Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

ถ้าจิตหนักๆแสดงว่าผิด

mp 3 (for download) : ถ้าจิตหนักๆแสดงว่าผิด

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : มาอยู่วัดที่เมืองกาญจน์นะ เดินจงกรมใหญ่เลย เดินหามรุ่งหามค่ำเลยนะ เดินขนาดว่า ถ้าขาเราเป็นเหล็ก ขาเราจะสึกไปเยอะเลย ตัวต้องเตี้ยกว่านี้อีก เดิน เดิน เดิน เดิน เดินไป หมดเรี่ยวหมดแรงก็ลงมานั่น หอบแฮ่กๆนะ มีแรงก็เดินใหม่ ยิ่งเดินจิตยิ่งแย่ลงๆ แย่กว่าตอนไม่บวชเสียอีก เดินอยู่เดือนครึ่งนะ เดือนอยู่เดือนครึ่งนะ เข้าพรรษามาครึ่งพรรษา วันหนึ่งบ่ายๆหมดเรี่ยวหมดแรงเลย บ่ายสอง มาเดินจงกรมอยู่ที่ระเบียง ต้นไม้ไม่มี ตอนนั้นอยู่ในท้องนา ปลูกต้นไม้ไว้นะ ต้นยังแค่ขาแค่เอวเป็นอย่างมาก ก็ต้องเดินจงกรมที่ระเบียง

เดินจนเหนื่อยนะ แล้วก็มองไป มองออกไปนอกวัด มันมีภูเขาอยู่ ๓ ลูก เรียงกัน ใครไปสวนโพธิ์จำได้มั้ย ภูเขา ๓ ลูกนี้สวย มันเรียงกัน ลูกมันเท่าๆกันเลยนะ ความจริงมันไม่เท่าหรอก แต่ว่ามันเหลื่อมไปเหลื่อมมา เมื่อดูด้วยสายตาจากที่สวนโพธิ์มันเท่ากันเป๊ะเลย สามลูก แล้วเว้นช่องไฟสวยงาม ดูไปที่ภูเขาสามลูกนี้ ภูเขาสามลูกนี้ไม่มีน้ำหนักเลย แต่ใจเรามีน้ำหนัก นี่ มันเฉลียวใจขึ้นมา แทนที่เราภาวนาแล้วใจจะยิ่งเบานะ ไม่ยึดไม่ถืออะไร โลกธาตุเนี่ยในความเป็นจริงโลกธาตุว่างเปล่า แต่ใจเรามีน้ำหนัก ใจเราต่างหากยึดถือ ใจมันก็นึกขึ้นมาได้ หลวงปู่ดูลย์เคยสอนประโยคหนึ่ง บอกว่า วันใดที่เห็นจิตกับสภาพแวดล้อมอยู่ เป็นสิ่งเดียวรวด วันนั้นเธอจะเข้าใจที่สุดแห่งทุกข์เลย

นี่จิตของเรากับธรรมชาติที่แวดล้อมอยู่ ไม่ใช่สิ่งเดียวรวด จิตเราหนัก ธรรมชาติไม่มีน้ำหนัก จิตเราหนักเราต้องทำผิดแล้วล่ะ โอ้..เราไม่ถนัดเดินนะ มีเก้าอี้พลาสติกอยู่ตัวหนึ่ง ตัวร้อยกว่าบาท นี่ แบบนี้ ไปลากออกมาเลยจากในห้องนะ มาวางที่ระเบียง ไม่เดินล่ะวะ มีวะด้วยนะ เรามันนักเลง นั่งดูภูเขา นั่งดูโน้นดูนี้ไปนะ ใจที่จงใจปฏิบัติค่อยคลายออกๆ คลาย ดูอยู่ไม่นานนะ ใจก็คลายออก คลายออกมาก็ทำสมาธิบ้าง เดินจงกรมบ้าง เจริญสติในชีวิตประจำวันบ้าง ฝึกอยู่อย่างนี้เรื่อยๆ นานๆก็ลืมสมถะอีกละ ก็ต้องกลับมาทำใหม่ วนเวียนๆไปนะ ภาวนาอยู่สองพรรษาได้ ใจก็เปลี่ยนแปลง สบาย มีความสุข


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่สวนสันติธรรม
เมื่อ วันศุกร์ที่ ๓๑ กรกฏาคม พ.ศ.๒๕๕๒ ก่อนฉันเช้า

CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๓๑
Track: ๙
File: 520731A.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๒๐ วินาทีที่ ๑ ถึง นาทีที่ ๒๒ วินาทีที่ ๔๔

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ภาวนาเล่นๆแบบจริงจัง

mp 3 (for download) : ภาวนาเล่นๆแบบจริงจัง

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ภาวนาเล่นๆแบบจริงจัง

ภาวนาเล่นๆแบบจริงจัง

หลวงพ่อปราโมทย์ : พวกเราชาวการไฟฟ้าจำไว้นะ จงใจปฏิบัติไม่ดี ต้องฝึกจนสติเกิดเอง ถ้าจงใจปฏิบัติเนี่ย จิตเป็นกุศลที่มีกำลังอ่อน แต่ถ้าสติเกิดเองเนี่ย เป็นกุศลที่มีกำลังกล้า ภาษาตำราอภิธรรมเขาเรียกว่า “อสังขาริกัง” ถ้าต้องจูงใจให้เกิดเรียกว่า “สสังขาริกัง” สสังขาริกังมีกำลังอ่อน เพราะฉะนั้นเราจะต้องฝึกจนจิตสภาวะได้แม่น แล้วสติจะเกิดเอง(โดยไม่ต้องจงใจให้เกิด-ผู้ถอด)

สติที่เกิดเองเนี่ยใจจะตั้งมั่นอัตโนมัติเลย แล้วเป็นกุศลที่มีกำลังกล้า จิตดวงนี้แหละเอาไว้รู้กายเอาไว้รู้ใจ มีจิตดวงนี้บ่อยๆขึ้นมา รู้สึก รู้สึกนะ จะรู้กายรู้ใจได้ดี ในอภิธรรมจะเรียกว่าเป็นมหากุศลจิตญาณสัมประยุทธ์อสังขาริกัง มี ๒ ดวง ดวงหนึ่งประกอบด้วยโสมนัสมีความสุข ดวงหนึ่งเป็นอุเบกขา เป็นกลาง กลางแบบนุ่มนวล ไม่ใช่กลางแบบกระด้าง พวกเราที่ภาวนาส่วนใหญ่จิตเป็นกลางแต่เป็นกลางแบบกระด้างๆ กลางแบบกระด้างเป็นอกุศลนะ

เอามา… ถึงไหนแล้ว… คุณมน… ชะตากรรมมาแล้ว.. เบอร์สี่หลงไปแล้วเบอร์สี่ ชาวไฟฟ้าต้องฝึกให้สบายนะ วันนี้เครียดเกินไป จำไว้นะ วันนี้เครียดเกินไป เพราะว่าพอรู้แล้ว ก็เลยขยัน ตั้งใจ จะเอาให้ได้ คิดแต่ว่าจะเอาให้ได้ ถ้าคิดจะเอาจะไม่ได้ จำไว้นะ ทำเล่นๆ ทำเล่นๆ เราต้องทำแบบทำงานอดิเรกน่ะ คนไทยทำงานอดิเรกเก่งนะ ทำงานจริงไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่ อะไรที่ตั้งใจมากแล้วไม่ค่อยได้ความหรอก แต่อะไรเล่นๆนะ เอาจริงเอาจัง

เพราะฉะนั้นทำเล่นๆ มีความสุขที่ได้รู้กาย มีความสุขที่ได้รู้จิตใจตนเอง รู้เป็นระยะๆ รู้ไปเล่นๆ หลวงพ่อภาวนาก็ภาวนาแบบเล่นๆนะ แต่ก่อนนี้ แต่ว่าจริงจัง เล่นแบบจริงจัง คือหมายถึง(ภาวนา)ไม่เลิก ทุกวันจะตามรู้กายตามรู้ใจ แต่ไม่ใช่ตามรู้เพื่อจะเข้าไปแทรกแซงบังคับ ไม่ใช่ตามรู้เพื่อเอาอะไรสัก(สิ่งสัก)อย่างเดียว แต่ตามดูความเปลี่ยนแปลงของเขาไป


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันศุกร์ที่ ๑๙ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๐ หลังฉันเช้า


CD: ธรรมเทศนา ๔ วันในสวนสันติธรรม
Track: ๖
ระหว่างนาทีที่ ๖ วินาทีที่ ๑๐ ถึง นาทีที่ ๘ วินาทีที่ ๒๘

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่