Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

ความแปลกแยก และการคืนสู่ธรรมชาติ โดยคุณ สันตินันท์

การแปลกแยก และการคืนสู่ธรรมชาติ

การแปลกแยก และการคืนสู่ธรรมชาติ


อันที่จริงสรรพสิ่งในจักรวาลก็เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอยู่แล้ว
แต่จิตที่อุบัติขึ้นต่างหาก ประกอบด้วยอวิชชาหรือความไม่รู้จริง
จึงเริ่มแปลกแยกออกจากธรรมชาติอันเป็นกลางและศานติ
ด้วยการส่งออกรู้อารมณ์ภายนอก แล้วเกิดความรู้สึกแบ่งแยกขึ้นว่า
นี้(จิต)เรา นี้(อารมณ์)สิ่งภายนอก
ภาวะความเป็นคู่ก็เกิดขึ้นตั้งแต่นั้นมา

เขียนโดยคุณสันตินันท์ เมื่อวันจันทร์ ที่ 3 เมษายน 2543 09:09:41
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ CoffeeBreak

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ภูมิมนุษย์นี่เหมาะกับการทำวิปัสสนาที่สุด

mp3 for download: ภูมิมนุษย์นี่เหมาะกับการทำวิปัสสนาที่สุด

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์: คอยรู้สึกนะ รู้สึกไป เดี๋ยววันหนึ่งก็เข้าใจ เข้าใจเป็นลำดับ ลำดับไปนะ ไม่มีอะไรยากหรอก ไม่มีอะไรเหลือวิสัยที่มนุษย์ธรรมดาจะทำได้ เพราะธรรมะก็คือธรรมดา

ภูมิที่เหมาะที่สุดที่จะรู้ธรรมะก็คือภูมิของมนุษย์นี่เอง ภูมิอื่นๆไม่เหมาะที่จะรู้ธรรมะหรอก เจริญสติยาก อย่างสัตว์นรกนะ มันก็ทุกข์อย่างเดียวเลย จิตมันเต็มไปด้วยโทสะอย่างเดียวเลย ถ้ามันไปดูมันจะรู้สึกโทสะเที่ยง ไม่เห็นเปลี่ยนเลยเหมือนกันทุกวันเลย พวกเปรตมันก็โลภอย่างเดียวเลย จิตเต็มไปด้วยความโลภความหิวกระหาย สัตว์เดรัจฉานมันก็เหม่อของมันอยู่ทั้งปีอย่างนั้นแหละ ใจลอยอยู่ทั้งปี มีแต่หลงกับหลง เป็นอสุรกายนะ เจ้าทิฎฐิ เจ้าทฤษฎี อสุรกายเนี่ยส่วนมากจะมีดีกรีนะ ระดับปริญญาโท ปริญญาเอก ส่วนใหญ่อสุรกาย เจ้าทิฎฐิน่ะ พวกนี้ก็ยึดแต่ความคิดความเห็น ไม่เหมาะที่จะทำวิปัสสนา

สัตว์นรกก็ทุกข์เกินไปไม่เหมาะที่จะทำวิปัสสนา เปรตนะก็กระหายต้องการมากไป ทำวิปัสสนายาก เทวดาก็สบายเกินไปทำวิปัสสนายากนะ ขืนไปส่องกระจกดู อู๊ย..ฉันก็สวยนี่ สวยมาแสนปีแล้ว ยังสวยอยู่เหมือนเดิม มีความสุขทุกข์วันเลย นี่ความสุขเที่ยง หรือพรหมนะ มีแต่ความสงบ มีความสุขสงบบ้าง มีความสงบเฉยๆบ้าง กี่ปีกี่ชาติ แสนชาติแสนกัปป์อะไรอย่างนี้นะ อยู่ไปเป็นหมื่นๆกัปป์ พันๆกัปป์ อะไรอย่างนี้ โลกแตกแล้วแตกอีก

พรหมเห็นจักรวาลเกิดดับนะ แต่พรหมไม่เห็นตัวเองเกิดดับ เห็นจักรวาลเกิดดับ โน่นมันเกิดขึ้นมานะ แล้วมันก็ดับวับลงไปนะ มันก็สลายไป ละอองของมันก็กระจายไป เดี๋ยวก็ไปรวมเกิดขึ้นมาอีกแล้ว แล้วก็สลายไปอีกแล้ว เห็นแต่จักรวาลเกิดดับ แต่ไม่รู้นะว่าจักรวาลไหลมาจากไหน จักรวาลไหลไปไหน ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร ตัวเองมาจากไหน ไม่รู้หรอก รู้สึกผุดขึ้นมาจากความว่างๆ เพราะฉะนั้นเป็นอมตะ ไม่เห็นตายสักทีเห็นแต่คนอื่นตายยกเว้นฉันไม่ตายสักที พวกมิจฉาทิฎฐินะ ไม่เหมาะที่จะทำวิปัสสนาหรอก

ภูมิมนุษย์นี่เหมาะกับการทำวิปัสสนาที่สุด เพราะมนุษย์นี่สำส่อน จิตใจเราเนี่ยกลับกลอกยอกย้อน ใน ๑ นาทีเนี่ยใจเราเปลี่ยนไปตั้งหลายรอบแล้ว เดี๋ยวก็ดู เดี๋ยวก็ฟัง เดี๋ยวก็คิด เดี๋ยวก็รู้สึก เดี๋ยวก็เผลอ เดี๋ยวก็โลภ เดี๋ยวก็โกรธ เดี๋ยวก็หลง ใจมนุษย์เนี่ยกลับกลอกตลอดเวลา ของกลับกลอกนี้แหละเราเห็นความไม่เที่ยงง่าย มันเปลี่ยนแปลงง่าย ของกลับกลอกเนี่ยเราเห็นความทนอยู่ไม่ได้ เห็นง่าย ของกลับกลอกเนี่ยเราเห็นเลย เราบังคับมันไม่ได้ ถ้าของเที่ยงเรารู้สึกบังคับได้ ของเที่ยงไม่มีจริงหรอก มันเที่ยงชั่วคราว เนี่ยเป็นมนุษย์ดีที่สุดแล้ว สวมหัวใจมนุษย์ไว้ เป็นมนุษย์ธรรมดาไว้

เป็นมนุษย์ธรรมดาเป็นอย่างไร เดี๋ยวก็สุข เดี๋ยวก็ทุกข์ เดี๋ยวก็ดี เดี๋ยวก็ร้าย คุ้มดีคุ้มร้ายอยู่อย่างนี้แหละ นี่แหละเหมาะแก่การทำวิปัสสนาที่สุดเลย มันจะเห็นได้ง่ายว่า สุขก็ไม่เที่ยง ทุกข์ก็ไม่เที่ยง กุศล อกุศลก็ไม่เที่ยง ทุกอย่างเกิดแล้วก็ดับ อยู่ได้ชั่วคราว ความสุขวิ่งหาแทบตายเลย พอได้มานะ แว้บเดียวก็รู้สึกงั้นๆอีกละ

ใครเคยรู้สึกมั้ย ความสุขบางอย่างนะ กว่าจะได้มาตั้งนานแน่ะ อย่างไอ้หนุ่มคนหนึ่งจีบสาวนะ ต้องเป็นสาวรักนวลสงวนตัวแบบสาวโบราณหน่อย สาวสมัยนี้จีบหนุ่มนะ ที่หลวงพ่อรู้ ผู้ชายทุกวันนี้เหมือนดอกไม้ริมทาง บางคนนะเห็นอย่างนี้ สลดใจ หนีมาบวชนะ องค์สุดท้ายนั่นน่ะ บอกว่าไม่ไหวแล้ว ผู้ชายเหมือนดอกไม้ริมทาง

เนี่ยบางทีสาวจีบหนุ่ม หนุ่มจีบสาว จีบกันตั้งนานแหน่ะ พอได้มาแล้วก็งั้นๆแหละ ลองถามคนที่มีเมียแล้วแต่อย่าถามต่อหน้าเมียเขานะ จะไม่ได้ความจริง เพราะว่าคนพูดความจริงตายได้เหมือนกัน

ความสุขในโลกนะ ดิ้นแทบตายเลย ได้มาแล้วก็งั้นๆแหละ พองั้นๆแล้วใจจืดชืดใจจะหิวของใหม่ อยากได้อันใหม่แล้ว ไปดิ้นอีกนะ แล้วก็ทุกข์อีกแล้ว ทุกข์ทุรนทุราย ดิ้นรนมา พอได้มาก็งั้นๆแหละ ตลอดชีวิตมีแต่เรื่องแบบนี้ ดิ้นไปเรื่อยๆ หาไปเรื่อยๆ แล้วก็งั้นๆแหละ ไม่เห็นมีอะไร ภาษาจีนบอกว่า “มักคังคัง” ตาว่างเปล่า นึกว่ามีอะไร ดูไปแล้วว่างเปล่า ไม่มีอะไร

CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๒๕
File: 510426.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๑๓ วินาทีที่ ๑๓ ถึงนาทีที่ ๑๘ วินาทีที่ ๒๓

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่