Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

ปฏิบัติด้วยฉันทะ

mp 3 (for download) : ปฏิบัติด้วยฉันทะ

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.


หลวงพ่อปราโมทย์ : สิ่งที่ผลักดันให้เราปฏิบัตินั้นมี ๒ อันคือ ฉันทะกับตัณหา ตัณหาเนี่ยอยากได้ผลแต่ขี้เกียจทำเหตุ อยากได้ผลถามว่าพอใจที่จะปฏิบัติมั้ย ไม่อยากปฏิบัติหรอก แต่อยากบรรลุมรรคผล แต่เพราะอยากบรรลุมรรคผลมากก็เลยฝืนใจปฏิบัติ หาทางทำอย่างนู้นหาทางทำอย่างนี้ หวังผล คล้ายๆคนที่ทำงานโดยไม่รักงาน แต่อยากได้เงินเดือนเยอะๆ อยากได้ซี นี่พวกทำด้วยตัณหา ไม่มีความสุขในขณะที่ปฏิบัติ

ในขณะเดียวกันถ้าพวกมีฉันทะของการปฏิบัตินะ มีความสุขที่จะปฏิบัติ พอใจที่จะทำเหตุไม่สนใจผลหรอก อย่างบางคนสนใจทำเหตุ มีความสุขที่จะทำงาน ทำไปเรื่อย ทำงานด้วยความสุขรักที่จะทำงาน อย่างนี้ผลมันออกมาเอง เพราะงั้นไม่เหมือนกัน

อย่างอาตมาตอนเด็กๆนะ ไปเรียนกับท่านพ่อลี อยากปฏิบัติ ภาวนาอยากปฏิบัติ ทำอย่างนู้นทำอย่างนี้ หายใจเข้าหายใจออก ต่อมาไปเจอหลวงปู่ดูลย์ หลวงปู่ดูลย์สอนธรรมะประหลาด เราเคยได้ยินแต่ว่าครูบาอาจารย์สอนให้พุทโธแล้วพิจารณากาย นี่มันไม่ถูกจริต บางท่านท่านพุทโธพิจารณากายท่านไปได้ ของหลวงพ่อมันไม่ถูกจริตเรื่องกาย ไปเจอหลวงปู่ดูลย์ หลวงปู่ดูลย์บอกว่า อ่านหนังสือมามากแล้วต่อไปนี้อ่านจิตตนเอง พอได้ยินคำว่าอ่านจิตตนเองมันรู้สึกสนใจ รู้สึกเอ๊ะมันน่าเรียนรู้จังเลย เราเคยรู้แต่อย่างอื่นๆนะ วิชาอื่นๆเรียนเยอะแยะ แต่ทำไมเราไม่เคยเรียนรู้เรื่องจิตตัวเอง

พอรู้สึกว่ามันน่าสนใจ ขยันดู ขยันดูเองเลย คอยตามรู้ตามดูนี้วิริยะมันเกิดเอง จิตใจคอยจดจ่อที่จะคอยรู้คอยดูเรื่อยๆ นี่คือตัวจิตตะ จิตใจก็คอยเรียนรู้เคล้าเคลียเรียนรู้เรื่องจิตใจของตัวเองอยู่เรื่อยๆนะ ใคร่ครวญพิจารณาอยู่ เรียกว่าวิมังสา อิทธิบาท ๔ เกิดขึ้นเพราะมีฉันทะ แต่ถ้าบางคนปฏิบัติไม่ได้อย่างงั้นนะ อย่างตอนอาตมาปฏิบัติไม่คิดถึงผลเลย ลืมคำว่าปฏิบัติไปแล้ว หลวงปู่ให้ดูจิตรู้สึกว่ามันน่าดู เฝ้ารู้เฝ้าดู ดูได้ตั้งแต่ตื่นเลยไม่มีใครบังคับ

นี้พวกเราบางทีปฏิบัติ เราไม่ได้รักการปฏิบัติ ครูบาอาจารย์ต้องบังคับ เคาะระฆังเรียกมานั่งพร้อมๆกันอะไรนี้ ตัวมานั่งนะใจก็หนีออกนอกวัดไปอีก อย่างนี้ก็ใช้ไม่ได้หรอก งั้นต้องมีฉันทะคือพอใจที่จะปฏิบัติ สนใจรู้สึกว่าน่าเรียนน่ารู้ ถ้ารู้สึกว่าจิตใจของเราเป็นเรื่องน่าเรียนน่ารู้นะ มันจะขยันดู ไม่มีใครเรียกให้ดูก็ดูเอง

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๓๐ มกราคม พ.ศ.๒๕๔๘ หลังฉันเช้า


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๗
Track: ๑๑
File: 480130B.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๓๘ วินาทีที่ ๕ ถึง นาทีที่ ๔๐ วินาทีที่ ๕๘

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ตัณหาต่างกับฉันทะอย่างไร

mp3 for download:ตัณหาต่างกับฉันทะอย่างไร

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ตัณหาต่างกับฉันทะอย่างไร

ตัณหาต่างกับฉันทะอย่างไร

หลวงพ่อปราโมทย์: ตัณหากับฉันทะต่างกันนะ  ฉันทะเนี่ยมีความสุขที่ได้ลงมือทำเหตุ ส่วนผลเป็นอย่างไรไม่ได้คำนึงถึง ส่วนตัณหาเนี่ยนะ ขี้เกียจทำเหตุ ฝืนใจทำเหตุเพราะว่าอยากได้ผล เพราะฉะนั้นจิตใจหาความสุขไม่ได้

ผู้ใดที่ภาวนาจนสติเกิดอัตโนมัติแล้วเนี่ยมันจะเกิดฉันทะขึ้นเอง มันจะขยันดูนะ เพราะมันมีความสุขที่ได้รู้ รู้อยู่ปัจจุบันก็มีความสุขแล้ว  ไม่ต้องไปตะกายหาความสุขทีไหนอีก พอมีฉันทะ วิริยะจะเกิดเองขยันดู จิตตะก็จะเกิดเอง คือจิตใจของเราจะจดจ่ออยู่กับการปฏิบัติ ไม่ยอมว่อบแว่บไปที่อื่นหรอก  แล้ววิมังสาคือใจจะเคล้าอยู่กับธรรมะทั้งวัน  คือ ใจเนี่ยเคล้าเคลียในการรู้กายรู้ใจเรื่อยๆ ในที่สุดก็ประสบความสำเร็จในการปฏิบัติ เพราะมีฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา

ตัวฉันทะเนี่ย ถ้าเรามีสติ มีสติหลายๆทีนะ มันเริ่มเห็นประโยชน์สุข มีทั้งประโยชน์ มีทั้งความสุข ประโยชน์ก็คือได้เห็นความจริง มีความสุขในขณะที่รู้ความจริงนั้นด้วย แล้วมันจะขยันดู


แสดงธรรมที่สวนสันติธรรม
เมื่อวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๕๐ ก่อนฉันเช้า
CD สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๒๒
ลำดับที่ ๑๑
File: 501129A
ระหว่างนาทีที่ ๒๙ วินาทีที่ ๓๕ ถึงนาทีที่ ๓๐ วินาทีที่ ๔๔

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

อิทธิบาทสี่ กับการดูจิต

mp 3 (for download) : อิทธิบาทสี่ กับการดูจิต

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : พอหลวงพ่อได้ยินคำว่าดูจิตนะ หลวงพ่อมาคอยหัดดูจิต สนุกน่าดูเลย ทำไมจิตเราแต่ละวันไม่เหมือนกัน สนุกที่ได้เรียนรู้ธรรมะนะ สนุกที่ได้รู้กายรู้ใจ ไม่ได้รู้สึกลำบากที่ได้เรียนรู้กายรู้ใจนะ การที่เรามีความสุข มีความสนุกในการรู้กายรู้ใจก็คือมีฉันทะที่จะรู้ มันมีความสุขมีความพอใจที่ได้รู้ วิริยะเกิดเอง ขยันดู เพราะว่าอยากดู ชอบดู ดูแล้วมีความสุข ชอบดู ดูทุกวัน ไม่มีใครสั่ง ดูไม่เลิกเลย จิตใจก็คอยจดจ่อกับการรู้การดูนี่เรียกว่าจิตตะ วันๆ นะไม่คิดเรื่องอื่นแล้ว ใครจะยังไง ไม่สนใจ ถ้าพูดหยาบๆ ก็ช่างแม่มันนะ ใครจะทำอะไร สนใจอย่างเดียว เรียนรู้ตัวเอง จิตใจนี่ อ่านหนังสือนะ ก็ไม่ได้อ่านเรื่องอื่น ไปอ่านพระไตรปิฎก นั่งอ่านอยู่ในทำเนียบ มีห้องสมุด ของสำนักเลขานายกนะ เอาพระไตรปิฎกมาครั้งละสองเล่ม บาลีเล่มนึง ไทยเล่มนึง มานั่งดูไป บางทีก็เห็น อ้อมันแปลไม่ตรงกัน ก็มีนะ ไม่ใช่ไม่มี บางทีมีคำเกินๆ มา ภาษาไทย อย่างทุกข์ให้กำหนดรู้นี่ บาลีไม่มี นี่เวลาอ่านหนังสือก็อ่านหนังสือธรรมะ อ้าวถึงเวลาวันหยุดแล้ว ต้องไปเที่ยวสักหน่อย ไปเที่ยววัดไหนดี ๆ ไปหาอาจารย์องค์ไหนดี คราวนี้ เห็นมั้ย ใจมันเคล้าเคลียอยู่กับธรรมะ นี่เรียกว่าวิมังสานะ เคล้าเคลียอยู่ ไม่ไปไหนหรอก ถ้าใครนะ มีฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา เค้าเรียกว่าอิทธิบาทสี่ ธรรมนี้แหละทำให้ประสบความสำเร็จเร็ว เร็วมาก ไม่มีฉันทะ ต้องเคี่ยวเข็ญ ต้องอ้อนวอนให้ภาวนานะ ไม่ไหวนะ สู้ไม่ไหว อินทรีย์อ่อนไป ต้องขยันดูของเราเอง

สวนสันติธรรม
CD: 16
File: 491123B.mp3
Time: 29.16 – 31.15

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่