Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

ทางวิปัสสนา (๔) จะพ้นทุกข์ถาวร ต้องเจริญปัญญา

mp3 for download : ทางวิปัสสนา (๔) จะพ้นทุกข์ถาวร ต้องเจริญปัญญา

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ทางวิปัสสนา

ทางวิปัสสนา

หลวงพ่อปราโมทย์ : ทุกวันนี้ที่เราต้องเวียนว่ายตายเกิดก็เพราะเราไม่ฉลาด เรามีอวิชา มีความไม่รู้ ไม่รู้ความจริงของสิ่งที่เรียกว่า “ตัวเรา” นั่นเอง

เพราะฉะนั้นถ้าเราอยากพ้นทุกข์ถาวรนะ ไม่ใช่แค่ทำทาน ไม่ใช่แค่รักษาศีล ไม่ใช่แค่การนั่งสมาธิ ทำทาน รักษาศีล นั่งสมาธิ ก็ดี ข่มกิเลสได้บ้าง ข่มจิตใจได้บ้าง อะไรอย่างนี้ แล้วจิตใจสงบ จิตใจสบาย ได้ชั่วครั้งชั่วคราว เดี๋ยวข่มไม่ไหวกิเลสก็มาอีก ก็ต้องแก้ปัญหากันเป็นคราวๆไป

ถ้าเราอยากจะพ้นทุกข์ถาวรต้องมาเจริญปัญญา เพราะความไม่รู้ เป็นรากเหง้า ของการปรุงแต่งทั้งหลายทั้งปวง ถ้าทำลายความไม่รู้ได้ตัวเดียว จิตหายโง่ตัวเดียว จิตไม่หลงความปรุงแต่ง ถ้าจิตไม่หลงความปรุงแต่งก็จะไม่ไปหลงว่าตัวเรามีอยู่จริงๆ ไม่หลงยึดในกายในใจนี้

550409.10m27-11m21

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา
ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่ ห้องสุวรรณภูมิบอลรูม ชั้น ๒ อาคารบี
บจก. เตียวฮงสีลม บางพลี
วันจันทร์ที่ ๙ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๕
ระหว่างเวลา ๑๓:๐๐ – ๑๕:๐๐ น.

File: 550409.mp3 (ไทย)
File: 550409.mp3 (สหรัฐอเมริกาและยุโรป)
เสียงพระธรรมเทศนา ระหว่างนาที่ ๑๐ วินาทีที่ ๒๗ ถึง นาทีที่ ๑๑ วินาทีที่ ๒๑

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

นิพพานอยู่ต่อหน้าต่อตา

mp 3 (for download) : นิพพานอยู่ต่อหน้าต่อตา

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

นิพพานอยู่ต่อหน้าต่อตา

นิพพานอยู่ต่อหน้าต่อตา

หลวงพ่อปราโมทย์ : มันคล้ายๆเป็นช่องทางเล็กๆนะที่เราต้องค่อยๆคลำ หลวงพ่อเทียนท่านบอกเหมือนอยู่ในห้องมืด ค่อยคลำไปนะคลำๆ ถ้าอยู่ในห้องมืดแล้วอยากพ้นจากห้องแล้วก็นั่งเข้าสมาธิ(คิดว่า)วันนึงคงหลุดออกจากห้อง หลุดแล้วแหล่ะนั่งนานๆตายเค้าก็มาหามเอาไปเผา

แต่ถ้าเราไม่นิ่งนอนใจนะ ใจมันจะสำรวจไปเรื่อย จะลองผิดลองถูก ลองผิดลองถูก วิธีลองผิดลองถูกก็ต้องลองให้ถูกหลัก ไม่ใช่ไปลองมั่วซั่วนะ ลองผิดลองถูกก็คือหัดเจริญสติไปเรื่อย เดี๋ยวมันก็มากไปเดี๋ยวมันก็น่้อยไป เดี๋ยวก็หนักไปเดี๋ยวก็เบาไป เดี๋ยวก็ขยันเกินไปเดี๋ยวก็ขี้เกียจเกินไป เนี่ยคอยสังเกตใจเราไปเรื่อยจนมันพอดีๆนะ

มันพอดีตรงไหนนะเหมือนเราคลำๆไปเจอลูกบิดหรือเจอกลอนประตูเข้าแล้ว ไขแกร๊กเดียวเอง แกร๊กเดียวเองก็เปิดออกมาสู่ความสว่างได้แล้ว

ตอนนี้เราอยู่ในที่มืดนะ อยู่ในที่มืดยังมืดอยู่ แต่ว่าบางคนก็เข้าใกล้ประตูแล้วนะจะบอกให้เหลืออีกไม่กี่ก้าวหรอก บางคนก็ยังคลำ โน่น แทนที่จะคลำหาประตูนะมันคลำหาห้องใต้ดินอยู่ มีนะพวกคลำหาห้องใต้ดินเวลาภาวนารู้สึกมั้ยส่งจิตเข้าไปข้างล่างลึกเลย บางคนมันคลำเพดานส่งจิตขึ้นไป มันไม่ได้อยู่กับปัจจุบันนะ อยู่กลางๆ ประตูมันอยู่ตรงกลางๆนี่แหล่ะ นั้นอยู่ตรงไหน อยู่ต่อหน้า ไม่ใช่อยู่ข้างซ้ายอยู่ข้างขวา อยู่ต่อหน้า เซ่อไปหาข้างซ้ายข้างขวาเอง อยู่ต่อหน้า ข้างซ้ายคือหลงไปทางตามโลกไป ข้างขวาคืออัตตกิลมถานุโยค ข้างซ้ายเป็นกามสุขัลลิกานุโยค ถ้าใครชอบฝ่ายขวาเราก็บอกพวกฝ่ายซ้ายเป็นกามสุขัลลิกานุโยค อะไรไม่ดีโทษคนอื่นไว้ก่อนนะ

ในความเป็นจริงก็คืออย่าหลงไปสู่ความสุดโต่งสองด้าน รู้อยู่กับปัจจุบัน ประตูอยู่ต่อหน้า ไม่เพียงประตูหรอก ประตูนี้เป็นภาพลวงตาจะบอกให้ ในความเป็นจริงนะนิพพานอยู่ต่อหน้า ไม่ใช่ว่าต้องเปิดประตูเข้าไปเห็นหรอก แต่ว่าเซ่อเองไม่เห็นเองนะ นิพพานอยู่ต่อหน้าต่อตานี้เอง แต่อะไรปิดบังไว้ อาสวะกิเลสหรืออวิชชานั่นแหล่ะปิดบังไว้ ความไม่รู้ของเราเอง

งั้นเราต้องพัฒนาความรู้ขึ้นมา รู้อะไร รู้อริยสัจ อริยสัจข้อแรกเรียกว่าทุกข์ ทุกข์คืออะไร ทุกข์คือกายกับใจ นั้นให้เราคอยรู้กายคอยรู้ใจตัวเองเนืองๆ รู้ไปอย่างที่เค้าเป็น รู้ซื่อๆนะ ไม่ใช่บังคับกายบังคับใจนี่สุดโต่งข้างบังคับ ไม่ใช่ลืมกายลืมใจนี่สุดโต่งข้างตามใจกิเลส รู้กายรู้ใจ รู้ซื่อๆ กายเป็นยังไงรู้ว่าเป็นอย่างนั้น จิตเป็นยังไงรู้ว่าเป็นอย่างนั้น รู้ไปอย่างนี้นะ ในที่สุดเรารู้ทุกสิ่งด้วยจิตที่เป็นกลาง เมื่อใดรู้ทุกสิ่งด้วยจิตที่เป็นกลางรู้แล้วไม่ปรุงต่อนะ อีกนิดเดียวเองนะ อีกนิดเดียวเองก็จะพบมรรคผลแล้ว

ไม่ยากเท่าที่คิดหรอก ง่ายกว่าที่คิดนะ พอคิดแล้วยาก ไม่ต้องคิดมาก มีสติรู้กายรู้ใจลงปัจจุบันไปด้วยจิตที่เป็นกลาง ถ้าจิตไม่เป็นกลางรู้ทันไป ฝึกอยู่อย่างนี้นะเจ็ดวันเจ็ดเดือนเจ็ดปีต้องได้ผลบ้างแหล่ะ

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันเสาร์ที่ ๘ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๕๑ ก่อนฉันเช้า


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๒๗
Track: ๑๐
File: 511108A.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๒๕ วินาทีที่ ๒๖ ถึง นาทีที่ ๒๘ วินาทีที่ ๔๕

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ไม่มีศีล ๕ อย่าพูดเรื่องเจริญปัญญา

mp3 (for download): ไม่มีศีล ๕ อย่าพึ่งพูดเรื่องมรรคผล

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ไม่มีศีล ๕ อย่าพูดเรื่องเจริญปัญญา

ไม่มีศีล ๕ อย่าพูดเรื่องเจริญปัญญา

หลวงพ่อปราโมทย์ : ทีนี้ทำอย่างไรจะเกิดปัญญา ปัญญานี้แหละเป็นตัวล้างความโง่ ใช่มั้ย ศีล สมาธิ ปัญญา

ศีลสู้กิเลสหยาบๆ ราคะ โทสะ โมหะ ทำให้กายวาจาเรียบร้อย

สมาธิสู้กิเลสอย่างกลาง คือความฟุ้งซ่าน ทำให้ใจเรียบร้อย ใจสงบ

ปัญญานะ สู้กับกิเลสละเอียด คือความโง่ ความไม่รู้ เพราะฉะนั้นปัญญาเป็นเครื่องต่อสู้กับความโง่ความไม่รู้

คนเข้าถึงมรรคผลได้ก็ด้วยปัญญา แต่จะมีปัญญาได้ก็ต้องสู้กับกิเลสหยาบ กิเลสกลาง มาแล้วนะ ไม่ใช่ว่าอยู่ๆฉันจะมีปัญญา ยังรักษาศีล ๕ ไม่ได้เลย อย่ามาอวดเรื่องมรรคเรื่องผลนะ ไม่มีทางหรอก ไม่มีทางเลย เพราะกิเลสหยาบๆยังสู้ไม่ได้ จะไปสู้กิเลสละเอียดได้อย่างไร

กิเลสละเอียดคือความโง่นะ เพราะฉะนั้นศัตรูหมายเลขหนึ่งของพวกเราชาวพุทธ คือความไม่รู้นั่นแหละ ไม่ใช่คือคนอื่น ศัตรูของเราคือความไม่รู้ ความไม่รู้ของใคร ของตัวเราเองนั่นแหละ โง่เอง โง่ที่จะหยิบฉวยเอาขันธ์ ๕ มาเป็นตัวเราของเรา เป็นตัวกูของกู พอหยิบฉวยขึ้นมาก็ทุกข์เองแหละ ไม่มีใครเขาทุกข์ด้วยหรอก ใครหยิบคนนั้นก็ทุกข์นะ ใครหยิบใครแบกเอาไว้คนนั้นก็หนักของตัวเอง

เพราะฉะนั้นเราจะต้องมาพัฒนาให้เกิดปัญญา ให้เห็นแจ้ง ให้รู้แจ้ง ให้เห็นจริง ว่าขันธ์ ๕ รูปนาม กายใจนี้ ที่เราเรียกประกอบขึ้นมาเป็นตัวเรา ที่เราคิดว่าเป็นตัวเราๆนี้ ต้องมาเรียนให้เห็นความจริงเลย มันเป็นตัวทุกข์ มันไม่ใช่ของดีของวิเศษที่จะมายึดมาถือว่าเป็นตัวเราของเราอีกต่อไป

ถ้าวันใดเห็นว่าขันธ์ ๕ ว่าเป็นทุกข์นะ จิตจะสลัดขันธ์ ๕ ทิ้งเอง ไม่มีใครสั่งจิตให้บรรลุมรรคผลนิพพานได้ จิตบรรลุมรรคผลนิพพาน จิตสลัดคืนขันธ์ ๕ ให้โลกได้เอง เมื่อจิตมีปัญญา เราทำแค่เงื่อนไขนะ พัฒนาให้จิตมีปัญญา

จิตเหมือนลูกเรานะ เราไปสอบแอดมิต สอบอะไรแทนลูก ทำไม่ได้หรอก ลูกต้องมีปัญญาเอง จิตนี้ก็เหมือนกัน เหมือนเด็ก เหมือนลูกนะ เราช่วยให้มีการศึกษาได้ แต่มันจะเก่งหรือไม่เก่ง มันจะสอบได้หรือสอบไม่ได้ อยู่ที่ตัวมันเอง

เพราะฉะนั้นจะมาพัฒนาจิตให้เกิดปัญญาเนี่ย เหมือนเอาลูกเข้าโรงเรียน ลูกมันขยันก็ภาวนาไป มันก็บรรลุมรรคผลนิพพานได้ ลูกมันไม่ดี หรือพ่อแม่ไม่ให้การศึกษา ไม่เคยรับการศึกษาเลย มันก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา ไม่ได้ปัญญาขึ้นมา เราอย่าไปนึกว่าเราสั่งจิตให้บรรลุมรรคผลได้ ไม่มีใครสั่งได้ จิตเป็นอนัตตา สั่งไม่ได้หรอก สั่งให้ดีก็ไม่ได้ ห้ามชั่วก็ไม่ได้ สั่งให้สุขก็ไม่ได้ ห้ามทุกข์ก็ไม่ได้ จิตเป็นอนัตตา

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่บริษัท ดอกบัวคู่
แสดงธรรมเมื่อ วันเสาร์ที่ ๙ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๔

CD: แสดงธรรมนอกสถานที่ บริษัท ดอกบัวคู่
File: 540409A
ระหว่างนาทีที่  ๒๒ วินาทีที่ ๓๔ ถึง นาทีที่ ๒๕ วินาทีที่ ๐๘

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

มีปัญญารู้ทุกข์แจ่มแจ้งนั้นแหละอริยมรรค

mp3 (for download): มีปัญญารู้ทุกข์แจ่มแจ้งนั้นแหละอริยมรรค

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

มีปัญญารู้ทุกข์แจ่มแจ้งนั้นแหละอริยมรรค

มีปัญญารู้ทุกข์แจ่มแจ้งนั้นแหละอริยมรรค

หลวงพ่อปราโมทย์ : ถ้าเรามีปัญญาเกิดขึ้นอย่างแท้จริงจะทำลายตัณหาไป ตัณหามันเกิดจากโง่ ตัณหามาไหน มาจากโง่ มาจากอวิชชานั่นเอง ตราบใดที่ยังมีอวิชชา มีความไม่รู้แจ้ง ไม่รู้แจ้งในอะไร อวิชชาไม่ใช่ไม่รู้แจ้ง ว่า กฟผ. อยู่ตรงไหน จะเลี้ยวรถยังไง นั่นไม่ใช่อวิชชา เป็นความไม่รู้ธรรมดา อวิชชาคือความไม่รู้อริยสัจ ไม่รู้ทุกข์ ไม่รู้สมุทัย ไม่รู้นิโรธ ไม่รู้มรรค ไม่รู้ว่าขันธ์ ๕ เป็นตัวทุกข์ เราเห็นว่าขันธ์ ๕ เป็นตัวเรา เป็นของดีของวิเศษ เราไม่เคยเห็นขันธ์ 5 เป็นตัวทุกข์ ไม่รู้สมุทัย

ตัณหาเกิดขึ้นในใจ ไม่เคยรู้ไม่เคยเห็น ใจเกิดความยากตลอดเวลาไม่เคยรู้ ไม่เคยเห็น อย่างเดี๋ยวก็อยากดู เดี๋ยวก็อยากฟัง อยากได้กลิ่น อยากลิ้มรส อยากกระทบสัมผัสทางกาย อยากคิด อยากนึก อยากปรุง อยากแต่งทางใจ ตัณหามี ๖ ช่องนะ ๖ ช่องทาง ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ถ้าเรามันเกิดขึ้นมาเราก็ไม่รู้ไม่เห็น มันครอบงำใจของเรา ใจก็จะดิ้นรน ปรุงแต่ง ใจก็จะทุกข์ขึ้นมา นี่มีตัณหาก็มีทุกข์ขึ้นมา

จะล้างตัณหาได้ต้องให้เห็นความจริง รู้ทุกข์ให้แจ่มแจ้ง รู้ขันธ์ให้แจ่มแจ้ง คือมีปัญญานั่นเอง ถ้ามีปัญญารู้ทุกข์แจ่มแจ้งแล้ว ก็จะละสมุทัยอัตโนมัติ ถ้าละสมุทัยได้เมือไหร่ก็แจ้งนิโรธ คือแจ้งพระนิพพานเมื่อนั้นอัตโนมัติ เกิดขึ้นในขณะเดียวกัน ในขณะจิตที่รู้ทุกข์แจ่มแจ้ง ขณะนั้นแหละคือขณะแห่งอริยมรรค ตอนที่รู้ทุกข์นั่นแหละเกิดอริยมรรค ตอนที่รู้ทุกข์นั่นแหละละสมุทัย ละความอยากเด็ดขาด ตอนที่ละสมุทัย ตอนที่รู้ทุกข์ละสมุทัยเกิดอริยมรรค ขณะนั้นแหละแจ้งนิโรธ คือ แจ้งพระนิพพาน นั่นทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค เวลาแจ้ง แจ้งในขณะจิตเดียว ไม่ใช่ว่าวันนี้รู้ทุกข์ พรุ่งนี้ไปละสมุทัย มะรืนไปแจ้งนิโรธ มะเรื่องไปเจริญมรรคนะ ไม่ใช่เวลาเกิดเกิดในขณะจิตเดียว เรียกว่า “มรรคสมังคี” รวมพลังลงมาในจุดเดียวกัน รวมลงที่จิตจุดเดียว ไม่ไปอยู่ที่อื่นหรอก

นี่เราต้องเจริญปัญญาให้มาก การที่เรามีสติ คอยระลึกรู้ความจริงของกายของใจเรื่อยไป ของรูปนามนั่นเอง มันจะทำลายความเห็นผิดเป็นลำดับ ลำดับไป ทำลายความโง่นั่นเอง หายโง่เมื่อไหร่ ตัณหาจะไม่เกิด

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
ตำบลบางกรวย อำเภอบางกรวย นนทบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันจันทร์ที่ ๓๐ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๔

CD: แสดงธรรมนอกสถานที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
File: 540530
ระหว่างนาทีที่  ๙ วินาทีที่ ๒๒ ถึง นาทีที่ ๑๑ วินาทีที่ ๕๔

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่