Dhammada on Android
available now on
Google Play Store
คำชี้แจง
    Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด     จึงขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันกับข้อเท็จจริง     ขอแสดงความนับถือ     Dhammada.net

หมวดหมู่

เรื่องล่าสุด

Latest Clips

คลังเก็บ

พระโสดาบันจะเห็นว่าไม่อะไรที่เป็นตัวเราถาวร

mp3 (for download) : 551208A.26m03-27m57

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : เอาให้ได้โสดาฯก่อนนะ อย่าใจร้อน จะได้โสดาฯ โสดาฯเห็นความจริงว่าตัวเราไม่มีหรอก เห็นแต่ของที่เกิดแล้วดับ ไม่มีอะไรที่เป็นอมตะถาวรที่จะเป็นตัวเราที่แท้จริง

ำว่าตัวเราๆ หมายถึงตัวเราที่ถาวร ความรู้สึกว่าเป็นตัวเรา มีเป็นแว้บๆ เกิดแล้วก็ดับไป แต่ว่าความสำคัญมั่นหมาย สัญญาที่ผิดๆ สำคัญมั่นหมายว่ามีตัวเราถาวร ถ้าเป็นพระโสดาฯก็ล้างความสำคัญมั่นหมายผิดๆนี้ได้ เพราะได้เห็นความจริงแล้วว่าไม่มีอะไรถาวรเลย

รูปธรรมทั้งหลายก็ไม่ถาวร เวทนาความสุขความทุกข์ทั้งหลายก็ไม่ถาวร ความจำได้หมายรู้ทั้งหลายก็ไม่ถาวร ความปรุงดีปรุงชั่ว กิเลสทั้งหลาย ก็ไม่ถาวร จิตใจก็ไม่ถาวร เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย เดี๋ยวสุขเดี๋ยวทุกข์ เดี๋ยววิ่งไปทางตาทางหูทางจมูกทางลิ้นทางกายทางใจ จะเห็นอยู่อย่างนี้นะ

เวลาที่เราดูจิตดูใจเรานะ ถ้าคนไหนชำนาญ ชอบดูขันธ์ ถ้าชอบดูขันธ์ก็จะเห็นเลยว่า เวทนาเกิดดับ สัญญาเกิดดับ สังขารเกิดดับ จิตอยู่ต่างหาก เราก็จะเห็นว่าจิตนี้ไม่เที่ยง เพราะจิตที่สุขเกิดแล้วดับ จิตที่ทุกข์เกิดแล้วดับ จิตที่โลภโกรธหลงเกิดแล้วดับ อย่างนี้สำหรับพวกที่ถนัดดูขันธ์นะ

ถ้าพวกที่ชำนาญดูอายตนะนั้นก็จะเห็นเลย จิตที่เกิดที่ตาเกิดแล้วก็ดับ จิตที่เกิดที่หูเกิดแล้วก็ดับ จิตที่เกิดที่จมูกที่ลิ้นที่กายที่ใจเกิดแล้วก็ดับ พวกนี้เห็นจิตเกิดดับโดยอิงเข้ากับอายตนะ แต่ว่าส่วนมากก็จะดูแค่เห็นกิเลสเห็นอะไรอย่างนั้นไป ดูไม่ค่อยถึงอายตนะเท่าไหร่ ไม่จำเป็นหรอก เอาไว้ให้คนที่เขาชอบเล่นอายตนะเขาดู


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่วัดสวนสันติธรรม
เมื่อวันเสาร์ที่ ๘ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๕๖

File: 551208A
ระหว่างนาทีที่ ๒๖ วินาทีที่ ๓ ถึงนาทีที่ ๒๗ วินาทีที่ ๕๗

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ฝึกรู้สึกตัว ฝึกดูจิต ก็เพื่อให้เห็นว่าจิตไม่เที่ยง

mp3 for download : ฝึกรู้สึกตัว ฝึกดูจิต ก็เพื่อให้เห็นว่าจิตไม่เที่ยง

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมย์ : สุดท้ายปัญญามันเกิด มันจะรู้เลยว่า “สิ่งใดเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นดับเป็นธรรมดา” เพราะเราเห็นจิตน่ะ จิตที่รู้สึกตัวเกิดแล้วก็ดับ จิตที่ไหลไปเกิดแล้วก็ดับ แต่ถ้าเราไม่มีจิตที่รู้สึกตัวนะ มีแต่จิตที่ไหล คนในโลกมีแต่จิตที่ไหลอย่างเดียวไม่มีจิตที่รู้สึกตัวเลย มันจะไม่เห็นหรอกนะว่าจิตที่ไหลเกิด-ดับ แต่ถ้าเรามีจิตที่รู้สึกตัวขึ้นมานะ จะเห็นเลยจิตที่รู้สึกตัวเกิดแล้วก็ดับ จิตที่ไหลไปเกิดแล้วก็ดับ

เพราะฉะนั้นการที่หลวงพ่อฝึกให้พวกเรามีจิตที่รู้สึกตัว ให้จิตตั้งมั่นมีสมาธิขึ้นมา ไม่ใช่มีสมาธิเพื่อที่จะมีสมาธินะ เรามีสมาธิเนี่ยเพื่อจะตัดตอนความหลงให้ขาดตอนเป็นช่วงๆ มันจะเห็นเลยว่าจิตที่หลงไป หลงไปช่วงหนึ่งแล้วก็ดับ เกิดรู้สึกตัวนิดหนึ่งแล้วก็หลงอีกยาวๆแล้วก็ดับ เกิดรู้สึกตัว สุดท้ายก็จะเห็นว่าจิตที่หลงเกิดแล้วก็ดับ จิตที่รู้สึกเกิดแล้วก็ดับ ไม่ใช่จะเอาจิตที่รู้สึกตัวนะ ไม่ได้ฝึกเพื่อจะเอาอะไรเลย แต่ฝึกเพื่อให้เห็นความจริงว่า “สิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นดับไปเป็นธรรมดา” ฝึกเพื่อให้เห็นตรงนี้

ทีนี้บางคนเข้าใจผิดคิดว่าจะต้องฝึกให้รู้สึกตัว ๒๔ ชั่วโมง ฝึกเอาความรู้สึกตัว นั่นคือการฝึกจะเอา ไม่ใช่การฝึกเพื่อที่จะให้เห็นความจริง ฝึกได้มั้ย ฝึกได้ ถ้าทรงฌานนะ จิตผู้รู้เนี่ยตั้งมั่นเด่นดวงอยู่ได้นาน แต่ไม่เกิน ๗ วันหรอก ในภูมิของเรา ในกามาวจร จิตที่ร่อนเร่ไปทางตาหูจมูกลิ้นกายใจ จิตไม่สงบนาน อย่างมากก็ไม่เกิน ๗ วัน ทั้งๆที่ทรงฌาน ก็เสื่อม เพราะฉะนั้นเราไม่ได้ฝึกเอาจิตเที่ยง แต่เราฝึกให้เห็นว่าจิตไม่เที่ยง

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่วัดสวนสันติธรรม
เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๕๕

CD สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๔๖
File 550701
ระหว่างนาทีที่ ๒๖ วินาทีที่ ๕๕ ถึงนาทีที่ ๒๘ วินาทีที่ ๓๐

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

หลักการเจริญสติปัฏฐาน (๕) ถ้าจิตไม่ตั้งมั่น เจริญปัญญาไม่ได้จริง

mp 3 (for download) : หลักการเจริญสติปัฏฐาน (๕) ถ้าจิตไม่ตั้งมั่น เจริญปัญญาไม่ได้จริง

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์: เราต้องรู้นะ เราต้องรู้ด้วยจิตที่ตั้งมั่น จิตที่ตั้งมั่นมันเป็นแค่คนดู เราจะเห็นร่างกายอยู่ส่วนหนึ่ง จิตอยู่ส่วนหนึ่ง เห็นเวทนาอยู่ส่วนหนึ่ง จิตอยู่ส่วนหนึ่ง เห็นกุศล อกุศล โลภ โกรธ หลง ทั้งหลาย อยู่ส่วนหนึ่ง จิตอยู่ส่วนหนึ่ง เห็นจิตเกิดดับไปทางตา เกิดที่ตา ดับที่ตา เกิดที่หู ดับที่หู เกิดที่ใจ ดับที่ใจ นี่เห็นอยู่อย่างนี้เรื่อยๆ อย่างนี้เรียกว่าเราเห็นด้วยจิตที่ตั้งมั่นนะ มันจะเห็นความจริงอย่างนี้

การที่มันเห็นว่ากายก็อยู่ส่วนหนึ่ง เวทนาอยู่ส่วนหนึ่ง จิตอยู่ส่วนหนึ่ง มันได้แสดงปัญญาให้เราเห็นแล้วว่า มันไม่ใช่ตัวเรา กายนี้ไม่ใช่เรา เวทนาไม่ใช่เรา สังขารทั้งหลายที่เป็นกุศล อกุศลทั้งหลายไม่ใช่เรา จิตก็เกิดดับไปทางทวารต่างๆ จิตก็ไม่ใช่ตัวเรา เห็นไหม มันจะมีปัญญาขึ้นมา ถ้าใจเราตั้งมั่นได้ เพราะฉะนั้นเงื่อนไขสำคัญว่าจะเกิดปัญญาหรือไม่นี่ อยู่ที่ว่าจิตตั้งมั่นหรือจิตเข้าไปตั้งแช่ในอารมณ์ ถ้าจิตเข้าไปตั้งแช่ในอารมณ์จะเป็นสมถะ อย่างบางคนเดินจงกรมแล้วเพ่งอยู่ที่เท้า ยกเท้า ย่างเท้า รู้หมดเลย แล้วก็ตัวลอย ตัวเบา ตัวโคลง ตัวเล็ก ตัวใหญ่ บางคนตัวลอย บางคนรู้สึกวูบวาบเหมือนฟ้าแลบ บางคนรู้สึกขนลุกขนพอง บางคนรู้สึกเหมือนแมลงมาไต่ร่างกาย นี่เป็นอาการของปิติทั้งสิ้นเลย เป็นเรื่องของสมถะ

ทำไมคิดว่าทำวิปัสสนาแล้วกลายเป็นสมถะ ก็เพราะจิตไม่ตั้งมั่น ถ้าจิตไม่ตั้งมั่นจะเจริญปัญญาไม่ได้ เพราะว่าสัมมาสมาธิเป็นเหตุใกล้ให้เกิดปัญญา ถ้าจิตไม่ตั้งมั่น จิตจะไหลไปอยู่ในอารมณ์แล้วไปแช่ ไปเพ่งตัวอารมณ์ เป็นสมถกรรมฐานทั้งหมด ไม่ว่าจะเพ่งอะไรก็เป็นสมถะทั้งหมด ถ้าจิตตั้งมั่นก็จะเดินวิปัสสนาได้ เห็นความจริง


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา
ศรีราชา ชลบุรี

แสดงธรรมที่ศาลากาญจนาภิเษก (ศาลาลุงชิน)
เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๕๑

CD: ศาลาลุงชิน ครั้งที่ ๒๕
File: 511116
ระหว่างนาทีที่ ๒๕ วินาทีที่ ๔๘ ถึง นาทีที่ ๒๗ วินาทีที่ ๓๕

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ทุกข์นานเพราะคิดซ้ำ

mp3 (for download) : ทุกข์นานเพราะคิดซ้ำ

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.


ทุกข์นานเพราะคิดซ้ำ

ทุกข์นานเพราะคิดซ้ำ

โยม : คือหนูสงสัยเรื่องจิตเกิดดับที่ท่านสอนน่ะค่ะ สงสัยว่าคือจิตเกิดดับเร็ว แล้วก็ในวันนึงมันเกิดดับตั้งหลายครั้งใช่มั้ยคะ (หลวงพ่อปราโมทย์ : ใช่) แล้วทำไมสมมติว่าเรามีความทุกข์ ทำไมมันทุกข์ไปสามวันเจ็ดวันพอมันดับแล้วทำไมมันไม่หายทุกข์ล่ะคะ

หลวงพ่อปราโมทย์ : เพราะเหตุ สิ่งทั้งหลายเกิดจากเหตุ  ถ้าเหตุของทุกข์ตัวนั้นยังอยู่ จิตดวงใหม่ที่เกิดมาตามเหตุของทุกข์มันก็ยังทุกข์อีก มันเป็นคนละตัวกัน หลวงพ่อเคยถามเด็กผู้หญิงคนนึงนะ เด็กผู้หญิงนั้นน่ะหน้าตาเนี่ยชอบชอปปิ้งมากเลย ตอนนั้นหลวงพ่ออยู่เมืองกาญฯใกล้ๆนี้เองนะ ถามเลยว่า เคยไปเที่ยวตามศูนย์การค้าอะไรมั้ย รู้ว่าชอบเที่ยวหน้าตาบอกยี่ห้อเลย บอกเคยๆ ความจริงไปแทบทุกวันน่ะ ถามว่า แล้วเคยมั้ยที่ไปเที่ยวศูนย์การค้าแล้วก็เกิดปวดท้องกระทันหันอะไรเงี้ย วิ่งหาห้องน้ำอะไรเงี้ยเคยมั้ย เคย

ทีแรกหลวงพ่อถามอย่างงี้ก่อนว่าใครมีความทุกข์นานๆบ้าง เค้ายกมือเลยนะว่าเค้าทุกข์นาน ถามว่าทุกข์เรื่องอะไร อกหัก ถามว่านานจริงเหรอ จริง ทุกข์อยู่ตั้งหลายวันตั้งเป็นเดือนเลยนะ เลยถามเค้าว่าไปชอปปิ้งบ้างมั้ย บอกเคย ไปชอปปิ้งแล้วเคยปวดท้องอยากหาห้องน้ำแล้วก็หาไม่ได้มีมั้ยห้องน้ำมีแต่คนอยู่อะไรนี้ บอกเคย ตอนที่วิ่งหาห้องน้ำเนี่ยอกหักมั้ย อกไม่หักหรอกแต่ว่าห้องน้ำอยู่ไหนอ่ะ มันทุกข์ขึ้นมาอีก พอเข้าห้องน้ำเรียบร้อยนะปลดทุกข์แล้ว ภาระฉุกเฉินได้รับการยกเว้นแล้วประกาศยกเลิกภาวะฉุกเฉิน กลับมาคิดใหม่ มึงหักอกกู ก็กลับมาทุกข์อีก เพราะนั้นความทุกข์หรือความสุขหรือสิ่งทั้งหลายทั้งปวงนะเกิดจากเหตุทั้งสิ้น ถ้าเหตุของมันอยู่ มันยังอยู่ นั้นเราทำเหตุซ้ำก็คือการคิดในเรื่องที่ทำให้ไม่สบายใจ ความทุกข์ก็เกิด มันเกิดใหม่ๆหรอก

ตอนนอนหลับไปฝันเรื่องนี้มั้ย ตอนหลับบางทีก็ฝันบางทีก็ไม่ฝันใช่มั้ย ลืมเรื่องทุกข์นี่แล้ว ทุกข์เที่ยงมั้ย ทุกข์ไม่เที่ยงทุกข์มีอยู่ตอนที่นั่งคิด คิดเรื่องนี้ต่างหาก นี้เราคิดเราคิดซ้ำแล้วซ้ำอีกอยู่แรมเดือนแรมปีก็เลยรู้สึกว่าทุกข์นาน ถ้าเราอยู่กับปัจจุบันนะ อย่างคนมันหักอกเรานะ มันหักแว้บเดียวเอง เราทุกข์อยู่เป็นปีเพราะเราคิดซ้ำ นั้นเราอย่าไปคิดซ้ำ อยู่กับปัจจุบันไป ไม่มีความทุกข์นานๆ ไม่มี ไม่มีหรอกความสุขนานๆ มีแต่ของชั่วคราว

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่ โรงพยาบาลราชบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันที่ ๗ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๔

CD: ธรรมเทศนานอกสถานที่ โรงพยาบาลราชบุรี
File: 541207
ระหว่างนาทีที่ ๕๔ วินาทีที่ ๑๗ ถึงนาทีที่ ๕๖ วินาทีที่ ๕๗

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

เรียนรู้ดูขันธ์กับ อ.สุรวัฒน์ : เรื่องของจิตเกิด-ดับ

เรื่องของจิตเกิด-ดับ

ถาม : ถ้าจิตเกิดใหม่ตลอด แล้วอย่างนี้ที่เค้าบอกชาตินี้ ชาติหน้า จิตนี้วนเวียนมาหลายหน อย่างนั้นมันคืออะไรล่ะคะ แปลว่าจิตที่เห็นผิดว่าเป็นเราหรือ? หรือเป็นคุณสมบัติอย่างนึง ที่มีในทุกๆ ขณะที่เกิดใหม่? (จิตที่เกิดใหม่)

ตอบ : จิตจะเกิด-ดับอยู่ตลอดเวลา เดี๋ยวก็เกิดมาเป็นจิตที่ดีบ้าง เดี๋ยวก็ไม่ดีบ้างไปตามเรื่องตามราว จิตชาตินี้ก็อาศัยร่างกายนี้เป็นแดนเกิด จิตชาติที่แล้วกับชาติหน้าไม่รู้ว่าอาศัยร่างใดเป็นแดนเกิด แต่ละชาติจิตมันเกิด-ดับซะจนนับไม่หวาดไม่ไหว การเกิดของจิตแต่ละครั้งก็มีส่วนประกอบแตกต่างกันไป (เหมือนที่เคยบอกไปนานแล้ว) จิตของคนทั่วไปก็มักมีส่วนประกอบหนึ่งด้วยเสมอคือ ความเห็นผิดว่ากาย-จิตเป็นตัวตน (เป็นเราที่มีอยู่อย่างเป็นอมตะ) แล้วก็จะมีส่วนประกอบของความเป็นเราอยู่ด้วยเสมอเช่นกัน (เสมอที่ผมว่า หมายถึงบ่อยๆ ไม่ใช่ทุกครั้งนะครับ)

ความเห็นผิดว่าเป็นตัวตน กับความเป็นเรานี้ จะเป็นคนละส่วนกัน ทั้งสองส่วนนี้มีผลต่อความรู้สึกความเห็นและการรับรู้อารมณ์ ทำให้รู้สึกเหมือนว่าจะมีเราชาติที่แล้ว มีเราชาตินี้ แล้วก็จะมีเราชาติหน้า ทั้งที่จริงๆ แล้ว ชาตินี้มีเรา แต่ชาติที่แล้วกับชาติหน้าไม่ใช่เรา (ไม่รู้เป็นใคร)

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

จิตเกิดดับรวดเร็ว จนเราสำคัญมั่นหมายว่ามีจิตเป็นตัวเราที่คงที่ถาวร

mp 3 (for download) : จิตเกิดดับรวดเร็ว จนเราสำคัญมั่นหมายว่ามีจิตเป็นตัวเราที่คงที่ถาวร

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

จิตเกิดดับรวดเร็ว

จิตเกิดดับรวดเร็ว

หลวงพ่อปราโมทย์ : จิตนี้เกิดดับรวดเร็ว พระพุทธเจ้าท่านบอกอย่างนี้นะ ทำไมปุถุชนที่ไม่ได้สดับ ไม่สามารถเห็นว่าจิตไม่ใช่เรา เพราะจิตนี้เกิดดับเร็วมาก มันเร็วจนกระทั่งต่อเนื่องเหมือนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

คล้ายๆเราดูการ์ตูนนั่นเอง เราเห็นว่าตัวการ์ตูนหนึ่งตัว สมมุติว่าเป็นโดราเอม่อน เดี๋ยวนี้การ์ตูนเป็นตัวอะไรหลวงพ่อไม่รู้จักนะ รู้จักสมัยโดราเอม่อนเนี่ยยังทัน เราเห็นโดราเอม่อนเดินไปเดินมาในโทรทัศน์ได้ แท้จริงมันคือภาพแต่ละภาพที่มาต่อกันอย่างรวดเร็วนั่นเอง ภาพแต่ละภาพที่เกิดดับสืบเนื่องกันอย่างรวดเร็ว จนเราเกิดความสำคัญมั่นหมายว่ามีโดราเอม่อนขึ้นมา

จิตของเรานี้แหละเกิดดับสืบเนื่องกันรวดเร็ว จนเราสำคัญมั่นหมายว่า มีจิตเป็นตัวเราที่คงที่ถาวรอยู่ตัวหนึ่ง แล้วจิตนี้ทำงานเคลื่อนไหวต่างๆนานาได้ แต่ถ้าเรามาหัดดูจิตให้ชำนาญแล้ว เราจะเห็นเลยว่าจิตนี้เกิดดับตลอดเวลา จิตดวงหนึ่งเกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไป จิตอีกดวงหนึ่งเกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไป เป็นอย่างนี้ตลอดเวลา

เดี๋ยวจิตที่เป็นกุศลเกิดขึ้นมา เกิดได้แว้บเดียวเกิดจิตอกุศลอีกแล้ว อกุศลมักจะเกิดซ้ำๆเยอะนะ ซ้ำๆ เช่น ใจลอย ใจลอยๆๆๆไป ๕๐๐ ครั้ง เกิดจิตที่รู้สึกตัวขึ้นมา โอ๊ย..เมื่อตะกี้นี้ใจลอยไป รู้สึกตัวขึ้น ๑ แว้บ แว้บเดียวนะ แต่ตอนใจลอยเนี่ย ๕๐๐ แว้บ ยังน้อยไปเลยนะ ใจลอยได้ทีเป็นชั่วโมง แต่เวลารู้สึกตัวจะรู้สึกได้ขณะเดียว ทีละแว้บเดียว นิดเดียว เพราะฉะนั้นจิตส่วนใหญ่เป็นอกุศล ก็จะเห็นเลยว่าจิตอกุศลเกิดนะ เกิดร้อยเรื่องพันเรื่องเลย เสร็จเกิดจิตที่รู้ทันขึ้นมาแว้บหนึ่ง เดี๋ยวเกิดจิตอกุศลต่อไปอีกละ เดี๋ยวก็รู้สึกตัวได้อีกแว้บหนึ่ง

ถ้าเราเห็นอย่างนี้บ่อยๆ ในที่สุดก็จะเห็นเลยว่าจิตมันเกิดดับ จิตที่เป็นกุศลเกิดแล้วก็ดับ จิตที่เป็นอกุศลเกิดแล้วก็ดับ จิตที่เผลอเกิดแล้วก็ดับ จิตที่รู้สึกตัวเกิดแล้วก็ดับ เราจะเริ่มเห็นความเกิดดับของจิต

หรือจิตที่มีความสุขเกิดแล้วก็ดับไป จิตที่มีความทุกข์เกิดแล้วก็ดับไป จิตที่เฉยๆเกิดแล้วก็ดับไป ยกตัวอย่างไปอยู่ในความว่าง เฉยๆ เสร็จแล้วมันก็ดับ มันเกิดจิตสงสัยขึ้นมา จิตฟุ้งซ่าน จิตตัวนี้ไม่สบายแล้ว ไม่ค่อยมีความสุขแล้ว นี่คือจิตใจมันเกิดดับ

หรือบางคนดูได้ละเอียด เดี๋ยวเห็นจิตเกิดที่ตาดับที่ตา จิตเกิดที่หูดับที่หู จิตเกิดที่จมูก ที่ลิ้น ที่กาย ที่ใจ จิตเกิดที่ไหนดับที่นั่น จะเห็นจิตเกิดดับสืบเนื่องไปเรื่อยๆ


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๑๕ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๓


สวนสันติธรรม
CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๒๐
Track: ๑
File: 500415.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๓๐ วินาทีที่ ๓๑ ถึง นาทีที่ ๓๓ วินาทีที่ ๑๐

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

ผู้ใดเห็นว่าจิตผู้รู้เที่ยง เป็นมิจฉาทิฎฐิ

mp3 for download : ผู้ใดเห็นว่าจิตผู้รู้เที่ยง เป็นมิจฉาทิฎฐิ

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ผู้ใดเห็นว่าจิตผู้รู้เที่ยง เป็นมิจฉาทิฎฐิ

ผู้ใดเห็นว่าจิตผู้รู้เที่ยง เป็นมิจฉาทิฎฐิ

หลวงพ่อปราโมทย์ : ทำอย่างไรจะเห็นว่าจิตไม่ใช่เรา ต้องดูให้เห็นว่าจิตเองก็ตกอยู่ใต้ไตรลักษณ์ จิตเองก็เกิดดับได้นะ

วิธีดูจิตที่เกิดดับนี้  จิตไม่มีรูปร่าง ไม่มีตัวตน ดูมันตรงๆจะไม่เห็นอะไร เราต้องดูอ้อมๆ ดูผ่านสิ่งอื่นเข้ามา จิตไม่ได้เกิดลอยๆ จิตไม่ได้เกิดคนเดียว จิตต้องเกิดร่วมกับสิ่งอื่น จิตเกิดร่วมกับอะไร? จิตเกิดร่วมกับเจตสิก ความรู้สึกที่ประกอบจิต จิตเกิดร่วมกับกับอะไร? จิตเกิดร่วมกับอายตนะได้ เกิดที่ตา ที่หู ที่จมูก ที่ลิ้น ที่กาย ที่ใจได้

เพราะฉะนั้นเราสังเกตความมีอยู่ ความเกิดดับของจิต ความเกิดขึ้น ความตั้งอยู่ ความดับไปของจิต สังเกตผ่านเจตสิก และสังเกตผ่านอายตนะ ตาหูจมูกลิ้นกายใจ ไปดูจิตตรงๆจะไม่มีให้เห็นเลย ไม่มีอะไรเลย ถ้าอยู่ๆเรานึกอยากดูจิต แล้วก็ดูปุ๊บลงไป เราจะเอาจิตไปดู เราไม่ได้ดูจิต ดูไม่ถึงจิตหรอก

หรือดูไปๆ ก็จะเห็นว่า ว่างๆ ยกตัวอย่างไปนั่งจ้องไว้อย่างนี้นะ นั่งจ้องไว้ ก็จะว่างๆ คิดว่าว่างๆเป็นจิต ว่างๆไม่ใช่จิต ว่างเป็นเจตสิก เป็นสังขารชนิดหนึ่ง ชื่อ “อากาสานัญจายตนะ” ไม่ใช่จิตหรอก

เพราะฉะนั้นถ้าอยากเห็นจิตจริงๆ อย่าเที่ยวหาจิต หลวงปู่ดูลย์เคยสอนหลวงพ่อว่า “อย่าใช้จิตแสวงหาจิต อีกกัปป์หนึ่งก็ไม่เจอ” สอนอย่างนี้นะ หาอีกกัปป์หนึ่งก็ไม่เจอ ไม่ต้องหามันนะ ให้เรียนรู้จากเจตสิก

ตอนที่หลวงปู่มั่นสอนหลวงปู่ดูลย์นะ ก็สอนอย่างนี้นะ หลวงปู่มั่นสอนหลวงปู่ดูลย์บอกว่า สัพเพ สังขารา เห็นไหมให้เรียนที่สังขารนะ “สัพเพ สังขารา สัพพะ สัญญา อนัตตา* สังขารทั้งหลาย สัญญาทั้งหลาย ไม่เที่ยง สังขารทั้งหลาย สัญญาทั้งหลาย ไม่ใช่ตัวตน เป็นอนัตตา ท่านสอนอย่างนี้ เพราะฉะนั้นหลวงปู่ดูลย์มาดูจิต เริ่มจากอะไร ดูสังขารนะ ไม่ใช่ดูจิต

จิตสุขก็รู้ จิตทุกข์ก็รู้ ความสุขเกิดขึ้น ความทุกข์เกิดขึ้น ทีแรกยังไม่รู้สึกว่าความสุขความทุกข์เกิดขึ้น แต่จะรู้สึกว่ามีเราสุขเราทุกข์นะ ต่อมาค่อยๆสังเกต อ๋อ จิตมันมีความสุขขึ้นมา จิตมันมีความทุกข์ขึ้นมา จิตมันโลภ จิตมันโกรธ จิตมันหลงขึ้นมา ถ้ายังดูไม่เป็นก็จะรู้สึกว่า จิตโลภ จิตโกรธ จิตหลง จิตสุข จิตทุกข์

ถ้าค่อยๆดูนะ สติปัญญาแก่กล้าขึ้น จะเห็นว่า จิตก็อยู่ส่วนหนึ่ง ความสุขความทุกข์ก็อยู่ส่วนหนึ่ง ความโลภ ความโกรธ ความหลง อยู่ส่วนหนึ่ง สามารถแยกเจตสิกออกจากจิตได้นะ เห็นไหม เราเรียนรู้จิต ผ่านการดูเจตสิกนะ แล้วสามารถแยกมันออกไปได้ ในที่สุดจะรู้ ว่าธรรมชาติรู้นี้ เป็นอย่างไร

ธรรมชาติรู้นี้ ไม่มีอะไร แต่เป็นแต่ธรรมชาติรู้ นี่ค่อยแยก แต่ว่าไม่ใช่เอาตัวนี้นะ ยังต้องเห็นว่าตัวนี้เองตกอยู่ใต้ไตรลักษณ์อีกทีหนึ่ง ถ้ายังเห็นว่าตัวรู้เที่ยง เป็นมิจฉาทิฎฐิเลย มีครูบาอาจารย์องค์หนึ่งชื่อ หลวงปู่หล้า อยู่ภูจ้อก้อ ที่มุกดาหาร บอกว่าใครเห็นตัวผู้รู้เที่ยงนะ เป็นมิจฉาทิฎฐิ จิตเที่ยง เป็นมิจฉาทิฎฐิ สอนขนาดนี้นะ สอนตรงพระอภิธรรมเปี๊ยบเลย จิตก็เกิดดับ

เพราะฉะนั้นเมื่อเราเห็นตัวผู้รู้แล้ว แยกเอาเจตสิกออกไปแล้ว จะเจอตัวผู้รู้นะ บางทีก็อาศัยการรู้ที่ตา ที่หู ที่จมูก ที่ลิ้น ที่กาย ที่ใจ แล้วเห็นการเกิดดับของจิตได้นะ ค่อยๆฝึกไป หมดเวลาซะแล้ว เทศน์ยังไม่จบเลย วันนี้ เอ้า… พวกเรา ไปทานข้าว…

*หมายเหตุ เคยเห็นปรากฎในที่บางแห่งว่า “สัพเพสังขารา อนิจจา สัพพะสัญญา อนัตตา” – ผู้ถอดคลิปส์


หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
แสดงธรรมเมื่อ วันอาทิตย์ที่ ๖ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๓


CD: สวนสันติธรรม แผ่นที่ ๓๓
ลำดับที่ ๗
File: 530606A.mp3
ระหว่างนาทีที่ ๒๕ วินาทีที่ ๔๖ ถึง นาทีที่ ๒๙ วินาทีที่ ๑๕

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่

จิตไม่ได้เสื่อม แต่เกิดจากการเปรียบเทียบของเราเอง

เสื่อม

เสื่อม

mp3 (for download) : จิตไม่ได้เสื่อม แต่เกิดจากเปรียบเทียบของเราเอง

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

หลวงพ่อปราโมทย์ : จริงๆคำว่า”เสื่อม” ไม่เคยมีเลย คำว่า “เสื่อม” นี้เกิดจากความเห็นผิดของเรา เกิดจากการเปรียบเทียบสภาวะสองสภาวะ  มันเคยดีแล้วคราวนี้ไม่ดีเท่าเก่า บอกเสื่อม แท้จริงนั้นจิตมันเกิดดับอยู่ตลอดเวลา จิตดวงที่ดี มันเกิดแล้วมันก็ดับไป ไม่ใช่มันเสื่อม จิตดวงที่ไม่ดีมันเกิดขึ้นแทน  จิตดวงที่ไม่ดีมันเกิดขึ้นแล้วมันก็ดับไป ก็ไม่ใช่ว่ามันเจริญ  แท้จริงก็คือ จิตที่เสื่อมก็เกิดแล้วก็ดับ  จิตที่เจริญเกิดแล้วก็ดับ

ทีนี้ถ้าเราเข้าใจอย่างนี้ เราก็ไม่คิดว่าจิตมีดวงเดียว เดี๋ยวเจริญเดี๋ยวเสื่อม  ความสำคัญผิดมันคิดว่าจิตมีดวงเดียว ฉะนั้นอยากทำให้มันดีตลอด อยากให้มันถาวร  ความจริงไม่มีหรอกจิตที่เป็นดวงเดียวน่ะ มีแต่เกิดแล้วดับ เกิดแล้วดับนะ คำว่า “เจริญ” คำว่า “เสื่อม”เกิดจากการเปรียบเทียบทั้งหมดเลย เปรียบเทียบสภาวะสองอันทั้งๆ ที่มันไม่ได้เกี่ยวข้องกัน

ฉะนั้นถ้าเห็นว่า จิตเจริญ เจริญแล้วมันก็ดับไป จิตที่เสื่อมเิกิดขึ้นมาแล้วก็ดับไปนะ ใจเป็นกลาง  เจริญก็ไม่หลงดีใจ เสื่อมก็ไม่หลงเสียใจ  นี่เป็นกลาง ในที่สุดจิตเป็นกลางต่อทุกสภาวะ จิตที่เป็นกลางต่อทุกสภาวะนะ จะเลิกดิ้นรน

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แสดงธรรมที่ สวนโพธิญาณ หนองตากยา ท่าม่วง กาญจนบุรี
เมื่อวันที่ ๒๒ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๔๘

CD สวนสันติธรรมแผ่นที่ ๑๐
ลำดับที่ ๘
File 481022B
ระหว่างนาทีที่ ๔ วินาทีที่ ๐๐ ถึงนาทีที่ ๕ วินาทีที่ ๒๐

เว็บไซต์ Dhammada.net
เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตจาก หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม ให้สามารถดำเนินการถอดข้อความพระธรรมเทศนาในลักษณะข้อความสั้นได้ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ชี้แจงการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่นี่

สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับแจ้งข่าวสารและธรรมะทุกวันจาก Dhammada.net ได้ ที่นี่

ติดตั้ง Dhammada Application for Android ที่นี่

คู่มือการใช้งาน อ่านได้ ที่นี่