Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

ศาสนาต้องให้คำตอบของชีวิตได้ ผู้คนจึงจะไม่ทิ้งศาสนา

mp3 for download : ศาสนาต้องให้คำตอบของชีวิตได้ ผู้คนจึงจะไม่ทิ้งศาสนา

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ขอขอบคุณภาพจาก บ้านจิตสบาย

หลวงพ่อปราโมทย์ : เห็นคนภาวนาดีๆเนี่ย เยอะเลย เกิดความเปลี่ยนแปลงในตัวเอง ที่ตัวเองรู้สึกได้ เคยทุกข์มากนะเหลือทุกข์น้อยลง เคยทุกข์นานก็ทุกข์สั้นลง มีความมั่นคงในพระพุทธศาสนามากขึ้น ยุคของเรานี้เป็นยุคที่คนทิ้งศาสนา คนมุ่งไปเอาความเจริญทางวัตถุกันหมด นี่จะว่าคนทิ้งศาสนาก็พูดยากนะ คือ..ถ้าหากศาสนาตอบคำถามของชีวิตเขาไม่ได้ ก็สมควรทิ้งหรอก เพราะไม่มีประโยชน์ คล้ายๆถ้ามีศาสนาแล้วก็เอาไว้เป็นที่รีดที่ไถนะ ไม่มีประโยชน์ หมดไปก็ไม่เป็นไร

แต่ถ้าหากศาสนาเนี่ยแก้ไขปัญหาชีวิตให้เขาได้ คนเข้าถึงเนื้อหาแท้ๆของศาสนา โดยเฉพาะพระพุทธศาสนา ถ้าเราเข้าถึงเราเข้าใจ เราพ้นทุกข์ทันตาเห็น ไม่ใช่ทำไปเถอะ ทำไปเถอะ แล้วชาติต่อๆไปค่อยเห็น ต้องเห็นเดี๋ยวนี้ ศาสนาพุทธน่ะเป็นเรื่องปัจจัตตังนะ ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิ วิญญูชนรู้ด้วยตนเอง รู้ลงขณะปัจจุบันนี้แหละ ไม่ใช่วิญญูชนเชื่อไปเหอะ เชื่อไปก่อน ทำไว้แล้วชาติหน้าดี ไกลไป

นี่หลวงพ่อพยายามประกาศธรรมะที่เราสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ในเวลาสั้นๆ แท้จริงธรรมะที่ประกาศเนี่ย เป็นธรรมะของเก่า ครูบาอาจารย์สอนต่อๆกันมา ไม่ขาดยุคขาดสมัยนะในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา หลวงพ่อเปลี่ยนบางอย่างไป เปลี่ยนภาษาไป เปลี่ยนภาษาให้คนรุ่นเราฟังรู้เรื่อง นอกจากเปลี่ยนภาษาแล้วก็มาเลือกวิธีการที่คนสมัยเรานี้จะรับได้ พระพุทธเจ้าเป็นธรรมราชา เป็นพระราชาของธรรมะ เป็นภควโต (อ่าน ภะคะวะโต – ผู้ถอด) เป็นผู้จำแนกแจกธรรม ธรรมะที่ท่านให้ไว้นะ มากมายมหาศาลเลย เหมาะกับจริตนิสัยกับคนต่างๆนานา ความกรุณาของท่านแผ่ไพศาล ท่านสอนธรรมะไว้มากมาย เพราะจริตนิสัยของคนนั้นแตกต่างมากมาย หลวงพ่อก็แค่มาดู ว่าธรรมะอะไรที่คนสมัยเราจะทำได้ง่าย

การปฏิบัติธรรมนั้น ถึงอย่างไรก็หนีการปฎิบัติธรรมไม่ได้ เพราะศาสนาพุทธนั้นเป็นกรรมวาที เป็นเรื่องที่ต้องทำ เป็นเรื่องของการกระทำ มีผลของการกระทำ เราอยากพ้นทุกข์เราก็ต้องลงมือปฏิบัติ ไม่มีฟลุ๊ค แต่การปฏิบัตินั้นมีตั้งหลายแบบ ใช้สมาธินำปัญญาก็มี ใช้สมาธิกับปัญญาควบกันก็มี ใช้ปัญญานำสมาธิก็มี

ในสมัยครูบาอาจารย์นั้น ท่านจะใช้สมาธินำปัญญามาก เพราะชีวิตท่านไม่มีความเร่งร้อนอะไร คนสมัยก่อนปีหนึ่งทำนา ก็รอเวลาไปเกี่ยวข้าว ข้าวสุกก็ไปเกี่ยวข้าว ชีวิตของพวกเราทุกวันนี้มีแต่ความเร่าร้อนรีบร้อนตลอดเวลา หาอยู่หากินกันวุ่นวายตลอดเวลา เราจะเอาเวลาที่ไหน เราจะเอากำลังใจที่ไหน มานั่งสมาธินานๆให้จิตมีความสุขความสงบ เพราะฉะนั้นกรรมฐานนั่งสมาธิมากนี้ ไม่เหมาะกับคนยุคเราแล้ว แต่ยังเหมาะกับคนบางคนที่เขาทำได้ เหมาะกับบางคน

เพราะฉะนั้นจึงไม่ใช่สิ่งที่เราจะทำลายไปนะ ธรรมะของพระพุทธเจ้าจะต้องรักษาไว้ให้ครบเลย จริตนิสัยของคนไม่เหมือนกัน ยกตัวอย่างคนรุ่นเราเป็นพวกคิดมากเยอะ เจริญทางวัตถุรุนแรง สิ่งที่มากระทบกับตาหูจมูกลิ้นกายใจรุนแรง ให้ไปนั่งสมาธิก็ไม่ไหวแล้วนะ คนโบราณไปหว่านข้าวไถนาเสร็จนะ มีเวลาก็นั่งสมาธิได้ทั้งๆวัน นั่งได้หลายๆวัน ไม่มีอะไรทำ คอยดูนกดูหนูไม่ให้มากินข้าวเท่านั้น เดินดูนก ไล่หนู อะไรอย่างนี้ ก็เจริญสติไปได้นะ ถึงเวลาก็เข้าใต้ต้นไม้นั่งสมาธิ ชีวิตไม่ได้เร่งร้อนอะไร

แต่เราทำไม่ได้แล้ว คนส่วนใหญ่ในยุคนี้ทำไม่ได้แล้ว ปากกัดตีนถีบอยู่ตลอดเวลา เราก็มีกรรมฐานที่พระพุทธเจ้าท่านให้ไว้ที่เหมาะกับคนที่ทำงานที่ต้องใช้ความคิด พวกคิดมาก เรียกว่าพวกทิฎฐิจริต กรรมฐานที่เหมาะกับพวกทิฎฐิจริต คือการดูจิตดูใจของตนเอง หรือดูสภาวธรรม ดูการทำงานของกระบวนการของธรรมะ ดูการทำงานของธรรมะ ทั้งรูปธรรมและนามธรรม การดูจิตดูใจนั้นเรียกว่า “จิตตานุปัสสนา” การดูกระบวนการของสภาวธรรมเรียกว่า “ธรรมานุปัสสนา” กรรมฐานเหล่านี้เหมาะกับพวกทิฎฐิจริต พวกคิดมาก


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ต.บางพระ อ.ศรีราชา ชลบุรี
แผนที่ : 1 2 3
แสดงธรรมที่ วัดสวนสันติธรรม
เมื่อวันเสาร์ที่ ๔ เดือนสิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๕
File: 550804B
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๖
ระหว่างนาทีที่ ๐ วินาทีที่ ๒ ถึงนาทีที่ ๕ วินาทีที่ ๒๔

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : คิดมากและฟุ้งในธรรมมาก

คิดมากและฟุ้งในธรรมมาก

ถาม : สำหรับผู้ฝึกปฏิบัติใหม่ แล้วจิตคิดมาก ปรุงมาก คิดตลอดเวลาแล้วแบบนี้ วิธีตามรู้ตามดูทำอย่างไรค่​ะ วันก่อนตามดูจนเหนื่อยเพราะ​ว่าจิตไม่เป็นกลางค่ะ ช่วยเมตตาแนะนำด้วยค่ะ

ตอบ : ต้องไม่ตามดูเพราะไม่อยากให้คิดมาก ไม่อยากให้ปรุงมากครับ แต่ให้ตามดูไปเพื่อให้รู้ว่​า เมื่อกี้หลงไปคิด รู้ว่าหลงไปคิดแล้วก็ไม่ต้อ​งทำให้ไม่คิด ให้ทำกิจกรรมที่กำลังทำอยู่​ต่อไป พอหลงไปคิดอีก ก็รู้เอาใหม่ รู้ไปเท่าที่รู้ได้สบายๆ เหนื่อยก็พัก หรือถ้าคิดมากไป ปรุงมากไปจนดูไม่ไหว ก็ให้ทำความสงบ ให้จิตได้สงบลงตามสมควรก่อน​ครับ

ถาม : ฟุ้งในธรรมบ่อยๆมีผลเสียอะไ​รมากไหมคะ

ตอบ : ฟุ้งในธรรมบ่อยๆ ไม่ได้เป็นปัญหาอะไรครับ ที่เป็นปัญหาคือ ฟุ้งแล้วไม่รู้ว่าฟุ้ง เพราะฉะนั้นเมื่อฟุ้งไปก็ให้รู้ว่าฟุ้ง แล้วจิตที่ฟุ้งจะดับ เกิดเป็นจิตที่มีสติตั้งมั่​นขึ้นมาได้ครับ


เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

กิเลสที่ทำให้เนิ่นช้า

mp 3 (for download) : กิเลสที่ทำให้เนิ่นช้า

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

กิเ้ลสที่ทำให้เนิ่นช้า

กิเ้ลสที่ทำให้เนิ่นช้า

หลวงพ่อปราโมทย์: การปฏิบัตินี่ไม่ใช่ให้เราลงมือทำอะไร เราไม่ทำอะไรเกินจากการรู้ตามความเป็นจริงนะ รู้กายตามความเป็นจริง รู้ใจตามความเป็นจริง แค่นี้เรียกว่าปฏิบัติ ถ้าเกินจากนี้ไม่ใช่ละ เกินจากนี้เป็นการหลงความปรุงแต่งฝ่ายกุศลแล้ว

อยากจะดีก็ปรุงใหญ่เลยนะ กดข่มบังคับ เครียด เก็บกด มันทำของง่ายให้กลายเป็นของยาก สิ่งที่ทำของง่ายให้กลายเป็นของยากนะ ท่านเรียกว่า ‘ปปัญจธรรม’ ธรรมที่ทำให้เนิ่นช้า มีตัณหา อยากปฏิบัติมาก ก็ยิ่งดิ้นมาก มีทิฎฐิ คิดมาก ก็ยิ่งฟุ้งซ่านมาก เปรียบเทียบไปเรื่อย ไม่ยอมรู้กายรู้ใจ มีมานะมาก ถือว่ากูเก่ง กูรู้หมดแล้ว กูเลยเรียนอะไรไม่ได้เลย หรือกูโง่สุดๆ แล้ว กูก็เลยเรียนอะไรไม่ได้เหมือนกันเพราะใจฝ่อ เพราะฉะนั้นอย่าให้กิเลส ๓ ตัวนี้มาครอบงำ

ความอยากปฏิบัตินั้นแหละตัวดีเลย ทันทีที่อยากปฏิบัติมันจะเกิดการหมายรู้ มันจะหมายลงไป จะจงใจเข้าไปรู้ ทันทีที่จงใจเข้าไปรู้เกิดการกระทำกรรมแล้ว การกระทำกรรมคือการจงใจเข้าไปรู้ เมื่อจงใจเข้าไปรู้ปุ๊บ วิบากคือความทุกข์ก็จะเกิดทันทีเลย


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แสดงธรรมที่สวนโพธิญาณอรัญวาสี
หนองตากยา ท่าม่วง กาญจนบุรี
เมื่อวันที่ ๑๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๘
CD: สวนโพธิญาณอรัญวาสี แผ่นที่ ๑๐
Track: ๑
File: 480911A.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๘ วินาทีที่ ๑๒ ถึง นาทีที่ ๙ วินาทีที่ ๓๕
 

 

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : คำแนะนำสำหรับผู้เริ่มภาวนาที่ชอบฟุ้งซ่านหรือคิดมาก

คำแนะนำสำหรับผู้เริ่มภาวนาที่ชอบฟุ้งซ่านหรือคิดมาก

ก่อนอื่นต้องหัดรู้สึกตัวก่อนครับ
วิธีหัดง่ายๆ ก็คือ ไม่ต้องพยายามฝืนจิตเพื่อไม่ให้คิดมากไม่ให้ฟุ้งซ่าน
แต่ให้มาหัดรู้สึกว่า เมื่อกี้เผลอไปคิด
โดยสังเกตจากความรู้สึกว่ามีร่างกายอยู่ หรือว่าลืมร่างกายตัวเองไป
เพราะถ้าเผลอไปคิด จิตจะทิ้งร่างกายแล้วไปอยู่ในโลกของความคิด
แต่ถ้าเกิดรู้ว่า เมื่อกี้เผลอไปคิด แวบตรงที่รู้ว่าเผลอไป จะรู้สึกว่าเมื่อกี้ลืมกาย(ลืมตัว)
พอรู้ว่าเผลอไปแล้วก็จะสามารถรู้สึกตัวได้อยู่

ให้หัดไปสบายๆ นะครับ ใหม่ๆ อาจรู้ได้วันละไม่กี่ครั้ง
แต่ให้หัดทุกวันแล้วจะรู้สึกตัวได้บ่อยขึ้น
แล้วก็ใช้หลักการเดียวกันในการสวดมนต์ เดินจงกรม ทุกวันด้วยนะครับ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

การส่งการบ้าน

mp3 for download: การส่งการบ้าน

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์: ต่อไปตรวจการบ้าน เวลาตรวจการบ้านนี่นะ เป็นการทดสอบเรา ว่าเราเข้าใจหลักของการปฏิบัติแม่นหรือเปล่า หรือคลาดเคลื่อน สิ่งที่คลาดเคลื่อนนะ ถ้าไม่เผลอไปก็เพ่งเอาไว้ ส่วนใหญ่ก็มีแค่นั้น ไม่ก็ไปเกยตื้นไปติดอยู่ในภาวะอันใดอันหนึ่งซึ่งเป็นผลจากการเพ่ง เช่น ไปติดในความว่าง เพราะฉะนั้น มันเป็นแค่การทดสอบว่าเรายังเดินอยู่ในทางสายกลางไหม สุดโต่งไปในข้างบังคับตัวเอง หรือสุดโต่งไปในข้างหลงตามกิเลสไหม นี่อันหนึ่ง

อีกอันหนึ่งก็คือ สภาวะที่เรารู้เราเห็นนี่ถูกต้องไหม

เพราะฉะนั้น อย่ามาถามหลวงพ่อนะว่า จิตหนูเป็นอย่างไร ถ้าถามว่าจิตหนูเป็นอย่างไรนี่ ตัวเองไม่ได้บอกเลยว่าตัวเห็นสภาวะอย่างไร ไม่มีประโยชน์อะไรเลยคำถามชนิดนี้เหลวไหลที่สุดเลย คำถามที่ไม่มีความรับผิดชอบ อย่าถามนะ หนูเป็นอย่างไร เฉิ่มมากเลย ส่วนมากผู้หญิง เห็นไหมใช้คำว่าหนู บางคนงั่กเลยนะยังหนูเลย  หนูอย่างนั้น หนูอย่างนี้ อ้าว เดือดเนื้อร้อนใจ (หัวเราะ)

ถ้าเรารู้เราเห็นสภาวะอะไร บอกมา ว่าสภาวะที่เห็นอยู่นี้ ตอนนี้เป็นอย่างนี้ๆ ถูกต้องหรือไม่ อย่างนี้เป็นการทดสอบว่าเราเห็นสภาวะไหม นี่อันหนึ่งนะ อีกอันหนึ่งพอรู้สภาวะแล้ว รู้ถูกต้องไหม เผลอไปไหม เพ่งไปไหม นี่เดินอย่างนี้นะ

คำถามควรเป็นคำถามที่เกิดประโยชน์ คำถามที่ไม่มีประโยชน์ไม่ต้องถาม คำถามที่ไม่มีประโยชน์อีกอันนะ หนูมีจริตอย่างไร หรือผมมีจริตอย่างไร นี่เริ่มมีผู้ชายถามบ้าง

จริตอย่างไร สอนหลักให้แล้ว เป็นพวกโลภมาก รักสุขรักสบาย รักสวยรักงาม ก็ให้ดูกายไป เพราะกายมันจะสอนว่า ไม่สุขไม่สบาย ไม่สวยไม่งาม

พวกคิดมาก วันหนึ่งก็คิดทั้งวันเลย วิเคราะห์ วิจัย วิจารณ์ วิพากษ์ จนสุดท้ายวิกลจริต สารพัดวิๆๆๆ พวกนี้ให้ดูจิต พวกดูจิตนี่คือพวกช่างคิด ถึงได้เกิดเรื่องมากมาย พวกที่ทำสมาธิไม่ค่อยมีเรื่องหรอก วันหนึ่งไปยุ่งกับใครล่ะ อยู่อย่างนี้ไม่มีเรื่อง ไม่เดือดร้อนครูบาอาจารย์ ก็นั่งของมันอยู่อย่างนั้นแหละ ส่วนพวกทิฏฐิจริต พวกคิดมากนี่มันมาเรียนที่นี่ มาเรียนที่นี่เยอะมาก พวกนี้แหละ เจ้าความคิดเจ้าความเห็นนะ เที่ยวไปวุ่นวายที่อื่น ไม่ดูตัวเอง นี่แหละจุดอ่อนของพวกที่ปัญญามาก พวกปัญญามากนะ ฟุ้งซ่าน จำไว้นะ

เราต้องพยายามควบคุมตัวเองให้ได้ ไม่ใช่ฟุ้งไปเรื่อยๆ อยากคุยก็คุยไปเรื่อยๆ พยายามทำความสงบเข้ามาบ้าง แต่ไม่ใช่สงบจนกระทั่งซึมกะทือ นั่งซึมกะทือ สงบพอมีเรี่ยวมีแรงมาเดินปัญญาต่อ มารู้กายมารู้ใจ มาแยกธาตุแยกขันธ์ไปเรื่อย อย่างนั้นถึงจะเรียกว่าเดินปัญญา ส่วนพวกศรัทธามากก็จะงมงาย พวกสมาธิมากมันก็ช้านะ ซึมๆ อยู่อย่างนั้น ติดในความสุขความสบายไป พวกความเพียรมากก็เคร่งเครียด พวกปัญญามากก็ฟุ้งซ่าน นี่มันมีจุดอ่อนทั้งนั้นแต่ละคน เพราะฉะนั้นมีสติบ่อยๆ นะ รู้ไป

แสดงธรรมเมื่อวันที่ ๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ หลังฉันเช้า
CD สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๓๓
Track: ๔
File: 521204B.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๖ วินาทีที่ ๕๔ ถึง นาทีที่ ๑๐ วินาทีที่ ๙

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่