Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : ความไม่มีอะไร

ความไม่มีอะไร

ถาม : ภาวนาแล้วรู้สึกว่าสภาวะธรรมทุกอย่าง ที่เราเห็นว่าเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป ล้วนแล้วแต่ไม่มีอะไรเลย เป็นของชั่วคราว แต่เพราะอะไรจึงมีตัวรู้เกิดขึ้นในทุกขณะที่จิตไปรับผัสสะทางทวาร ในเมื่อไม่มีอะไรแล้วตัวรู้นี้มาจากไหน (เริ่มหลงแล้ว.. หนูก็ยังไม่เข้าใจ เหมือนรู้สึกว่าตัวรู้นี่เที่ยง ไม่รู้ว่าต้นตอมันคืออะไร และมันมาจากไหน)?
ตอบ : เวลาเรียนธรรมนี่ ห้ามคิดๆเอานะครับ
คิดๆเอาแล้วจะยิ่งสับสน พลาดนิดเดียวอาจพลิกไปเป็นพวกมิจฉาทิฏฐิเอาง่ายๆ
โดยเฉพาะเรื่องจิต เรื่องผู้รู้ ที่ยิ่งคิดจะยิ่งสับสน
ต้องใช้การภาวนาตามรู้กายบ้าง ตามรู้จิต(จิตที่มีเจตสิกต่างๆ)บ้าง
แล้วจะค่อยๆ เข้าใจได้ แต่ก็ยากนะครับ เพราะตราบใดที่ยังมีอวิชชาครอบงำจิตอยู่
ก็จะยังไม่แจ่มแจ้งเรื่องจิตจริงๆ

เรื่องที่ว่า “ไม่มีอะไร” มีเพียงสิ่งที่เกิดดับอยู่นั้น
คำว่า “ไม่มีอะไร” จริงๆแล้วเป็นคำพูดย่อๆ
ถ้าจะพูดให้ยาวอีกหน่อยก็ต้องพูดว่า
“ไม่มีอะไรที่เที่ยงหรือคงที่หรือมีอยู่อย่างถาวร
เป็นเพียงสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วย่อมต้องดับไป” ครับ
จิตเองก็อยู่ภายใต้ลักษณะแบบนี้เช่นกัน
คือเมื่อมีเหตุก็เกิด หมดเหตุก็ดับ แล้วก็เกิด-ดับสืบต่อกันไป

การภาวนาก็เพื่อให้เราได้เห็นความจริงในเบื้องต้นว่า
จิตนี้ (ไม่ว่าจะมีเจตสิกอะไรเกิดร่วมด้วย) เมื่อเกิดขึ้นแล้ว ก็ย่อมดับไปเป็นธรรมดา
ส่วนมันจะเกิดมาต้นตออะไร ผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน
เคยอ่านจากที่หลวงพ่อแสดงธรรมไว้ในเรื่อง “จิตคือพุทธะ”
ที่ท่านบอกว่า “จิตดวงแรกเกิดจากรูปนามรวมเข้ากับความว่างเดิมของจักรวาล”
แต่อ่านแล้วก็ไม่เข้าใจอยู่ดีแหละครับ

เอาเป็นว่า คุณติดเครื่องหมาย ?
แล้วแขวนประเด็นเหล่านี้ไว้ก่อนนะครับ (ผมก็ทำแบบนี้อยู่)
แล้วก็มาหัดเจริญสติ ตามรู้กายตามรู้จิต(จิต+เจตสิก) ไปก่อน
ตามรู้ไปให้เห็นว่า กายนี้ จิตนี้ ล้วนแต่ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ไม่ใช่ตัวตน
ตามรู้ไปจนกว่า จะเกิดปัญญา เกิดมรรค เกิดผล พ้นจากกองทุกข์ได้
ผมเองเข้าใจว่า คำตอบในประเด็นเหล่านี้ก็จะปรากฏให้ทราบได้เองครับ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

สติปัฏฐานมีทั้งสมถะและวิปัสสนา

mp 3 (for download) : สติปัฏฐานมีทั้งสมถะและวิปัสสนา

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

สติปัฏฐานมีทั้งสมถะและวิปัสสนา

สติปัฏฐานมีทั้งสมถะและวิปัสสนา

หลวงพ่อปราโมทย์ : ต้องภาวนาเอานะ มันไม่มีทางที่สองที่ใครคนหนึ่งจะบรรลุมรรคผลนิพพานได้ ทางมันมีทางเดียวคือการเจริญสติปัฏฐานมีสติรู้กายรู้ใจไป

แต่เวลาที่ไม่มีกำลังจะรู้กายรู้ใจก็ทำความสงบเข้ามา พอจิตใจสงบจิตใจตั้งมั่นเป็นผู้รู้ผู้ดูแล้วก็คอยดูกายคอยดูใจบ่อยๆ งานที่เราทำมีสองอันสมถะกับวิปัสสนา สมถะทำไปเพื่อให้ใจมีความสุขความสงบมีใจตั้งมั่น ใจมีเรี่ยวมีแรงตั้งมั่นออกมาเป็นคนดูไม่ใช่เป็นคนทำ ใจของเรามันเป็นแค่คนทำมันไม่ใช่คนดู ทำโน้นทำนี้ทั้งวันแหล่ะเรียกทำกรรม ในจิตเราทำกรรมตลอดเวลารู้สึกมั้ย เดี๋ยวก็ทำกรรมดีเดี๋ยวก็ทำกรรมชั่ว จงใจขึ้นเมื่อไหร่มีเจตนาเมื่อไหร่ก็ทำกรรมเมื่อนั้นน่ะ จงใจทำชั่วก็เกิดการทำชั่วกรรมชั่ว จงใจจะปฏิบัติก็เกิดการทำกรรมดีมีการทำกรรมขึ้นมา

ทำไงใจเราจะกลายเป็นผู้รู้ผู้ดู ถ้าใจเราไม่สามารถเป็นผู้รู้ผู้ดูสภาวะได้นะก็บรรลุมรรคผลไม่ได้ เพราะการที่มีใจตั้งมั่นเห็นกายตามความเป็นจริงเห็นจิตใจตามความเป็นจริงนี่เรียกทำสติปัฏฐานทำวิปัสสนา เป็นทางเดียว แต่ถ้าให้ตรงศัพท์จริงๆต้องใช้คำว่าทำวิปัสสนา ในสติปัฏฐานเนี่ยมีสมถะเจือปนอยู่ กรรมฐานบางอย่างในสติปัฏฐานนั้นเป็นสมถะ อย่างการพิจารณาร่างกายเป็นศพการพิจารณาอาหารเป็นปฏิกูล ส่วนนี้เป็นสมถะ การรู้ลมหายใจเป็นสมถะก็ได้เป็นวิปัสสนาก็ได้ การดูจิตมีจิตอยู่ ๒ ดวง จิตที่ไปรู้ความว่างกับจิตที่ไปรู้ความไม่มีอะไร ๒ ดวงนี้ใช้ทำสมถะได้ ส่วนใหญ่พอมาเจอคู่นี้แล้วก็จะไปติดสมถะแล้ว

งั้นสติปัฏฐานก็มีทั้งสมถะทั้งวิปัสสนาปนๆกัน อารมณ์บางอย่างในสติปัฏฐานใช้ทำสมถะอย่างเดียว อารมณ์บางอย่างในสติปัฏฐานนะใช้ทำสมถะด้วยทำวิปัสสนาด้วย แต่ในความเป็นจริงนะไม่ว่าอารมณ์ใดๆถ้าจับหลักให้แม่นรู้กระบวนการทำงานของจิตให้แม่น เราจะพบว่าอารมณ์ทุกชนิดเอามาทำสมถะได้หมดแหล่ะ อย่างเราเห็นท้องพองยุบนะดูไม่เป็นน่ะกลายเป็นเพ่ง เห็นรูปไหวเห็นรูปหยุดนิ่งดูไม่เป็นนะจิตใจไม่ตั้งมั่นพอจะกลายเป็นการเพ่งมือเดินจงกลมไปเพ่งเท้า เนี่ยถึงรู้กายถึงรู้ใจนะก็ไม่จำเป็นต้องเป็นวิปัสสนาเสมอไป ยากมากนะกว่าคนๆนึงจะขึ้นวิปัสสนาได้

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันศุกร์ที่ ๑ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๑ ก่อนฉันเช้า


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๒๖
Track: ๔
File: 510801.mp3
ระหว่างวินาทีที่ ๒๙ ถึง นาทีที่ ๓ วินาทีที่ ๓๕

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่