Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

ทางบรรลุธรรม (๔) ความผิดพลาดแรกที่ทุกคนต้องผ่าน เพื่อสร้างรากฐานของวิปัสสนา

mp3 for download : ทางบรรลุธรรม (๔) ความผิดพลาดแรกที่ทุกคนต้องผ่าน เพื่อสร้างรากฐานของวิปัสสนา

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ทางบรรลุธรรม (๔) ความผิดพลาดแรกที่ทุกคนต้องผ่าน เพื่อสร้างรากฐานของวิปัสสนา

ทางบรรลุธรรม (๔) ความผิดพลาดแรกที่ทุกคนต้องผ่าน เพื่อสร้างรากฐานของวิปัสสนา

หลวงพ่อปราโมทย์ : แต่ถ้าเรามีตัวรู้แล้วเห็นขันธ์ทำงานได้นะ ถ้าสติปัญญายังไม่พออีก ไม่รู้หลักของการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน จะเข้าไปแทรกแซงขันธ์แทรกแซงจิตนะ เช่น เห็นว่าจิตไหลเข้าไปเกาะกับอารมณ์ได้ ทำอย่างไรจิตจะแยกจากอารมณ์ ทำอย่างไรจะดึงจิตตั้งมั่นเด่นดวงอยู่ได้ทั้งวันทั้งคืน คิดแต่ว่าคำว่าจะทำยังไง

พวกเราเวลาคิดถึงการปฏิบัติ ในใจลึกมีมั้ยคำว่าจะทำยังไง มันคิดตลอดนะ คิดทุกคนแหละ จะทำยังไงๆ ห้ามมันไม่ได้หรอก มันจะคิดน่ะ เพราะมันอยากทำ มันคิดว่าทำแล้วถึงจะได้ ยังปลอบใจตัวเองอีกนะ ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น พยายามจะทำอยู่อย่างนั้น พยายามจนสุดสติสุดปัญญานะ ถึงตรงนั้นล่ะถึงจะได้ของจริง

แต่อาศัยที่เคยพยายามปฏิบัตินะ มันเป็นการพัฒนาสติให้เร็วขึ้น พัฒนาสมาธิให้ตั้งมั่นมากขึ้น ปัญญาก็มีสะสมไปนะ เห็นรูปธรรมนามธรรมเขาทำงานได้เอง

ตรงที่เราจงใจปฎิบัติ จงใจอยากทำนั่นแหละ มันค่อยๆฝึกฝน สติ สมาธิ ปัญญา ให้เข้มแข็งมากขึ้นๆนะ ถึงจุดหนึ่ง สติ สมาธิ ปัญญา แก่กล้าขึ้นมา จนเป็นอัตโนมัติละ ร่างกายพลิกนะ พลิกตัวเนีย รู้สึกเองเลย ไม่ต้องเจตนารู้สึก ความสุขความทุกข์ กุศล-อกุศล อะไรเกิดขึ้นที่จิตนะ รู้เองเลยโดยไม่เจตนาจะรู้ มันสารพัดจะเกิด มันจะรู้ได้เอง นี่สติเป็นอัตโนมัติขึ้นมาแล้ว ไม่ได้จงใจ

แต่ก่อนที่จะอัตโนมัติก็ต้องจงใจมาก่อน เพราะฉะนั้นการที่เราคิดอยู่นะ ทำอย่างไรจะดี ทำอย่างไรจะดี แล้วพยายามทำนะ มันได้พัฒนา สติ สมาธิ ปัญญา ขึ้นมา ทำไปเรื่อยๆ

540805.06m37-08m22


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา
ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่สวนสันติธรรม
วันศุกร์ที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๕๔ ก่อนฉันเช้า

CD: 41
File (ประเทศไทย): 540805.mp3
File (สหรัฐอเมริกาและยุโรป): 540805.mp3

นาทีที่ ๖ วินาทีที่ ๓๗ ถึง นาทีที่ ๘ วินาทีที่ ๒๒

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

สภาวธรรมมีอยู่ มีเหตุก็เกิด หมดเหตุก็ดับ บังคับไม่ได้

mp3 for download : สภาวธรรมมีอยู่ มีเหตุก็เกิด หมดเหตุก็ดับ บังคับไม่ได้

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

สภาวธรรมมีอยู่ มีเหตุก็เกิด หมดเหตุก็ดับ บังคับไม่ได้

สภาวธรรมมีอยู่ มีเหตุก็เกิด หมดเหตุก็ดับ บังคับไม่ได้

หลวงพ่อปราโมทย์ : ใจเริ่มนิ่งแล้ว รู้ว่าใจนิ่งๆ รู้เข้าไปตรงๆเลย การภาวนาก็คือการหัดรู้สภาวะ หัดรู้ไปเรื่อยๆ สภาวะอะไรเกิดขึ้นในกาย คอยรู้สึก อะไรเกิดขึ้นในใจ คอยรู้สึก หัดไปอย่างนี้แหละ

ต่อไปจิตจำสภาวะแม่น สติเกิดเองคราวนี้ อะไรเกิดขึ้นในกายนะ สติระลึกได้เอง อะไรเกิดขึ้นในจิต สติก็ระลึกได้เอง ลงมันระลึกได้เองก็ใช้ได้แล้ว มันไม่ได้เจือด้วยโลภะเจตนา ถ้าเจตนาระลึก จงใจระลึก ส่วนใหญ่จะกลายเป็นเพ่ง เข้าไปเพ่งไว้ ไปจ้องไว้ พอไปเพ่งไว้ กายก็นิ่ง ใจก็นิ่ง พอนิ่งก็ไม่แสดงไตรลักษณ์ ดูเหมือนเที่ยง ดูเหมือนมีความสุข ดูเหมือนบังคับได้ ยิ่งภาวนาก็ยิ่งเห็นผิดไป

หัดรู้จักสภาวะนะ ดูไปเรื่อย ความรู้สึกอะไรเกิดขึ้นในกายในใจก็รู้สึกไป ดูเล่นๆ แต่ดูบ่อยๆ อย่าไปจ้องไว้ ดูสบายๆ คอยรู้สึกเอา รู้สึกแล้วมันเป็นอย่างไร ก็ไม่แทรกแซง ยกตัวอย่างเห็นกิเลสเกิดขึ้น กิเลสเกิดขึ้นอย่าไปเกลียดมัน ถ้าใจเกลียดมันก็รู้ทัน ความสุขเกิดขึ้นใจไปชอบมันก็รู้ทัน

เพราะฉะนั้นหัดดูสภาวะนะ ดูสภาวะไปเรื่อยๆ สภาวะจะสอนเราให้เห็นไตรลักษณ์ มีแต่ความไม่เที่ยง ยกตัวอย่างใจของเรานะ เปลี่ยนตลอดเวลาใช่มั้ย ว้อบแว้บๆ ตลอดเวลา มันไม่เที่ยง มันทนอยู่ในภาวะอันใดอันหนึ่งนานๆไม่ได้ ยกเว้นแต่ไปเพ่งเอาไว้ เอาเข้าจริงก็บังคับไม่ได้ เช่น สั่งให้มีความสุขก็ไม่ได้นะ ห้ามมีความทุกข์ก็ไม่ได้ สั่งให้ดีก็ไม่ได้นะ ห้ามไม่ให้ชั่วก็ไม่ได้ ทำอะไรก็ไม่ได้ ของจริงจะแสดงไตรลักษณ์ให้ดู

เราดูไปทำไม ดูสภาวะที่เป็นรูปธรรมนามธรรม ดูไปทำไม ดูไปจนวันหนึ่งเห็นความจริงว่า สภาวธรรมมีอยู่ มีเหตุก็เกิด หมดเหตุก็ดับ บังคับไม่ได้ หมุนเวียนเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย แต่สภาวธรรมทั้งหลายทั้งปวง ทั้งที่เป็นรูปธรรม ทั้งที่เป็นนามธรรมนั้น มันไม่ใช่ตัวเรา

ถ้าใครเขาถามว่าหลวงพ่อสอนอะไร บอกว่าหลวงพ่อสอนให้ดูสภาวะ ถ้าเราเห็นสภาวะกระจายสิ่งที่เรียกว่าตัวเราออกมา จะเป็นตัวสภาวะ


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันเสาร์ที่ ๑๘ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๒

CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๓๐
File: 520418.mp3
ลำดับที่ ๑
ระหว่างนาทีที่ ๐ วินาทีที่ ๑ ถึง นาทีที่ ๒ วินาทีที่ ๕๑

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่