Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

สมถะ – วิปัสสนา

mp3 for download : สมถะ – วิปัสสนา

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ :ไปประคองจิตให้นิ่งให้ว่างอยู่เฉยๆนะ ไม่ใช่ทำวิปัสสนาหรอก< ไปทำของไม่เที่ยงให้มันดูเที่ยง ไปทำของซึ่งเป็นทุกข์ให้ดูเป็นสุข ไปทำของบังคับไม่ได้ให้บังคับได้ขึ้นมา สวนทางกับวิปัสสนาเลย/strong>

เพราะฉะนั้นถ้าไปได้ยินคำสอนประคองจิตให้นิ่งให้ว่างนิรันดรแล้วบรรลุ บอกเลยว่านั่นน่ะ สมถะ ถ้าเป็นวิปัสสนาต้องเห็นไตรลักษณ์ของจิต ใครจะนั่งสมาธิแล้วบอกว่าจะเอาชนะเวทนา นั่นสมถะ ถ้าจะเดินปัญญาเดินวิปัสสนาไปสู่มรรคผลนิพพานก็ต้องเห็นเวทนานั้นแหละตกอยู่ภายใต้ไตรลักษณ์ ต้องอย่างนั้นนะ

นั่งรู้ลมหายใจไม่ใช่นั่งให้จิตสงบ เห็นแสงสว่างแล้วเที่ยวออกไปข้างนอก ไม่ใช่ นั่นเป็นเรื่องของสมถะ นั่งรู้ลมหายใจก็เพื่อให้เห็นเลยว่าร่างกายที่หายใจอยู่นี้ไม่เที่ยง ร่างกายที่หายใจอยู่นี้เป็นทุกข์ ร่างกายที่หายใจอยู่ไม่ใช่ตัวเรา ก็ต้องเห็นอย่างนี้ ทำวิปัสสนาต้องเห็นไตรลักษณ์ จับหลักให้แม่นนะ

ถ้าเราหลักแม่นเวลาเราฟังใครเราจะรู้เลยว่าเขาพูดอยู่ในระดับ พูดในระดับของสมถะหรือวิปัสสนา ไม่งั้นมั่วนะ สอนสมถะแต่บอกว่าทำวิปัสสนา มันจะทำให้เราหลงทาง

แต่ว่าถึงเรารู้นะ เราไปฟังใครเขาพูด อาจารย์ไหนพูดนะ อย่าไปบอกเขานะว่าผิดนะ เออ!ก็ถูกของเขา เขาถูกอย่างของเขา หัดพูดประโยคนี้ดูบ้าง ใครมาถามหลวงพ่อว่าอาจารย์นั้นทำถูกมั้ย หลวงพ่อก็จะบอกว่า ก็ถูกอย่างของท่านนะ ก็ดีอย่างของท่านนะ อย่าไปบอกว่าถูกเหมือนกัน ดีเหมือนกันนะ ไม่เหมือนหรอก คนละเรื่องกัน เขาก็ดีอย่างของเขาน่ะ ยกตัวอย่างคนที่ไม่มีความสงบแล้วทำความสงบได้ก็ดีใช่มั้ย ก็ดี ดีอย่างของเขา แต่ไม่ใช่ของพระพุทธเจ้าหรอก ต้องแยกให้ออกนะ


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่วัดสวนสันติธรรม
เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑o เดือนตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๓


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๓๗
File: 531010B
ระหว่างนาทีที่ ๒๓ วินาทีที่ ๕๔ ถึงนาทีที่ ๒๕ วินาทีที่ ๔๑

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

นิพพานอะไร มีเข้ามีออก

mp3 for download : นิพพานอะไร มีเข้ามีออก

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมย์ : บางคนก็น้อมจิตไปสู่ความว่างความนิ่ง แต่จิตนิ่งจิตว่าง เป็นจิตพระอรหันต์ พระอรหันต์อย่างนั้นไม่ใช่ของจริง มีเข้าๆออกๆ วันนี้นิ่งได้ สงบได้ อยู่กับความว่างได้ แต่อีกวันก็ถอยออกมาข้างนอกอีก พระอรหันต์ผลุบเข้าผลุบออกไม่ใช่ของจริง

หลวงพ่อก็เคยทำ ฝึกไปจนกระทั่งเหลือแต่รู้อันเดียวเลย เหลือแต่ธาตุรู้อันเดียวเลย ตอนฝึกทีแรกเรามีผู้รู้กับสิ่งที่ถูกรู้ มีจิตกับอารมณ์ มีสองอันใช่มั้ย ตัวนี้ไหวยุกยิกอยู่ที่หน้าอกนี่ ตัวนี้เป็นคนดูอยู่ เลยสงสัยว่าจะดูตัวไหน ดูตัวนี้?

พระพุทธเจ้าบอกให้รู้ทุกข์ ตัวนี้ล่ะทุกข์ ตัวรู้ไม่เห็นจะทุกข์เลย ตัวรู้ไม่เห็นจะทุกข์เลย หลวงปู่ดูลย์บอกให้ดูจิต เอ๊..จิตมันเป็นคนรู้ น่าจะดูตัวนี้ สองตัว มีทั้งสองตัวนี้ จะดูตัวไหน สงสัยนะ ก็พยายามสังเกต

ไปดูที่ตัวไหวๆ ไปดูเป็นเดือนไม่ขาด ไม่มีที่สิ้นสุดเลย วัฏฏะหมุนอยู่อย่างนั้น ไม่ใช่ ไปเพ่งใส่ตัวรู้นะ จะเกิดตัวรู้ซ้อนตัวรู้ไปเรื่อยๆ ดูอยู่เป็นปีก็ไม่ใช่อีก หรือว่ารู้ตรงกลาง นี่..มัชฌิมา ไม่เอาตัวรู้ ไม่เอาตัวถูกรู้ มัชฌิมา เวลากำหนดจิตลงไป นั่งดู จิตเคลื่อนไป สติเนี่ยเคลื่อนไป เข้าไปที่ไหวๆกลางหน้าอก เข้าไปดู พอเคลื่อนไปพอจะแตะอารมณ์ที่กลางหน้าอกนะ ถอนขึ้นเลย ทวนเข้าหาตัวรู้ พอเข้ามาใกล้ตัวรู้นะ ไม่จับเอาตัวรู้นะ ทวนออกอีก ทวนเข้าทวนออก มันวูบลงไปตรงกลางเลย ระหว่างตัวรู้กับตัวถูกรู้ นี่ล่ะมั้งทางสายกลาง

นี่เป็นเรื่องของสมาธิทั้งนั้นเลยนะ ทางสายกลางจริงๆเป็นเรื่อง ศีล สมาธิ ปัญญา ทางสายกลางไม่ใช่เรื่องของสมาธิ ความโง่ ความไม่รู้ ความไม่มีครูบาอาจารย์ การห่างครูบาอาจารย์นะ ใช้ลองเอา ลองอย่างนี้ไม่ใช่ ลองอย่างนี้ไม่ใช่ ลอง choice ที่สาม ไม่จับทั้งผู้รู้ ไม่จับทั้งสิ่งที่ถูกรู้เลยนะ จิตรวมลงไปนะ ว่างไปหมดเลย ไม่มีอะไรเหลือเลย ไม่มีความคิดความนึกความปรุงความแต่ง มันไม่มีอะไรเลย เหลือแต่ธรรมชาติรู้อันเดียวล้วนๆเลย ดูเข้าออก-เข้าออกอยู่อย่างนี้นะ เสร็จแล้วสงสัย หื้อ..มันใช่หรือเปล่าหนอ?

ไปเจอหลวงปู่เทสก์ (หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี – ผู้ถอด) หลวงปู่เทสก์ท่านก็บอกว่า สมาธิอย่างนี้.. ท่านพูดชัดเลยนะ สมาธิ สมาธิอย่างนี้ตอนนี้ไม่มีคนเล่นนะ ไปเล่นให้ชำนาญไว้ ไปหัดเล่นให้ชำนาญ พอได้ยินว่าสมาธิก็รีบกราบเรียนท่านเลย หลวงปู่ มันเป็นสมาธิ ผมกลัวติด ท่านบอกว่าอย่ากลัวติด ไปซ้อมให้ชำนาญ ถ้าติดอาตมาจะแก้ให้ นี่..ท่านพูดอย่างห้าวหาญเลย เพราะท่านเก่งเรื่องสมาธิไม่มีตัวจับเลย ทำไมหลวงปู่เทสก์เก่งเรื่องสมาธิ ท่านติดสมาธิอยู่ตั้งสิบกว่าปี ตัวท่านน่ะ เพราะฉะนั้นท่านชำนิชำนาญมาก ท่านบอกให้เราเล่น หลวงพ่อก็เล่นอยู่อย่างนั้น ครูบาอาจารย์บอกให้เล่นก็ลองเล่นไปเรื่อย

วันหนึ่งไปเชียงใหม่ เจอหลวงปู่บุญจันทร์ (หลวงปู่บุญจันทร์ จนฺทวโร วัดถ้ำผาผึ้ง youtube – ผู้ถอด)เข้า ไม่ได้เจอท่านหรอก ไปวัดสันติธรรม ท่านมาพักอยู่ที่นั่นพอดี ท่านให้ลูกศิษย์ของท่านที่ตามท่านมา มาดักอยู่หน้าวัด มาเรียกเราไปหาท่าน เราไม่รู้จักท่านนะ อยู่ๆก็ให้พระมาดักเรียกตัวไปเลย พอไปถึงท่านก็ถามว่าภาวนาอย่างไร พอบอกท่านว่าเนี่ย รวมลงไปตรงกลางเนี่ยนะ อู๊ย..ท่านตวาดเอา เฮ้ย! นิพพานอะไรมีเข้ามีออก ไง!จะภาวนายังไง เรานึกว่าท่านฟังเราไม่รู้เรื่อง สำเนียงมันไม่เหมือนกันนะ เราก็ฟังท่านไม่ค่อยออกนะ ท่านก็ฟังเรา อื้อ.. คงไม่ออกมั้ง เล่าซ้ำอีกที ครั้งที่สองท่านตวาดดังกว่าเก่าอีก เฮ้ย!! นิพพานอะไรมีเข้ามีออก ใจมันทิ้งเลย ไม่เอา เส้นทางนี้ไม่ใช่เส้นทางที่จะนำไปสู่มรรคผลนิพพานหรอก มันเป็นกลางจริงนะ เป็นมัชฌิมาจริงนะ แต่เป็นมัชฌิมาของสมาธิอันเดียวไม่ใช่ศีลสมาธิปัญญา ทางสายกลางนั้นเป็นทางของศีลสมาธิปัญญา ไม่ใช่แค่สมาธิ เราถูกท่านดุนะ

ตั้งแต่วันนั้นมาใจไม่เอาตรงนี้เลย ใจไม่ยอมเข้าไปที่ตรงนี้ รู้สึกว่าถ้าอยู่ตรงนี้เสียเวลา หลวงปู่เทสก์ท่านอยากให้ฝึกให้เล่นให้ชำนาญเท่านั้นเอง ท่านก็ได้บอกอยู่แล้วว่านี่คือสมาธิ ไม่ใช่ทางพ้นหรอก ที่นี้เรากลัวช้า ใจมันไม่เอาแล้ว พอหลุดจากตรงนี้นะ ท่านหัวเราะเลย เสียดัง ฮ่า ฮ่า ฮ่า หัวเราะสะใจ ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่า เสียงดังอย่างนี้ ท่านหัวเราะเราก็หัวเราะตามท่านไปด้วย ฮ่าๆ บ้าง นะ ท่านหยุดกึกเลยนะ พอเราหัวเราะท่านหยุดปุ๊บเลย ใจท่านนิ่งว่าง ท่านหยุดเราก็หยุด ใจเราก็เฉยเลย ท่านบอกว่า เออ! ใช้ได้ นี่ท่านลองนะ ท่านลองเราว่า จิตเราไวขนาดไหน ท่านหัวเราะเราก็หัวเราะ ท่านหยุดเราก็หยุดด้วย ท่านบอกใช้ได้ ไป ไปทำต่อเอา

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่วัดสวนสันติธรรม
เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๖ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๕๕

CD สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๓
File 550106
ระหว่างนาทีที่ ๕ วินาทีที่ ๒๐ ถึงนาทีที่ ๑๐ วินาทีที่ ๒๕

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

จิตนิ่งๆทื่อๆ จะบอกว่าเป็นพระโสดาบัน นั้นไม่ใช่

mp3 for download : จิตนิ่งๆทื่อๆ จะบอกว่าเป็นพระโสดาบัน นั้นไม่ใช่

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมย์ : แต่ต้องภาวนา ภาวนาเรื่อยๆ เรื่อย ถึงวันหนึ่งเราก็เห็น ขั้นแรกเราเห็นก่อนว่าขันธ์ ๕ ไม่ใช่ตัวเรา รูปธรรมนามธรรมนี้ไม่ใช่เรานะ พอเห็นอย่างนี้ได้ จิตใจยอมรับได้อย่างแท้จริง ไม่ใช่เห็นว้อบแว้บๆ เดี๋ยวก็เป็นเรา เดี๋ยวก็ไม่เป็นเรา บางคนบอกเป็นพระโสดาฯนะ หลวงพ่อบอก ใจเย็นๆ โสดาฯองค์นี้ใจเย็นๆ ดูไปสัก ๓ เดือน เผลอๆมีเราขึ้นมามั้ย บางคนกลับมารายงาน ๓ เดือนแล้วก็ยังไม่มีเรา ก็บอกว่า อ๋อ อีกปีหนึ่งก็ไม่มีเพราะทำจิตเอาไว้อย่างนี้ จะเป็นเราอะไร ไม่คิดไม่นึก ทำจิตทื่อๆอยู่อย่างนี้

เพราะฉะนั้นหากว่าสงสัยนะ ใครเป็นพระโสดาฯหรือเปล่า แล้วเห็นว่าทำจิตทื่อๆนะ แกล้งมันเลย ให้จิตเคลื่อน พอจิตเคลื่อนนะ ไม่เป็นเราหรอก เป็นกู หนักกว่าเป็นเราอีก แต่ถ้าจิตนิ่งติดสมาธิอยู่ ดูไม่มีตัวตน

นะ เมื่อไหร่ที่ใจยอมรับความจริงนะ ว่าขันธ์ ๕ ไม่ใช่ตัวเรา ยอมรับ ก็จะเป็นพระโสดาฯ ถ้าวันใดใจยอมรับความจริง ใจเห็นอย่างถ่องแท้ ว่าขันธ์ ๕ เป็นทุกข์ หาสาระแก่นสารไม่ได้เลย ไม่ควรยึดถือนะ ยึดก็คือยึดเอาก้อนทุกข์ไว้ เหมือนถือถ่านไฟแดงๆเอาไว้ในมือ จิตมันจะสลัดขันธ์ ๕ คืนให้โลก เป็นพระพระอรหันต์

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่วัดสวนสันติธรรม
เมื่อวันเสาร์ที่ ๑๖ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๕๔

CD สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๑
File 540716A
ระหว่างนาทีที่ ๒๔ วินาทีที่ ๓๙ ถึงนาทีที่ ๒๖ วินาทีที่ ๘

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

V-Clip : ภาวนาแล้วจิตไปติดความนิ่งไม่เจริญปัญญา

ภาวนาแล้วจิตไปติดความนิ่งไม่เจริญปัญญา


เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

จิตนิ่งคือจิตตั้งมั่นใช่หรือไม่

จิตนิ่งคือจิตตั้งมั่นใช่หรือไม่


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

การสอนกรรมฐานเป็นงานศิลปะ

mp 3 (for download) : กรรมฐานเป็นงานศิลปะ

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

กรรมฐานเป็นงานศิลปะ

กรรมฐานเป็นงานศิลปะ

หลวงพ่อปราโมทย์: หลวงพ่อฝากไว้นิดนึงนะ เรียนกับหลวงพ่อนะ แล้วก็ตั้งใจภาวนาเข้านะ บางทีพวกเราก่อเรื่องให้หลวงพ่อโดยไม่รู้ตัว อินโนเซนท์น่ะ อย่างเรียนกับหลวงพ่อเสร็จแล้วก็ เอาสิ่งที่เรียนกับหลวงพ่อเนี่ย ไปถามครูบาอาจารย์อื่น

ไม่มีครูบาอาจารย์ไหนหรอกที่สอนเหมือนกัน การสอนกรรมฐานเนี่ย เป็นงานศิลปะนะ เหมือนอย่างหมอเหมือนกัน หมอรักษาโรค เขาเรียกรักษาโรคศิลป์ใช่ไหม เป็นโรคศิลป์ หมายถึงว่า อย่างหมอเนี่ยเรียนตำราเดียวกัน หมอแต่ละคนเวลารักษาเนี่ย รักษาไม่เหมือนกัน อย่างบางคนเป็นมะเร็งนะ หมอผ่าเลย หมอคนนี้ผ่าเลยนะ ร่างกายยังทรุดโทรมก็ผ่าไว้ก่อน แล้วโด๊ปทีหลัง อะไรอย่างเนี้ย หมอบางคนนะ ให้โด๊ปให้มันแข็งแรงก่อนแล้วค่อยผ่า เห็นไหม งั้นแต่ละคนไม่เหมือนกัน สอนกรรมฐานก็ไม่เหมือนกัน

บางท่าน ท่านสอนให้ทำสมถะก่อน แล้วท่านมาดูกาย
บางท่าน ทำสมถะแล้วมาดูเวทนา
บางท่านดูจิตนะ ดูจิตก็มีดูหลายแบบนะ
บางท่านทำจิตให้นิ่งก่อน แล้วดูความเคลื่อนไหว
บางท่านดูความเคลื่อนไหว แล้วก็กลับมานิ่ง อะไรอย่างเนี้ย

เพราะฉะนั้น แต่ละคน แต่ละคนเนี่ย จะไม่เหมือนกัน ศิลปะจะแตกต่างกัน งั้นเราเอากรรมฐานของครูบาอาจารย์องค์หนึ่ง ไปถามอีกองค์หนึ่งเนี่ย สับสน ตัวเราเองแหละจะสับสน ภาวนาไม่ได้หรอกนะ มันจะยุ่ง ครูบาอาจารย์ก็อึดอัดใจ ทุกแห่งเลยล่ะ อย่างมาถามหลวงพ่อว่า อาจารย์ของหนูสอนมาอย่างนี้ ถูกหรือไม่ถูก หลวงพ่อไม่กล้าพูดหรอก มันไม่ถูกต้องใช่ไหม

เพราะฉะนั้น เวลาเราไปหาครูบาอาจารย์อื่นเนี่ย เราไปหาความรู้นะ เราหุบปากเอาไว้ให้ดีนะ ไปเรียนกับท่าน แต่ก่อนหลวงพ่อหาครูบาอาจารย์เยอะแยะเลย ไม่ได้เรียนจากหลวงปู่ดูลย์อย่างเดียวหรอก หาครูบาอาจารย์อีกจำนวนมากเลย เวลาเราไปหาครูบาอาจารย์แต่ละองค์เนี่ย เราไปฟัง เราไปเรียนว่าท่านสอนอะไร อะไรที่เราจะเอามาใช้ประโยชน์ได้ เราก็เอามาใช้นะ ไม่ได้ไปคุยอวดท่านนะ ว่าผมเรียนกับหลวงปู่ดูลย์ หลวงปู่ดูลย์ว่าอย่างนี้อย่างนี้ ถูกไม่ถูก เนี่ย อะไรอย่างนี้นะ อย่างเนี้ยสับสนตายเลย เพราะฉะนั้น ถ้าจะไปเรียนที่อื่นนะ ฟังนะ อย่าพูดมาก บางคนพูดมากนะ รู้นิดเดียวไปพูดเยอะเลย ทำให้สับสนไปหมดเลย ครูบาอาจารย์ก็งงไปหมดแล้วนี่ งั้นค่อยๆฝึกเอานะ จะเรียนจากหลวงพ่อก็ตั้งใจเรียนไปนะ ชอบกรรมฐานแบบไหน ก็เรียนแบบนั้นไปนะ มันไปด้วยกันได้ทั้งนั้นแหละ ถึงจุดหนึ่งนะ แต่เบื้องต้นมันไม่เหมือนกันหรอกนะ


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

CD: ศาลาลุงชิน ครั้งที่ ๓๔
File: 521115.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๕๘ วินาทีที่ ๓๕ ถึง ชั่วโมงที่ ๑ นาทีที่ ๑ วินาทีที่ ๖

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

จิตนิ่งคือจิตตั้งมั่นหรือไม่

mp3 (for download): จิตนิ่งคือจิตตั้งมั่นหรือไม่

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

จิตนิ่งคือจิตตั้งมั่นหรือไม่

จิตนิ่งคือจิตตั้งมั่นหรือไม่

โยม : แล้วอย่างเราภาวนาไปนะคะ แล้วจิตมันนิ่งๆอย่างนี้ค่ะ ถือว่าเป็นจิตตั้งมั่นใช่มั้ยเจ้าคะ

หลวงพ่อปราโมทย์ : จิตนิ่งๆไม่ใช่จิตตั้งมั่นนะ ต้องไม่นิ่งที่อๆนะ ถ้ามันตั้งมั่นเนี่ย จิตจะไม่ว่อกแว่กหลงไปอยู่ในโลกของความคิดเท่านั้นแหละ เราไม่ได้ไปบังคับให้มันนิ่งนะ แต่ว่ามันก็นิ่งเหมือนกัน แต่มันนิ่งแบบรู้เนื้อรู้ตัวอยู่ สบาย ไม่นิ่งทือๆแข็งๆนะ ไม่นิ่งแบบว่างๆไม่รู้เนื้อรู้ตัว ไม่นิ่งแบบจิตเข้าไปรวมกับความว่างข้างนอก มันนิ่งอยู่ด้วยความรู้สึกตัวอยู่

จิตที่ตั้งมั่นรู้เนื้อรู้ตัวเนี่ย ต้องสังเกตเอาตอนที่จิตหนีไปคิด ถ้าเรารู้ทันจิตที่หนีไปคิด จิตรู้จะเกิดขึ้น จิตรู้นั้นแหละเป็นจิตที่ตั้งมั่น เพราะฉะนั้นเราคอยรู้ทันจิตที่หลงไปคิดนะ ตัวรู้(จิตผู้รู้ – ผู้ถอด)จะเกิดมันจะตั้ง จะตั้งได้พอดีไม่แข็งเกินไปไม่อ่อนเกินไป อ่อนเกินไปก็ขาดสติไหลหลงๆไป แข็งเกินไปก็ทื่อๆอยู่ ไม่เดินปัญญา ก็ตั้งพอดีๆ แค่ไหนพอดี ถ้าหนีไปคิดแล้วรู้ว่าหนีไปคิดนั้นพอดีเลย ถ้าจงใจจะให้ตั้งอยู่ อันนี้จะตึงเกินไป


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
แสดงธรรมเมื่อ วันพุธที่ ๑๐ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๔

CD: แสดงธรรมเทศนานอกสถานที่ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
File: 540810A
ระหว่างนาทีที่ ๕๔ วินาทีที่ ๔๐ ถึง นาทีที่ ๕๕ วินาทีที่ ๕๕

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์: วิธีแก้เมื่อจิตติดนิ่ง

วิธีแก้เมื่อจิตติดนิ่ง

ถาม : เรารู้นะคะ ว่าติดนิ่ง แต่ทำไม มันไม่หายคะ เท่าที่ทราบว่า มันแก้ยาก ทำอย่างไรได้บ้างคะ นอกจากรู้อย่างเดียว
มีอุบายอะไรบ้างคะ ?

ตอบ : ก่อนอื่นต้องหาให้เจอก่อนว่า เราไปทำท่าไหนเข้าจิตเลยไปติดนิ่ง
เช่น ไปน้อมจิตให้นิ่ง ๆ หรือเปล่า
หรือต้องสังเกตว่า ทำกิจกรรมอะไรแล้วจิตเข้าไปติดนิ่ง
ถ้าเห็นว่าพอทำกิจกรรมอะไรแล้วนิ่ง
ถ้าไม่จำเป็นก็ให้หลีกเลี่ยงที่จะทำกิจกรรมนั้นไปก่อน
แล้วหาอะไรที่ทำแล้วจิตออกมาปรุงแต่ง หรือหลง ๆ ไปบ้างครับ

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ข้อเตือนใจ:-จิตตั้งมั่นนานๆแล้วนิ่งให้ระวัง

MP3 (for download): ข้อเตือนใจ:- จิตตั้งมั่นนานๆแล้วนิ่งให้ระวัง

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

“ผู้ใดเห็นว่าจิต(ผู้รู้)เที่ยง ยังเป็นมิจฉาทิฏฐิอยู่” : หลวงปู่หล้า เขมปัตโต

หลวงพ่อปราโมทย์: แต่ถ้ารู้นะ รู้อยู่ห่างๆ นะ จิตตั้งมั่นอยู่แล้วเห็นทุกอย่างมันทำงานอยู่ ถึงจะเป็นวิปัสสนา แต่ตรงที่จิตตั้งมั่นอย่าให้ตั้งนาน ไม่ใช่ตั้งหลายๆ วันนะ แล้วก็นิ่งอยู่อย่างนั้นเอง เราจะเห็นทุกสิ่งเป็นไตรลักษณ์แต่จิตเที่ยงอยู่อันเดียวก็ใช้ไม่ได้อีก กลายเป็นว่าจิตเที่ยง จิตเที่ยงก็ยังเป็นมิจฉาทิฏฐิ

มีครูบาอาจารย์องค์หนึ่งนะ หลวงปู่หล้า ภูจ้อก้อ สอนดี ท่านบอกว่า ถ้าใครเห็นว่าจิตผู้รู้เที่ยงถือว่าเป็นมิจฉาทิฏฐิ ใครเห็นจิตเที่ยงเป็นมิจฉาทิฏฐิ จิตเกิดดับตลอดเวลา จิตไม่เที่ยงหรอก เพราะฉะนั้น อย่าไปประคองให้เที่ยง

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่