านจะไล่ให้ออกมาพิจารณากาย หรือ ออกมาเจริญสติข้างนอกนี้ คนที่ติดในความสุข ความสงบ พอตัวเองออกมาทำงาน ไม่ชอบนะ มันเหนื่อย เหนื่อย มันคล้ายๆเรานอนมานานแล้วเลยขี้เกียจออกจากบ้าน พอออกมาแล้วรู้สึกเหนื่อยมาก รู้สึกร้อนมาก แต่พอเราออกมาทำงานไปเรื่อยๆ บางทีทำงานไปช่วงหนึ่ง เพลินกับงาน ไม่ยอมพักแล้ว คราวนี้เพลินกับงาน ครูบาอาจารย์ก็จะบอกว่า “ไปเพิ่มสมถะหน่อยช่วงนี้ ทำความสงบบ้าง พักบ้าง ให้จิตทำงานทั้งวันทั้งคืนไม่ดี ไม่มีแรง”

การปฏิบัติธรรมคล้ายๆขับรถนะ บางเวลาก็ต้องเหยียบคันเร่ง บางเวลาก็เหยียบเบรก ขาที่เหยียบคันเร่งกับขาที่เหยียบเบรกขาเดียวกัน ใช่ไหม ไม่ใช่เหยียบคันเร่งพร้อมกับเหยียบเบรก บางเวลาเราก็ต้องทำความสงบเข้ามา บางวันสงบมากแล้วนะ ก็ต้องออกมารู้กายรู้ใจ ฝืนๆมัน มันไม่อยากดู ไม่อยากรู้ เพราะว่ามันไม่สบาย

เคยอ่านประวัติท่านอาจารย์มหาบัว ท่านเล่า เคยอ่านไหม ท่านอยู่กับหลวงปู่มั่น บอกว่า ช่วงแรกๆไปอยู่กับหลวงปู่มั่นนะ เช้าๆหลวงปู่มั่นจะถามว่า “ท่านมหาท่านภาวนาเป็นอย่างไร ท่านบอกว่า มีความสุข ความสงบ” ทุกวันรายงานอย่างนี้ นานๆไป หลวงปู่มั่นท่านก็ดุเอานะว่า เอาแต่ความสุข ความสงบไม่ได้ ให้ออกมาพิจารณา ออกมารู้กายรู้ใจ ก็รู้ไปเถอะ พอท่านออกมาพิจารณา ท่านเริ่มต้นด้วยพิจารณากาย พิจารณาไปเรื่อย แล้วก็เพลิดเพลิน เช้าๆหลวงปู่มั่นมาถามอีก ท่านก็บอก หมู่นี้มีปัญญาดี เจริญปัญญา ทุกวันพูดแต่เจริญปัญญานะ ลืมสมถะอีก ท่านบอกจิตของท่านมันโลดโผน

เพราะฉะนั้น เราต้องดูตัวเองนะ ช่วงไหนควรเจริญปัญญา ช่วงไหนควรทำสมถะ สมถะเป็นที่พักผ่อนนะ ที่ดีไม่ใช่ไม่ดีนะ บางคนได้ยินหลวงพ่อพูด เจริญสติในชีวิตประจำวัน นึกว่าหลวงพ่อบอกไม่ต้องทำสมถะ เราทำเท่าที่เราทำได้ บางคนทำอย่างไรมันก็ทำไม่ได้ ทำอะไรไม่ได้เลย ก็ไหว้พระสวดมนต์ไว้ก็ยังดีนะ ได้สมถะนิดๆหน่อยๆ

สวนสันติธรรม CD: 16
File: 25491104.mp3
Time: 25.55-28.33

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

นักปฎิบัติต้องอดทน

mp3 (for download): นักปฎิบัติต้องอดทน

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อ: เข้มแข็งนะแล้วก็อดทนต่อการสั่งสอน อดทนต่อความยากลำบาก อย่างขี้เกียจเนี่ยอยากจะนอน อย่าไปนอนนะ ต้องต่อสู้ ขี้เกียจภาวนา ต้องต่อสู้มัน

อดทนต่อความหิว ความหนาว ความร้อน อดทนต่อความยากลำบากทางกาย

อดทนต่อกิเลส กิเลสจะลากให้เลิกปฎิบัติตลอดเวลา

อดทนมีหลายอดทนนะ อดทนต่อคำสั่งสอนครูบาอาจารย์ อดทนต่อความยากลำบากทางกาย อดทนต่อกิเลสตัณหาที่คุกคามจิตใจ ต้องอดทน

ใครทนได้ก็ได้แก่น ใครทนไม่ได้ก็แพ้ไป

สวนสันติธรรม ๒๓
๕๑๐๑๒๖
๑๗.๑๕ – ๑๗.๕๗

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ขี้เกียจปฎิบัติ

mp3 (for download): ขี้เกียจปฎิบัติ1

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อ: งั้นตั้งอกตั้งใจนะ มีโอกาสได้เป็นมนุษย์แล้วอย่าขี้เกียจ คำว่าขี้เกียจเป็นคำที่แสลงหูหลวงพ่อที่สุดเลย ได้ยินลูกศิษย์มารายงานว่าหมู่นี้ขี้เกียจนะอยากดีดออกจากวัดไปเลย (โยมหัวเราะ) ไม่ดีดด้วยนิ้วหรอกนะ (โยมหัวเราะ)

มันเหมือนคนไฟจะคลอกตายอยู่แล้วนะ ยังขอนอนอีกหน่อย ไฟเพิ่งถึงรั้วบ้านยังไม่ขึ้นหลังคา ขอนอนอีกนิดนึง ไม่โง่แล้วจะเรียกว่าอะไร

งั้นอย่าขี้เกียจนะ อดทน ความอดทนของผู้ปฎิบัติสำคัญมาก พอเราเรียนจนเรารู้หลักแล้วต้องอดทนในการปฎิบัตินะ

สวนสันติธรรม ๒๓
๕๑๐๑๒๖
๑๔.๕๑ – ๑๕.๓๓

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

จุดอ่อนของฆราวาส

mp3 (for download): weakpoint

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อ: ฆราวาสมีจุดอ่อนตรงไหน? ฆราวาสมีจุดอ่อนที่สำคัญที่ความต่อเนื่อง ฆราวาสไม่อดทนพอในการที่จะปฎิบัติธรรม

ฆราวาสเนี่ยจะเห็นว่าการปฎิบัติธรรมเป็นงานอดิเรก การยุ่งอยู่กับโลกเป็นงานจริง ๆ

ถ้าเป็นหัวใจของผู้ปฎิบัติเนี่ยจะกลับข้างกัน การปฎิบัติธรรมคืองานจริง ๆ การอาศัยอยู่กับโลก ทำงานต่าง ๆ เพื่ออาศัยเท่านั้นเอง เป็นส่วนประกอบ

แต่ก็ต้องทำนะ ไม่ใช่ขี้เกียจนะ ถ้าขี้เกียจเป็นกิเลส ผู้ปฎิบัติจะไม่ขี้เกียจทำงานหรอก จะทำได้ด้วยความขยันขันแข็งกว่าคนทั่วไปด้วยซ้ำไป ทำเร็วกว่าคนปกติอีกนะ

CD สวนสันติธรรม ๒๓
๕๑๐๑๒๖
๑๐.๒๑ – ๑๑.๐๗

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่