Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

ฆราวาสธรรม คุณประสาน เงินหนึ่งพันแลกถาดทองคำ

Video Link : youtu.be/wy_wClppMQc

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ถ้าได้ฟังธรรมเพื่อการเจริญปัญญา ฆราวาสเกินครึ่งจะถึงมรรคผลนิพพาน

mp3 for download :ถ้าได้ฟังธรรมเพื่อการเจริญปัญญา ฆราวาสเกินครึ่งจะถึงมรรคผลนิพพาน

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : เข้าใจหลักของการปฏิบัตินะ ลงมือทำ ยิ่งเราปฎิบัติ แรงของเราก็จะค่อยๆมากขึ้นๆ กำลัง จรวดมันจะออกจากโลกได้มันก็ต้องใช้แรง กำลังมากๆก็หลุดออกไปได้ จิตจะต้องมีพลังมาก การที่จะถอนตัวออกจากสังสารวัฏฏ์ได้ แต่ก่อนเขาไม่ค่อยสอนกันนะ แต่ก่อนเวลาสอนฆราวาส ก็สอนทำทานถือศีล อย่างเก่งก็นั่งสมาธิ

ฆราวาสน่ะ ถ้าเห็นทุกข์เห็นโทษของการมีชีวิตอยู่ทุกวันๆ มีแต่ทุกข์อะไรอย่างนี้ (ฆราวาส)ก็อยากพ้นเหมือนกัน เราบอกทางให้ ร้อยคนจะหลุดไปได้สักกึ่งหนึ่ง ไม่บอกเลยก็ไปไม่ได้สักคน หลวงพ่อถึงสอนพวกเราด้วยสิ่งที่ครูบาอาจารย์แต่ก่อนสอนกับพระ

แต่ตัวหลวงพ่อ (สมัยฆราวาส)ภาวนาจริงจัง เข้าหาครูบาอาจารย์ ท่านสอนอย่างนี้ ท่านไม่ได้มาสอน ทำทาน รักษาศีล นั่งสมาธิ ท่านสอนเรื่องเจริญปัญญา เรื่องมรรคผลนิพพาน เรื่องอะไรเหล่านี้ ฆราวาสก็ทำได้นะ ฆราวาสสมัยพุทธกาลทำไมเขาก็ทำได้ ฆราวาสยุคนี้มันจะโง่ปานนั้น(จนทำไม่ได้)เชียวรึ ทำไม่ได้เลย ลองคน(ฆราวาส)ได้ฟัง ก็น่าจะได้สักครึ่งกว่าๆ ถ้าได้ฟัง เกินครึ่ง จะทำได้ ถ้าสนใจจะทำนะ แต่ถ้าคนไม่สนใจทำ เราไปเทศน์ร้อยคน มันก็ไม่ฟัง ฟังคนเดียว สองคน แล้วก็ไม่ค่อยทำ นี่ถ้าคนสนใจนะ ตั้งใจฟัง แล้วลงมือทำนะ น่าจะได้เกินครึ่ง หลวงพ่อสอนละเอียดนะ ควรจะทำได้ มันไม่เหลือวิสัยหรอกที่มนุษย์ธรรมดาจะทำได้


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
แผนที่ : 1 2 3
แสดงธรรมที่ วัดสวนสันติธรรม
เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๐ เดือนพฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๕๖ ก่อนฉันเช้า
CD ส่วนสันติธรรม แผ่นที่ ๕๒
File : 561110A
ระหว่างเวลา นาทีที่ ๐ วินาทีที่ ๒ ถึง นาทีที่ ๒ วินาทีที่ ๒๒

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ศีล ๕ จำเป็นสำหรับทุกคน

mp3 for download : ศีล ๕ จำเป็นสำหรับทุกคน

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : เป็นฆราวาสต้องรักษาศีล ๕ นะ แม้กระทั่งพระก็ต้องรักษาศีล ๕ นะ พระบางองค์ถือศีล ๒๒๗ แต่ลืมศีล ๕ หลวงปู่ดูลย์เคยด่านะว่า ลืมถือศีล ๕ ไปแล้ว

รักษาศีล ๕ ไว้ วิธีรักษานะ ไม่ต้องไปขอกับใคร พวกเราชอบไปขอศีลกับพระ ขอศีลน่ะตั้งใจงดเว้นเอาไว้ ว่าเราจะไม่ทำบาปทางกายทางวาจาร ๕ อย่าง ตื่นนอนขึ้นมาก็ทำใจงดเว้นเอาไว้ ก่อนจะกินข้าวกลางวันก็ตั้งใจงดเว้นเอาไว้ ก่อนจะกินข้าวเย็นก็ตั้งใจงดเว้นเอาไว้ ก่อนจะนอนก็ตั้งใจงดเว้นไว้ คล้ายๆบอกตัวเอง เตือนตัวเองเรื่อยๆ

การที่ต้องไปบอกกับพระนะ คล้ายๆกับหาพยาน คล้ายๆปฏิญาณตัวให้พระเป็นพยานว่า ต่อไปนี้ผมจะถือศีล ๕ นะ ถ้าจะทำผิดศีล ๕ จะได้ละอายใจบ้าง แต่ถ้าหน้าด้าน ไม่ต้องมาบอกขอศีลกับพระเลยนะ เพราะว่าไม่ละอาย ถ้าเรารู้จักละอายใจ เราค่อยมาบอกกับพระแล้วก็ตั้งใจรักษา แต่ถ้าเราเข้มแข็งพอนะ เราก็ตั้งใจรักษาเอาเอง

ศีล ๕ จะยากอะไร ถ้าเรารักษาได้เราจะมีความสุข ยกตัวอย่างคนที่คิดจะทำร้ายคนอื่น คิดจะฆ่าเขา คิดจะทำร้ายคนอื่น คิดจะทำร้ายสัตว์อื่นน่ะ ไม่มีความสุขความสงบในจิตใจของตัวเอง คนที่มีความเมตตากรุณานะ ต่อผู้อื่นต่อสัตว์อื่น มีความร่มเย็นเป็นสุขอยู่ในใจ เห็นมั้ยว่าคนที่มีศีลมีธรรมขึ้นมา มันมีความสุข

คนที่จะลักเขาขโมยเขาปล้นเขานะ ฟุ้งซ่านไม่มีความสุขหรอก เครียด ก่อนจะไปขโมยเขาต้องเครียดต้องวางแผน ระหว่างขโมยก็กลัวคนเห็น ขโมยแล้วก็กลัวว่าความลับจะรั่วไหลอีก ไม่มีความสงบสุข ในขณะที่คนซึ่งให้คนอื่นได้นะ ทำทานได้นะ ทำทานด้วยความอิ่มอกอิ่มใจ ก่อนจะทำก็อิ่มใจ ระหว่างทำก็อิ่มใจ ทำแล้วมานึกถึงอีก ก็อิ่มใจอีก ใจก็ได้สมาธิขึ้นมา มีความสุขมีความสงบขึ้นมา

คนที่ไม่ประพฤติผิดในกามนะ สันโดษในคู่ของตัวเอง จิตใจก็สงบ คิดจะไปเป็นชู้กับเขา คิดจะไปหลอกผู้หญิงหลอกผู้ชาย ยุคนี้หลอกกันหมดนะ ผู้หญิงยุคนี้ก็มองเห็นผู้ชายเหมือนดอกไม้ริมทางเหมือนกันแหละ เชยชมแล้วก็ทิ้งได้ คิดจะหลอกกันไปหลอกกันมานะ ฟุ้งซ่าน ซื้อสัตย์อยู่ในคู่ของตนเอง สบายใจ ปลอดภัยดีด้วย

คนโกหกหลอกลวงนั้นฟุ้งซ่าน ต้องวางแผนว่าจะโกหกอย่างไรให้แนบเนียน โกหกอย่างไรก็จับไม่ได้ พูดกับคนนี้ไว้อย่างหนึ่ง พูดกับอีกคนไว้อีกอย่างหนึ่ง สองคนมาเจอกันจะทำอย่างไร ยุ่ง คนมีสัจจะนะ พูดจาน่าเชื่อถือ ไม่ต้องคิดมากเลย สบายใจกว่ากัน

คนกินเหล้าเมายานะ ขาดสติ ไม่รู้จักเกรงกลัวอะไรทั้งสิ้น คนมีสติสัมปชัญญะดีกว่าเยอะเลย

เห็นมั้ยว่าศีล ๕ เนี่ย ถ้าเรารู้จักคุณรู้จักประโยชน์ของศีล ๕ อย่างแท้จริงนะ เราจะเต็มใจรักษานะ ไม่งั้นเราก็ขอศีลส่งเดชแต่ปากนะ ปาวๆ วิสุงวิสุง รักขนัตถายะ วู้ย..สวดกันเหย็งๆเลยนะ แต่ไม่เคยรู้ว่าศีลมีคุณค่าอย่างไร ขอส่งเดชไปอย่างนั้นน่ะ เห็นพระให้ง่าย ขอทีไรก็ให้ทุกที ให้เสร็จแล้วก็ทิ้งไปเลย เพราะไม่เห็นคุณค่า

เนี่ย ถ้าเรามีสติปัญญาพอนะ เราจะรู้ว่า การรักษาศีลนั้นมีคุณค่ามากเลย

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่วัดสวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อวันอาทิตย์ที่ ๓๐ เดือนพฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๓

CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๙
File: 560209A
ระหว่างนาทีที่ ๑๒ วินาทีที่ ๔๖ ถึงนาทีที่ ๑๖ วินาทีที่ ๒๒

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ต้องรักษาศีลให้แน่วแน่

mp 3 (for download) : ต้องรักษาศีลให้แน่วแน่

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : การปฏิบัติไม่ยากหรอก รักษาศีล ๕ ไว้ก่อน รักษาให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ศีล ๕ ไม่ต้องขอคนอื่น ตั้งใจรักษาเอาเอง ตั้งใจว่าเราจะไม่ทำบาปอกุศล ทางกาย ทางวาจา ๕ อย่าง รักษายากมั้ย ยากมากสำหรับฆราวาส

หลวงพ่อก็เคยใช้วิธีของพวกศากยะเหมือนกัน ตอนนั้นเราเป็นข้าราชการผู้น้อยนะ หัวหน้ากองมาสั่ง อยู่ในห้องน่ะ อยู่ห้องติดกัน บอก คุณปราโมทย์ใครโทรศัพท์มาถึงพี่นะ บอกว่าพี่ไปประชุมนะ พี่จะรีบทำงาน ใช้ให้เราโกหก เวรกรรม พอโทรศัพท์มานะ เราก็พูดเบาๆ(คำว่า)หัวหน้ากองสั่งว่า (แล้วพูดดังๆว่า)ไปประชุมครับ เหมือนกับถือต้นอ้อเลย ไม่รู้จะทำยังไง

ไปนั่งกินข้าวผู้ใหญ่ก็กินเหล้า มาชอบเรียกให้เรากินเหล้า เราไม่กิน เราจะกินแต่กับ ใหม่ๆเค้าก็บ่น สุดท้ายเราเอาบ้าง ไม่ได้เอาบ้างกินเหล้านะ หมายถึงผสมเหล้าให้เค้ากินไปเลย มันจะได้หมดเร็วๆ (แล้ว)ไม่มาเรียกเรา เวลาผสมเหล้าเราก็ผสมของเรามาแก้วนึง ใส่น้ำแข็งนะ เติมโซดานะ เอาเป๊ปซี่หยดซักสองสามหยดนะ เหมือนเปี๊ยบเลย คราวนี้ชนแก้วกับใครมาเลย สู้ทั้งประเทศเลย เราก็กินของเรา เราไม่ได้บอกว่าเรากินเหล้าด้วยนะ เค้าเห็นว่าสีเหมือนกันไม่เป็นไร อาสาชงเหล้ามันตลอดเลย

โห ยากนะ กว่าจะรักษาศีล เอาตัวรอดได้นะ ไม่ใช่ง่ายๆหรอก สารพัดวิธีเลยนะ ต้องใช้สติใช้ปัญญารักษาศีล งั้นฆราวาสเนี่ยจะรักษาศีลให้สะอาดหมดจด เหมือนหอยสังข์ที่ขัดดีแล้วเนี่ย ทำได้ยาก พระพุทธเจ้าท่านบอก แต่ต้องพยายาม วิธีที่เราจะรักษาศีลได้ดีขึ้นๆนะ ถ้าคือรักษาให้มั่นแน่วแน่ อย่างหลวงพ่อ เราไม่กินเหล้านี้ใครๆก็รู้ตอนนั้น ต่อไปพอซีเราใหญ่ขึ้นเรื่อยๆนะ ใครมานั่งโต๊ะเราไม่กล้ากินเหล้าเลย กลัวเราว่า กลัวเรามองด้วยสายตาตำหนิติเตียน

งั้นถือศีลถือให้จริงนะ แล้วมันจะมีอานิสงส์ การรักษาศีลให้ดีที่สุด ก็มีสติรักษาจิต เมื่อวานสอนแล้วนะ มีสติรักษาจิต กิเลสอะไรเกิดที่จิตรู้ทัน กิเลสอะไรเกิดที่จิตรู้ทัน ถ้าเรารู้ทันได้ กิเลสครอบงำจิตไม่ได้ ศีลอัตโนมัติจะเกิดขึ้น คราวนี้ก็ใช้สติปัญญารักษาศีลเอาก็แล้วกัน


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันเสาร์ที่ ๘ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๕ หลังฉันเช้า

CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๗
File: 550908B.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๑๙ วินาทีที่ ๕๖ ถึง นาทีที่ ๒๓

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ธรรมะที่ไม่เนิ่นช้า (๓) ปรารภความเพียร

mp 3 (for download) : ธรรมะที่ไม่เนิ่นช้า (๓) ปรารภความเพียร

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : เพราะฉะนั้นมักน้อย สันโดษ ไม่คลุกคลี ต่อมาต้องปรารภความเพียร ต้องคิดนะว่าชีวิตเราเกิดมาเพื่ออะไร ชีวิตเราเกิดมาเนี่ย ไม่ยาวนานเท่าไหร่หรอก ไม่นานเราก็ต้องจากโลกนี้ไป จากทุกสิ่งทุกอย่างที่เรารักนะ ลูกเมีย ครอบครัว ทรัพย์สมบัติ ชื่อเสียงเกียรติยศ ต้องสูญเสียไปหมดเลย ไม่มีอะไรเหลือเลย

เรามีชีวิตอยู่ในโลกนี้เพียงชั่วคราว เราจะเที่ยวแสวงหาแต่สิ่งชั่วคราวรึ สิ่งชั่วคราวก็เช่น หาครอบครัว หาเงินทอง หาชื่อเสียงเกียรติยศตำแหน่งหน้าที่ นี่คือของชั่วคราว อาศัยอยู่กับโลกก็ต้องมีสิ่งเหล่านี้นะ แต่ก็มีพอประมาณก็พอแล้ว

งานหลักของเราจริงๆคืองานยกระดับจิตใจขึ้นไป ชีวิตของเราเนี่ยสั้นนิดเดียว มีเวลาไม่มาก โดยเฉลี่ยของคนยุคนี้ก็อายุประมาณสามหมื่นวัน สามหมื่นวันเนี่ยฟังแล้วเยอะนะ จริงๆไม่เยอะเท่าไหร่ สามหมื่นวันเนี่ยเราเอาไปนอนเสียหมื่นวันแล้วๆ เหลือสองหมื่นวัน สองหมื่นวันเนี่ยเราเอาไปทำมาหากินเสียเกินครึ่ง เหลือนิดเดียวแล้วนะ แล้วยังจะเอาเวลาที่เหลืออีกนิดเดียวเนี่ยเอาไปเที่ยวไปเล่นเพลิดเพลินสนุกสนาน ไม่เหลือเวลาที่จะเอาไปพัฒนาตัวเองแล้วนะ

เพราะฉะนั้นเราต้องตั้งเป้าเอาไว้ให้ดีเลย ชาตินี้ต้องได้พระโสดาบัน ตั้งเอาไว้อย่างนี้ ใครว่าโลภก็โลภล่ะวะ เอาไว้ก่อนแหละ ตั้งเป้าไว้ก่อน ชาตินี้ขอเป็นพระโสดาบันให้ได้นะ ชาวพุทธต้องเอาอย่างนั้นเลยนะ ไม่ใช่ขอทำบุญทำทาน นั่งภาวนาทำสมาธิ อีกแสนๆชาติข้างหน้าค่อยให้ได้ธรรมะ โง่น่ะสิ ธรรมะของพระพุทธเจ้าท่านไม่ได้เนิ่นช้าปานนั้นนะ ธรรมะของพระพุทธเจ้าให้ผลรวดเร็วมากเลย ถ้ารู้จักปฏิบัติที่ถูกต้อง ปฏิบัติได้สมควรแก่ธรรม ทำให้ถูกต้องก่อน แล้วก็ทำให้พอ แค่นี้เอง ไม่เนิ่นช้าเท่าไหร่หรอก

มันจะยากอะไรในการเรียนรู้ความจริงของกายของใจตัวเอง การปฏิบัติธรรมจริงๆก็คือการเรียนรู้กายรู้ใจของตัวเองเท่านั้นเอง ถ้ารู้เห็นความจริงแล้ว กายนี้ใจนี้ไม่ใช่ตัวเรา ตัวเราไม่มี แค่นี้ก็เป็นพระโสดาบันแล้ว ถ้าเห็นความจริงนะว่า กายนี้เป็นทุกข์ล้วนๆ หมดความยึดถือในกาย ก็ได้พระอนาคาฯ หมดความยึดถือในจิต เขาก็สมมุติเรียกว่า “พระอรหันต์” มันมีแต่เรื่องเรียนรู้กายเรียนรู้ใจตั้งแต่ต้นจนจบเลยของการปฏิบัติ

มันไม่ใช่เรื่องยากอะไร กายของเราก็มีอยู่แล้ว จิตใจของเราก็มีอยู่แล้ว เราก็แค่คอยรู้คอยดูบ่อยๆ ว่าจริงๆกายนี้เป็นตัวเราหรือไม่เป็น จิตนี้เป็นตัวเราหรือไม่เป็น คอยรู้คอยดูอยู่บ่อยๆ ความจริงมันจะแสดงตัวให้ดูอยู่แล้ว ไม่ได้ยากเท่าที่คิดหรอก ฆราวาสก็ทำได้นะ ไม่ใช่ฆราวาสทำไม่ได้ สมัยพุทธกาลฆราวาสได้ธรรมะเยอะแยะเลยนะ ถมเถไป

เพราะฉะนั้นพวกเรานะ ตอนนี้ปรารภความเพียร ต้องรู้ว่าเราจะต้องปฏิบัตินะ ถ้าชีวิตของเราไม่ปฏิบัติ ชีวิตของเราไร้คุณค่า เราไม่ได้ต่างกับหมากับแมวอะไรนะ มีชีวิตอยู่ กินแล้วก็สืบพันธุ์ แล้วก็นอน แล้วก็เที่ยวเล่นเห่าหอนสนุกสนานอะไรอย่างนั้น จะได้อะไรขึ้นมา ชีวิตมันควรจะมีคุณค่ากว่านั้น

พระพุทธเจ้าท่านสอนอย่างนี้นะ บอกว่า อดีตก็ล่วงไปแล้วนะ อนาคตก็ยังมาไม่ถึง ให้มีสติอยู่กับปัจจุบันนี้ ไม่ง่อนแง่นคลอนแคลนอยู่กับปัจจุบัน ท่านบอกว่าอย่าตามอาลัยอาวรณ์ไปถึงอดีตนะ อย่ากังวลไปถึงอนาคต ให้อยู่กับปัจจุบัน เพราะว่าอดีตก็ล่วงไปแล้ว อนาคตก็ยังมาไม่ถึง ปัจจุบันน่ะมันมีจริง ให้เรามีสติอยู่กับปัจจุบันนี้แหละ มีสติอยู่กับปัจจุบันไม่หลงเพลินไป ร่างกายเคลื่อนไหวรู้สึก จิตใจเคลื่อนไหวรู้สึกนะ เรียกว่าเราไม่ประมาท เรามีสติอยู่ มีสติเป็นไปในกาย มีสติเป็นไปในจิตใจ ตามรู้อยู่ในกาย ตามรู้อยู่ในใจ

พระพุทธเจ้าท่านบอกว่า คนที่ทำได้อย่างนี้นะ แม้จะมีชีวิตอยู่เพียงวันเดียวหรือคืนเดียวเนี่ย ก็ควรชมแล้ว มีชีวิตร้อยปี แต่หลงร้อยปี ไม่ควรชมเลยนะ คนส่วนใหญ่มีชีวิตเท่าไหร่ กี่ปี มันก็หลงอยู่เท่านั้นปีแหละนะ เพราะฉะนั้นพวกเรามาหัดให้มามีสติรู้สึกกายมีสติรู้สึกใจนะ ถ้ามีชีวิตอยู่ได้วันเดียว พระพุทธเจ้าก็ชมแล้ว ให้พระพุทธเจ้าชมดีกว่าให้คนอื่นชมนะ คนอื่นชมบางทีมันแกล้งชม พระพุทธเจ้าชมเนี่ย ของดีของวิเศษแน่นอนเลย พวกเราก็มีโอกาสได้รับคำชมของพระพุทธเจ้าทุกๆคนนะ เพราะเรามีสติรู้อยู่กับปัจจุบันเรื่อยไป แค่วันเดียวท่านก็ชมแล้ว

เพราะฉะนั้นเรามีโอกาสนะที่จะได้รับคำชมของพระพุทธเจ้า มีโอกาสที่จะได้ชื่อว่าเป็นลูกแท้ๆของพระพุทธเจ้า
ไม่ใช่ลูกแบบหลอกๆมาเกาะกินพระพุทธเจ้าอยู่นะ ลูกเกาะกินพระพุทธเจ้าเยอะนะ หาผลประโยชน์จากพระศาสนาอะไรพวกนี้ มีเยอะแยะ เพราะฉะนั้นเราต้องปฏิบัติธรรมให้สมควรแก่ธรรม ปรารภความเพียรนะ


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๒๒ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๕ ก่อนฉันเช้า


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๕
Track: ๔
File: 550422.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๑๙ วินาทีที่ ๕ ถึง นาทีที่ ๒๔ วินาทีที่ ๓

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

หลักการวางตัวของผู้ปฏิบัติธรรม (๑) มักน้อย สันโดษ

mp 3 (for download) : หลักการวางตัวของผู้ปฏิบัติธรรม (๑) มักน้อย สันโดษ

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : พวกเราต้องเรียนว่าหลักของการปฏิบัติจริงๆเป็นยังไง การจะวางตัวควรจะวางตัวแบบไหน อันนี้ต้องเรียนเอา

การจะวางตัวของผู้ปฏิบัติต้องมักน้อย แต่ฆราวาสเนี่ย มักน้อยยังเป็นเรื่องรองนะ มักน้อยเนี่ยสำหรับพระเป็นหลักเลย นักบวช ปรารถนาน้อยหมายถึงว่า อย่างพระอย่างหลวงพ่อเนี่ย มีลาภสักการะมากอาหารมาก อาหารมากเราบริโภคทั้งหมด ผิดมั้ย ไม่ผิดนะ สันโดษมั้ย สันโดษ เพราะยินดีตามมีตามได้ แต่มันได้เยอะ หลวงพ่อได้จีวรมาปีนึงหลายร้อยชุด ใส่ทั้งหมดได้มั้ย ก็ได้ สันโดษมั้ย ไม่ได้ไปซื้อเลย สันโดษ ไม่ได้ไปดิ้นรนหลอกลวงใครเค้ามาสันโดษ แต่ไม่มักน้อย งั้นนักปฏิบัติโดยเฉพาะนักบวช อันแรกเลยต้องมักน้อยก่อน ถึงมีมากก็ใช้น้อย

พวกเราก็ลองฝึกดู มีเงินเยอะลองใช้น้อยๆหน่อย มีเงินกินข้าวได้วันละ ๕ มื้อนะ เอาแค่ ๓ มื้อ นอกมื้อไม่กินอะไรงี้ อย่างนี้มักน้อย นอกจากมักน้อยแล้วก็ควรจะสันโดษ สันโดษหมายถึงว่ายินดีตามมีตามได้ ไม่ใช่แปลว่าขี้เกียจ สันโดษเนี่ยนะให้ขยันทำเหตุให้เต็มที่นะ แต่ว่าได้ผลเท่าไหร่ก็ยินดีตามที่มันได้ ทำสุดฝีมือแค่นี้แล้ว ได้แค่นี้ ทำธุรกิจตั้งเป้าจะเอาให้ได้พันล้านก็ทำได้พันสองร้อยล้าน ยินดีที่ได้พันสองร้อยล้านก็ยังสันโดษอยู่ ได้แปดร้อยล้านก็ยังสันโดษอยู่ ก็ยังพอใจ ถ้าตั้งเป้าพันล้านแล้วได้เก้าร้อยล้านแล้วเสียใจ ไม่สันโดษ

งั้นสันโดษนี้เป็นสันโดษในผล เนี่ยเราลองสำรวจตัวเรานะ เราเป็นคนปรารถนาน้อยมักน้อยมั้ย หรือมักมาก เรายินดีในสิ่งที่เราได้รับจากการที่เราทุ่มเททำงานเต็มที่แล้วหรือเปล่า สันโดษ


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๒๕ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๕ ก่อนฉันเช้า


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๔
Track: ๑๘
File: 550325.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๓ ถึง นาทีที่ ๕ วินาทีที่ ๓๔

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ทางวิปัสสนา (๒๔) สำหรับผู้ครองเรือน

mp3 for download : ทางวิปัสสนา (๒๔) สำหรับผู้ครองเรือน

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ทางวิปัสสนา

ทางวิปัสสนา

โยม : กราบนมัสการหลวงพ่อค่ะ คือได้ปฏิบัติตามแนวของหลวงพ่อแล้ว ก็รู้สึกว่าทุกข์สั้นลงนะคะ แต่ทีนี้ก็คือว่า ปัญหาก็คือว่า ถ้าเกิดกรณีที่เราเกี่ยวพันกับคนอื่นเนี่ย เราจะมีความรู้สึกตัว แล้วก็คล้ายๆกับรู้สึกว่ามีอะไรขึ้นมา แต่พอที่ที่มีปัญหาคือว่า เวลาเราเกี่ยวข้องกับคนใกล้ตัว เช่นลูกเนี่ย ความรู้สึกนี้มันจะเกิดไม่ทันน่ะค่ะ แล้วก็มันก็เกิด เราคุมไม่ได้แล้วทำให้ทะเลาะกัน เราควรจะฝึกอย่างไรหรือทำอย่างไรดีคะ

หลวงพ่อปราโมทย์ : เราเคยชินน่ะ เราเคยชินกับลูกกับอะไรอย่างนี้ กับบางคนนะ กระทบแล้วอารมณ์มันเคลื่อนไหวรวดเร็วรุนแรงเป็นคนๆไป มันคุ้นเคยที่จะเป็นอย่างนั้น ห้ามมันยังไม่ได้หรอก บอกลูกว่าเห็นใจแม่ก่อนเถิดนะ เดี๋ยวแม่จะค่อยๆพัฒนา

โยม : แล้วควรจะมีการบ้านอย่างไรคะ

หลวงพ่อปราโมทย์ :
สังเกตที่ใจเรา ทำไมเราโมโหลูก หรืออะไร จะไปเคี่ยวเข็ญลูกนะ เรามีความอยากเกิดขึ้น เรามีความยึดถือในความคิดเห็นของเรา ว่าอย่างนี้ควร อย่างนี้ไม่ควร ถ้าลูกไม่เห็นด้วยเราก็โมโห

ที่จริงก็คือ เรามีมาตรฐานของเราอย่างนี้แหละ เขาไม่ตรงกับมาตรฐานของเรา เราก็ไม่พอใจ เรามาจากความยึดถือในความคิดความเห็นของเราเองนั่นแหละ ถ้าเราเห็นตรงนี้นะ จะคลายออก จะเหลือเหตุผล ลูกเขาก็มีเหตุผลของเขา เราก็มีเหตุผลของเรา เอามาแชร์ข้อมูลกัน อะไรเหมาะ ไม่ใช่เราขีดเส้นเลยนะ ทำอย่างนี้ไม่ได้ ทำอย่างนี้ถูก ทำอย่างนี้ผิด เราใช้มาตรฐานของเราวัดละ หลายบ้านนะ จะเป็นอย่างนั้นน่ะ

หรือคนที่อยู่ด้วยกัน สามีภรรยา หรือผู้ร่วมงาน หรืออะไรอย่างนี้ ถ้าข้างใดข้างหนึ่งยึดถือความคิดเห็นของตนเองรุนแรง มันจะกระทบกระทั่งกันมาก ถ้ารู้ทันจิตใจว่ากำลังยืดถือความเห็นอยู่นะ ความยึดถือตัวนี้คลายออก จะคุยกันสบายๆ คุยกันด้วยเหตุผล ถ้าเราฝึกด้วยการรู้ทันว่าเรากำลังยึดในความเห็นของเราแล้ว รู้ตัวนี้เลย แล้วลูกจะสบาย เราก็จะสบาย

550409.49m49-51m58

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา
ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่ ห้องสุวรรณภูมิบอลรูม ชั้น ๒ อาคารบี
บจก. เตียวฮงสีลม บางพลี
วันจันทร์ที่ ๙ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๕
ระหว่างเวลา ๑๓:๐๐ – ๑๕:๐๐ น.

File: 550409.mp3 (ไทย)
File: 550409.mp3 (สหรัฐอเมริกาและยุโรป)
เสียงพระธรรมเทศนา ระหว่างนาที่ ๔๔ วินาทีที่ ๘ ถึง นาทีที่ ๔๙ วินาทีที่ ๔๗

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

จุดอ่อนของฆราวาส

mp 3 (for download) : จุดอ่อนของฆราวาส

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : ฆราวาสเนี่ยมีจุดอ่อนที่ความต่อเนื่อง ไม่โง่นะ ฆราวาสไม่ได้โง่กว่าพระหรอก ภาวนานะจับหลักได้ ดีไม่ดีเร็วกว่าพระอีก ยกเว้นพระพวกนี้นะพวกนี้พระจีเนียส ฉลาดจนกระทั่งภาวนายาก คิดมาก

นี่โยมเรียนรู้เนี่ยโยมเรียนได้เร็ว แต่โยมไม่ต่อเนื่องหรอก โยมพร้อมจะทิ้งการปฏิบัตินะไปทำอย่างอื่นก่อนแล้วว่างๆจะมาทำใหม่ โยมเนี่ยไม่เข้าใจอย่างนึงนะ ถึงเข้าใจแต่ก็ทำเป็นไม่เข้าใจว่าจริงๆแล้วการปฏิบัติไม่เบียดบังเวลาทำมาหากินเลย ไม่เบียดบังเวลาที่จะดูแลครอบครัวของตัวเองเลย อย่างเลี้ยงลูกก็ภาวนาได้ใช่มั้ย คุยกับสามีก็ภาวนาได้มันพูดอะไรก็ขัดหูทุกคำนะ ถ้าคุยกับแฟนใช่มั้ยก็ภาวนาได้มันพูดอะไรก็ชื่นใจทุกคำ พอมันเปลี่ยนสถานะภาพนะมันพูดแล้วมันเปลี่ยนความรู้สึกไปอีกนะ แฟนกับภรรยาก็ให้ความรู้สึกที่ไม่เหมือนกัน ถ้าแฟนตอนไปจีบเค้าใหม่ๆมันก็ตื่นเต้นใช่มั้ย จีบแล้วก็แหมหวานชื่นแต่งแล้วก็งั้นๆแหล่ะ อย่าไปบอกใครเค้านะ อันนี้เป็นความลับเฉพาะตัวพวกผู้ชายคุยกันนะผู้หญิงห้ามได้ยินนะนี่เค้าเรียกพูดแบบลิเกใครเคยดูลิเกบ้าง

ความรู้สึกเรานี่แหล่ะเปลี่ยน เพราะงั้นไม่ว่าเราจะทำอะไรนะเราดูได้ ยกเว้นเท่านั้น เวลาที่ทำงานที่ต้องใช้ความคิด อย่างบางคนจะเขียนซอฟท์แวร์ ขืนไปนั่งดูจิตสิเค้าก็ไล่ออกจากงาน มันเขียนไม่ได้ งั้นเวลาที่ทำงานที่ใช้ความคิดเท่านั้นแหล่ะที่ยกเว้น เวลาที่เหลือเนี่ยไม่เบียดบังเลย ไม่เบียดบังการปฏิบัติเลย ไปกินเลี้ยงกับเพื่อนก็ได้เ ห็นมันเฮๆฮาๆมันคุยกัน ใจเราขำขึ้นมารู้ว่าขำ คอยรู้ของเรา ทำได้ทั้งนั้นแหล่ะ จะขึ้นรถลงเรือจะทำอะไรนะทำได้ทั้งนั้นน่ะ มันไม่ได้เบียดบังเวลา

ไอ้ที่บอกว่าไม่มีเวลาปฏิบัติน่ะมีสองชอยส์เท่านั้น อันหนึ่งไม่รู้จักวิธีปฏิบัติไม่รู้จักการเจริญสติที่แท้จริงเลยคิดว่าไม่มีเวลาปฏิบัติ อีกอันนึงพวกขี้เกียจโดยสันดานหาข้ออ้างว่าไม่มีเวลา งั้นอย่าว่าไม่มีเวลามาพูดนะ หลวงพ่อเคยอ่านประวัติหลวงพ่อเกษม เขมโก มีคราวนึงในหลวงคุยกับท่านในหลวงเล่าบอกว่าผมงานเยอะ ในหลวงงานเยอะเราคงไม่เควชชั่นใช่มั้ย (ท่านบอก) ผมงานเยอะนะ แต่ผมแบ่งซอยชีวิตของตัวเองเป็นช่วงเล็กๆ งั้นท่านมีเวลาเหลือสองนาทีสามนาทีท่านดู ของเราถ้ามีเวลาเหลือซักสิบนาทีเราจะโยนทิ้ง เราจะเถลไถลเตลิดเปิดเปิงไป สะสมกิเลสไปสิบนาที มีเวลาห้านาทีเราก็เอาเวลาห้านาทีไปสะสมกิเลสห้านาที พระเจ้าอยู่หัวไม่ได้ทำงั้น ท่านบอกท่านมีเวลาสองสามนาทีท่านก็ดูเอา อย่างท่านนั่งรถไปท่านจะต้องไปกล่าวสปีชอะไรเนี้ย ท่านก็นั่งดูๆไปดูที่เค้าร่างมาให้ท่านไม่ร่างเองหรอกดูเค้าร่างมา ดูพอเข้าใจประเด็นเข้าใจพอยท์แล้ว เวลาที่เหลือสองสามนาทีอะไรงี้ท่านดูของท่าน ท่านว่างี้

นี่ท่านภาวนาของท่านอย่างนี้ ท่านภาวนาเก่งนะ ท่านภาวนาเก่ง งานท่านก็เยอะท่านทำได้ เราก็ต้องเอาอย่างท่านบ้างนะ อย่ามาอ้างเลยว่างานเยอะ หลวงพ่อเมื่อก่อนอยู่สภาความมั่นคงงานเยอะนะ แต่ทำไมภาวนาได้ เพราะเราดูของเราตั้งแต่ตื่นตอนตื่นยังไม่มีใครใช้งานเรานี่ ตอนอาบน้ำตอนกินข้าวตอนนั่งอึนั่งฉี่ทำไมทำไม่ได้เหรอ เอาเวลาไปทำอะไรเอาเวลาไปใจลอยน่ะสิใช่มั้ย จนกระทั่งภาวนาชำนิชำนาญแล้วนะถึงเข้าห้องน้ำถึงเอาการ์ตูนไปนั่งอ่าน สมัยพากเพียรทำความเพียรไม่มีหรอกมีแต่ดูเอาดูเอาตลอดเลย


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันศุกร์ที่ ๑ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๑ ก่อนฉันเช้า


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๒๖
Track: ๔
File: 510801.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๒๔ วินาทีที่ ๑๒ ถึง นาทีที่ ๒๘ วินาทีที่ ๑๗

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

อานาปานสติ (ตอนที่ ๑๘) สรุปอานาปานสติ สำหรับฆราวาสคนเมือง (จบ)

mp3 for download : อานาปานสติ (ตอนที่ ๑๘) สรุปอานาปานสติ สำหรับฆราวาสคนเมือง (จบ)

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

อานาปานสติ (ตอนที่ ๑๘) สรุปอานาปานสติ สำหรับฆราวาสคนเมือง (จบ)

อานาปานสติ (ตอนที่ ๑๘) สรุปอานาปานสติ สำหรับฆราวาสคนเมือง (จบ)

หลวงพ่อปราโมทย์ : หลวงพ่อไม่เห็นกรรมฐานใดอัศจรรย์เหมือนอานาปานสติ ลึกล้ำ จนถึงขนาดยอมรับเต็มปากเต็มคำ เต็มหัวใจเลย มันเป็นกรรมฐานของพระมหาบุรุษ ไม่ใช่กรรมฐานของคนทั่วๆไปจะเล่นได้ชำนิชำนาญหรอก

ทีนี้ พวกเราเล่นไม่ได้ทั้งหมด เราก็เลือกเอาส่วนที่เล่นได้ หายใจแล้วรู้สึกตัวไป หายใจไปแล้วจิตหนีไปคิด คอยรู้ทัน ทำตรงนี้ให้ได้ หายใจไป จิตหนีไปคิดแล้วรู้ทัน จิตหนีไปคิดแล้วรู้ทัน จิตจะเป็นผู้รู้ขึ้นมา พอจิตเป็นผู้รู้แล้วจะดูกายดูใจก็ดูไปเลย ไม่ต้องไปเข้าฌานก็ได้ เอาแค่ว่าหายใจไป เห็นกายมันหายใจ ไม่ใช่ตัวเราหายใจ หายใจไปจิตใจมีความสุขความทุกข์ เห็นมันสุขมันทุกข์ของมันได้เอง หายใจไปแล้วก็เกิดกุศลบ้าง เกิดอกุศลบ้าง เช่น เกิดฟุ้งซ่าน หายใจแล้วมีฟุ้งซ่านมีไหม ส่วนใหญ่นั่นแหละหายใจแล้วฟุ้งซ่าน ใช่ไหม ก็ดูไป จิตมันฟุ้งซ่าน เราเป็นแค่คนดู ดูไปๆมันก็เลิกฟุ้งของมันไปเอง ฟุ้งซ่านมันก็ไม่เที่ยง เห็นแต่ของไม่เที่ยง มีความสงบเกิดขึ้น หายใจสบายๆ มันสงบขึ้นมา มันก็อยู่ชั่วคราว เดี๋ยวมันก็หายไปอีก นี้เราฝึกแค่นี้ก็พอแล้ว

หายใจไป จิตหนีไปแล้วรู้ทัน มันจะได้จิตผู้รู้ขึ้นมา ถัดจากนั้นเห็นร่างกายหายใจ ไม่ใช่ตัวเรา อันนี้เดินปัญญาด้วยการดูกาย ถ้าจะเดินปัญญาด้วยการดูจิตก็หายใจไป มีความสุขก็รู้ มีความทุกข์ก็รู้ เฉยๆก็รู้ หายใจไปแล้วจิตเป็นกุศลก็รู้ จิตเป็นอกุศลก็รู้ บางทีเห็น ทุกอย่างชั่วคราวไปหมด

ฝึกไปอย่างนี้ เรียกว่า ปัญญานำสมาธิ มันนำสมาธิอย่างไร ความจริงมันมีสมาธิอยู่แล้ว แต่มันมีในขั้นขณิกสมาธิ สมาธิชั่วขณะ

เมื่อเดินปัญญาแก่รอบเต็มที่แล้ว จิตจะรวมเข้าอัปปนาเอง ในนาทีที่จะตัดสินความรู้บรรลุ อริยมรรค อริยผล อริยมรรค อริยผล ไม่เกิดในจิตของคนธรรมดา อริยมรรค อริยผล เกิดในฌานจิตเท่านั้น เกิดในรูปฌานก็ได้ เกิดในอรูปฌานก็ได้ แต่จะไม่เกิดในวิถีจิตปกติของมนุษย์นี้

ทีนี้ ถ้าเราเข้าฌานไม่เป็น ไม่ต้องตกใจ เจริญปัญญาให้มาก มีแค่ขณิกสมาธินะ ทุกวันพยายามไหว้พระสวดมนต์ไว้ ทำในรูปแบบ จิตหนีไปคิดแล้วรู้ทัน ฝึกให้มันมีขณิกสมาธิ แล้วมาเดินปัญญา รู้กาย รู้ใจ ในชีวิตประจำวัน ถึงเวลาก็ทำความสงบ ไหว้พระ สวดมนต์ นั่งสมาธิ เดินจงกรม รู้ทันจิตที่หนีไป หมดเวลาก็มารู้กาย รู้ใจ ในชีวิตประจำวันต่อไป ถึงวันที่ สติ สมาธิ ปัญญา แก่รอบพอ จิตจะรวมเข้าอัปปนาสมาธิ รวมเอง แล้วเกิด อริยมรรค อริยผล ขึ้น อันนี้เรียกว่า ใช้ปัญญานำสมาธิ

ลึกซึ้งมาก เรื่องอานาปานสติ แต่ว่าเราฝึกง่ายๆอย่างที่หลวงพ่อบอก ไม่ต้องคิดมาก ไม่ต้องสนใจถึงขนาด ทำอย่างไรจะเกิดฌานจิต ทำอย่างไรจะไปเดินวิปัสสนาในอุปจาระ เห็นมันไหวๆขึ้นมา แต่ส่วนมากพวกเราก็ทำได้อันนี้ คนจำนวนมากก็ทำได้ นั่งสมาธิแล้วก็เห็น ใจสงบไปเห็นมันปรุงขึ้นมา เกิดดับไป บางทีไม่รู้ว่าอะไรเกิดอะไรดับ ไม่มีชื่อ ถ้ายังมีชื่ออยู่จิตยังฟุ้งซ่านมาก บางทีเห็นแค่สิ่งบางสิ่งเกิด แล้วสิ่งนั้นดับไป อย่างนี้ก็ใช้ได้ ถ้าถึงขนาดเห็นองค์ฌานเกิดดับอย่างนี้มีน้อยเต็มที ประเภทหนึ่งในแสน หายาก ส่วนถ้าฝึกในชีวิตประจำวัน เดินปัญญาอยู่นี้ ง่าย พอทำได้สำหรับฆราวาส ที่วันๆเต็มไปด้วยความวุ่นวายนะ หายใจไป อย่าหยุดหายใจ หายใจไว้ก่อน เอ้า ต่อไปส่งการบ้าน

541106B.17m57-22m17

ขอขอบคุณพี่ maibok @wimutti.net สำหรับเนื้อหาของ clip ช่วงนี้

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา
ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่สวนสันติธรรม
วันอาทิตย์ที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ หลังฉันเช้า

CD: 42
File: 541106B.mp3
นาทีที่ ๑๗ วินาทีที่ ๕๗ ถึง นาทีที่ ๒๒ วินาทีที่ ๑๗

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ฆราวาสเห็นทุกข์โทษของกามยาก

mp 3 (for download) : ฆราวาสเห็นทุกข์โทษของกามยาก

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ฆราวาสเห็นทุกข์โทษของกามยาก

ฆราวาสเห็นทุกข์โทษของกามยาก

หลวงพ่อปราโมทย์ : เป็นพระนะกามคุณอารมณ์ไม่ค่อยมีไม่ค่อยดี เป็นพระไม่ใช่มีของอร่อยกินทุกวัน ไม่ใช่ โยมเอาของอร่อยมาถวายทุกวันนะแต่พอถึงมือพระเนี่ยมันไม่อร่อยแล้ว ของร้อนมันก็ไม่ร้อนนะของเย็นมันก็ไม่เย็น ของควรร้อนมันไม่ร้อนของควรเย็นมันไม่เย็นแถมเอาไปใส่รวมในบาตรอีกนะ คล้ายๆข้าวหมูเคยเห็นมั้ย สมัยโบราณมีเดี๋ยวนี้เค้าคงไม่เลี้ยงอย่างนั้นแล้วมั้ง เสื้อผ้าเค้าไม่ได้มีสวยงามมีอยู่ชุดเดียวแหล่ะไปรอบโลก ที่อยู่ที่กินที่นอนอะไรนะแล้วแต่เค้าจัดให้ ไม่ใช่ดิ้นรนอยากได้อย่างนู้นอยากได้อย่างนี้ งั้นเป็นพระสู้กับกามง่ายกว่าโยม พอความยินดีพอใจอยากได้ในรูปในเสียงในกลิ่นในรสในสัมผัสเกิดขึ้นเนี่ย ความทุกข์ตามมาทันทีเลยเพราะมันไม่มี

เห็นมีพระองค์นึงเล่าให้หลวงพ่อฟังท่านเป็นลูกเศรษฐีอยู่ทางเชียงใหม่ลูกศิษย์หลวงปู่สิมเล่าให้ฟังว่าตอนหลังท่านไปอยู่กับหลวงปู่เทสก์เดี๋ยวนี้ไปอยู่ไหนไม่รู้ บอกท่านเป็นลูกเศรษฐีนะออกบวชเป็นลูกคนเดียวด้วย ออกบวชแล้ววันนึงไปบิณฑบาตนะเห็นคนเค้าใส่ข้าวเหนียวถั่วดำสมัยนั้นถุงนึงห้าบาทเดี๋ยวนี้เท่าไหร่ไม่รู้ ท่านอยากฉันข้าวเหนียวถั่วดำไม่มีใครใส่ซักทีเลย อยู่อย่างนั้นน่ะนานเลยนะก็ยังทนได้นะอดทน วันนึงเห็นคนเค้าใส่มีหลายถุงนะเดินรับไปตามลำดับนะมันมาหมดก่อนถึงท่านทุกทีเลย วันหนึ่งท่านได้มาเค้าใส่ข้าวเหนียวถั่วดำมาท่านดีใจวันนี้จะได้ฉันแล้ว ระบบของพระเนี่ยได้อาหารมาแล้วเทรวมกันแล้วก็ตัก ปรากฎว่าพระที่อยู่ข้างหน้าท่านก็หยิบเอาไป ท่านบอกคืนนั้นท่านร้องไห้เลยร้องไห้สลดสังเวชสงสารตัวเองนะ ทำไมเราลูกเศรษฐีแท้ๆเราต้องลำบากขนาดนี้ ข้าวเหนียวถั่วดำถุงละห้าบาทนะเป็นปีเลยยังไม่ได้ฉันเลย

นี่ เป็นพระนะสู้กับกามเนี่ยง่ายเพราะเวลากามมาเกิดขึ้นนะทุกข์มันตามมาทันที ฆราวาสเนี่ยเวลากามมันเกิดขึ้นวิ่งตอบสนองมันทันที ไม่ทันเห็นทุกข์เห็นโทษหรอก อยากกินข้าวเหนียวถั่วดำก็รีบไปเลยไปร้านขายข้าวเหนียวถั่วดำเจออย่างอื่นด้วยแถมอีก โอ้ ไม่ใช่กินแต่ข้าวเหนียวถั่วดำนะดูไปดูมาไม่เอาดีกว่าเอาอย่างอื่นดีกว่าอะไรงี้ อย่างนี้ก็มีใช่มั้ย ตั้งใจอยากจะซื้ออย่างนี้มากินใช่มั้ยไปเจออย่างอื่นเปลี่ยนใจซะอีกแล้ว มีทางเลือก ไม่เห็นทุกข์เห็นโทษจริงหรอก เพราะงั้นวันนึงๆนะใจเราเคล้าเคลียอยู่กับกามไม่เห็นทุกข์เห็นโทษ ไม่เหมือนพระนะ เป็นพระเป็นชีเป็นนักบวชนะถ้ามีความอยากอะไรขึ้นมาทีไร อยากได้รูปอยากได้เสียงอยากได้กลิ่นอยากได้รสอยากได้สัมผัสอะไรที่ดีไม่มีโอกาสเลือก เพราะงั้นความอยากเกิดขึ้นทีไรความทุกข์เกิดขึ้นทีนั้น เหมือนหลังชนกำแพงไม่มีทางถอยต้องสู้เอา ทำไงจะสลัดกิเลสกามนี่ออกจากใจให้ได้เพราะตอบสนองไม่ได้เด็ดขาดเลย เพราะงั้นภาวนาสู้กันไม่ไหวหรอกนะฆราวาสในเบื้องต้นในขั้นโสดา สกทาคาเนี่ยฆราวาสไม่แพ้พระหรอกแต่พอขั้นถึงจะขึ้นพระอนาคามีเนี่ย ฆราวาสสู้พระไม่ไหวแล้ว เพศของฆราวาสไม่เอื้ออำนวยที่จะสู้กับกามจริง

แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันเสาร์ที่ ๑๕ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๔ ก่อนฉันเช้า


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๒
Track: ๙
File: 541015A.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๗ วินาทีที่ ๔๘ ถึง นาทีที่ ๑๑ วินาทีที่ ๕๓

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

คนจริงถึงจะได้ของจริง เก่งแสนเก่งแต่เหยาะแหยะไม่ได้หรอก

mp3 for download : คนจริงถึงจะได้ของจริง เก่งแสนเก่งแต่เหยาะแหยะไม่ได้หรอก

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

คนจริงถึงจะได้ของจริง เก่งแสนเก่งแต่เหยาะแหยะไม่ได้หรอก

คนจริงถึงจะได้ของจริง เก่งแสนเก่งแต่เหยาะแหยะไม่ได้หรอก

หลวงพ่อปราโมทย์ : ครูบาอาจารย์แต่ละองค์ๆ กว่าจะดีได้ไม่มีฟลุ๊คหรอก แลกมาสาหัสสากรรจ์ แต่ละองค์ๆไม่มีลูกฟลุ๊คนะ ภาวนามาอย่างล้มลุกคลุกคลาน ทุกคนๆแหละ

เนี่ยพวกเราภาวนา เราอย่านึกว่า เหยาๆแหยะๆแล้วจะได้ ฆราวาสนี้มีจุดอ่อนคือ ไม่ต่อเนื่อง จุดอ่อนอยู่ที่ความต่อเนื่อง เอาไม่จริงน่ะ ถ้าเอาจริงก็ได้ แต่ส่วนใหญ่ใจไม่ถึงหรอก เหยาะๆแหยะๆ ทำบ้างหยุดบ้าง

คนไม่จริงก็ได้ของไม่จริง คนจริงนะต้องใจถึงจริงๆ ใจถึงจริงต้องเข้มแข็ง มีความอดทนอดกลั้น ขันตินั้นสำคัญมากนะ จะเก่งแสนเก่งนะ แต่ว่าทำเหยาะๆแหยะๆ ไม่ได้กินหรอก ต้องพากเพียรจริงๆเลย

แล้วคำสอนทั้งหลายนะ สับสนอลม่านมากนะ ยุคนี้ ต้องศึกษาด้วย เป็นคนจริงอย่างเดียว เป็นคนจริงแบบวัวแบบควายใช้ไม่ได้ ต้องศึกษาว่าจริงๆแล้วพระพุทธเจ้าสอนอะไร

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่ สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันที่ ๘ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๑ หลังฉันเช้า

CD: ๒๔
File: 510308
ระหว่างนาทีที่ ๑ วินาทีที่ ๒๘ ถึงนาทีที่ ๒ วินาทีที่ ๔๖

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : หลักรักษาศีล 5 ของ ฆราวาส

หลักรักษาศีล 5 ของ ฆราวาส

อะไรที่ไม่แน่ใจว่า ทำแล้วจะผิดศีลหรือไม่ ก็ให้เว้น ไม่กระทำไว้ก่อน
ต่อไปถ้ามั่นใจว่าทำแล้วไม่ผิด ก็ค่อยทำครับ
และ ถ้าทำอะไรแล้ว จิตเศร้าหมอง กังวล ไม่สบายใจ ก็ให้เว้น ไม่กระทำครับ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ฆราวาสมีจุดอ่อนที่สมาธิน้อยไป จิตไม่ค่อยตั้งมั่น

mp 3 (for download) : ฆราวาสมีจุดอ่อนที่สมาธิน้อยไป จิตไม่ค่อยตั้งมั่น

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ฆราวาสมีจุดอ่อนที่สมาธิน้อยไป จิตไม่ค่อยตั้งมั่น

ฆราวาสมีจุดอ่อนที่สมาธิน้อยไป จิตไม่ค่อยตั้งมั่น

โยม : ก็ตอนนี้ก็ ดูขันธ์ ๕ ทำงานไปน่ะครับ แล้วก็ ไม่รู้ว่ายังอยู่ในลู่ในทางหรือเปล่าครับหลวงพ่อ

หลวงพ่อปราโมทย์ : อยู่นะ แต่มันอยู่ไม่พอ สมาธิไม่พอ ฆราวาสเนี่ยมีจุดอ่อนนะ สมาธิน้อย สมาธิน้อยไปจิตไม่ค่อยตั้งมั่นน่ะ จิตชอบกระจายโล่งๆว่างๆ ออกไป เพราะอะไร เพราะว่าวันๆหนึ่งเรามีเรื่องฟุ้งซ่านเยอะ มันเหนื่อยน่ะ พอมันเหนื่อยมากมันเครียดมากนะ พอมาภาวนาแล้วสบาย มันจะไปติดอยู่ที่สบาย โล่งๆว่างๆสบายเพลินๆไป วิธีแก้ก็คือ รู้ทันว่ามันไปติดอยู่ข้างนอก โล่งๆว่างๆ ดูออกหรือเปล่า?

โยม : คิดว่าดูออกครับ

หลวงพ่อปราโมทย์ : มันไม่เข้าฐาน จิตต้องถึงฐานนะ ถึงจะเดินปัญญาได้จริงๆ ยกตัวอย่างเราเห็นธาตุเห็นขันธ์ทำงาน แต่จิตเราอยู่ข้างนอก ไม่พอ แรงไม่พอไม่ตัดหรอก

โยม : แต่ก็ เราก็ใช้วิธีนี้ ดูไปเรื่อยๆ..

หลวงพ่อปราโมทย์ : รู้ทันมันนะ รู้ทันมัน อาจารย์มหาบัวเคยสอนหลวงพ่อ บอกว่า พุทโธไปเลยก็ได้ พุทโธแล้วรู้ทันจิตมั่งนะ จิตไหลแล้วรู้ จิตไหลแล้วรู้เนี่ย มันจะทวนเข้ามาเอง อย่าดึง มันจะเข้ามาเอง พอเข้ามาถึงฐาน เป็นคนดู มันเห็น ธาตุขันธ์ทำงาน จิตถึงฐานจริงๆนะ อยู่กลางๆ

โยม : ถ้าผมใช้วิธีว่า ดูสบายๆ ดูร่างกายสบาย ใจสบาย แล้วก็ พอมันคิดเนี่ย เราก็ไปดูมัน อย่างนี้ได้มั้ยครับ

หลวงพ่อปราโมทย์ : ดูกายก็ได้นะ แต่ว่าดูกายแล้วระวังอันหนึ่ง จิตไหลไปที่กาย ถ้าดูกายแล้วจิตไหลไปที่กายเนี่ย คือ จิตไม่ตั้งมั่น ถ้าดูกายแล้วเหมือนเรานั่งอยู่นี่ เห็นกายเราอยู่นี่(อีกที่-ผู้ถอด) จิตไม่ไหลเข้าไปในกาย อย่างนี้ใช้ได้นะ เพราะฉะนั้นจะดูกายก็ได้ จะดูลมหายใจอะไรอย่างนี้ แต่ถ้าจิตไหลไปอยู่กับลมเนี่ย จิตออกนอกแล้ว จิตไม่ตั้งมั่นเป็นผู้รู้ผู้ดูจริง จุดนี้แหละที่ฆราวาสจะพลาดตรงนี้เยอะเลย จิตไม่ถึงฐานน่ะ ไม่มีแรงพอ จะกระจายเพลินๆไป แล้วจะมีแต่ความสุขนะ นานแล้วสบาย โอ..หลั่นล้าทั้งวันเลย ใช่หรือเปล่า

โยม : ครับ หลวงพ่อครับ อีกนิดนึงฮะ ถ้าเกิดว่าลักษณะของการเป็นผู้รู้ผู้ดู เหมือนกับว่า มีระยะห่างจากขันธ์ที่มันเกิดขึ้น อย่างนั้นใช่มั้ยครับ

หลวงพ่อปราโมทย์ : ใช่ แต่ว่าไม่ประคองให้ห่างนะ แต่มันห่างเอง แต่ถ้าเราจงใจดึงให้ห่างเนี้ย จะตึงเลย ตึงเครียดไป มันแยกเองน่ะ

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่วัดประชาสันติ จ.พังงา
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๒๓ มกราคม พ.ศ.๒๕๕๔

CD: วัดประชาสันติ จ.พังงา วันที่ ๒๓ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๕๔
File: 540123.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๕๑ วินาทีที่ ๕๙ ถึง นาทีที่ ๕๔ วินาทีที่ ๒๖
 

 

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

จุดอ่อนของฆราวาส

mp3 (for download): weakpoint

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อ: ฆราวาสมีจุดอ่อนตรงไหน? ฆราวาสมีจุดอ่อนที่สำคัญที่ความต่อเนื่อง ฆราวาสไม่อดทนพอในการที่จะปฎิบัติธรรม

ฆราวาสเนี่ยจะเห็นว่าการปฎิบัติธรรมเป็นงานอดิเรก การยุ่งอยู่กับโลกเป็นงานจริง ๆ

ถ้าเป็นหัวใจของผู้ปฎิบัติเนี่ยจะกลับข้างกัน การปฎิบัติธรรมคืองานจริง ๆ การอาศัยอยู่กับโลก ทำงานต่าง ๆ เพื่ออาศัยเท่านั้นเอง เป็นส่วนประกอบ

แต่ก็ต้องทำนะ ไม่ใช่ขี้เกียจนะ ถ้าขี้เกียจเป็นกิเลส ผู้ปฎิบัติจะไม่ขี้เกียจทำงานหรอก จะทำได้ด้วยความขยันขันแข็งกว่าคนทั่วไปด้วยซ้ำไป ทำเร็วกว่าคนปกติอีกนะ

CD สวนสันติธรรม ๒๓
๕๑๐๑๒๖
๑๐.๒๑ – ๑๑.๐๗

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่