Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

พละ ๕ ของพระเสขบุคคล (๔) วิริยะ

mp 3 (for download) : พละ ๕ ของพระเสขบุคคล (๔) วิริยะ

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์: แล้วท่านก็มีวิริยะพละ ตัวที่ ๔ ของท่าน คือ วิริยะพละ คือจะขวนขวาย จะไม่ยอมอยู่เฉย จะขวนขวายไปอีก มันจะมีความรู้สึกว่า งานของเรายังไม่เสร็จ มีกิจที่ต้องทำอีก ยังมีความรู้สึกอยู่เฉยไม่ได้ จะต้องพากเพียรปฏิบัติ พระโสดาฯก็เฉยได้มากหน่อยนะ พอสูงขึ้นๆนะ จะรู้สึกว่าอยู่เฉยไม่ได้แล้ว งานยังมีอยู่

ยกเว้นนะ ยกเว้นพระอนาคาฯ บางองค์ ซึ่งไม่ได้ฟังธรรมให้ดี ท่านไปติดตัวรู้อยู่ เข้ามาถึงจิตแล้วรักษาจิตไว้โดดเด่น เด่นดวงอยู่อย่างนั้นทั้งวันทั้งคืน ท่านคิดว่าสุดทางแล้ว อย่างนี้ท่านจะไม่มีวิริยะต่อแล้ว เพราะไม่รู้ว่ายังมีทาง(ที่ต้องเดินอีก) ไม่รู้ว่ายังมีงานต้องทำอีก

แต่ถ้าเคยได้ยินได้ฟังครูบาอาจารย์สอนนะว่า ขั้นสุดท้ายมันต้องปล่อยวางจิตได้นะ ยังยึดถือตัวรู้อยู่ ยังใช้ไม่ได้นะ ใจจะยอมนิ่งเฉยไม่ได้เลย จะไม่ไปค้างไปคาอยู่ในขั้นพระอนาคาฯเลย ดิ้นรนหาทางออก มีความเพียรมากนะ พยายามๆมากจนกระทั่งวันหนึ่งมานั่งนึกว่า อยากจะเร่งความเพียรอีก แต่ไม่รู้ว่าจะเร่งอย่างไร เพราะว่ามาถึงจุดที่สติก็อัตโนมัติ สมาธิก็อัตโนมัติ ปัญญาก็อัตโนมัติ ก็หมดแล้ว ไม่รู้จะเร่งกว่านี้ได้อย่างไร ในใจยังอยากเร่งความเพียรอีกนะ แต่ว่าไม่มีปัญญาจะเร่งแล้ว เพราะไม่มีช่องว่างอะไรจะเร่ง คล้ายๆมีรถยนตร์นะ เหยียบจนมิดคันเร่งแล้ว ไม่รู้จะเร่งอย่างไรอีก เนี่ยใจจะมีความดิ้นรนขวนขวายนะที่จะออกจากกองทุกข์ให้ได้

กำลังของพวกเราไม่มีขนาดนั้นหรอกนะ เราแค่กำลังว่า จะภาวนาให้ได้ทุกวัน ยังกระพร่องกระแพร่งเลยนะ ใช่มั้ย พระโสดาฯ พระสกทาคาฯ พระอนาคาฯ ที่ท่านเห็นทุกข์เห็นโทษแล้วท่านอยากไป วิริยะของท่านเนี่ย เข้มงวดมาก พยายามมากเลยที่จะให้พ้นไปให้ได้


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่วัดสวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๑๐ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๕๖ ก่อนฉันเช้า


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๕๒
File: 561110A.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๑๕ วินาทีที่ ๒๕ ถึงนาทีที่ ๑๗ วินาทีที่ ๔๔

ตัดคลิปส์โดยคุณ ok2077
ถอดคลิปส์และตรวจทานโดยคุณ พัลวัน

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

อย่าย่อท้อ ธรรมะพระพุทธเจ้าของจริง อยู่ที่ว่าเราเป็นคนจริงแค่ไหน

mp 3 (for download) : อย่าย่อท้อ ธรรมะพระพุทธเจ้าของจริง อยู่ที่ว่าเราเป็นคนจริงแค่ไหน

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : ใครเคยเห็นความสุขความทุกข์บ้าง เห็นมั้ยว่ามาแล้วก็ไป เห็นมั้ย มันไม่ยากอะไรเลย ของง่ายๆนี่เอง เรียนรู้ไปเรื่อยนะ ซ้ำแล้วซ้ำอีก ถึงวันนึงจิตมันก็ปิ๊งขึ้นมา ยอมรับ ว่าทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเรานี่ เป็นของชั่วคราว ยอมรับตรงนี้ได้นะ ความทุกข์หายไปเยอะมากเลย

ถัดจากนั้น เราก็ภาวนาของเราต่อไปนะ จนกระทั่งวันนึง มันเห็นแจ้งขึ้นไปอีก มีปัญญาเห็นจริงขึ้นไปอีก ร่างกายจิตใจเราไม่ใช่เป็นแค่ของชั่วคราว เกิดแล้วก็ดับหรอก แต่ว่าเอาเข้าจริงนะ เราบังคับมันไม่ได้ ไม่ใช่ของที่อยู่ในอำนาจเลย แล้วมันเป็นตัวอะไร มันไม่ใช่ตัวเรา เป็นตัวทุกข์ ถ้าเมื่อไหร่วันใด ที่จิตของเราเห็นแจ้งแล้ว ว่ากายนี้ใจนี้เป็นตัวทุกข์ มันจะสลัดคืนกายคืนใจให้โลก

มันเป็นปรากฎการณ์ที่อัศจรรย์นะ จิตนี่มันสลัดความยึดถือในกายในใจ คืนให้โลกได้นะ มันเหมือนต่อไปนี้ ร่างกายกับตัวเรานี่ คนละเรื่องกันเลย จิตใจก็ไม่ใช่ตัวเรา ร่างกายไม่ใช่ตัวเรา มันคืนให้โลกไปหมดเลยนะ เป็นอัศจรรย์มากเลย เป็นเรื่องที่ประหลาด ถ้าเราศึกษาปฏิบัตินะ อย่าย่อท้อซะก่อน คนที่เค้าไม่ได้ยินได้ฟัง เค้าไม่รู้วิธีปฏิบัติ ก็ส่วนนึงนะ(เป็น)ส่วนใหญ่ พวกเราเมื่อได้ยินได้ฟังได้รู้วิธีปฏิบัติแล้ว เป็นคนส่วนน้อยเต็มที

คนที่ได้ยินธรรมะแท้ๆของพระพุทธเจ้าเนี่ย เป็นคนส่วนน้อยนะ ในโลกนี้คนตั้งเยอะแยะ ในเมืองไทยคนตั้งเยอะแยะ มีคนซักกี่คน ที่เคยได้ยินเรื่องการเจริญสติรู้กายรู้ใจ ทำสติปัฏฐานอะไรนี้ พระพุทธเจ้าสอนนะ ถ้าตราบใดยังมีผู้เจริญสติปัฏฐานอยู่ โลกจะไม่ว่างจากพระอรหันต์

สติปัฏฐานนี่แหล่ะ เป็นทางสายเอก เป็นทางสายเดียว เพื่อความบริสุทธิ์หลุดพ้น จากความทุกข์ทั้งปวง ท่านสอนถึงขนาดนี้

ถ้าพวกเราเป็นชาวพุทธ เราไม่รู้วิธีเจริญสติปัฏฐาน ไม่รู้วิธีรู้กายรู้ใจตามความเป็นจริง ก็เรียกว่าเรายังไม่ได้ประโยชน์ จากพระพุทธศาสนาเท่าที่ควรหรอก นี่หลวงพ่อพึ่งไปอินเดียมานะ เห็นวัดวาอารามสมัยก่อน สร้างกันไว้ใหญ่โตมโหฬารนะ พังทลายไม่มีคนดูแล ทำไมมันสูญไปอย่างนั้น เพราะมันไม่มีชาวพุทธ

ของเรานี่ก็เหมือนกันนะ นับวันชาวพุทธแท้ๆร่อยหรอเต็มทีแล้ว มีแต่พุทธแต่ชื่อ พระพุทธเจ้าสอนอะไร ก็ไม่รู้ บอกเป็นชาวพุทธได้ยังไง คิดว่าศาสนาพุทธเป็นเรื่องพิธีกรรม ถึงปีทำบุญใส่บาตรอะไรงี้นะ นิมนต์พระมาสวด เวลาตายก็เอาศพไปวัดไปสวด คิดว่านี่คือศาสนาพุทธเหรอ คนละเรื่องเลยนะ ด้อยเกินไปนะ

งั้นเราต้องเรียน ให้ได้หลักของการปฏิบัติจริงๆ เรียนให้ได้แก่นสารของการปฏิบัติจริงๆ แล้วความทุกข์จะออกจากใจเราได้จริงๆ ธรรมะของท่านน่ะของจริงนะ อยู่ที่เราเป็นคนจริงแค่ไหน เราเป็นคนจริง ความทุกข์ออกจากใจเราจริงๆ เห็นต่อหน้าต่อตาเลย


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย
เมื่อ วันพุธที่ ๒๘ เดือนพฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๕๕

CD: แสดงธรรมที่ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย
File: 551128
ระหว่างนาทีที่ ๒๓ วินาทีที่ ๑๘ ถึง นาทีที่ ๒๖ วินาทีที่ ๒๙

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ศีล สมาธิ ปัญญา ในองค์มรรค (๗) สติเป็นต้นทางของกุศล

mp 3 (for download) : ศีล สมาธิ ปัญญา ในองค์มรรค (๗) สติเป็นต้นทางของกุศล

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ศรีราชา ชลบุรี
เอื้อเฟื้อภาพโดย บ้านจิตสบาย

หลวงพ่อปราโมทย์ : ทำยังไงกุศลจะเจริญ ทำยังไงกุศลที่ไม่มีจะมี ที่มีแล้วจะเจริญ

มีสติไว้ สติเป็นต้นทางของกุศลนะ ถ้าขาดสติอย่างเดียวเนี่ย กุศลทั้งหลายจะไม่เกิดเลย องค์ธรรมฝ่ายกุศลจะไม่มีเลย ต้องมีสติเอาไว้ ถ้ามีสติรู้ทันจิตตัวเองเรื่อยๆ จิตมันมีกิเลสขึ้นมารู้ทันมันนะ มันละอายแก่ใจนะ มีหิริ มีโอตตัปปะขึ้นมา ละอายใจเกรงกลัวบาป เกรงกลัวผลของบาป ละอายใจที่จะทำบาป หิริคือความละอายใจที่จะทำชั่ว โอตตัปปะนะ(คือ)กลัวผลของการทำชั่ว

เนี่ยถ้าเรามีสติคุ้มครองจิตอยู่ มีสติรู้ทันจิตอยู่ มันจะเกิดหิริโอตตัปปะขึ้นมาเอง คนที่มีหิริโอตตัปปะนะจะมีศีลขึ้นมาโดยง่าย เพราะถ้ามันละอายใจที่จะทำชั่ว กลัวผลของบาปซะแล้ว มันจะทำผิดศีลไม่ได้ เพราะฉะนั้นมันเป็นการทำชั่ว เป็นการทำบาป

งั้นถ้าเรามีสตินะ มีหิริโอตตัปปะเกิดขึ้น ก็เกิดศีลขึ้นมา มีศีลแล้วก็เกิดสมาธิได้ง่าย ใจสงบง่าย มีสมาธิแล้วก็เกิดปัญญาง่าย พอใจสงบนะ ก็สามารถเรียนรู้ความจริงของกายของใจได้ง่าย มีปัญญาแล้ววิมุตติก็เกิดได้ง่าย มีโอกาสเกิดวิมุตติ คือใจปล่อยวางความยึดถือในรูปในนาม ในกายในใจ

เพราะงั้นมันจะเป็นทอดๆไปนะ แล้วมีสติให้มากไว้ งั้นกุศลทั้งหลายก็จะเกิดขึ้น ตัวอย่างของกุศลที่ว่ามา ก็คือหิริโอตตัปปะใช่มั้ย ศีล สมาธิ ปัญญา วิมุตติ นี่เป็นส่วนของกุศลทั้งนั้นเลย มันจะค่อยๆพัฒนาขึ้นมา

งั้นเรามีสติรักษาจิตไว้นะ นั่นแหล่ะคือการทำความเพียร เคยอ่านหนังสือนะ หลวงปู่มั่นท่านบอกว่า เมื่อไรมีสติ เมื่อนั้นมีความเพียร เมื่อไรขาดสติ เมื่อนั้นขาดความเพียร นี่ท่านสอนถูกกับตำราเป๊ะเลยนะ ทั้งๆที่ท่านภาวนา แต่ความจริงท่านอ่านอภิธรรมนะ หลวงปู่มั่นนี่ท่านอ่านอภิธรรมด้วย ลองไปดูหนังสือที่ท่านอ่าน มีอภิธรรมอยู่ งั้นท่านสอนถูกทั้งปริยัติทั้งปฏิบัติ สอนเก่ง

งั้นเราจะมีสัมมาวายามะได้นะ อาศัยมีสติรู้ทันจิตนี่ แล้วอะไรคือสัมมาสติ มีสติรู้ทันจิตเป็นสัมมาสติทั้งหมดมั้ย ไม่ใช่ทั้งหมด พระพุทธเจ้าอธิบายสัมมาสติ ด้วยสติปัฏฐาน ๔ งั้นหน้าที่ของเราเจริญสติปัฏฐานนะ ไม่ใช่มีสติแล้วก็ลอยๆอยู่เฉยๆ

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่วัดสวนสันติธรรม
เมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๒๕ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๓ ก่อนฉันเช้า

CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๓๔
Track: ๑๒
File: 530425A.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๑๑ วินาทีที่ ๓๙ ถึง นาทีที่ ๑๔ วินาทีที่ ๖

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ธรรมะที่ไม่เนิ่นช้า (๖) เจริญปัญญา

mp 3 (for download) : ธรรมะที่ไม่เนิ่นช้า (๖) เจริญปัญญา

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ :พอจิตตั้งมั่นขึ้นมาแล้ว ก็เจริญปัญญาต่อ เห็นกายมันทำงาน ร่างกายยืนเดินนั่งนอน ไม่ใช่เรายืนเดินนั่งนอนนะ เห็นเป็นรูปธรรมอันนึง เห็นเหมือนหุ่นยนต์ตัวนึงมันทำงาน จิตใจเดี๋ยวสุขเดี๋ยวทุกข์ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย เห็นแต่สภาวะธรรม ความสุขก็เป็นสภาวะธรรม จิตใจที่ไปรู้ความสุขเข้าก็เป็นสภาวะธรรม ความทุกข์ก็เป็นสภาวะธรรม จิตใจที่รู้ความทุกข์เข้าก็เป็นสภาวะธรรม เห็นแต่สภาวะธรรม ไม่มีคนไม่มีสัตว์ ไม่มีเราไม่มีเขานะ เห็นไปเรื่ิอยๆ แล้วสภาวะธรรมทั้งหลาย เราก็จะเห็นไปอีก ในที่สุดก็เข้าใจเลย สภาวะธรรมทั้งหลาย จะเป็นรูปธรรมหรือนามธรรมก็ตาม มีเหตุก็เกิด หมดเหตุก็ดับ บังคับไม่ได้นะ

เกิดดับไปนี่ก็เป็นอนิจจัง สิ่งซึ่งยังมีอยู่ยังไม่ดับไปนะ ยังมีอยู่นะ ก็ถูกบีบคั้นเพื่อจะให้ดับไป นี่เรียกว่าทุกขัง แล้วสิ่งทั้งหลายจะเกิดหรือจะดับ เป็นไปตามเหตุ ไม่ใช่ตามสั่ง นี่เรียกว่าอนัตตา ก็ฝึกอย่างนี้

การที่เราคอยเห็นกายเห็นใจเนี่ย ไม่เที่ยง เป็นทุกข์้ เป็นอนัตตา นั่นเรียกว่าการเจริญปัญญา หรือการทำวิปัสสนากรรมฐาน ถ้าเราทำได้ ๗ ประการนี้ มักน้อย สันโดษ วิเวกไม่คลุกคลี ปรารภความเพียร มีสติ มีสมาธิ มีปัญญา เจริญปัญญาอยู่ ธรรมะตัวที่ ๘ จะมา ความไม่เนิ่นช้า เราจะไม่เนิ่นช้า

แต่ถ้าขาด(๗ ข้อ)ข้างหน้านี้ เนิ่นช้าแน่นอน เพราะงั้นบางคนทำไมภาวนาเร็ว บางคนภาวนาช้า ยุ่งกับคนอื่นทั้งวัน ยังไงก็ช้า ขี้เกียจไม่เคยภาวนาเลย ยังไงก็ช้า วันๆเอาแต่โลภนะ อยากโน่นอยากนี่ไปเลย ไม่เคยควบคุมความอยากของตัวเองเลย ยังไงก็ช้า ไม่ยอมเจริญสติเลย ยังไงก็ช้า จิตฟุ้งซ่านตลอดเลย ยังไงก็ช้า ไม่แยกรูปแยกนาม ไม่เห็นกายเห็นใจแสดงไตรลักษณ์ ยังไงก็ช้า

เพราะงั้นถ้าเราทำธรรมะ ๗ ประการนี้ได้ มักน้อย สันโดษ ไม่คลุกคลี ปรารภความเพียร เจริญสติ เจริญสมาธิ เจริญปัญญา เราจะได้ธรรมะในเวลาอันไม่เนิ่นช้า ๗ วัน ๗ เดือน ๗ ปี มีจริงๆ ไม่ใช่ไม่มี งั้นพวกเราไปทำเอานะ ไปทำ ปรับพฤติกรรมที่ถ่วงตัวเองให้ไม่เจริญน่ะ เลิกๆไป แล้วก็ตั้งหน้าตั้งตาภาวนาไป เจริญสติไป

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๒๒ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๕ ก่อนฉันเช้า


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๕
Track: ๔
File: 550422.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๓๑ วินาทีที่ ๓๗ ถึง นาทีที่ ๓๓ วินาทีที่ ๕๙

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ศีล สมาธิ ปัญญาต้องรวมกันเป็นหนึ่ง จึงจะสู้กิเลสไหว

mp3 (for download) : ศีล สมาธิ ปัญญาต้องรวมกันเป็นหนึ่ง จึงจะสู้กิเลสไหว

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ศีล สมาธิ ปัญญาต้องรวมกันเป็นหนึ่ง จึงจะสู้กิเลสไหว

ศีล สมาธิ ปัญญาต้องรวมกันเป็นหนึ่ง จึงจะสู้กิเลสไหว

หลวงพ่อปราโมทย์ : ธรรมะเป็นเรื่องเฉพาะตัว หัดภาวนา ทุกวันๆต้องทำ เราไม่ภาวนานะทุกวัน กิเลสก็เอาไปกินหมด กิเลสขยันไม่มีวันหยุดไม่มีนักขัตฤกษ์ ลุยทุกวัน เราปฏิบัติธรรมทำๆหยุดๆ สู้กิเลสไม่ไหว เหมือนมันชกทั้งวันนะ เรานานๆชกลูกนึงนะ สู้กันไม่ได้ ปฏิบัติต้องฮึดไว้ประเภทเล่นไม่เลิก ไม่ได้หวังว่าจะต้องชนะน็อกมันในเวลาอันสั้น สู้มันทุกวัน สู้ด้วยสติด้วยปัญญา

กิเลสมันไม่มีอะไรมาก มีราคะโทสะโมหะ มีเท่านั้นเอง ไม่ได้มีอะไร มีสามตัวเอง กุศลมีเยอะแยะ มีทาน มีศีล มีสมาธิ มีปัญญา มีวิริยะ มีสติ มีศรัทธา เยอะแยะเลย กุศลเยอะกว่านะ แต่ไม่สามัคคีกัน อกุศลเนี่ยสามัคคีกันแน่นแฟ้นมากเลย เวลาอกุศลจะเกิดนะ โมหะเนี่ยเกิดขึ้นมายืนพื้นเลย ไม่ว่าราคะจะเกิดนะก็ต้องเกิดร่วมกับโมหะ โทสะจะเกิดก็เกิดร่วมกับโมหะ โมหะเนี่ยเป็นกิเลสยืนพื้น พอมีโมหะขึ้นมานะ บางทีก็เกิดร่วมพร้อมๆกับราคะ บางทีเกิดร่วมพร้อมกับโทสะ บางทีเกิดเดี่ยวๆก็ได้ แต่ถ้าโมหะเกิดเดี่ยวๆนะไม่นานราคะโทสะก็ตามมา มันมาช่วยกัน

ส่วนธรรมะฝ่ายดีต่างคนต่างอยู่ไม่ค่อยยอมสามัคคีกัน นั้นเลยสู้กิเลสไม่เคยได้เลย ธรรมะจะไปสามัคคีกันขณะจิตเดียวเท่านั้นเอง ครูบาอาจารย์วัดป่าโบราณท่านเรียกคำว่ามรรคสมังคี มันสามัคคีกัน ศีล สมาธิ ปัญญารวมเข้่าเป็นหนึ่ง โพธิปักขิยธรรม ๓๗ ประการนะรวมเข้าด้วยกันเป็นหนึ่งมันถึงสู้กิเลสไหว

เนี่ยกุศลนะพวกมากนะ แต่ไม่สามัคคีกัน อย่างเวลาเราภาวนาวันนี้มีศรัทธาแล้วก็มีวิริยะหน่อย ประเดี๋ยวก็ไม่เอาแล้ว วิริยะนะก็อยากจะทำสมาธิไม่อยากเดินปัญญา เอาสมาธิก็ไม่เอาปัญญา หรือศรัทธาขึ้นมาก็ทิ้งปัญญาโง่งมงายไป บางทีก็ทำความเพียรเจริญปัญญารวด ทิ้งสมาธิ มันไม่สามัคคีกัน ธรรมะมันไม่ประชุม มันเลยรวมพลังกันไม่ได้ เมื่อธรรมะรวมพลังกันไม่ได้ในขณะที่กิเลสสามัคคีกันรวมพลังกัน ธรรมะเลยไม่เคยชนะกิเลสเลย สู้กันไม่ได้หรอก งั้นเราต้องค่อยๆมาพัฒนานะ พัฒนาธรรมะของเราขึ้นมา ค่อยฝึกไปเรื่อย

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรม ณ สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
อ. ศรีราชา จ.ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๔

CD: พระธรรมเทศนา สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๓
File: 541205

ระหว่างนาทีที่  ๐ วินาทีที่ ๑ ถึงนาทีที่ ๓ วินาทีที่ ๓๖

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

การภาวนาต้องเด็ดเดี่ยว

mp 3 (for download) : การภาวนาต้องเด็ดเดี่ยว

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

การภาวนาต้องเด็ดเดี่ยว

การภาวนาต้องเด็ดเดี่ยว

หลวงพ่อปราโมทย์ : คนเราลองตั้งใจแล้วทำให้ได้เป็นบารมีนะเรียกอธิษฐานบารมี ตัวนี้สำคัญมากเลย เท่าที่หลวงพ่อสังเกตผู้ปฏิบัติดูเนี่ย คนที่เค้าได้ผลเนี่ยไม่ใช่ว่าเค้าฉลาดหรือเค้าเก่งกล้าสามารถอะไรเหนือกว่าเรา แต่เค้าเด็ดเดี่ยว เนี่ยตัวนี้สำคัญมากเลย เวลาตั้งใจที่จะภาวนานะก็ต้องทำ ลำบากยากเย็นยังไงก็ทำ จะเป็นบารมีชื่ออธิษฐานบารมี เป็นความเด็ดเดี่ยว ตัวนี้สำคัญ

หลวงพ่อพุธเคยสอนหลวงพ่อนะว่าพระภาวนา ตอนนั้นเราไม่ได้บวชหรอกแต่ท่านก็เทศน์ให้ฟัง บอกว่าตั้งใจปฏิบัตินะต้องทำจริงๆเลย อย่างพระทุกวันจะต้องมีข้อวัตรต้องกวาดวัดต้องกวาดกุฏิต้องอะไรเงี้ย วันนึงท่านป่วยหนักท่านลุกไม่ขึ้นเลย พอถึงเวลากวาดวัดเนี่ยท่านทำไงรู้มั้ย ท่านเอามือนะขยับมือเนี่ยกวาดข้างๆตัว วางใจว่ากำลังทำข้อวัตรอยู่ นี่ขนาดนี้นะ ขนาดว่าจะตายมิตายแหล่ยังไม่เลิกเลยนะ ใกล้จะตายแล้วยังไม่ทิ้งข้อปฏิบัติเพราะตั้งใจว่าจะทำ หรือบางองค์บางองค์นี้ไม่ใช่คนยุคเรานะ ตั้งใจเดินจงกรมจะภาวนาเดินๆจนเท้าแตก เท้าแตกหมดเลยเดินไม่ได้แล้ว เดินไม่ได้ท่านคลานคลานจนเข่าแตกนะ คลานไม่ได้นะท่านลงไปนอนนะ กลิ้งไปกลิ้งมานะนอนพลิกซ้ายพลิกขวาพลิกซ้ายพลิกขวาไปเรื่อย ขยับทำความรู้สึกไปเรื่อย เห็นธาตุเห็นขันธ์นี้ทำงานไปเรื่อย ถึงขนาดเดินไม่ได้แล้วนะคลานก็ไม่ได้นะนอนพลิกไปพลิกมานะก็เป็นพระอรหันต์นะ

งั้นตัวความเด็ดเดี่ยวเนี่ยสำคัญมากเลย ฆราวาสนะหลวงพ่อวิจารณ์ซื่อๆเลยนะ สิ่งที่พวกเราขาดนะคือความเด็ดเดี่ยว พระเด็ดเดี่ยวมากกว่าเพราะอะไร อย่างมันจะตายมิตายแหล่นะมันต้องสู้ตายแหล่ะ สู้ตาย อย่างพระเนี่ยเวลากามราคะเกิดนะจะเป็นจะตายนะ ทุกข์ทรมานมาก โยมไม่เป็นอะไรเห็นมั้ย เพราะนั้นพระเนี่ยสู้เด็ดเดี่ยวมากเลย พระดีๆเป็นยากนะ สู้ตาย ใจต้องแข็งจริงๆเลย ใจเหลาะๆแหละๆเป็นไม่ได้

อย่างคนมาขอบวขหลวงพ่อให้ไปทบทวนใหม่ซะเป็นส่วนมากนะ บางคนขอตั้งหลายปีถึงให้ไปบวชได้ ใจไม่แข็งพอมันไม่ได้กินหรอก นี้โยมเนี่ยส่วนใหญ่อ่อนแอไปหน่อย อึดนะอึดไว้ ไม่ต้องเร่งความเพียรหามรุ่งหามค่ำหรอกแต่ทำความเพียรให้สม่ำเสมอ สำคัญกว่าเร่งหามรุ่งหามค่ำอีกนะ

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันเสาร์ที่ ๒๕ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๓ หลังฉันเช้า


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๓๘
Track: ๕
File: 531225B.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๓๒ วินาทีที่ ๓ ถึง นาทีที่ ๓๔ วินาทีที่ ๕๕

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : ในเมื่อเราสร้างสติให้เกิดขึ้นตรงๆไม่ได้ เราควรจะมีความเพียรอย่างไร?

ในเมื่อเราสร้างสติให้เกิดขึ้นตรงๆไม่ได้ เราควรจะมีความเพียรอย่างไร?

ทั้งความเพียรชอบ (สัมมาวายามะ) และระลึกชอบ (สัมมาสติ) และมรรคอีก 6 องค์ ย่อมต้องอาศัยและเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ครูบาอาจารย์จะเคยบอกว่า เมื่อใดมีสติ (สัมมาสติ) เมื่อนั้นคือมีความเพียร (สัมมาวายามะ) ปัญหาจึงน่าจะอยู่ที่เรามีความเพียรที่ไม่ถูกต่างหาก (เพราะถ้ามีความเพียรที่ถูกก็ย่อมมีสติ) เช่น พอมีความโกรธก็หาทางทำลายความโกรธ แทนที่จะหัดดูความโกรธ หรือพอมีความทุกข์ก็หาทางทำลายความทุกข์ แทนที่จะหัดดูความทุกข์ หรือพอจิตว่างๆ เฉยๆ แทนที่จะหัดดูจิตที่ว่างๆ เฉยๆ ก็เที่ยวหาอุบายมาทำเพื่อให้เกิดปัญญา อีกนัยหนึ่งตามหลักที่หลวงพ่อบอกว่า เหตุใกล้ให้เกิดสติคือการที่จิตจำสภาวะได้ แทนที่เราจะเพียรหัดดูสภาวะที่เกิดขึ้น เราก็ไปหาทางสร้าง หาทางดับ หาทางแก้สภาวะ การหัดดูสภาวะนี่แหละครับที่จะทำให้จิตจำสภาวะได้ แล้วก็เกิดเป็นสัมมาสติในทันทีที่รู้ว่ามีสภาวะที่เคยจำได้เกิดขึ้น ปัญหาที่ตามมาคือพอหัดดูแล้ว แต่สัมมาสติยังไม่เกิด ก็เที่ยวหาอุบาย (หัดทำ) เพื่อให้เกิดสัมมาสติ แทนที่จะหัดดูต่อไป โดยไม่เข้าใจว่าที่สติยังไม่เกิด ก็เพราะจิตยังจำสภาวะไม่ได้ ที่จิตยังจำสภาวะไม่ได้ ก็เพราะยังหัดดูไม่พอ ด้วยความไม่เข้าใจบวกกับความอยากมีสติก็เลยหลงไปหัดทำ ไม่ยอมหัดดู ที่ถามว่าจะเพียรอย่างไรเพื่อให้เกิดสติ ก็คงบอกได้ว่า ก็เพียรหัดดูไปเรื่อย อย่าไปหัดทำอะไรกับสภาวะที่ปรากฏก็แล้วกันครับ

เบื้องต้นต้องหัดเชิงคุณภาพก่อน แม้จะได้ปริมาณที่น้อยนิดก็ตาม ด้วยปริมาณที่น้อยนิดแต่มีคุณภาพนี่แหละครับ ที่จะทำให้เกิดเป็นปริมาณที่มากและเปี่ยมไปด้วยคุณภาพ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ขี้เกียจภาวนาอย่ามาคุยกันเลย

mp3 (for download) : ขี้เกียจภาวนาอย่ามาคุยกันเลย

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ขี้เกียจภาวนาอย่ามาคุยกันเลย

ขี้เกียจภาวนาอย่ามาคุยกันเลย

หลวงพ่อปราโมทย์ : ตอนนี้ต้องจริงจังก่อนเบื้องต้น ขี้เกียจไม่ได้ เวลาส่งการบ้านนะใครมาส่งว่าขี้เกียจนะ หลวงพ่อไม่อยากคุยด้วยนะ พูดตรงๆนะขี้เกียจคุยด้วย เอ็งขี้เกียจภาวนาข้าก็ขี้เกียจคุยด้วย สอนเหมือนสอนวัวสอนควาย สอนแล้วไม่ทำสอนทำไมเสียเวลา เสียเวลาเหนื่อยเราเปล่าๆ

หลวงพ่อเรียนจากครูบาอาจารย์นะไม่เคยต้องให้ครูบาอาจารย์มาเร่งเร้าให้ปฏิบัติเลยนะ ท่านสั่งให้ทำอะไรทำ้ทำ ทำไปทุกวี่ทุกวันนะ ทำล้มลุกคลุกคลาน บางคราวภาวนานะแทบน้ำตาตกใน ภาวนาแล้วทำไม่ได้ซะทีไม่ดีซะที สมัยก่อนก็เป็นนะไม่ใช่ไม่เป็น ล้มลุกคลุกคลาน ลำบากแค่ไหนก็ท้นทนไม่เลิกอย่างเดียว อาศัยอดทนเอา

งั้นเวลาส่งการบ้านนะถ้าขี้เกียจอย่ายกมือเลยหัดขี้เกียจยกมือซะบ้าง ถ้าขี้เกียจภาวนาแล้วให้ขี้เกียจยกมือนะเพราะหลวงพ่อขี้เกียจตอบ เหนื่อยเราเปล่าๆ แต่ถ้าภาวนานะมีปัญหาติดขัดจริงๆ ต้องการความช่วยเหลือจริงๆนะ โอ้ หลวงพ่อเต็มใจช่วยนะ เมื่อก่อนเคยสอนเพื่อนๆบางคนสอนแทบจะโต้รุ่งเลยนะแก้กรรมฐานให้ เหนื่อยยังไงก็ยอม

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่ สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันที่ ๑๐ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๔ หลังฉันเช้า

CD: ๔๑
File: 540910B
ระหว่างนาทีที่ ๔ วินาทีที่ ๒๘ ถึงนาทีที่ ๕ วินาทีที่ ๕๘

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

คนจริงถึงจะได้ของจริง เก่งแสนเก่งแต่เหยาะแหยะไม่ได้หรอก

mp3 for download : คนจริงถึงจะได้ของจริง เก่งแสนเก่งแต่เหยาะแหยะไม่ได้หรอก

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

คนจริงถึงจะได้ของจริง เก่งแสนเก่งแต่เหยาะแหยะไม่ได้หรอก

คนจริงถึงจะได้ของจริง เก่งแสนเก่งแต่เหยาะแหยะไม่ได้หรอก

หลวงพ่อปราโมทย์ : ครูบาอาจารย์แต่ละองค์ๆ กว่าจะดีได้ไม่มีฟลุ๊คหรอก แลกมาสาหัสสากรรจ์ แต่ละองค์ๆไม่มีลูกฟลุ๊คนะ ภาวนามาอย่างล้มลุกคลุกคลาน ทุกคนๆแหละ

เนี่ยพวกเราภาวนา เราอย่านึกว่า เหยาๆแหยะๆแล้วจะได้ ฆราวาสนี้มีจุดอ่อนคือ ไม่ต่อเนื่อง จุดอ่อนอยู่ที่ความต่อเนื่อง เอาไม่จริงน่ะ ถ้าเอาจริงก็ได้ แต่ส่วนใหญ่ใจไม่ถึงหรอก เหยาะๆแหยะๆ ทำบ้างหยุดบ้าง

คนไม่จริงก็ได้ของไม่จริง คนจริงนะต้องใจถึงจริงๆ ใจถึงจริงต้องเข้มแข็ง มีความอดทนอดกลั้น ขันตินั้นสำคัญมากนะ จะเก่งแสนเก่งนะ แต่ว่าทำเหยาะๆแหยะๆ ไม่ได้กินหรอก ต้องพากเพียรจริงๆเลย

แล้วคำสอนทั้งหลายนะ สับสนอลม่านมากนะ ยุคนี้ ต้องศึกษาด้วย เป็นคนจริงอย่างเดียว เป็นคนจริงแบบวัวแบบควายใช้ไม่ได้ ต้องศึกษาว่าจริงๆแล้วพระพุทธเจ้าสอนอะไร

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่ สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันที่ ๘ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๑ หลังฉันเช้า

CD: ๒๔
File: 510308
ระหว่างนาทีที่ ๑ วินาทีที่ ๒๘ ถึงนาทีที่ ๒ วินาทีที่ ๔๖

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

อย่าขี้เกียจนะ หยุดเมื่อไหร่จะถอยหลัง

mp3 for download : อย่าขี้เกียจนะ หยุดเมื่อไหร่จะถอยหลัง

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

อย่าขี้เกียจนะ หยุดเมื่อไหร่จะถอยหลัง

อย่าขี้เกียจนะ หยุดเมื่อไหร่จะถอยหลัง

หลวงพ่อปราโมทย์ : ที่ฝึกอยู่ใช้ได้แล้วนะ อย่าขี้เกียจเท่านั้นแหละ ดูไปเรื่อยๆอย่าเว้นวรรคนะ การปฏิบัติเหมือนพายเรือทวนน้ำ ถ้าเว้นวรรคหยุดเมื่อไหร่นะ จะถอยหลัง แล้วก็พอถอยหลังนะ รวบรวมแรงมาพายอีก ทวนน้ำขึ้นไปอีกสักพักนะ เดี๋ยวก็หยุดแล้วถอยหลังอีก พอถอยหลังหลายๆหนแล้วนะ จะหมดแรง หมดกำลังใจที่จะปฏิบัติ

มันเหมือนเราพายเรือทวนน้ำจะขึ้นแก่งสักอันหนึ่ง ต้องฮึดๆ ฮึดๆ นะ สู้ตาย ดูเรื่อยๆอย่าหยุด พอมันขึ้นไปได้แล้ว เฮ่อ..พ้นแก่งที่หนึ่งแล้วค่อยยังชั่วแล้ว น้ำจะค่อยๆอ่อนลงๆ

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่ สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันที่ ๒๔ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๑ หลังฉันเช้า

CD: ๒๔
File: 510324B
ระหว่างนาทีที่ ๓๖ วินาทีที่ ๓๑ ถึงนาทีที่ ๓๗ วินาทีที่ ๐๗

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ปฏิบัติกับไม่ปฏิบัติ

Mp3 for download: ปฏิบัติกับไม่ปฏิบัติ

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ปฏิบัติกับไม่ปฏิบัติ

ปฏิบัติกับไม่ปฏิบัติ

หลวงพ่อปราโมทย์: ในชีวิตของเรา พอถึงเวลาปฏิบัติก็ทำใจให้นิ่งๆ แข็งๆ ทื่อๆ ไว้หน่อย เวลาไม่ปฏิบัติก็ปล่อยให้มันนิ่งไปเลย หลงไปเลย มีการปฏิบัติกับมีการไม่ปฏิบัติ ส่วนการเจริญสตินั้นไม่ได้ทำอย่างนั้น ไม่มีว่าตอนนี้จะเจริญสติ ตอนนี้จะไม่เจริญสติ มีแต่ว่ารู้หรือไม่รู้เท่านั้น ถ้ารู้ก็คือว่าปฏิบัติแล้ว เจริญสติแล้ว ขณะจิตนี้เผลอไป ขณะจิตนี้ไม่ได้ปฏิบัติ ไม่ใช่ว่าชั่วโมงนี้ปฏิบัติ ชั่วโมงหน้าเลิกละ ไม่ใช่เป็นอย่างนั้นหรอก ขณะใดมีสติ ขณะนั้นมีการปฏิบัติ มีความเพียร ขณะใดขาดสติ ขณะนั้นขาดความเพียร ของเราพอเลิกคิดถึงการปฏิบัติเนี่ย เราขาดสติละ เรารู้ไม่ทันการปรับจิตของเราเองให้มันนิ่งๆ ทื่อๆ

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สวนโพธิญาณ อรัญวาสี
หนองตากยา ท่าม่วง กาญจนบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันอาทิตย์ ที่ ๑๗ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๔๕ ก่อนฉันเช้า

CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๑
Track: ๑๑
ระหว่างนาทีที่ ๑๑ วินาทีที่ ๒๙ ถึง นาทีที่ ๑๒ วินาทีที่ ๑๒

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ขาดสติคือขาดความเพียร

Mp3 for download: 451117A_no sati no pawana

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ขาดสติ คือขาดความเพียร

ขาดสติ คือขาดความเพียร

หลวงพ่อปราโมทย์: หลวงปู่มั่นท่านบอกว่ามีสติคือมีความเพียร ขาดสติคือขาดความเพียร เพราะฉะนั้นอย่างเราไปเดินจงกรมทั้งวันทั้งคืน ถ้าเราเดินแบบไม่มีสติก็คือไม่ได้ทำความเพียรอยู่

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมที่สวนโพธิญาณ หนองตากยา ท่าม่วง กาญจนบุรี
เมื่อ วันอาทิตย์ ที่ ๑๗ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๔๕ ก่อนฉันเช้า

CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๑

File: 451117A
Track: ๑๑
ระหว่างนาทีที่ ๑ วินาทีที่ ๑๕ ถึง นาทีที่ ๒ วินาทีที่ ๐๕

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

การเจริญสติในชีวิตประจำวัน เป็นหัวใจของการปฏิบัติธรรม

mp 3 (for download) : การเจริญสติในชีวิตประจำวัน เป็นหัวใจของการปฏิบัติธรรม

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์: เรื่องการเจริญสติในชีวิตประจำวัน เรื่องนี้เป็นเรื่องหัวใจของการปฏิบัติธรรมทีเดียว พวกเราเวลาคิดถึงการปฏิบัติธรรมนะ เราจะวาดภาพว่า ต้องไปนั่งสมาธิ ต้องไปเดินจงกรม จะทำอะไรก็ต้องไม่เหมือนมนุษย์ธรรมดา ต้องช้าๆ ต้องนุ่มนวล ต้องช้าๆ ค่อยๆขยับ ยกตัวอย่างจะเดินก็ต้องช้าๆนะ จะทำอะไรทุกอย่างต้องช้าๆ แล้วจะเรียกว่าเป็นการปฏิบัติธรรม นั่งก็ต้องหลับตา ถึงจะเรียกว่าปฏิบัติธรรม นั่งลืมตาก็ไม่ได้ ต้องนั่งในท่านี้ด้วย ต้องเดินในท่านี้ด้วย ถึงจะเรียกว่าการปฏิบัติ

ในความเป็นจริงการปฏิบัติธรรมไม่ได้เป็นอย่างนั้นหรอก การปฏิบัติธรรมจริงๆคือการมีสติ เมื่อไรมีสติเมื่อนั้นมีการปฏิบัตินะ มีความเพียร เมื่อไรขาดสติ เมื่อนั้นขาดการปฏิบัติ ขาดความเพียร เพราะฉะนั้นหลวงปู่มั่นท่านสอนไว้ดีมากเลย ท่านบอกว่า ถ้าเราทำสมาธิมาก จะเนิ่นช้า ถ้าเราค้นคว้าพิจารณาธรรมะมาก พิจารณากาย พิจารณาอะไรมากเนี่ย จิตจะฟุ้งซ่าน หัวใจสำคัญของการปฏิบัติเนี่ย คือการเจริญสติในชีวิตประจำวัน

การเจริญสติในชีวิตประจำวันก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องไม่นั่งสมาธิ ไม่เดินจงกรม ไม่ทำในรูปแบบ ไม่ใช่ อาศัยการทำในรูปแบบในเบื้องต้นนี้เอง เป็นการฝึกให้เกิดสติ เมื่อมีสติแล้ว เราเอาสติมาใช้ในชีวิตประจำวัน จะแตกหักกันก็ตรงที่ว่า ใครจะเจริญสติในชีวิตประจำวันได้ คนไหนเจริญสติในชีวิตประจำวันไม่ได้เนี่ย โอกาสที่จะบรรลุมรรคผลนิพพานในชีวิตนี้นะ ยังห่างไกลเหลือเกิน

มันยากมากเลยที่คนๆหนึ่งจะมีสติขึ้นมา สติที่แท้จริง แต่ไม่ยากเลยที่คนที่มีสติที่แท้จริงแล้ว จะบรรลุมรรคผลนิพพานในชีวิตนี้ มรรค ผล นิพพาน มีจริงๆ

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมที่ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
เมื่อ วันพุธที่ ๒๙ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๒

CD: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช วันที่ ๒๙ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๒
File: 520429.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๐ วินาทีที่ ๕๙ ถึง นาทีที่ ๒ วินาทีที่ ๕๕

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

จิตที่ตั้งมั่น จะเห็นความจริง เกิดปัญญา

mp3 for download: จิตที่ตั้งมั่น จะเห็นความจริง เกิดปัญญา

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์: ก็มีความเพียรนะ มีสติแล้วก็มีความเพียรไป พอมีสติแล้ว ศรัทธาก็เพิ่มขึ้น มีสติแล้วใจก็จะตั้งมั่น ที่ใจเรานั่งภาวนาแล้วเคลิ้มง็อกแง็ก ง็อกแง็ก เป็นเพราะขาดสติ สติจำเป็นในที่ทุกสถานในกาลทุกเมื่อ ต้องมีสติ จะยืน จะเดิน จะนั่ง จะนอน รู้สึกตัว

แต่รู้สึกตัวไม่ใช่เพ่งตัว ไม่ใช่เพ่งกาย ไม่ใช่เพ่งใจ ไม่ใช่เพ่งลมหายใจ ไม่ใช่เพ่งท้องพองยุบ ไม่ใช่เพ่งเท้าเพ่งมือ ไม่ใช่เพ่งร่างกายทั้งกาย ไม่ใช่เพ่งจิต ไม่ใช่เพ่งเวทนา ไม่ได้เพ่งอะไรเลย

แค่รู้สึกตัวขึ้นมาแล้วก็รู้ถึงความมีอยู่ของกาย รู้ถึงความมีอยู่ของใจ พอรู้ไปใจมันตั้งมั่นเป็นผู้รู้ผู้ดูอยู่นะ ไม่ขาดสตินะใจมันตั้งมั่นเป็นคนดู ตรงที่ใจตั้งมั่นเป็นคนดูเราจะเห็นเลย ร่างกายอยู่ส่วนหนึ่งใจอยู่ส่วนหนึ่งมีช่องว่างมาคั่น เวทนา ความสุขความทุกข์อยู่ส่วนหนึ่งจิตใจอยู่ส่วนหนึ่ง มีช่องว่างมาคั่น เราจะเห็นเวทนาอยู่นอกๆ ใจอยู่ต่างหาก สัญญา สังขารก็เหมือนกันนะ กุศล อกุศล ทั้งหลายเป็นสังขาร เราเห็นมันอยู่นอกๆ มันไม่ใช่จิตหรอก มันอยู่นอกๆ มีช่องว่างมาคั่นระหว่างจิตกับกิเลสเนี่ย ไม่สัมผัสกัน อย่างนี้เรียกว่าใจของเราตั้งมั่นอยู่

ทีนี้อะไรๆเกิดขึ้นในกายในใจ เราก็เห็นว่า ทั้งกายทั้งใจเขาทำงานของเขาไปเรื่อย ใจมันอยู่ต่างหาก ใจมันตั้งมั่น ตัวนี้เรียกว่ามีสัมมาสมาธิ ใจมันตั้งมั่นอยู่ ถ้าใจไม่ตั้งมั่นใจก็ไหล ไหลเข้าไปไหน ไหลเข้าไปรวมอยู่กับกาย ไหลไปรวมอยู่กับเวทนา ไหลไปรวมอยู่กับสังขาร จิตตสังขารในใจเรา ไหลไปรวมกับความว่างๆ หรือบางทีก็ไหลออกนอก ไหลไปคิดไปนึกไปปรุงไปแต่ง นี้เรียกว่าใจมันไม่ตั้งมั่น ใจเราจะแฉลบซ้ายแฉลบขวาอยู่ทั้งวันนะ ค่อยฝึกนะ ฝึกไปช่วงหนึ่งจะมองเห็น ใจจะแฉลบไปแฉลบมาอยู่ตลอดเวลา เนี่ยในห้องเนี่ย รู้สึกมั้ย ใจจะแฉลบอยู่ตลอดเวลา เดี๋ยวแฉลบไปดู เดี๋ยวแฉลบไปฟัง เดี๋ยวแฉลบไปคิด เดี๋ยวแฉลบไปเพ่ง มีสารพัดรูปแบบ เนี่ยใจมันไม่มีสัมมาสมาธิ

ถ้ามันมีสตินะ ใจหลงไปคิด รู้ทันว่าใจมันหลงไปคิด ใจจะตั้งมั่นขึ้นมา ตั้งขึ้นได้แว้บเดียวนะ เดี๋ยวก็ไหลอีก นี่พอเราไหลไปแล้วรู้ เราไหลไปรู้ จะตั้งได้นาน มันจะเหมือนตั้งได้ต่อเนื่อง ความจริงไม่ได้ต่อเนื่องหรอก จิตที่ตั้งมั่นก็เกิดดับทีละขณะเหมือนกับจิตชนิดอื่นนั่นแหละ แต่มันเกิดบ่อย เกิดบ่อยจนรู้สึกเหมือนอยู่ได้นานๆ

พออยู่ได้อย่างนี้เรื่อยๆนะ ก็ บางทีสติไประลึกรู้กายเข้า บางทีสติไประลึกรู้จิตเข้า จงใจระลึกไม่ได้ ระลึกของมันเอง เดี๋ยวก็รู้กายเดี๋ยวก็รู้จิต รู้มากๆมันจะเห็นความจริง เอ๊ะกายตะกี้นี้อย่างนี้ กายตอนนี้อย่างนี้ จิตตะกี้นี้อย่างนี้จิตเดี๋ยวนี้อย่างนี้ เห็นว่าไม่เหมือนกัน หรือเห็นว่ากายในปัจจุบันนี้ ที่เรามองอยู่นี้มันของถูกรู้ถูกดู จิตที่เราตามรู้ตามดูก็ของถูกรู้ถูกดู ไม่มีตัวเราเลย ไม่ใช่ตัวเราเลย เป็นของถูกรู้ถูกดูทั้งหมด

การที่เห็นกายเห็นใจไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ไม่ใช่ตัวเรา เป็นของถูกรู้ถูกดูบ้าง เป็นของอยู่นอกๆบ้าง เป็นของเกิดดับบ้าง เป็นของที่ถูกความทุกข์บีบคั้นบ้าง เห็นอย่างนี้เรียกว่าเห็นความจริง การเห็นความจริงนี้เรียกว่าปัญญา

เพราะฉะนั้นอาศัยการมีสติเนี่ย เราก็เลยเกิดศรัทธา เกิดวิริยะ เกิดสมาธิ เกิดปัญญาขึ้นมา ไม่ใช่ว่าต้องทำแยกเป็นตัวๆนะ ยกเว้นสมาธิน่ะ สมาธิบางทีเราเจริญสตินานๆไปนะ สมาธิมันตกได้เหมือนกัน อย่างนั้นต้องพักผ่อนจิตใจบ้าง ทำสมถะได้ก็ทำ ถ้าทำสมถะไม่เป็นก็ให้รู้ทันเอาว่าจิตมันไหลไปข้างนอกแล้ว ไปแช่อยู่ข้างนอกนิ่งๆละ ถ้าจิตยังมีแรงอยู่นะ มันจะไหลแว้บไป กลับไปกลับมา กลับไปกลับมา นี่ยังมีแรงอยู่

ถ้าไหลไปแว้บ..ออกไป แล้วก็ไปนอนนิ่งๆอยู่ข้างนอกนะ ส่วนใหญ่ไปนอนแช่อยู่ข้างหน้าเนี่ย นั่นน่ะมันหมดแรงแล้ว นั่นหมดแรงอย่างหนึ่งนะ อีกอย่างหนึ่งก็คือ ไปหลงเพลินในความสุขเสียแล้ว นะ มีสองแบบนะ ที่ไหลไปแช่อยู่ข้างหน้า อันหนึ่งเพราะว่าหมดเรี่ยวหมดแรงที่จะรู้สึกตัวละ ใจไม่มีแรงที่จะตั้งมั่น นะ อีกอันหนึ่งก็มันไปเพลินในความสุข ไปนอนแช่นิ่งๆอยู่

ทีแรกก็ใจมันไม่มีแรงก่อนนะ มันก็เลยไหลไปอยู่ข้างหน้าไปนอนนิ่งๆ พอนอนนิ่งๆแล้วรู้สึกเอ๊ะสบายดี..เลยชอบเลยคราวนี้เลยติดอยู่ข้างหน้า กลับบ้านไม่ได้แล้วไปนอนอยู่หน้าบ้าน คล้ายๆนอนอยู่ในบ้านนานแล้ว เบื่อแล้ว ออกไปนอนเล่นหน้าบ้านนะ ดูเอ๊..ท้องฟ้าปลอดโปร่ง ดาวสวย อะไรอย่างนี้ นอนไปนอนมาเพลินเลยไม่เข้าบ้านเลย กลายเป็นพวกเร่ร่อนจรจัดไปแล้ว เนี่ยใจมันไม่ตั้งมั่น ค่อยสังเกตเอา

แสดงธรรมที่สวนสันติธรรม เมื่อวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๕๑ ก่อนฉันเช้า
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๒๕
File:  510427A.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๑๑ วินาทีที่ ๒๐ ถึง นาทีที่ ๑๖ วินาทีที่ ๒๑

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

มีสติช่วยให้อินทรีย์ ๕ สมบูรณ์

mp3 (for download) : มีสติทำให้อินทรีย์ ๕ สมบูรณ์

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : สติยิ่งเกิดบ่อยยิ่งดี แล้วการที่เรามีสติรู้กายมีสติรู้ใจนี่มันจะเพิ่มอินทรีย์ตัวอื่นขึ้นมา เพิ่มอัตโนมัติแล้วเพิ่มได้อย่างสมบูรณ์ด้วย

พอเรามีสติรู้กายรู้ใจเนืองๆ สติเกิดเรามีความสุขละ มีสติไปสมาธิก็เกิด มีสติไปปัญญาก็เกิด พอสติ สมาธิ ปัญญาเกิดนี่ เรียกว่าทำความเพียรอยู่ จิตใจได้รับความสุข ได้รับความสงบ ได้รับความรู้ความเข้าใจเป็นระยะๆ ไป ศรัทธาของเราจะยิ่งแน่นแฟ้นขึ้น

CD สวนสันติธรรม 19

File 500331A

9.20 – 9.58

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่